ตอนที่ 125 โต้กลับ

“แล้วการทดสอบ?” เมื่อรู้ว่าหลวงจีนรูปนี้มีความไม่แน่นอนสูงเฉินเฟยเลยกังวล

“อาตามาอยากให้ประสกแสดงอภินิหาริย์นี้ให้เห็นอีกครั้งเพื่อเปิดโลกทัศน์อาตามา” เหมือนหลวงจีนจะเดาออกว่าเฉินเฟยกำลังคิดอะไรอยู่จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้ม

เฉินเฟยตกตะลึง หลวงจีนรูปนี้ดื้อรั้นหรือต้องการเติมเต็มเฉินเฟยกันแน่?

สถานการณ์ของลูกปัดจิตใจไม่ค่อยดีนักซึ่งมันเต็มไปด้วยรอบร้าว ตามสภาพนี้เกรงกว่าอีกไม่กี่ปีคงพังทลาย ดังนั้นจึงมอบให้เฉินเฟย?

ไม่ว่าเหตุผลคืออะไร เฉินเฟยไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธเงื่อนไขนี้

“ไต้ซือโปรดดู!”

พูดจบเขาก็ใช้มือขวาคว้าไปด้านหน้า อาหารแห้งชิ้นหนึ่งปรากฏในมือเฉินเฟย

หลวงจีนมองดูอย่างตั้งใจ แต่ความสงสัยในดวงตาเขาไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยและยังเพิ่มขึ้น หลวงจีนครุ่นคิดสิ่งต่างๆที่เขารู้ ครั้งนี้ยืนยันได้แล้วว่ามันไม่ใช่สิ่งนั้น

“ประสกมีอภินิหาริย์ ลูกปัดจิตใจนี้เป็นของประสกแล้ว”

หลวงจีนคำนับ ลูกปัดจิตใจลอยมาอยู่ตรงหน้าเฉินเฟย พื้นที่โดยรอบเริ่มสั่นสะเทือน

“ไต้ซือ โปรดรอสักครู่!”

เฉินเฟยรีบหยุด หลวงจีนมองเฉินเฟยด้วยความสงสัย

“ช่วยส่งข้าออกไปไกลหน่อยได้หรือไม่ แถวนี้มีสิ่งแปลกประหลาดอยู่เต็มไปหมด!” เฉินเฟยพูดเสียงต่ำ เฉินเฟยกลัวจริงๆว่าเมื่อปรากฏตัวขึ้นจะต้องเจอสิ่งแปลกประหลาดหลายร้อยตัวจ้องมองตัวเอง

“ได้สิ!”

หลวงจีนยิ้มเล็กน้อย พื้นที่ถูกทำลาย เฉินเฟยลืมตาขึ้นและพบว่าอยู่ห่างจากจุดเดิมหลายร้อยหมี่

เฉินเฟยถอนหายใจโล่งอก หลวงจีนรูปนี้คุยง่าย บอกจะช่วยก็ช่วยเต็มที่ เขาย้ายเฉินเฟยมายังที่ปลอดภัยโดยตรง

สิ่งแปลกประหลาดหลายร้อยตัวอยู่ห่างไปหลายร้อยหมี่ อาจเป็นเพราะการกระตุ้นของเทียนขาวจึงทำให้พวกมันในตอนนี้ฉุนเฉียว ระยะการเดินกว้างขึ้นและถี่มากกว่าเดิม

เมื่อรอบตัวไม่มีอะไรผิดปกติ เฉินเฟยจึงมองลูกปัดจิตใจในมือและรีบเรียนรู้วิธีควบคุม

ครึ่งชั่วยามต่อมา ขณะเฉินเฟยคลำลูกปัดจิตใจเม็ดที่สาม ข้อมูลบนระบบได้เปลี่ยนไป

[วิชาค่ายกล: ค่ายกลจิตใจ(เริ่มต้น)]

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งและเก็บลูกปัดจิตใจสองเม็ดไว้ในช่องมิติ

“ค้นพบวิชาค่ายกล ต้องการใช้เงินห้าพันตำลึงทำให้ค่ายกลจิตใจเป็นแบบง่ายหรือไม่?”

“ค่ายกลจิตใจแบบง่าย...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...ค่ายกลจิตใจ → สั่นสะเทือนหัวใจ!”

เงินห้าพันตำลึงเกือบเป็นเงินออมทั้งหมดของเฉินเฟย นั่นทำให้เฉินเฟยโล่งใจเล็กน้อย โชคดีที่มันเป็นเพียงวิธีควบคุมค่ายกลจิตใจ ไม่ใช่วิธีการสร้างหรือจัดตั้งค่ายกล

หากเป็นแบบนั้นเฉินเฟยคงมีเงินไม่พอ

“หลังจากนี้ต้องทำเงินให้มากขึ้น ยิ่งมีเงินในระบบเยอะยิ่งดี”

เฉินเฟยพูดกับตัวเอง ดูผลลัพธ์การทำให้เป็นแบบง่ายแล้วขมวดคิ้ว ระบบมันขี้เกียจหรือเปล่า ทำไมรู้สึกเหมือนแค่กลับคำกัน

สั่นสะเทือนหัวใจ?

เมื่อมองสองคำนี้ เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะใช้มือขวาทุบหน้าอกซ้าย

“ปัก!”

“ความชำนาญค่ายกลจิตใจ+1”

เกิดเสียงกระแทกและรู้สึกแน่นหน้าอก ทันใดนั้นในใจเฉินเฟยเกิดความเข้าใจการควบคุมค่ายกลจิตใจ

“มันได้ผล!”

เฉินเฟยแสยะยิ้มโดยไม่รู้ตัวและอยากจะทุบหน้าอกอีกครั้งด้วยมือซ้ายและขวา

เมื่อจะทำต่อมือเฉินเฟยก็แข็งค้างกลางอากาศ ท่าทางแบบนี้ไม่ดูโง่ไปหน่อยหรือ ภาพลิงชิมแปนซีปรากฏขึ้นในใจเฉินเฟย

เฉินเฟยลอมือลง พลังภายในร่างกายเริ่มวิ่งไปยังหัวใจ

เฉินเฟยยังไม่อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในแต่ก็ไม่มีปัญหาในการควบคุมให้หัวใจเต้นเร็ว แต่เนื่องจากหัวใจไม่เกิดอารมณ์เป็นพิเศษเฉินเฟยจึงไม่กล้าใช้กำลังมากเกินไป

ทดลองการใช้แรงหลายระดับ จากน้อยไปมากโดยค่อยๆเพิ่มแรง

“ความชำนาญค่ายกลจิตใจ+1”

ความเข้าใจการควบคุมค่ายกลจิตใจปรากฏในใจ เฉินเฟยอดไม่ได้ที่จะยิ้มเป็นอย่างที่คิดเอาไว้

เมื่อเทียบกับการใช้สองมือทุบ การเร่งการเต้นของหัวแบบนี้เร็วกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงช่วงเวลาสั้นๆความเข้าใจการควบคุมค่ายกลจิตใจได้ปรากฏในใจเฉินเฟยอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งเค่อต่อมา ความชำนาญการควบคุมค่ายกลจิตใจได้เลื่อนจากระดับเริ่มต้นไประดับเชี่ยวชาญและกำลังเร่งไปสู่ระดับสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว

เฉินเฟยประเมินเวลา ผ่านมาเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว ฟางชิ่งหงอาจกระตุ้นเตือน

คิดได้ดังนั้นเฉินเฟยจึงหายใจเข้าลึกและกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น

ความแข็งแกร่งร่างกายนักยุทธ์ได้สะท้อนให้เห็นแล้ว หากคนธรรมดาใช้วิธีกระตุ้นหัวใจแบบนี้อวัยวะภายในของพวกอาจพังไปนานแล้ว แต่ตอนนี้ใบหน้าเฉินเฟยเพียงแดงเล็กน้อย ทุกอย่างยังอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้

“เจ้ามัวทำอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่กลับมา หาลูกปัดจิตใจเจอหรือยัง?”

ขณะที่เฉินเฟยพยายามเพิ่มความชำนาญ ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหูเฉินเฟย เฉินเฟยตกใจมองไปรอบด้าน พบว่าความรู้สึกโดนจับตามองปรากฏขึ้นอย่างเบาบาง

“เมื่อครู่ข้าเจอสิ่งแปลกประหลาด เพิ่งสลัดมันหลุดเมื่อไม่นานนี้” เฉินเฟยพูดเสียงต่ำ

“ข้าปกปิดลมหายใจเจ้าไว้ เจ้าจะโดนสิ่งแปลประหลาดไล่ตามได้อย่างไร กล้าโกหกหรือ!”

เสียงฟางชิ่งหงเปลี่ยนเป็นเย็นชา พลังประหลาดในใจเฉินเฟยเริ่มปั่นป่วน แต่ปริมาณนั้นน้อยเกินไปจึงทำให้พลังจิตใจสั่นเทาเพียงเล็กน้อย

“อั่ก ไว้ชีวิตด้วย ข้าไม่ได้โกหก!”

เฉินเฟยตะโกนเสียงดังกลิ้งไปมาบนพื้นหลายครั้ง ใบหน้าเขาซีดเซียวและเลือดไหลออกจากมุมปาก

“บอกความจริงมา ความอดทนข้ามีขีดจำกัด หรือเจ้าต้องการเห็นศิษย์พี่ของเจ้าตายต่อหน้า” ฟางชิ่งหงพูดอย่างเย็นชา

“ตำแหน่งลูกปัดจิตใจมีสิ่งแปลกประหลาดมากมาย อย่างน้อยมีไม่ต่ำกว่าร้อยตัว ข้าไม่อาจเข้าไปใกล้ได้”

เฉินเฟยบอกสถานการณ์ในพื้นที่ของลูกปัดจิตใจเม็ดที่สาม เสียงของฟางชิ่งหงเงียบลง เขาเกิดสงสัยว่าการเคลื่อนไหวของลูกปัดจิตใจดึงดูดความสนใจของราชาประหลาดหรือไม่

“ขอเวลาให้ข้าอีกหนึ่งชั่วยาม ข้าจะนำลูกปัดจิตใจกลับไปได้แน่นอน” เฉินเฟยพูดเสียงดัง

“เจ้ามีเวลาอีกครึ่งชั่วยาม หากไม่กลับมาในครึ่งชั่วยามก็ไม่ต้องกลับมาอีก!”

ฟางชิ่งหงทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยค พลังประหลาดในใจเฉินเฟยก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยและรุนแรงขึ้น

เฉินเฟยขมวดคิ้ว ดูแล้วฟางชิ่งหงจะไม่ได้โกหก หากเฉินเฟยไม่เอาลูกปัดจิตใจเม็ดที่สองกลับไปในครึ่งชั่วยาม ฟางชิ่งหงคงลงมือกับเฉินเฟยโดยตรง

“เขามีสิ่งพึ่งพาอย่างอื่นด้วยหรือ?”

เฉินเฟยสับสน แต่มันไม่มีประโยชน์ที่จะคิดตอนนี้ เฉินเฟยรีบวิ่งกลับไปยังตำแหน่งลูกปัดจิตใจเม็ดที่สอง เมื่อมาถึงพื้นที่ปลอดภัยเฉินเฟยจึงหยุดเท้า

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาความชำนาญการควบคุมค่ายกลจิตใจไม่ได้หยุดนิ่ง และเพื่อให้บรรลุระดับสมบูรณ์เร็วขึ้นเฉินเฟยจึงกระตุ้นให้หัวใจเต้มเร็วจนถึงขีดสุด

สามเค่อต่อมา เหลือเวลาเพียงหนึ่งเค่อก่อนจะครบครึ่งชั่วยาม

[วิชาค่ายกล: ค่ายกลจิตใจ(สมบูรณ์231/30000)]

วิธีควบคุมค่ายกลจิตใจได้มาถึงระดับสมบูรณ์ ในอีกหนึ่งเค่อที่เหลือ ต่อให้เฉินเฟบระเบิดหัวใจตัวเองก็ไม่อาจไปถึงระดับรู้แจ้งได้

“ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ ไม่มีอะไรไร้ที่ติ ทำได้เพียงแค่นี้เท่านั้น”

เฉินเฟยถอนหายใจและหยิบลูกปัดจิตใจสองเม็ดออกมาจากช่องมิติ

ลูกปัดจิตใจสามเม็ดไม่มีความแตกต่างระหว่างหลักและรอง หากต้องการควบคุมค่ายกลจิตใจต้องมีลูกปัดจิตใจอย่างน้อยหนึ่งเม็ด หากคนสองคนได้ลูกปัดจิตใจและต้องการควบคุมกันทั้งคู่ นั่นจะขึ้นกับว่าใครมีฝีมือมากกว่า

เฉินเฟยระดมพลังภายในและพลังจิตใจใส่เข้าไปในลูกปัดจิตใจ

ราวกับเข้าสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ เฉินเฟยเห็นช่องว่างขนาดใหญ่ในลูกปัดจิตใจ ในขณะเดียวกันการมองเห็นของเฉินเฟยยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ที่นี่คือดินแดนประหลาดหรือ?”

เฉินเฟยสามารถเห็นสิ่งแปลกประหลาดจากระดับความสูงหลายร้อยหมี่ เดิมทีเฉินเฟยคิดว่าส่วนสำคัญของดินแดนประหลาดนี้คือเมืองใหญ่

แต่เมื่ออยู่ในความสูงระดับนี้เฉินเฟยจึงพบว่ามีเนินเขาอีกลูกหนึ่งอยู่ด้านหลังเมือง มีสุสานและป้ายหินเล็กน้อยบนเนินเขา

เพียงแค่มองจากระยะไกลเฉินเฟยยังรู้สึกได้ถึงลมหายใจไม่ชัดเจนกระจายไปทั่วใบหน้า แต่โชคดีที่ลูกปัดจิตใจปิดกันลมหายใจนี้ไว้

“ราชาประหลาดอยู่ในสุสานนั่นหรือ?”

เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะควบคุมลูกปัดจิตใจทำลายความลับของสุสาน

ในความมืดที่ไร้สิ้นสุดมองไม่เห็นสิ่งใดชัดเจน แต่เฉินเฟยยังเห็นช่องว่างขนาดใหญ่ภายในสุสานได้อย่างคลุมเครือ ในขณะเดียวกันก็มีร่างหนึ่งยืนอยู่ในนั้น

“เป็นราชาประหลาดจริงด้วย!”

ร่างนั้นหันกลับมามองทางนี้ราวกับรู้ตัวว่าถูกสอดแนม

เฉินเฟยตกใจรีบดึงสายตากลับไม่กล้ามองอีก แม้ไม่รู้ว่าลูกปัดจิตใจปิดกั้นสายตาสอดแนมของราชาประหลาดได้หรือไม่ แต่เฉินเฟยไม่อยากทำอะไรไร้ความหมายแบบนั้น

เมื่อรู้ว่าราชาประหลาดอยู่ที่ใด เฉินเฟยจึงบรรลุเป้าหมายแล้ว

“ต่อไปเป็นเจ้า!”

เปลี่ยนวิสัยทัศน์ เฉินเฟยมองลานบ้านที่ผนึกฟางชิ่งหงไว้

เดิมทีผนึกนี้ถูกสร้างขึ้นโดยลูกปัดจิตใจ เมื่อเทียบกับการสอดแนมราชาประหลาด การตรวจสอบที่นี่ถือเป็นเรื่องง่ายมาก

“ศิษย์พี่มู่กับศิษย์พี่หญิงจางถูกจับกลับมา?”

เฉินเฟยเห็นจางฟางฉยงกับมู่หลางเทาและต้องขมวดคิ้ว อย่างที่คาดไว้ ตัวเองอ่านฟางชิ่งหงถูก นี่เป็นคนประเภทที่จะทำทุกวิธีเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

เนื่องจากพวกเขาตกไปอยู่ในมือของฟางชิ่งหง มันจึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดอื่นใดที่ชะตากรรมได้มาถึงวาระ ฟางชิ่งหงไม่ได้คิดจะปล่อยใครไปตั้งแต่แรก

“ตอนนี้ฟางชิ่งหงกลายเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งความประหลาด มันอาจแยกจากราชาประหลาดไม่ได้”

ความคิดเฉินเฟยเปลี่ยนไป ฟางชิ่งหงไม่อยากพบราชาประหลาด เนื่องจากเขาไม่ต้องการพบเฉินเฟยจึงต้องการให้พวกมันมาเจอกัน

คิดได้ดังนั้นพลังจิตใจเฉินเฟยก็พุ่งพล่าน ใต้ลานบ้าน จางฟางฉยงทั้งสามคนถูกย้ายออกไปวางไว้ที่ประตูเมือง

“บังอาจ! นั่นใคร!”

เมื่อเฉินเฟยเคลื่อนไหวฟางชิ่งหงก็สังเกตเห็นทันที เขายืนขึ้นและกระจายพลังไปทุกทิศทุกทางแต่ไม่พบอะไร

ฟางชิ่งหงขมวดคิ้วกำลังจะเดินต่อไป ทันใดนั้นเขาพบว่าพื้นที่ที่ผนึกเขาไว้กำลังหดตัวลงอย่างรวดเร็วและพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง

สีหน้าฟางชิ่งหงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่ามีใครบางคนกำลังควบคุมค่ายกลจิตใจนี้

ฟางชิ่งหงมองลูกปัดจิตใจในมือและพยายามใช้วิธีควบคุมค่ายกลส่วนหนึ่งตอบโกลับแต่ก็ไม่ได้ผล ฝีมือการควบคุมของอีกฝ่ายเหนือกว่าตัวเองมาก

“ใคร เป็นใครกัน!”

คนนับไม่ถ้วนแวบเข้ามาในความคิดฟางชิ่งหง แต่เขาไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ควบคุมค่ายกลจิตใจอย่างเงียบเชียบและมีวิธีควบคุมแข็งแกร่งเช่นนี้

“ตู้ม!”

ฟางชิ่งหงระเบิดพลังทั้งหมดในร่างกายออกไปโจมตีค่ายกลจิตใจโดยตรง แต่ค่ายกลจิตใจเพียงสั่นไหวชั่วขณะก่อนจะสงบลง