ตอนที่ 348 ปฏิบัติเหมือนกั๋วซื่อ ตอบแทนเหมือนกั๋วซื่อ

สำหรับเฉินเฟย นอกจากท่าร่างเคลื่อนไหว สิ่งมีค่าที่สุดของเดินหนีสวรรค์คือร่างแยกนี้ ไม่ว่าจะเป็นลมปราณหรือสิ่งอื่นล้วนเหมือนตัวจริง

โดยเฉพาะตอนนี้มีสังหารวิญญาณซึ่งตัดลมปราณของร่างจริงและร่างแยก การแยกระหว่างร่างจริงกับร่างปลอมนั้นจึงยากขึ้นไปอีก

เดินหนีสวรรค์เปิดเจ็ดสิบห้าจุดทวารซึ่งผ่านเกณฑ์เจ็ดสิบสองจุดทวารของระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ในด้านของจุดทวาร เดินหนีสวรรค์พบเห็นได้ทั่วไปในบรรดามรดกมากมายที่ฝึกฝนได้ถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

ในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นและขั้นกลางยังไม่เห็นข้อเสียของเดินหนีสวรรค์ และเนื่องจากเฉินเฟยฝึกเดินหนีสวรรค์ถึงระดับสมบูรณ์ เขาจึงมีข้อได้เปรียบในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นและขั้นกลางไม่น้อย

แต่ในอนาคตเมื่อก้าวหน้าไปถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายหรือแม้แต่ขั้นสูงสุด ความได้เปรียบของเดินหนีสวรรค์จะไม่มีอีกต่อไป

ด้วยเหตุนี้แม้จะได้รับการสนับสนุนจากกระสวยผ่านทะยาน แต่ยังเป็นเรื่องยากที่เฉินเฟยจะหลีกหนีการไล่ตามของซิงซินเจา

ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย เจ็บสิบสองจุดทวารจะรวมกันเป็นหนึ่งซึ่งเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งของระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย เมื่อรวมกับมรดกท่าร่างของสำนักตัวเอง การไล่ตามเฉินเฟยทันนั้นเป็นเรื่องธรรมดา

แต่ในขณะนี้ใบหน้าเฉินเฟยยังไม่แสดงความตื่นตระหนก หลังจากร่างแยกหนีไปอีกทาง เฉินเฟยยังวิ่งไปในเส้นทางที่กำหนดไว้

ผ่านไปครู่เดียว ซิงซินเจามาถึงยอดเขา มองย้อนกลับไปด้วยเนตรกระบี่หวนคืน มีร่องรอยสองสายแยกกันไป ซิงซินเจาขมวดคิ้ว ด้วยร่องรอยเพียงอย่างเดียวยากจะบอกได้ว่าใครคือร่างจริง

“ชิ้ง!”

ซิงซินเจาชักกระบี่วิญญาณ เจตจำนงกระบี่ทะยานขึ้นฟ้าและค้างอยู่ในป่าสักพัก ครู่ต่อมา เจตจำนงกระบี่อีกสายพุ่งจากด้านหลังสะท้อนเจตจำนงกระบี่ซิงซินเจา

สุยเหวินกงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายอีกคนของหอกระบี่หวนคืนตามมาแล้ว ซิงซินเจาเลือกลมปราณสายหนึ่งแล้วไล่ตามต่อและสุยเหวินกงก็ไล่ตามอีกสาย

เฉินเฟยซึ่งกำลังวิ่งไปด้านหน้าสัมผัสได้ถึงเจตจำนงกระบี่ทะยานขึ้นฟ้าสองสายจากด้านหลัง เขารู้แล้วว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสองคนของหอกระบี่หวนคืนกำลังไล่ตาม

เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เฉินเฟยทำในหอกระบี่หวนคืนทำให้หอกระบี่หวนคืนโกรธเคือง ไม่เช่นนั้นการไล่ล่าคนเดียวคงเพียงพอแล้ว แทนที่จะเป็นสองคนเหมือนตอนนี้

นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายจะไม่ลามือจนกว่าจะจับเฉินเฟยกลับไปได้

เฉินเฟยเหยียบเท้าบนก้อนหิน ร่างกายเหยียดยาวจนกลายเป็นภาพติดตา กระสวยผ่านทะยานในอ้อมแขนสั่นไม่หยุดและถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด

แต่ถึงกระนั้นระยะห่างระหว่างซิงซินเจากับเฉินเฟยยังใกล้มากขึ้น ตามแนวโน้มนี้เฉินเฟยจะถูกตามทันในหนึ่งก้านธูป

อย่างไรแล้วร่างแยกที่สร้างจากเดินหนีสวรรค์ไม่เร็วเท่าร่างหลัก เวลาในการไล่ตามจะสั้นลงอีก แม้เฉินเฟยสลายร่างแยกเองแล้วแยกร่างอีกครั้ง เวลาที่ยื้อได้ก็มีไม่มาก

สุดท้ายแล้วระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสองคนประกบเฉินเฟยไว้ตรงกลางเหมือนเกี๊ยวซึ่งปิดกั้นเฉินเฟยโดยสิ้นเชิง ครั้งนี้เหมือนเฉินเฟยจะไม่มีจุดเปลี่ยน หรือต้องสู้จนตัวตายเท่านั้น?

เฉินเฟยเงยมองข้างหน้า เห็นยอดเขาโดดเดี่ยวสูงตระหง่านราวกับกระบี่ชี้ฟ้า มองครั้งเดียวก็เห็นได้ชัดเจน

เฉินเฟยยกยิ้มมุมปาก หลังจากนั้นไม่กี่ก้าวก็มาถึงใต้ยอดเขาโดดเดี่ยว ตรงนี้มีคนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ก่อนแล้ว ราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง ทั้งสองลืมตาขึ้นพร้อมกันและมองเฉินเฟย

คนหนึ่งสวมชุดเขียวเหมือนนักพรตธรรมดา มีเพียงสายตาเฉียบคมเป็นครั้งคราวที่เผยให้เห็นความเฉียบคมในใจ นั่นคือฉวีชิงเซิงเจ้าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

ส่วนอีกคนอายุมาก จิงชี่ถดถอยอย่างเห็นได้ชัด แต่เจตจำนงในดวงตายังเต็มเปี่ยม นั่นคือผู้อาวุโสโจวจื่อซุน

เมื่อเทียบกับเจ้าสำนักฉวีชิงเซิง สภาพของโจวจื่อซุนแย่กว่ามาก อายุขัยใกล้หมดลง ล้มเหลวในการทะลวงระดับรวมทวาร ตอนนี้การบ่มเพาะยังเริ่มถดถอย

แต่แม้การบ่มเพาะถดถอย โจวจื่อซุนยังคงเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายและเป็นเสาหลักของสำนัก

หัวใจเฉินเฟยถึงกับเต้นรัวเมื่อเห็นทั้งสอง

เฉินเฟยส่งจดหมายกลับไปด้วยราคาหนึ่งศิลาหยวน โดยหวังว่าสำนักจะส่งระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายมารับเขาในตำแหน่งนี้

เฉินเฟยอยู่ในหอกระบี่หวนคืนเป็นเวลาสิบวัน นอกจากฝึกสัมผัสโลหิตพลังต้นกำเนิดโลหิต เหตุผลสำคัญกว่าคือรอคนจากสำนัก

และคืนนี้เฉินเฟยได้รับคำตอบ ดังนั้นเฉินเฟยจึงลงมือคืนนี้ แอบเข้าไปพื้นที่สืบทอดของหอกระบี่หวนคืนและรับวิชามรดกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวกลับมา

นั่นเป็นสาเหตุที่เฉินเฟยสงบมากเมื่อรู้ว่าหอกระบี่หวนคืนพบสถานการณ์ เขามั่นใจว่าคนของสำนักมาสนับสนุนเขาแล้ว

ไม่ใช่ว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเหนือกว่าหอกระบี่หวนคืนมาก แต่ด้วยการต้านทานจากคนของสำนัก เฉินเฟยจึงจากไปได้อย่างราบรื่น

และหากระดับขัดเกลาทวารของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวต้องการจากไป นั้นก็ไม่ใช่ปัญหา

เฉินเฟยเพียงคาดไม่ถึงว่าฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนจะมาทั้งคู่ จดหมายที่เฉินเฟยส่งกลับไปไม่ได้บอกว่าเจอวิชามรดกเพราะกลัวจะเกิดปัญหาไม่จำเป็น

แต่เพียงเท่านี้ เมื่อรู้ว่าเฉินเฟยต้องการการสนับสนุนจากระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสองคนของสำนักก็มาพร้อมกัน

สถานการณ์รอบเมืองเซียนเมฆาเหมือนจะสงบลง แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยตัวแปร สำหรับสำนักอย่างสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว หากไม่มีระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายคอยอยู่ เรื่องไม่คาดฝันเล็กน้อยอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่

พูดได้ว่าเจ้าสำนักฉวีชิงเซิงกับผู้อาวุโจวจื่อซุนต่างให้ความสำคัญกับเฉินเฟยมาก ในสายตาของพวกเขา เฉินเฟยสำคัญมากกว่าใครหลายคน

“เจ้าสำนัก ผู้อาวุโสโจว!” เฉินเฟยเดินมาข้างหน้าทั้งสองคนแล้วกุมมือ

“เกิดอะไรขึ้น?”

โจวจื่อซุนมองเฉินเฟยและถามโดยตรง เฉินเฟยส่งข้อมูลกลับไปน้อยเกินไป ดังนั้นโจวจื่อหยุนจำเป็นต้องเข้าใจสถานการณ์เพื่อวางแผนสำหรับสิ่งที่จะทำ

“มีคนไล่ตามเจ้ามาหรือ?” ฉวีชิงเซิงมองข้ามเฉินเฟยไปยังระยะไกล

ตอนนี้ฉวีชิงเซิงรับรู้ถึงเจตจำนงกระบี่แวบขึ้นมาในระยะไกล เนื่องจากระยะทางไกลเกินไป ฉวีชิงเซิงจึงไม่สามารถตัดสินสิ่งต่างๆจากเจตนจำนงกระบี่ได้มากนัก

แต่สถานที่แห่งนี้เป็นขอบเขตของหอกระบี่หวนคืน เจ้าของเจตจำนงกระบี่น่าจะเป็นของสมาชิกหอกระบี่หวนคืน

“เป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายของหอกระบี่หวนคืน หนึ่งในนั้นถูกร่างแยกของข้าพาออกไป ส่วนอีกคนไล่ตามข้ามา” เฉินเฟยพูดเสียงทุ้ม

“ไว้คุยกันระหว่างทาง ไม่จำเป็นต้องสู้กับอีกฝ่าย” ฉวีชิงเซิงพูดด้วยเสียงเบา

พวกเขามีระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสองคน ส่วนหอกระบี่หวนคืนไล่ตามมาเพียงลำพัง ดังนั้นไม่มีอะไรต้องกังวล แต่กระบี่ไม่มีตา และจุดประสงค์ในการออกมาครั้งนี้คือสนับสนุนเฉินเฟย

ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นขอบเขตของหอกระบี่หวนคืน แม้ร่างแยกเฉินเฟยจะล่อระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายออกไป แต่การเร่งมาที่นี่ใช้เวลาเพียงชั่วครู่

“ขอรับ!”

เฉินเฟยพยักหน้า โจวจื่อซุนจับแขนเฉินเฟย ร่างกายวูบไหวหายไป

โจวจื่อซุนฝึกเดินหนีสวรรค์ถึงขีดสุดแล้ว การบ่มเพาะยังเป็นระดับขัดกลาทวารขั้นปลาย ความเร็วท่าร่างที่แสดงในขณะนี้จึงเหนือกว่าเฉินเฟยมาก

ฉวีชิงเซิงติดตามโดยไม่เร่งรีบ รอให้เฉินเฟยอธิบายสถานการณ์

“ข้าได้คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวคืนมา คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวฉบับสมบูรณ์!” เฉินเฟยมองทั้งสองคนแล้วพูดเสียงเบา

“แครก!”

ทั้งสามเพิ่งก้าวข้ามยอดต้นไม้ ทันใดนั้นโจวจื่อซุนหยุดเท้ากะทันหัน ต้นไม้ทั้งต้นสั่นสะเทือนเล็กน้อยแล้วระเบิดเป็นผง โจวจื่อซุนหันไปมองเฉินเฟย ใบหน้าสงบเมื่อครู่กำลังมองเฉินเฟยอย่างไม่อยากเชื่อ

คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว และเป็นคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวฉบับสมบูรณ์?

ฉวีวชิงเซิงมองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจเช่นกัน คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวฉบับสมบูรณ์? ฉวีชิงเซิงมีความสุขมากตอนที่เฉินเฟยได้รับคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวสองขั้นแรกจากสำนักฉางหง

ท้ายที่สุดหลังผสานกระบี่จ้งหยวนและกระบี่วิญญาณยักษ์ จุดทวารที่เปิดได้จึงเพิ่มเป็นเก้าสิบจุดซึ่งถือเป็นวิชาระดับขัดเกลาทวารที่ไม่เลว

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่อ่อนแอกว่าสำนักโดยรอบเพราะพวกเขาระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย นี่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

แต่ตอนนี้เฉินเฟยได้รับคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวฉบับสมบูรณ์ ไม่ได้หมายความว่าแม้แต่เดินหนีสวรรค์ก็ผสานได้หรือ เช่นนั้นจุดทวารที่เปิดได้ย่อมเพิ่มขึ้น

สำหรับวิชาอื่นที่สูญหาย หากมีกำลังเพียงพอก็สามารถเรียนรู้ได้ แม้จะไม่สามารถเพิ่มจุดทวาร แต่หลังจากผสานวิชาทั้งหมด พลังของกระบวนท่าจะเพิ่มขึ้นมาก พลังต่อสู้ย่อมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ยังมีกระบี่คมดาบสังหาร กระบี่มหาฟ้าคำราม กระบี่หยกวารี สามวิชานี้ข้าได้รับฉบับสมบูรณ์เช่นกัน!” เฉินเฟยพูดต่อ

“ฟู่ม!”

เนื่องจากต้นไม้เดิมแตก ทั้งสามจึงล่อนลงพื้น หลังจากได้ยินคำพูดถัดไปของเฉินเฟย ลมปราณฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนพลันแผ่กระจาย ปราณหยวนรอบตัวสั่นไหว

รอยแตกแผ่จากเท้าของทั้งสอง แสดงให้เห็นว่าทั้งสองไม่รู้ว่าจะใช้คำใดอธิบายสภาพจิตใจของพวกเขา

“จริงหรือ?” โจวจื่อซุนพูดเสียงสั่นเทาโดยไม่สนใจเรื่องการรีบร้อนอีกต่อไป

หลังภัยพิบัติ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเหลือเพียงสามวิชา โครงร่างอย่างคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวสูญหายไปโดยสิ้นเชิง วันนี้เฉินเฟยพบสามวิชาและแม้กระทั่งโครงร่าง

ชั่วขณะหนึ่ง โจวจื่อซุนรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงแล้วเป็นเพียงภาพลวงตา

“เฉินเฟยไม่กล้าพูดตลกในเรื่องแบบนี้” เฉินเฟยส่ายหน้าแล้วพูด

“วิชาเหล่านี้พบในหอกระบี่หวนคืน?” ฉวีชิงเซิงหายใจเข้าลึกและค่อยๆกลับคืนสู่ความสงบ

ในวันธรรมดา ใบหน้าฉวีชิงเซิงแทบไม่แสดงความสุขและความโกรธเลย แต่สิ่งที่เฉินเฟยบอกนั้นน่าตกใจเกินไป แม้จะไม่สามารถมองเห็นหน้าในขณะนี้ แต่ใครๆสามารถเห็นอารมณ์ของเขาได้

“ขอรับ นอกจากร่างกระบี่เริ่มดวงดาวและเดินหนีสวรรค์ วิชาอื่นของสำนักเรารวมอยู่ในหอกระบี่หวนคืน” เฉินเฟยพยักหน้าแล้วพูด

“มีอย่างนี้ที่ไหน!”

โจวจื่อซุนตะโกนด้วยความโกรธ พอพูดจบก็รับรู้ได้ถึงลมปราณในระยะไกล ซิงซินเจาไล่ตามมาทันแล้ว