เฉินเฟยกระพริบตาปริบๆ เกิดอะไรขึ้นกับดินแดนลับนี้กันแน่ เห็นได้ชัดว่ามันถูกเก็บเกี่ยวทุกสองสามปี แต่ตอนนี้กลับมีสมุนไพรอายุมากปรากฎ
สมุนไพรที่หยิบออกมาควรเป็นสมุนไพรที่ปาข่าคิดว่าธรรมดา ปาข่าต้องซ่อนอันที่ล้ำค่ากว่านี้เอาไว้แน่
อะไรคือเหตุผลที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในดินแดนลับ วัตถุวิญญาณกลายพันธุ์ สัตว์อสูรเพิ่มขึ้น แม้แต่อายุของสมุนไพรธรรมดายังมากขึ้น
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในดินแดนลับเติบโตอย่างบ้าคลั่งราวกับได้รับยาชูกำลัง
“สมุนไพรพวกนี้ใช้ได้หรือไม่?” พอเห็นเฉินเฟยไม่ตอบ ปาข่าจึงถามอย่างสงสัย
สมุนไพรเหล่านี้ล้วนเป็นของธรรมดา แต่หากยังไม่เพียงพอปาข่าก็เริ่มสงสัยในความสามารถและแรงจูงใจของเฉินเฟย
“ใช้ได้แล้ว ข้าจะปรุงอาหารสองอย่างให้เจ้าก่อน”
เฉินเฟยอดไม่ได้ที่จะยิ้มเมื่อเห็นความหมายในสายตาปาข่า เขาหยิบสมุนไพรสองสามอย่างจากพื้นและเริ่มบดมัน
หากใช้สมุนไพรเหล่านี้ทำโอสถ ตามแผนงานของเฉินเฟย มีโอกาสหลอมมันได้สองลวดลายโอสถหรือแม้กระทั่งสามลวดลาย
แต่ตอนนี้ไม่มีเตาหลอมโอสถและปาข่าคงไม่อยากได้โอสถ ดังนั้นเขาจึงใช้มันเตรียมน้ำสมุนไพรเท่านั้น
จากมุมมองในการใช้งานของนักยุทธ์ การทำแบบนี้เป็นสิ่งสิ้นเปลืองและไม่สามารถดึงคุณสมบัติทางยาของสมุนไพรออกมาได้อย่างเต็มที่
“มีข้อห้ามเรื่องรสชาติหรือไม่?” เฉินเฟยถามด้วยรอยยิ้ม
“ข้อห้ามหรือ?”
ปาข่าตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วตระหนักได้ว่าเฉินเฟยกำลังถามว่ามีรสชาติที่ไม่ชอบหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงส่ายหัว
รสชาติของสมุนไพรดิบค่อนข้างแปลก ก่อนหน้านี้ปาข่ากินไปไม่น้อยและตอนนี้เขาเริ่มเบื่อมัน ดังนั้นปาข่าจึงถือว่าอาหารที่มีข้อห้ามเรื่องรสชาติไม่ใช่อาหาร
ปาข่าแค่อยากกินของแบบใหม่และรสชาติที่แตกต่าง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ทำข้อตกลงกับเฉินเฟย
“ได้ รอสักครู่”
เฉินเฟยพยักหน้าและผสมน้ำสมุนไพรที่บดเข้าด้วยกัน
ไม่มีเงื่อนไขในการปรุงโอสถ แต่แท้จริงแล้วความขัดแย้งและการกระตุ้นคุณสมบัติทางยายังเหมือนเดิม เว้นแต่ว่าไม่มีไฟและเตาหลอม การกระตุ้นคุณสมบัติทางยาจึงอ่อนลง
“ซือ!”
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เสียงกัดกร่อนเล็กน้อยดังขึ้น น้ำสมุนไพรสีเขียวอ่อนปรากฏในชามหินในมือเฉินเฟย เพียงแค่ดมกลิ่นก็รู้ว่าน้ำสมุนไพรมีรสชาติแปลกและไม่สอดคล้องกับการรับกลิ่นของมนุษย์
แต่น้ำสมุนไพรนี้เฉินเฟยทำขึ้นเพื่อชดเชยให้ปาข่า เพื่อสร้างความประทับใจให้กับปาข่า น้ำสมุนไพรนี้จึงได้รับการกระตุ้นอย่างแท้จริง
“เสร็จแล้ว?”
ปาข่าเดินมาด้วยความอยากรู้และสูดดมเข้าไป มีหลายอย่างคล้ายคลึงกันกับสมุนไพรที่เขามักจะกินแต่แตกต่างกันเล็กน้อย
หากบอกว่าไม่อยากรู้คงโกหก ปาข่ามองชามหินในมือเฉินเฟยด้วยความอยากลอง
“เสร็จแล้ว ลองชิมดู”
ปาข่าที่เข้ามาใกล้ทำให้ร่างกายของเฉินเฟยตึงเครียด หากไม่มั่นใจในทาร่างของตัวเอง การใกล้ชิดกับสัตว์อสูรแบบนี้ถือเป็นอันตรายถึงชีวิต
ในการประเมินความแข็งแกร่งของเฉินเฟย ปาข่ามีพลังมากกว่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูงสุดทั่วไปมาก
เฉินเฟยยังเอาชนะสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูงสุดทั่วไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงปาข่าเลย
“ข้าจะลองดู”
ปาข่าหยิบชามหินจากมือเฉินเฟยแล้วดื่มอย่างระวัง
เฉินเฟยด้านข้างพูดไม่ออก ปาข่าคนนี้ดูซื่อสัตย์และเรียบง่ายแต่กลับระวังตัวไม่น้อย แม้ปาข่าจะจัดหาสมุนไพรมาให้ทั้งหมด แต่ปาข่ายังไม่กล้าดื่มน้ำสมุนไพรในอึกเดียว
เขายังคงกลัวว่าเฉินเฟยจะใส่สิ่งแปลกปลอมลงไป
“อ่าห์...”
หลังดื่มไปเล็กน้อยสีหน้าปาข่าเปลี่ยนไปอย่างมาก พอเช็คปากเสร็จและไม่พบสิ่งผิดปกติ ปาข่าจึงดื่มน้ำสมุนไพรที่เหลือในอึกเดียว
เฉินเฟยมองด้วยรอยยิ้ม ความสามารถหลักของนักหลอมโอสถคือการหลอมโอสถ แต่ถ้าต้องการหลอมโอสถ สิ่งพื้นฐานคือการทำความเข้าใจข้อมูลสมุนไพรที่บันทึกไว้ในสูตรน้ำโอสถ
นอกเหนือจากคุณสมบัติทางยาที่สำคัญที่สุดแล้ว นักหลอมโอสถยังต้องรู้หนึ่งหรือสองอย่างของรูปลักษณ์ สภาพแวดล้อมในการเจริญเติบโต และรสชาติสมุนไพร ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับนักหลอมโอสถที่จะจับคู่สมุนไพรให้มีรสชาติตามที่ต้องการ
สิ่งที่ยากคือการทำให้รสชาติเป็นกลางได้หรือไม่ และคุณสมบัติทางยากระตุ้นซึ่งกันจนสร้างการกระตุ้นต่อมรับรสได้หรือไม่
สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องยากสำหรับนักหลอมโอสถและต้องทดสอบหลายครั้งถึงจะได้ผลลัพธ์น่าพอใจ แต่สูตรโอสถที่เฉินเฟยรู้ทั้งหมดอยู่ในระดับรู้แจ้ง ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น
“เป็นอย่างไร?”
เมื่อเห็นว่าปาข่ายังคงลิ้มรสรสชาติของน้ำสมุนไพรหลังดื่มเสร็จ เฉินเฟยเลยอดไม่ได้ที่จะถาม
อันที่จริงต่อให้ไม่ถามก็พอรู้ผลลัพธ์ได้จากการดูสีหน้าปาข่า ถ้าไม่พอใจจะแสดงสีหน้าแบบนี้ได้อย่างไร?
รูปลักษณ์ปาข่าเพียงแตกต่างจากมนุษย์ระดับหนึ่ง ตามจริงแล้วปาข่าไม่ได้แตกต่างจากมนุษย์มากขนาดนั้น
“รสชาติดี รสชาติต่างจากที่ข้ากินประจำมาก”
ปาข่าลืมตาเล็กๆขึ้นมองเฉินเฟยด้วยควาประหลาดใจ
ตอนที่เขาเห็นเฉินเฟยบดสมุนไพรแล้วเปรียบเทียบกัน ปาข่ารู้สึกผิดหวังจริงๆ การผสมสมุนไพรหลายชนิดเข้าด้วยกันมันเหมือนการกินสมุนไพรหลายอย่างพร้อมกันไม่ใช่หรือ?
บางครั้งเพื่อไล่ตามรสชาติที่แตกต่างกัน ปาข่าจะกินสมุนไพรหลายชนิดพร้อมกัน แต่มันไม่ได้อร่อยขึ้นและบางครั้งยิ่งไม่อร่อยกว่าเดิม จุดนี้ทำให้ปาข่าจำได้ขึ้นใจ
แต่ตอนนี้หลังจากดื่มน้ำสมุนไพรที่เฉินเฟยเตรียมไว้ โลกใบใหม่เหมือนจะเปิดกว้างต่อหน้าต่อตาปาข่า
รสชาติน้ำสมุนไพรแปลกมากจนยากจะแสดงออกเป็นคำพูด ตอนนี้ปาข่าไม่แสดงอาการอะไรและรู้เพียงว่าชอบน้ำสมุนไพรนี้มาก
“อร่อยก็ดีแล้ว ลองอันนี้ดู”
เฉินเฟยมอบน้ำสมุนไพรให้อีกอัน ปาข่ารับมันอย่างระวัง เขาไม่ได้ดื่มหมดในอึกเดียว ปาคายังไม่ลดความระวังเพราะความอร่อยนี้
ในดินแดนลับแห่งนี้ โดยปกติแล้วผู้ที่ไม่ระวังตัวจะถูกกินโดยวัตถุวิญญาณหรือสัตว์อสูร และสุดท้ายจะได้กลายเป็นก้อนอึ
“อ่าห์...”
หลังจิบไปสักพักปาข่าก็รู้สึกไม่สบายตัว เขารู้สึกเหมือนมีไฟพุ่งออกมาจากปาก
แต่ไฟนี้ไม่ได้ทำให้ปาข่ารู้สึกเจ็บปวด ในทางกลับกันมันทำให้เขาได้สัมผัสประสบการณ์การรับรสขั้นสุดยอดที่ระเบิดอยู่ในปาก
ถ้าเป็นชามน้ำสมุนไพรอันก่อน มันเป็นเหมือนหยดน้ำไหลเอื่อยๆซึ่งทำให้รู้สึกค้างอยู่ในคอไม่รู้จบ ชามน้ำสมุนไพรอันนี้เป็นเหมือนเปลวไฟโหมกระหน่ำ มันกระตุ้นจนผู้คนต้องกระโดดขึ้นมา
ปาข่าดื่มน้ำสมุนไพรในมืออย่างกระตือรือร้น ดวงตาเขาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ในขณะที่เขากลืนน้ำสมุนไพรซึ่งมีลักษณะคล้ายไฟลงท้อง สายตาที่มองเฉินเฟยก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
“ดูเหมือนเจ้าจะชอบรสชาตินี้เหมือนกัน”
มีรอยยิ้มบนใบหน้าเฉินเฟย มันเป็นรอยยิ้มปลางับเหยื่อแล้ว การทำสิ่งที่ชอบเท่านั้นถึงทำให้บรรลุสิ่งที่ต้องการ
ปาข่าแข็งแกร่งเกินไป เขาไม่สามารถแก้ปัญหานี้ด้วยกำลังแน่นอน
ตอนนี้เฉินเฟยใช้วิธีของนักหลอมโอสถพิชิตสัตว์อสูรทรงพลังตัวนี้ บอกได้เลยว่ามันแปลกยิ่งนัก
“ข้าชอบสองอย่างนี้มาก เจ้าทำมาเยอะๆเลยข้าจะดื่มเอง!”
ปาข่าคืนชามหินให้เฉินเฟยแล้วพูดอย่างเร่งรีบ หลังจากชิมทั้งสองรสชาตินี้ ปาข่าก็ไม่อยากกลับไปเคี้ยวสมุนไพรดิบแบบเดิมอีกต่อไป
เป็นเรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนความประหยัดสู่ความหรูหรา แต่เป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนความหรูหราสู่ความประหยัด เรื่องนี้ค่อนข้างท้าทายธรรมชาติของมนุษย์ ปาข่าไม่ใช่มนุษย์แต่ไม่อยากท้าทายสิ่งนี้เช่นกัน
“ข้าทำน้ำสมุนไพรเหล่านั้นให้เจ้าได้ ตราบใดที่เจ้าเตรียมสมุนไพรได้เพียงพอ ข้าจะทำให้เจ้าเท่าไหร่ก็ได้”
เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม หลังจากได้ยินสิ่งนี้ดวงตาปาข่าก็เป็นประกาย นี่คือชีวิตที่ดีกำลังกวักมือเรียก
อาหารคือสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยลิ้มลองแล้วจะคงความสดใหม่ไว้ในความทรงจำและน่าจดจำตลอดไป
“แต่สิ่งที่เราพูดกันก่อนหน้านี้คือข้าจะทำอาหารที่เจ้าชอบ แต่เจ้าต้องแลกเปลี่ยนสิ่งอื่นกับข้าเช่นป้ายเหล็ก”
คำพูดของเฉินเฟยเปลี่ยนเป็นเนื้อหาการแลกเปลี่ยน
สีหน้าตื่นเต้นของปาข่าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะจำได้ว่ามนุษย์ตรงหน้าตั้งใจมาทำข้อแลกเปลี่ยน น้ำสมุนไพรทั้งสองชามเมื่อครู่เป็นเหมือนของทดสอบก่อนแลกเปลี่ยน
แต่ผลการทดสอบนี้ทำให้ปาข่าพอใจมากเกินไปจนเกือบลืมตัวตนของเฉินเฟย
“พอได้ป้ายเหล็กแล้ว เจ้าจะทำอาหารอร่อยๆนั่นให้ข้าอีกไหม?” ปาข่าถามเสียงดัง
“ไม่ แต่ตอนนี้ข้าสามารถให้เจ้าได้ห้าชามด้วยสมุนไพรสองอย่าง ทั้งหมดจะรวมเป็นสิบชามซึ่งมากพอให้เจ้าดื่ม”
เฉินเฟยส่ายหัว จะใช้ป้ายเหล็กแผ่นเดียวแลกกับการทำอาหารตลอดไปได้อย่างไร คงไม่มีใครทำธุรกิจแบบนี้แน่
ปาข่าผิดหวังเล็กน้อย เขารู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นไปไม่ได้ ไม่มีของราคาถูกเช่นนี้ สิ่งสำคัญคือป้ายเหล็กอยู่ที่ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ มันเป็นเรื่องยากที่จะเอามาและอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บ
“ห้าชามน้อยเกินไป ข้าต้องได้อย่างน้อยสิบชามถึงจะยอมทำข้อตกลงนี้”
ปาข่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง มนุษย์ที่เขาดูดซับมีเศษเสี้ยวความทรงจำการต่อรองด้วย ดูเหมือนว่าต่อให้ตะโกนราคาสองเท่าก็ไม่สูญเสียแต่อย่างใด
“ได้ สิบชาม! ถึงมันจะมากไปหน่อย แต่ในฐานะสหายจึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจขนาดนั้น พวกเรามาจับมือสัญญากัน!”
เฉินเฟยจับมือปาข่าและพูดอย่างกล้าหาญ
ปาข่ามองเฉินเฟยด้วยความสับสนและมองที่มือตัวเอง หลังตะโกนราคาสองเท่าเฉินเฟยก็ตอบตกลง
แต่เพราะอะไรไม่รู้ปาข่าถึงรู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบ? แต่เห็นชัดว่าเขาได้กินน้ำสมุนไพรตั้งหลายชาม แล้วเขาจะเสียเปรียบได้อย่างไร?
หัวของปาข่าคิดตามไม่ทัน เมื่อเห็นเฉินเฟยแสดงถึงการเสียสละมากมายเพื่อสหาย เขาจึงทิ้งข้อสงสัยนี้ไป
เลือกเชื่อในความทรงจำของมนุษย์ดีกว่า ท้ายที่สุดแล้วพอตะโกนราคาสองเท่าอีกฝ่ายก็เห็นด้วย แล้วจะไม่พอใจอะไรอีก?
“ดี เจ้าปรุงน้ำสุมนไพรไปก่อน ข้าจะไปเอาป้ายเหล็กมาให้”
ปาข่าเช็ดปาก สองชามเมื่อครู่ยังไม่พอ กลับกันแล้วมันได้กระตุ้นให้เสพติดโดยสมบูรณ์ กินแค่สองชามแบบนี้จะทนได้อย่างไร
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved