“โอ้ว!”
ศิษย์ภายในรอบด้านมองภาพตรงหน้าแล้วส่งเสียงโห่ร้อง
ตอนที่หลันหยุนเฟิงเริ่มโจมตี พวกเขาคิดว่าการปะทะนี้ต้องเท่าเทียมกันแน่ เพราะคลื่นพลังที่หลันหยุนเฟิงปล่อยออกมาน่าประหลาดใจนัก
หลันหยุนเฟิงในเวลานั้นยังเหนือกว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุดในบางด้าน
แต่น่าเสียดายที่กระบี่ทรงพลังเช่นนี้แตะต้องเฉินเฟยไม่ได้เลย และเฉินเฟยยังหลบได้อย่างง่ายดาย
ไม่ว่าการโจมตีจะรุนแรงแค่ไหน หากโจมตีไม่โดนก็ไร้ประโยชน์ทั้งนั้น
มีข่าวลือว่าเฉินเฟยแข็งแกร่งด้านทักษะธนูและท่าร่าง ศิษย์หลายคนไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน สิ่งที่พวกเขาคิดคือจะแข็งแกร่งได้แค่ไหน เพราะระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับนั้นเช่นกัน
ในโลกวิถียุทธ์ ระดับบ่มเพาะคือสิ่งรับประกันพลังต่อสู้เสมอ
วันนี้พวกเขาได้เห็นธนูหนักของเฉินเฟย มันช่างเยี่ยมยิ่งนัก หากระดับขัดเกลาไขกระดูกโดนยิงสักดอกสองดอกคงได้นอนตัวแข็งอยู่บนพื้นแน่
แม้พวกเขาจะอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน แต่เก้าคนนั้นพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาไม่อาจต้านทานลูกธนูหลายดอก หากต้องการซ่อนตัวยังต้องมีท่าร่างที่ล้ำเลิศอีก
แม้สุดท้ายจะเข้าประชิดตัวได้ แต่ไม่มีใครสามารถแตะต้องเฉินเฟย ในการประลองทั้งหมดนี้เฉินเฟยชนะทั้งเก้าคนในทุกด้าน แม้แต่หลันหยุนเฟิงยังเป็นคนเดียวที่ทำให้เฉินเฟยใช้กระบี่
กระบี่เล่มนั้นทำให้หลายคนตกใจและได้เข้าใจว่าทักษะธนูของเฉินเฟยนั้นแข็งแกร่ง แต่ทักษะกระบี่ของเขาไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน บางทีอาจแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ!
หลันหยุนเฟิงได้รับการรักษาแล้ว ในบรรดาทั้งเก้าคนหลันหยุนเฟิงอาจแข็งแกร่งที่สุด แต่เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุดเช่นกัน เฉียนกวงจี๋เพียงถูกต่อยที่แก้มและหมดสติไปเท่านั้น
หลังฝึกฝนสักสองสามวันจะไม่มีปัญหาร้ายแรง
สะบักไหล่หลันหยุนเฟิงเกือบหัก ต่อให้เป็นความสามารถในการฟื้นตัวของระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน แต่คงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนถึงจะกลับเป็นปกติ
เสียทั้งค่าผลงานและแก่นเหล็ก แถมต้องใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นตัว ด้วยเหตุนี้หลันหยุนเฟิงจึงต้องทนทุกข์กับการสูญเสีย
“สิ้นสุดการประลอง เฉินเฟยเป็นผู้ชนะ!”
หรวนลู่เทาประกาศผลสุดท้าย พยักหน้าให้เฉินเฟยและหายตัวไป
บนยอดเขาสืบทอดมีศิษย์แท้จริงมากกว่าเก้าสิบคน แต่หรวนลู่เทาจำได้เพียงไม่กี่คน และเฉินเฟยได้เป็นหนึ่งในนั้น
เฉินเฟยกุมมือให้ศิษย์รอบด้านซึ่งทำให้เกิดเสียงโห่ร้องตามมา การต่อสู้ครั้งนี้เปิดเผยชื่อเสียงของเฉินเฟยอย่างสมบูรณ์ ข่าวลือก่อนหน้ารุนแรงพอกับสถานการณ์พลิกกลับ
เฉินเฟยเดินเข้าห้องโถงสืบทอดและรับของเดิมพัน
ตอนที่วางเดินพันเมื่อวาน ทุกคนต้องฝากของเดิมพันไว้ที่ห้องโถงสืบทอดเพื่อไม่ให้ใครกลับคำพูด
ในเวลานี้เฉินเฟยกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะรับรอง พอเห็นกระเป๋าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยวัตถุวิญญาณ ใบหน้าเขาก็แสดงรอยยิ้มอย่างควบคุมไม่ได้
ไม่ใช่ว่าเฉินเฟยไม่มั่นคงแต่เพราะของเดิมพันมีมากเกินไป แต่ละคนจะให้วัตถุวิญญาณหนึ่งชิ้น เช่นเฉียนกวงจี๋ให้วัตถุวิญญาณสองชิ้นบวกกับบ่อหยวนหลิงของตระกูลอู๋หนึ่งวัน
นอกจากวัตถุวิญญาณ ยังมีค่าผลงานอีกเก้าหมื่นคะแนน
ค่าผลงานที่เฉินเฟยเคยได้มากที่สุดมีไม่ถึงหมื่นคะแนนและยังใช้มันหมดหลังจากได้รับไม่นาน
จนถึงวันนี้เฉินเฟยยังเป็นหนี้ค่าผลงานเฟิงซิวผู่ไม่น้อยด้วย
“ขอแสดงความยินดีกับศิษย์น้องเฉินด้วย”
ศิษย์พูดด้วยรอยยิ้ม พอมองวัตถุวิญญาณบนโต๊ะ เขาต้องโกหกแน่ถ้าบอกว่าไม่อิจฉา แต่เฉินเฟยได้รับวัตถุวิญญาณเหล่านี้ด้วยความสามารถของตัวเอง ซึ่งศิษย์ดูแลชื่นชมเฉินเฟยในเรื่องนี้มาก
หนึ่งต่อเก้า สู้แบบวงล้อโดยไม่หยุดพัก ผลลัพธ์คือคู่ต่อสู้ถูกบดขยี้จนหมดสิ้น แม้ศิษย์ดูแลจะพบเจอศิษย์แท้จริงหลายคน แต่คนอย่างเฉินเฟยหายากยิ่งนัก
“ขอบคุณ!”
เฉินเฟยกุมมือ เก็บวัตถุวิญญาณแล้วออกจากห้องโถงสืบสวนกลับไปที่บ้านยอดเขาสืบทอด
เฉินเฟยประเมินว่าด้วยวิธีสร้างกระบี่กึ่งวิญญาณของสำนัก วัตถุวิญญาณที่มีคงมากเกินพอแล้ว อย่างมากแค่ต้องหามาเพิ่มอีกสองสามอย่าง แต่ด้วยค่าผลงานที่มีจึงสามารถไปแลกที่หอสมบัติได้
“กระบี่วิญญาณเกือบทั้งหมดในสำนักล้วนสร้างด้วยตัวเอง ในสองวันนี้ต้องไปแลกวิธีหลอมจากนั้นค่อยไปลองทำ”
เฉินเฟยคิดกับตัวเองและวางแผนทำในอีกไม่กี่วัน
เฉินเฟยฟื้นคืนความสงบและวางแผนเรื่องกระบี่กึ่งวิญญาณ ในเวลาเดียวกันนี้สำนักภายในยังคงพูดถึงเรื่องสนามประลองอย่างคึกคัก
เมื่อเวลาผ่านไป การสนทนานี้ยิ่งแพร่กระจายมากขึ้น เหล่าศิษย์ภายในที่ไม่มีอะไรทำหรือไม่สนใจใคร่รู้เรื่องนี้ก็ถูกบังคับให้รู้ผลการประลองจากการสนทนารอบข้าง
ไม่ใช่แค่ผลการประลองแต่รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นการประลอง
การประลองครั้งนี้เฉินเฟยชนะอย่างหมดจดจนทำให้ผู้คนตื่นเต้นและตกใจในเวลาเดียวกัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้คนอยากพูดคุยเรื่องนี้
แม้กระทั่งบางคนยังเริ่มคิดอย่างจริงจังว่าควรเรียนรู้ทักษะธนูด้วยหรือไม่ ท้ายที่สุดแล้วหากโจมตีจากระยะไกลได้ เมื่อลงมือแบบกลุ่มจะสามารถซ่อนตัวในระยะไกลได้ด้วย ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็คุ้มค่า
สำนักภายในพูดคุยกันอย่างคึกคัก และการสนทนาเหล่านี้เริ่มแพร่กระจายไปยังยอดเขาสืบทอด
ตอนที่เฉินเฟยยอมรับการท้าทายล่วงหน้า ศิษย์แท้จริงบางก็เริ่มสังเกตเห็นเรื่องนี้โดยเฉพาะศิษย์แท้จริงหลายคนที่มีระดับบ่มเพาะเดียวกับเฉินเฟย
อย่างไรคนส่วนใหญ่เคยได้เห็นทักษะธนูของเฉินเฟย จึงไม่มีใครคิดว่าเฉินเฟยจะแพ้
อย่างมากสุดตอนที่ได้ยินว่าเฉินเฟยกำลังจะสู้กับเก้าคน เพียงรู้สึกว่าเฉินเฟยมั่นใจเกินไปหน่อย
ผลคือสู้หนึ่งต่อเก้าโดยไม่ได้รับบาดเจ็บจากการ ตามจังหวะนี้คาดว่าเอาชนะอีกหลายคนก็ไม่มีปัญหา
ไม่ใช่แค่ศิษย์แท้จริงที่เพิ่งเลื่อนตำแหน่งที่รู้เรื่องนี้ ศิษย์แท้จริงที่เลื่อนตำแหน่งในปีก่อนรู้ผลการประลองนี้เช่นกัน และพวกเขาเริ่มให้ความสนใจศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายคนนี้แล้ว
ในอีกไม่กี่เดือนจะถึงช่วงครึ่งปี อันดับศิษย์แท้จริงจะถูกจัดขึ้นใหม่ ด้วยความสามารถที่เฉินเฟยแสดงให้เห็นคงไม่มีใครกล้าท้าทายเฉินเฟย แต่เฉินเฟยจะท้าทายอันดับที่สูงกว่าแน่นอน
ในเวลานั้นทุกคนจะกลายเป็นคู่ต่อสู้ นั่นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะให้ความสนใจเขา
เช้าตรู่วันที่สาม เฉินเฟยมาที่หอตำรา หลายคนเห็นเฉินเฟยก็พยักหน้าให้ เฉินเฟยตอบรับพวกเขาเช่นกัน
หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยออกจากหอตำราพร้อมกับเคล็ดเก็บกระบี่ฉบับคัดลอก
เคล็ดเก็บกระบี่เป็นวิธีหลอมกระบี่วิญญาณของสำนัก
เคล็ดเก็บกระบี่ไม่ใช่วิธีหลอมเหล็กขึ้นรูป กลับกันแล้วมันเป็นวิชายุทธ์ อุ่นบำรุงใบกระบี่จนเลื่อนเป็นใบกระบี่ของอาวุธกึ่งวิญญาณ และสุดท้ายกลายเป็นอาวุธวิญญาณ
กระบวนการนี้ค่อนข้างยาก สุดท้ายเป้าหมายคืออาวุธวิญญาณ ตอนที่เฉินเฟยอ่านในหอตำราได้พบว่าหากต้องการใช้เคล็ดเก็บกระบี่สร้างกระบี่วิญญาณ มันต้องใช้วัตถุวิญญาณมากกว่ากระบี่วิญญาณธรรมดา
ต้องใช้มากกว่าสามส่วนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หรือแม้กระทั่งมากกว่าครึ่งหนึ่ง
แต่ถึงอย่างนั้นเคล็ดเก็บกระบี่ยังได้รับความนิยมในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เพราะกระบี่วิญญาณที่สร้างด้วยเคล็ดเก็บกระบี่จะเชื่อมโยงกับหัวใจและวรยุทธ์ของผู้ที่สร้างมันโดยสมบูรณ์
ตราบใดที่ทำสำเร็จ กระบี่วิญญาณจะปรับปรุงความสามารถของผู้สร้างโดยไร้ซึ่งอุปสรรคทันที
แน่นอนว่าหากมีแค่นี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก หลังจากใช้อาวุธวิญญาณเป็นเวลานาน อาวุธวิญญาณจะปรับตัวเข้ากับคลื่นพลังของนักยุทธ์จนกระทั่งสามารถใช้งานได้งานมันคล่องแคล่ว
มีส่วนสำคัญอีกอย่างที่ทำให้หลายคนเลือกเคล็ดเก็บกระบี่ นั่นคือเคล็ดเก็บกระบี่มีโอกาสสูงที่จะสร้างกระบี่วิญญาณ
ตราบใดที่ฝึกฝนเคล็ดเก็บกระบี่จนเชี่ยวชาญและเต็มใจลงทุนกับมัน อาจพูดไม่ได้ว่าจะสร้างกระบี่วิญญาณได้แน่นอน แต่มันเกือบจะสร้างได้อย่างแน่นอน
การหลอมกระบี่มีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการหลอมโอสถ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีอาวุธกึ่งวิญญาณมากมายเหมือนกับจี้หยกที่เฉินเฟยครอบครองอยู่
จี้หยกมีวัสดุเพียงพอแน่นอน แต่คงหลอมไม่ถูกวิธีเลยทำให้กลายเป็นอาวุธกึ่งวิญญาณ
จินตนาการได้เลยว่าโอกาสสำเร็จมีความสำคัญแค่ไหน
“ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสร้างได้แค่อาวุธกึ่งวิญญาณ แต่นั่นเพียงพอสำหรับข้าแล้ว พอทะลวงระดับขัดเกลาทวารเมื่อไหร่ค่อยไปหาวัตถุวิญญาณมาปรับปรุงให้เป็นกระบี่วิญญาณ!”
ในระหว่างทาง เฉินเฟยอ่านเคล็ดเก็บกระบี่อย่างละเอียดหลายครั้งจนกระทั่งเข้าใจ ในเวลาเดียวกันเคล็ดเก็บกระบี่ได้ปรากฏบนแผงระบบ
เฉินเฟยปิดตำราเคล็ดเก็บกระบี่และมองห้องโถงสืบทอดซึ่งอยู่ไม่ไกล เขาเข้าไปในห้องโถงในพริบตาและเดินมาที่โต๊ะรับรอง
“ศิษย์น้องเฉินมีอะไรหรือ?” ศิษย์ดูแลมองเฉินเฟยอย่างสงสัย
“ข้าอยากถามอะไรบางอย่าง”
เฉินเฟยลดเสียงให้เบาลง “บนยอดเขาสืบทอด สามารถขอให้สร้างบ่อน้ำพุร้อนที่บ้านได้หรือไม่?”
“บ่อน้ำพุร้อน?” ศิษย์ดูแลตกใจ
“ใช่ ทำได้หรือไม่?”
เฉินเฟยยิ้ม เขาต้องการน้ำเดือดเพื่อฝึกสยบมังกรคชรสารและไม่อยากต้มตัวเอง ดังนั้นจึงทำได้เพียงพึ่งน้ำพุร้อน
สิ่งที่สำคัญคือเฉินเฟยไม่อยากไปฝึกฝนที่โรงเตี๊ยม
ท้ายที่สุดแล้วปราณหยวนบนยอดเขาสืบทอดหนาแน่นกว่าซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบ่มเพาะ มันไม่ค่อยประหยัดนักหากเฉินเฟยต้องไปโรงเตี๊ยมด้านล่างเพื่อฝึกฝน
“บนยอดเขาสืบทอดมีข้อจำกัดพิเศษซึ่งเป็นเหตุผลที่ปราณหยวนหนาแน่น ดังนั้นไม่สามารถขุดร่องน้ำเป็นพิเศษได้”
เฉินเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย หรือต้องไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อฝึกสยบมังกรคชสารให้ถึงระดับรู้แจ้งก่อนแล้วค่อยกลับมาฝึกอย่างอื่น?
“บนยอดเขาสืบทอดมีบ่อน้ำพุร้อนเช่นกัน แต่อยู่บนยอดเขาไม่ใช่ทางครึ่งยอดเขา หากศิษย์น้องเฉินต้องการบ่อน้ำพุร้อน เจ้าต้องเป็นเลื่อนอันดับของตัวเอง ข้าจำได้ว่าบ้านบนยอดเขาของสิบอันดับแรกมีบ่อน้ำพุร้อน”
ศิษย์ดูแลให้กำลังใจ เขาคิดว่าเฉินเฟยต้องการบ่อน้ำพุร้อนเพราะชอบแช่น้ำพุร้อน เรื่องนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ ทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองชอบ
การแช่น้ำพุร้อนเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย
“สิบอันดับแรก?”
เฉินเฟยก้มหน้าไตร่ตรอง เฉินเฟยต้องการท้าทายศิษย์แท้จริงอันดับสูง ไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียงแต่เพื่อทรัพยากรของสำนัก
ยิ่งอันดับสูง ทรัพยากรยิ่งมาก
เฉินเฟยต้องการก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การแข่งขันย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ เส้นทางยุทธ์ก็เป็นเช่นนี้ ต้องสู้เพื่อตัวเองทุกอย่าง!
แต่ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ แม้เฉินเฟยจะท้าทายแต่ศิษย์แท้จริงคนอื่นอาจไม่ยอมรับ เว้นแต่จะใช้ข้อต่อรองที่อีกฝ่ายยากจะปฏิเสธ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved