ตอนที่ 104 เติมปราณหยวนเข้าร่างกาย

เฉินเฟยขมวดคิ้ว เดินไปวางมือบนข้อมือฉือเต๋อเฟิงอย่างอยากรู้ ระดมพลังจิตใจตามวิธีคำธิบายอาวุธวิญญาณพร้อมกับพลังตัวเองใส่เข้าไปในร่างฉือเต๋อเฟิง

ครู่ต่อมา เฉินเฟยเหมือนพบเมล็ดพลังในช่องท้องฉือเต๋อเฟิง

พลังนี้ไม่ใช่ของตัวเฉือเต๋อเฟิงเอง แต่ในเวลานี้มันยึดกับเนื้อโดยรอบอย่างเหนียวแน่น แม้แต่พลังของฉือเต๋อเฟิงยังเข้าไปเกี่ยวพันด้วย

ภายใต้การมองด้วยพลังจิตใจ เมล็ดนี้ดูค่อนข้างบอบบาง หากไม่ใช้วิธีพิเศษในการเอาออกแล้วอาศัยพลัง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะตัดมันจากฉือเต๋อเฟิง

หากตัดมันออก พลังในร่างฉือเต๋อเฟิงจะได้รับความเสียหายอย่างมาก จากการคำนวนของกัวหลินซาน ระดับบ่มเพาะของเขาจะลดไปหนึ่งระดับ แม้กระทั่งร่างกายอาจไม่ดีเท่าระดับขัดเกลากล้ามเนื้อ

แต่ถ้าไม่จัดการมัน เมล็ดนี้จะดูดกลืนเลือดลมไปเสริมพลังให้กับตัวเอง ซึ่งเท่ากับการตายอย่างช้าๆ

ตัดสินจากสิ่งที่เกิดขึ้นในหอแดงมัวเมาก่อนหน้านี้ เมล็ดนี้ถูกควบคุมโดยไป๋ซิงฮุ่ยอย่างสมบูรณ์ หากนางต้องการฆ่าฉือเต๋อเฟิงเพียงแค่ควบคุมเมล็ดนี้ให้ระเบิด ต่อให้ฉือเต๋อเฟิงไม่ตายก็ต้องพิการ

“สุดยอด!”

ครู่ต่อมาเฉินเฟยลืมตาขึ้นแล้วลูบขมับ เมล็ดนี้สุดยอดจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย เพียงโครงสร้างก็ไม่น่าใช่ของวิชาลับระดับต่ำ

เพียงแค่ไม่รู้ว่าไป๋ซิงฮุ่ยทำด้วยตัวเองเองหรือเป็นผู้หญิงในหอแดงมัวเมาใช้วิชาลับนี้แล้วคอยออกคำสั่ง

“เป็นอย่างไร?” กัวหลินซานถาม

“ข้าแก้ไขไม่ได้เช่นกัน”

เฉินเฟยส่ายหน้า สีหน้าฉือเต๋อเฟงมืดมนโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกที่โดนผู้อื่นควบคุมและคนควบคุมยังเป็นโสเภณีเป็นสิ่งที่รับไม่ได้จริงๆ

สิ่งสำคัญคืออีกฝ่ายอวดรถม้า แต่เขาเป็นคนจ่ายเงินทั้งหมด

“บังคับแก้ไขโดยตรงเถอะ มากสุดเพียงระดับถดถอย ข้าไม่มีความหวังในเส้นทางยุทธ์อยู่แล้ว” ฉือเต๋อเฟิงยิ้มอย่างเข้มแข็ง

“ไม่ต้องห่วง อีกสองสามวันข้าจะลองใหม่”

เฉินเฟยยิ้มแล้วโบกมือ “เจ้าลองไปหาผู้เฒ่าซือที่บ้านด้านข้างดู บางทีเขาอาจช่วยได้”

ดวงตาฉือเต๋อเฟิงเป็นประกาย เมื่อพิจารณาถึงความลึกลับของผู้ควบคุมความประหลาดแล้ว บางทีเขาอาจมีวิธีแก้ไข

คิดได้ดังนั้นฉือเต๋อเฟิงจึงรีบบอกลาเฉินเฟยและจากไป

ฉือเต๋อเฟิงไม่ได้ไปบ้านด้านข้างทันที แต่ไปถนนเพื่อซื้อของขวัญ โดยเฉพาะขนมที่เด็กชอบกินแล้วค่อยไปหา

ครึ่งชั่วยามต่อมา ฉือเต๋อเฟิงกลับมา ความมืดมนก่อนหน้านี้หายไปจากใบหน้า

“แก้ไขได้จริงหรือ?”

พอกัวหลินซานเห็นสีหน้าฉือเต๋อเฟิงจึงพูดอย่างแปลกใจ นักควบคุมความประหลาดคนนั้นเชี่ยวชาญด้านพลังจิตใจเพียงนี้เชียว?

“ยังแก้ไขไม่ได้ แต่ผู้เฒ่าซือใช้วิชาลับผนึกมันไว้แล้ว” ฉือเต๋อเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม

“อยู่ได้นานแค่ไหน?”

เฉินเฟยพูดอย่างอยากรู้ การผนึกนี้ยังคงเป็นการผนึกไว้ในร่างมนุษย์ นั่นจึงเป็นเรื่องยากที่จะรักษาไว้ตลอดไป

“สามเดือน หลังจากนี้สามเดือนผู้เฒ่าซือให้ข้าไปหาอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นเขาจะผนึกได้อีกสองเดือน”

“การปิดผนึกจะยากขึ้น” กัวหลินซานพยักหน้า การผนึกนี้เป็นวิธีการประคองอาการแต่ไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุ

“ผู้เฒ่าซือบอกว่าหากสุดท้ายยังแก้ไขไม่ได้ เขาสามารถจะช่วยกำจัดเมล็ดนี้ให้ ระดับยังคงถอยหลัง แต่ยังพอทรงตัวอยู่ในระดับหลอมกระดูกได้”

ฉือเต๋อเฟิงยิ้มกว้าง ตราบใดที่ไม่ตกถึงระดับขัดเกลากล้ามเนื้อโดยสมบูรณ์ฉือเต๋อเฟิงก็พอรับได้

“ดี! ช่วงนี้เจ้าคงปลอดภัยไปอีกสักพัก ในอีกไม่กี่วันข้าจะรีบฝึกพลังจิตใจ แล้วค่อยมาดูอีกทีว่ามีวิธีอื่นหรือไม่” เฉินเฟยยิ้ม ปัญหาส่วนใหญ่ถูกแก้ไขแล้ว

แต่เพียงส่วนใหญ่เท่านั้น คนร้ายไป๋ซิงฮุ่ยยังคงอยู่อย่างปลอดภัยในหอแดงมัวเมา

มันรู้สึกแย่ยิ่งนักที่ต้องสูญเสียอย่างโง่เขลาแต่กลับเอาคืนไม่ได้ สิ่งสำคัญคือไป๋ซิงฮุ่ยอยู่ในเมืองเซียนเมฆาและมีผู้คุ้มกันสองสามคนอยู่ข้างนาง

การดักตีบนถนนเป็นเรื่องยากและทำให้เกิดผลกระทบเลวร้าย คาดว่าหอแดงมัวเมาจะโจมตีกลับเต็มกำลังเช่นกัน

สุดท้ายแล้วพวกเขาไปทำร้ายคนของพวกเขาแต่ยังอยู่ต่อในเมืองเซียนเมฆา หากหอแดงมัวเมาไม่ตอบโต้ คนอื่นคงดูหมิ่นแดงมัวเมา

เมื่อถึงเวลานั้นหอแดงจะลงมือทำอย่างเต็มที่จนสั่นสะเทือน

ดังนั้นเรื่องนี้จึงใช้เป็นบทเรียนและต้องกลืนมันด้วยตัวเอง

เฉินเฟยกัดฟันคิดเรื่องเมล็ดในร่างฉือเต๋อเฟิง เขามีความคิดอยู่ในใจแต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ เฉินเฟยต้องมีความสามารถในการควบคุมพลังจิตใจละเอียดอ่อนกว่านี้

ฉือเต๋อเฟิงอยู่ในเมืองเซียนเมฆา ส่วนเฉินเฟยและกัวหลินซานกลับไปที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

“อาจารย์ ศิษย์ขอเข้าพบ!”

เฉินเฟยมาที่ลานบ้านเฟิงซิวผู่แล้วกุมมือตะโกน

“เข้ามา”

เฟิงซิวผู่ในลานบ้านมองเฉินเฟยเดินเข้ามา เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “เจ้าสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสามหรือยัง?”

“ข้าฝึกสำเร็จแล้ว”

เฉินเฟยพยักหน้า การปลุกคุณสมบัติพิเศษกำลังมหาศาลทำให้ร่างเฉินเฟยใหญ่ขึ้นเล็กน้อย กล้ามเนื้อเขาดูแข็งแกร่งและแสดงรูปชัดขึ้น

“ดี!”

เมื่อเห็นเฉินเฟยปลุกคุณสมบัติพิเศษได้เฟิงซิวผู่จึงหัวเราะเสียงดัง แม้เฉินเฟยจะบอกว่าสามารถฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสามให้สำเร็จได้ภายในวันนี้ แต่เฟิงซิวผู่ค่อนข้างไม่มั่นใจนัก

ไม่มีอะไรอื่นนอกจากเร็วเกินไปซึ่งค่อนข้างเกินจริง

“มานี่ ข้าจะอธิบายพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่ให้เข้าฟัง” เฟิงซิวผู่กวักมือ เฉินเฟยรีบนั่งบนเก้าอี้หิน

ใช้เวลาเกือบสองชั่วยาม เฟิงซิวผู่กังวลว่าเฉินเฟยจะพลาดบางส่วน ดังนั้นเขาจึงอธิบายพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่สองครั้งถึงจะหยุด

“หากมีข้อสงสัยเจ้าสามารถถามได้ทันที” เฟิงซิวผู่พูดอย่างอดทน

“ข้าไม่มีข้อสงสัย ขอบคุณท่านอาจารย์ที่มอบวิชายุทธ์นี้!” เฉินเฟยลุกขึ้นโค้งคำนับ

[วิชายุทธ์: พลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่(1/12000)]

ความชำนาญเพิ่มขึ้นสองเท่าเมื่อเทียบกับขั้นสาม แต่สำหรับเฉินเฟย โอสถเส้นลมปราณจะทำให้เขาฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่ให้สำเร็จได้ภายในสิบวัน

เมื่อถึงเวลานั้น ตั้งตารอได้เลยว่าพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่จะช่วยเพิ่มพลังภายในได้อย่างไร

เฟิงซิวผู่ยิ้มและโบกมือให้เฉินเฟยนั่งลง

“การฝึกยุทธ์เป็นเหมือนการแล่นเรือทวนกระแสน้ำ หากเจ้าไม่ก้าวหน้าก็จะถอยหลัง เจ้าต้องจำสิ่งนี้ไว้ให้ดี” เฟิงซิวผู่เตือนเพราะกลัวว่าคนหนุ่มจะชะล่าใจ

“ศิษย์เข้าใจแล้ว”

เฉินเฟยพยักหน้า นึกถึงสิ่งที่กัวหลินซานพูดเรื่องคุณสมบัติพิเศษก่อนหน้านี้จึงรีบขอคำแนะนำจากเฟิงซิวผู่ “อาจารย์ คุณสมบัติพิเศษจากวิชายุทธ์ของเรามีเวลาจำกัด ข้าได้ยินจากศิษย์พี่กัวว่าบางคนสามารถเพิกเฉยข้อจำกัดนี้แล้วใช้ได้ตลอดเวลา?”

นั่นเทียบเท่ากับการเปลี่ยนจากวิชาใช้งานเป็นแบบติดตัว ไม่จำเป็นต้องใช้งานเอง เพียงแค่โจมตีออกไปก็เป็นรายได้เลือด[1]

“ระดับปรับแต่งร่างกายทำสิ่งนี้ไม่ได้ มากสุดเพียงยืดเวลาออกไป หากจะทำตามสิ่งที่เจ้าพูดจำเป็นต้องอยู่ในระดับขัดเกลาทวาร”

เฟิงซิวผู่ส่ายหัว “ระดับขัดเกลาทวารสามารถใช้พลังจิตใจเสริมพลังคุณสมบัติพิเศษในจุดทวารได้”

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกาย การทำสิ่งนี้เป็นไปได้จริง แต่หากพูดถึงจุดทวาร สิ่งยังเร็วเกินไปสำหรับเฉินเฟย

“เมื่อเจ้าชำนาญคำอธิบายอาวุธวิญญาณจะสามารถใช้พลังจิตใจได้เล็กน้อย หากเจ้าพบอันตรายและต้องการยืดเวลาคุณสมบัติพิเศษ เจ้าสามารถใช้พลังจิตใจไปเพิ่มมันได้”

เฟิงซิวผู่มองเฉินเฟยและพูดด้วยสีหน้าจริงจัง: “แต่จงจำไว้ หากไม่จำเป็นจงอย่างใช้วิธีนี้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นมันจะกระทบจิตใจได้ง่าย เมื่อจิตใจได้รับบาดเจ็บมันจะทำให้ยากต่อการทะลวงระดับในอนาคต”

เฟิงซิวผู่บอกกล่าว การสอนเคล็ดลับใช้งานไม่ใช่เรื่องยาก เฉินเฟยสามารถเรียนรู้ได้ในครั้งเดียว

เดิมทีเฟิงซิวผู่ไม่อยากพูดถึงวิธีนี้ แต่บางครั้งผู้คนจะต้องพบกับอันตรายหรือแม้กระทั่งอันตรายถึงชีวิต ในเวลานั้นมไต้องสสัยเลยว่าไม่จำเป็นต้องพูดถึงอนาคต

ในเวลานั้นการดิ้นรนอย่างสิ้นหวังย่อมดีกสว่าอยู่รอความตาย

ครึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยออกจากลานบ้านเฟิงซิวผู่และกลับไปที่บ้านตัวเอง

สิ่งที่ทำอย่างแรกคือนำสมุนไพรที่ฉือเต๋อเฟิงส่งมาให้ในตอนเช้าหลอมเป็นโอสถเหนือสามัญ และความชำนาญโอสถทะยานเนินเขาเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน

จากนั้นเฉินเฟยเริ่มกินโอสถเส้นลมปราณและฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดอย่างบ้าคลั่ง

สามชั่วยามต่อมา เฉินเฟยใช้เวลาที่เหลือวาดแผนผังคำอธิบายอาวุธวิญญาณ

นอกจากการกินและขับถ่าย เฉินเฟยไม่หยุดพักผ่อนเลยตั้งแต่เย็นจนกระทั่งถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ฉือเต๋อเฟิงมาหาแล้วหยุดอยู่ที่ชั่วขณะ

ฉือเต๋อเฟิงจากไป วันนี้สีหน้าฉือเต๋อเฟิงดีขึ้นมาก รอยคล้ำใต้ตาหายไปและกลับเป็นปกติ

หลังมอบโอสถและรับสมุนไพร เฉินเฟยก็ออกไปเดินรอบสำนัก หลังจากโล่งใจแล้วเขาจึงกลับบ้านมาฝึกต่อ

ฝึกฝนไม่หยุดแบบนี้ทั้งกลางวันและกลางคืน เฉินเฟยใช้เวลาสามวันสามคืนจนกระทั่งคำอธิบายอาวุธวิญญาณถึงระดับรู้แจ้ง

เฉินเฟยลูบลูกปัดเก็บปราณหยวนในมือ ภาพลวงตาในใจของเขาแวบขึ้นมา ลูกปัดเก็บปราณหยวนกลายเป็นวงกลมแสงปิดล้อมเฉินเฟย

จิตใจเฉินเฟยสั่งการ ปราณหยวนในวงแสงพุ่งเข้าร่างเฉินเฟย

วงกลมแสงที่เกิดจากลูกปัดเก็บปราณหยวรแตกเป็นเสี่ยงๆ ภาพรอบตัวเฉินเฟยกลับเป็นปกติ

เฉินเฟยไม่ตั้งใจจะให้ความสนใจกับสิ่งอื่น ในเวลานี้เขาฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่อย่างบ้าคลั่ง กลั่นปราณหยวนในร่างกายทีละส่วนและเปลี่ยนให้เป็นพลังภายใน

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยลืมตาขึ้น มองระบบด้วยรอยยิ้ม

พลังภายในเพิ่มขึ้นมากกว่าห้าร้อยคะแนน

พลังจิตใจส่วนใหญ่ถูกใช้ไป ในขณะเดียวกันลูกปัดเก็บปราณหยวนเหมือนกลายเป็นลูกปัดไม้แห้งเหี่ยว

เฉินเฟยใช้คำอธิบายอาวุธวิญญาณระดับรู้แจ้งกระตุ้นความสามารถลูกปัดเก็บปราณหยวนให้ถึงขีดสุด ผลคือปราณหยวนส่วนหนึ่งถูกดูดซับมาเหมือนกาลักน้ำ[2]

ลูกปัดเก็บปราณหยวนไม่ได้รับความเสียหาย เฉินเฟยยังดูดซับปราณหยวนไปส่วนหนึ่งและใช้จิตใจน้อยลง เป็นการทำเงินได้มากมายนัก พลังภายในที่เพิ่มขึ้นเป็นข้อพิสูจน์ได้ดี

แต่การเติมปราณหยวนเข้าร่างกายแบบนี้ย่อมมีขีดจำกัด ไม่นานนักเฉินเฟยก็รู้สึกว่าฐานร่างกายอ่อนแอลง อย่างไรแล้วเขายังอยู่ในระดับหลอมกระดูกเท่านั้น ร่างกายจึงแข็งแกร่งไม่มากพอ

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉือเต๋อเฟิงมาตามกำหนด

“เจ้าต้องการแก้แค้นหรือไม่?” เฉินเฟยถามด้วยรอยยิ้ม

“แก้แค้นใคร?”

“ไป๋ซิงฮุ่ย!”

[1]รายได้เลือด ทำงานเล็กน้อยได้กำไรมาก

[2]กาลักน้ำ ถ่ายเทของเหลวจากที่สูงลงไปสู่ที่ต่ำอย่างต่อเนื่องโดยผ่านตัวกลาง