“หยูฉุนเจิ้ง ไม่นึกเลยว่าพวกเจ้าสำนักฉางหงกล้าทรยศเรา!”
ถังจือฉือตวัดกระบี่วิญญาณป้องกันการโจมตีจากรอบตัว สีหน้าเขามืดมนลง โดยเฉพาะตอนมองใครบางคนดวงตาก็เต็มไปด้วยความเย็นชา
ในเวลานี้บนภูเขามีระดับขัดเกลาทวารเจ็ดคนของสำนักกระบี่เซียนเมฆา พวกเขามาที่นี่เนื่องด้วยภารกิจ ผลลัพธ์คือถูกสำนักเพลิงเทพซุ่มโจมตี
ระดับขัดเกลาทวารเจ็ดคนล้วนเป็นสายตรงของสำนักกระบี่เซียนเมฆา ไม่ใช่ผู้ฝึกตนทั่วไปที่แปรพักตร์เข้าร่วมสำนัก พูดอีกอย่างคือหากระดับขัดเกลาทวารเจ็ดคนนี้ตาย สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะเสียหายอย่างหนัก
โดยเฉพาะถังจือฉือซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย เขามีโอกาสทะลวงระดับรวมทวารในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากเขาตาย มันจะเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของสำนักกระบี่เซียนเมฆา
หยูฉุนเจิ้งจากสำนักฉางหงไม่พูดอะไรและยังคงโจมตีคนของสำนักกระบี่เซียนเมฆาต่อไป ในที่นี้มีระดับขัดเกลาทวารจากสำนักเพลิงเทพมากกว่าสิบคน แม้จะมีถังจือฉืออยู่ด้วย มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่คนของสำกระบี่เซียนเมฆาจะถูกล้อมสังหาร
วงล้อมแคบลง สำเพลิงเทพคอยกลืนกินคนสำนักกระบี่เซียนเมฆาให้ตายไปอย่างช้าๆ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่มีโอกาสที่คนทั้งเจ็ดของสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะรอดไปได้
หลูเจิ้นหยวนจากสำนักเพลิงเทพยิ้มอย่างชั่วร้าย คราวนี้การร่วมมือกับสำนักฉางหงบรรลุผลเกินความคาดหมาย สำหรับสำนักฉางหงที่ไม่สามารถแฝงตัวอยู่ใกล้สำนักกระบี่เซียนเมฆาได้อีก นั่นไม่สำคัญเลย
ความไว้วางใจสำนักอื่นของสำนักกระบี่เซียนเมฆาอยู่ในระดับปานกลาง การตัดสินใจสำคัญหลายอย่างไม่เคยหารือกับสำนักอื่น
อย่างไรแล้วนั่นถือเป็นเรื่องปกติ ท้ายที่สุดหากเจ้าไม่ใช่คนของข้าย่อมไม่ใช่พวกเดียวกัน
กระบี่วิญญาณในมือถังจือฉือส่องแสง เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์มาถึงช่วงเวลาลำบากที่สุด แต่สีหน้าถังจือฉือเริ่มสงบลงจนกระทั่งความโกรธเกรี๊ยวก่อนหน้านี้หายไป
หลูเจิ้นหยวนขมวดคิ้ว พลังจิตวิญญาณรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ เมื่อกำลังจะสั่งโจมตีถังจือฉือเต็มกำลัง ทันใดนั้นลมปราณปั่นป่วนได้ปรากฏห่างออกไปร้อยหมี่
สีหน้าหลูเจิ้นหยวนเปลี่ยนไปทันที เขาหันไปมองและเห็นระดับขัดเกลาทวารยี่สิบคนกำลังเข้าปิดล้อมจากทุกทาง
ระยะร้อยหมี่ไม่ถือว่าเป็นระยะห่างสำหรับระดับขัดเกลาทวาร พอหลูเจิ้นหยวนรู้ตัวอีกที คนเหล่านั้นก็ปิดล้อมพวกเขาหมดแล้ว
สีหน้าคนสำนักเพลิงเทพเปลี่ยนไปอย่างมาก หยูฉุนเจิ้งมองไปรอบตัวอย่างไม่อยากเชื่อ เหตุใดคนมากมายของสำนักกระบี่เซียนเมฆาจึงอยู่ที่นี่?
หลูเจิ้นหยวนหันไปมองหยูฉุนเจิ้งโดยคิดว่าสำนักฉางหงแอบวางแผนต่อต้าน แต่พอเห็นสีหน้าหยูฉุนเจิ้งจึงรู้ว่าอีกฝ่ายไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้
“พอมาถึงตอนนี้ พวกเราสามารถคุยกันดีๆได้แล้ว!”
สีหน้าถังจือฉือเย็นชา ครู่ต่อมากระบี่ยักษ์ยาวสิบหมี่ฟันใส่หลูเจิ้นหยวน ภูเขาทั้งลูกหายไปพร้อมกับเสียงโครมคราม การโต้กลับได้เริ่มขึ้นแล้ว
ห่างไปหลายสิบลี้ ในตึกโม่หยาง ขณะที่เฉินเฟยกำลังฝึกฝนโดยไม่มีอะไรรบกวน ทันใดนั้นก็ได้รับแจ้งว่าสามารถกลับไปได้แล้ว
หัวใจเฉินเฟยต้นรัวเล็กน้อย เขาเข้าใจว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาลงมือ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องแสดงตัวอยู่ที่นี่อีก
เฉินเฟยไม่รอช้า ร่างกายวูบไหววิ่งไปที่ประตูภูเขาของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
เดินหนีสวรรค์ถึงระดับสมบูรณ์ ความเร็วท่าร่างของเฉินเฟยจึงเพิ่มขึ้น แม้แต่ระดับขัดเกลาก็ไม่อาจมองเห็นเฉินเฟยได้ชัดเจน
ในบรรดาสำนักรอบเมืองเซียนเมฆา ไม่มีใครในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสามารถแข่งขันกับเฉินเฟยด้านความเร็ว เว้นแต่อีกฝ่ายจะมีอาวุธวิญญาณที่ช่วยเพิ่มความเร็ว
มีเพียงตั้งแต่ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางที่สามารถคุกคามเฉินเฟยได้
เปิดจุดทวารสามสิบหกจุด หลังเข้าสู่ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง จุดทวารสามสิบหกจุดจะเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นพลังที่สามารถรวบรวมได้จึงแข็งแกร่งกว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น
นี่คือความต่างระหว่างทหารและกองทัพ เป็นเหตุผลว่าทำไมพลังต่อสู้ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางจึงแข็งแกร่งกว่าขั้นต้นอย่างมาก
โดยปกติแล้วเฉินเฟยยังไม่สามารถไร้เทียมทานด้วยระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น ท้ายที่สุดระดับขัดเกลาทวารก็มีกลอุบายมากมาย แต่ด้วยเดินหนีสวรรค์ระดับสมบูรณ์จึงทำให้เฉินเฟยสามารถอยู่ต่อหรือหลบหนีได้ตามต้องการ
หากสามวันก่อนเฉินเฟยบรรลุเดินหนีสวรรค์ระดับสมบูรณ์ ฟางเจ๋อฮวาทั้งสามจะไม่สามารถสกัดกั้นเฉินเฟยได้เลย เพราะช่องว่างด้านท่าร่างของทั้งสองฝ่ายนั้นใหญ่เกินไป
หลังกลับมาถึงสำนัก เฉินเฟยเข้าพบเจ้าสำนักฉวีชิงเซิงทันทีและได้พบว่าผู้อาวุโสทั้งหมดมารวมตัวกันที่ห้องโถงหลัก
ฉวีชิงเซิงพยักหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นเฉินเฟย ผู้อาวุโสคนอื่นก็เช่นกัน
เฉินเฟยเข้ามายืนด้านข้างเฟิงซิ่วผู่และขอคำแนะนำจากอาจารย์ผ่านสายตา
“สำนักฉางหงทรยศและเข้าร่วมกับสำนักเพลิงเทพ เดิมทีพวกเขาต้องการปิดล้อมสังหารระดับขัดเกลาทวารทั้งเจ็ดของสำนักกระบี่เซียนเมฆา แต่สำนักกระบี่เซียนเมฆาใช้ประโยชน์จากจุดนี้เข้าปิดล้อมระดับขัดเกลาทวารหลายสิบคนของสำนักเพลิงเทพแทน” เฟิงซิวผู่อธิบาย
สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย ช่างเป็นการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยมจริง ระดับรวมทวารของสำนักกระบี่เซียนเมฆาเคยถูกวซุ่มโจมตีจนทำให้สำนักเสื่อมถอยลง คราวนี้พวกเขาคว้าโอกาสนี้เพื่อคืนสิ่งที่โดนกระทำ
แน่นอนว่าคุณค่าของระดับขัดเกลาทวารหลายสิบคนเทียบไม่ได้กับระดับรวมทวารคนเดียว ไม่ว่าคำนวนอย่างไรสำนักเซียนเมฆาก็เสียเปรียบ
แต่การสูญเสียระดับขัดเกลาทวารนับสิบเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเพลิงเทพเช่นกัน ระดับขัดเกลาทวารของสำนักเพลิงเทพดีไม่เท่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาและส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกตนทั่วไป
ครั้งนี้ระดับขัดเกลาทวารหลายสิบตายพร้อมกันในคราวเดียว การเปรียบเทียบความแข็งแกร่งระหว่างนิกายเพลิงเทพกับสำนักกระบี่เซียนเมฆาจึงไม่สมดุลทันที นอกจากพลังต่อสู้สูงสุดของสองสำนักซึ่งยังเท่าเทียมกัน ในด้านอื่นสำนักเพลิงเทพล้วนด้อยกว่า
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสำนักโดยรอบส่วนใหญ่ที่อยู่ฝั่งสำนักกระบี่เซียนเมฆา พูดได้ว่าหลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ สถานการณ์ของสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะดีขึ้นทันที
“นอกจากคนที่ต้องอยู่ในสำนัก คนที่เหลือจงตามข้าไปสำนักฉางหง!”
หลังพูดจบ ฉวีชิงเซิงออกจากห้องโถงหลักไปก่อนและตามมาด้วยเหล่าผู้อาวุโส
“สำนักฉางหงถูกสำนักกระบี่เซียนเมฆาปิดล้อมที่ประตูภูเขา ถงจ้งชิวคอยหยุดเจี่ยนจิ้นเซิงเอาไว้ ตอนนี้ระดับขัดเกลาทวารของสำนักเพลิงเทพด้อยกว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆามาก พวกมันไม่มีโอกาสชนะ” เฟิงซิวผู่พูดเสียงต่ำ
“ดังนั้นสำนักกระบี่เซียนเมฆาจึงขอให้พวกเราหลายสำนักร่วมกันทำลายสำนักฉางหง?” เฉินเฟยเลิกคิ้วเล็กน้อย
กลยุทธ์ของสำนักกระบี่เซียนเมฆาชัดเจนมาก พวกเขาจะคอยหยุดสำนักเพลิงเทพและให้สำนักอื่นจัดการสำนักฉางหง หลายสำนักไม่กล้าลงมือกับสำนักเพลิงเทพ แต่สำนักฉางหงย่อมมีการต่อต้านน้อยกว่า
ท้ายที่สุดนั่นคือการเผชิญกับสำนักเพลิงเทพโดยตรง มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
“ใช่ หลังจากทำลายสำนักฉางหงพวกเราจะได้รับส่วนแบ่งห้าส่วน ส่วนที่เหลือถูกส่งมอบให้สำนักกระบี่เซียนเมฆา” เฟิงซิวผู่พยักหน้า
“ข้าต้องอยู่ที่สำนักหรือตามไปด้วย?” เฉินเฟยถามเสียงต่ำ
“เจ้าไปด้วย”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ เฟิงซิวผู่ก็มองเฉินเฟยด้วยสายตาแปลกๆ วันนี้เฟิงซิวผู่ได้รู้ว่าเฉินเฟยสังหารนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นต้นในระดับเดียวกันสามคนด้วยตัวเอง
ฟางเจ๋อฮวา หยูเสี่ยวหลิน ซาอิงซือ ชื่อใดบ้างที่ไม่เป็นที่รู้จักในเมืองเซียนเมฆา คนเหล่านี้เป็นผู้โดดเด่นที่ทะลวงระดับขัดเกลาทวารในช่วงสิบปีที่ผ่านมา
สามคนปิดล้อมเฉินเฟย แต่เฉินเฟยฆ่าพวกเขาเป็นการตอบแทน ในสามคนนี้ไม่มีใครรอดมาได้
เฟิงซิวผู่สับสนมากเมื่อได้ยินเรื่องนี้จากเจ้าสำนักฉวีชิงเซิว
ทุกคนที่รู้ล้วนจำได้ว่าเฉินเฟยทะลวงระดับเมื่อปีก่อน หากคนที่ไม่รู้ได้ยินข่าวนี้ก็อาจคิดว่าเฉินเฟยเป็นผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นกลาง
ครั้งก่อนที่เฉินเฟยหนีจากระดับขัดเกลาทวารสามคนของสำนักเพลิงเทพได้ ตอนนั้นเฟิงซิวผู่เต็มไปด้วยความรู้สึกมีความสุข โชคดีที่ท่าร่างของเฉินเฟยไปถึงระดับหนึ่งแล้ว
หากไม่ใช่เพราะท่าร่าง เกรงว่าตอนนั้นเฉินเฟยคงตกอยู่ในอันตราย
ตอนนี้เพิ่งผ่านมาไม่กี่เดือน เฉินเฟยเปลี่ยนจากหลบหนีเป็นฆ่านักยุทธ์สามคนของสำนักโดยไม่เหลือใครไว้เลย เรื่องแบบนี้มันต่างกันมากเกินไป
แม้แต่เฟิงซิวผู่ซึ่งเป็นอาจารย์ของเฉินเฟยยังไม่สามารถแยกแยะจริงเท็จของเรื่องนี้ได้พักหนึ่ง
เรื่องนี้มีเพียงเจ้าสำนักชิงเซิงและเฟิงซิวผู่เท่านั้นที่รู้ พวกเขาไม่ได้บอกผู้อาวุโสคนอื่นเพื่อปกป้องเฉินเฟย
วันนี้เมื่อฉวีชิงเซิงจัดให้เฉินเฟยไปสำนักฉางหงด้วย คนอื่นๆก็ประหลาดใจเล็กน้อย อย่างไรก็ตามฉวีชิงเซิงให้เหตุผลว่าเฉินเฟยต้องออกไปเห็นชีวิตและความตายถึงจะเติบโตขึ้น
สงครามสำนักมักโหดร้ายอย่างยิ่ง แต่ความโหดร้ายนี้อยู่กับสำนักฉางหงมากกว่า สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ศาลาเฉินสุ่ย และหอเป๋ย์โต่วเกือบส่งระดับขัดเกลาทวารออกไปแปดส่วน
ระดับขัดเกลาทวารเหล่านี้มากกว่าสำนักฉางหงมาก ไม่ว่าค่ายกลประตูภูเขาของสำนักฉางหงจะปกป้องได้ขนาดไหนก็ไม่สามารถทนต่อกลยุทธ์ฝูงชนจำนวนมากเช่นนี้
ดังนั้นแม้การบ่มเพาะเฉินเฟยจะไม่สูง แต่ความปลอดภัยของเขาไม่มีปัญหา
“เจ้าฝึกกระบี่จ้งหยวนไปไกลแค่ไหนแล้ว?” เฟิงซิวผู่ถาม
ครั้งล่าสุดเฟิงซิวผู่รู้เพียงว่าความก้าวหน้าเดินหนีสวรรค์ของเฉินเฟยเทียบเท่ากับตัวเอง ดังนั้นจึงไม่ได้ถามเรื่องกระบี่จ้งหยวน
ในความคิดของเฟิงซิวผู่ หลังจากเฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวาร เขาอาจเรียนวิชาเดินหนีสวรรค์และใช้กลยุทธ์เดิมเหมือนตอนเป็นระดับปรับแต่งร่างกาย เมื่อชนะไม่ได้จะต้องวิ่งให้เร็วพอ
แต่ทุกวันนี้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่หนึ่งคนฆ่าระดับขัดเกลาทวารสามคนโดยใช้เดินหนีสวรรค์ จะทำแบบนั้นได้ต่อเมื่อฝึกกระบี่จ้งหยวนถึงระดับสูงเท่านั้น
“ลูกปัดกระบี่สี่สิบเม็ด ข้ายังปรับปรุงลูกปัดกระบี่อีกเล็กน้อย”
ขณะที่เฉินเฟยพูดก็เหยียดมือขวาออก ไหมกระบี่สีดำเข้ามาพันระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้
ใบหน้าเฟิงซิวผู่แข็งค้าง แม้ไหมกระบี่จะไหลผ่านเพียงครู่เดียว แต่เฟิงซิวผู่รับรู้ได้ถึงความคมของมันอย่างชัดเจน
ด้วยลูกปัดกระบี่สี่สิบเม็ดและยังเปลี่ยนลูกปัดกระบี่เป็นไหมกระบี่ได้ หากเฟิงซิวผู่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับเฉินเฟย ผลที่ตามมาคือเขาอาจถูกฆ่า
สำหรับความชำนาญกระบี่จ้งหยวนที่มีลูกปัดดาบสี่สิบเม็ด ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่มีใครบรรลุจุดนี้ตอนอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นเหมือนเฉินเฟย แม้แต่ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางยังมีผู้อาวุโสเพียงคนเดียวที่ทำได้
เฉินเฟยเข้าใจกระบี่จ้งหยวนได้ขนาดนี้ด้วยเวลาเพียงปีกว่า ไม่แปลกใจเลยที่สามคนนั้นจากสำนักฉางหงไม่อาจหลบหนีไปได้
เฟิงซิวผู่ทั้งมีความสุขและเหงา
มีความสุขที่คิดถูกเรื่องเฉินเฟย ความเข้าใจของเฉินเฟยสูงมากจนโดดเด่น ระดับขัดเกลาทวารเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการผงาดของเฉินเฟย!
ส่วนความเหงานั้นคือเส้นทางยุทธ์ของตัวเอง ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved