ตอนที่ 258 ความเข้าใจ

เฉินเฟยมองข้อความแจ้งเตือนบนแผงระบบ ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในใจ หากระบบสามารถเก็บศิลาหยวน แสดงว่าต้องใช้ศิลาหยวนทำให้วิชายุทธ์เป็นแบบง่ายได้

เพราะช่วงที่ผ่านมาระบบเก็บเพียงตำลึงเงินอย่างเดียวและไม่สนใจสิ่งอื่น วันนี้ศิลาหยวนทำให้ระบบเกิดการเปลี่ยนแปลง

เฉินเฟยนั่งเงียบไม่ตกลงกับข้อความแจ้งเตือนของระบบทันที แม้เขาจะสงสัยว่าการใช้ศิลาหยวนทำให้วิชายุทธ์เป็นแบบง่ายได้หรือไม่ก็ตาม

แต่เฉินเฟยกังวลมากกว่าเดิม หากเก็บศิลาหยวนแบบนี้ ในอนาคตระบบจะหยุดรับตำลึงเงินหรือเปล่า?

ตำลึงเงินใช้ซื้อของได้หลายอย่าง แต่มีบางสิ่งซื้อด้วยตำลึงได้ยากและสามารถซื้อด้วยราคาพิเศษเท่านั้น แต่การใช้ศิลาหยวนไม่ต้องซื้อด้วยราคาพิเศษและยังใช้ซื้อของได้หลายสิ่ง

เห็นได้ชัดว่าการหาเงินของเฉินเฟยทำได้ง่ายกว่าการหาศิลาหยวน เหตุผลหลักคือเฉินเฟยไม่รู้ว่าจะหาศิลาหยวนได้จากไหนแต่เขามีวิธีหาเงิน

เฉินเฟยครุ่นคิดและเพิกเฉยข้อความแจ้งเตือน เว้นแต่ว่าวันหนึ่งจะพบวิธีได้รับศิลาหยวนอย่างมั่นคง เฉินเฟยจะพยายามเก็บศิลาหยวนเอาไว้

ไม่อย่างนั้นหากระบบเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยจะทำให้เป็นง่ายด้วยการใช้ศิลาหยวนเท่านั้น หลังจากนั้นเฉินเฟยคงต้องใช้เงินที่หามาอย่างยากลำบากแลกเปลี่ยนศิลาหยวนในราคาพิเศษที่อาจมากขึ้นสองสามส่วน หรือแม้แต่สี่ส่วนซึ่งนั่นจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่

เดิมทีคิดว่าเงินน้อยเกินไป ตอนนี้ยังเพิ่มระดับความยากให้ตัวเองอีกเพราะเงินไม่พอ

เฉินเฟยเพิกเฉยระบบแล้วโคจรวิชากระบี่จ้งหยวนดูดซับปราณหยวนในศิลาหยวน เพียงครู่เดียวเฉินเฟยก็พบประโยชน์ของศิลาหยวน

เมื่อเทียบกับจุดทวารดูดซับปราณหยวนโดยรอบ ปราณหยวนในศิลาหยวนสมบูรณ์กว่าและดูดซับได้ง่าย การดึงปราณหยวนจากศิลาหยวนไม่ต้องใช้พลังจิตวิญญาณมากนัก

หนึ่งชั่วยามต่อมา เมื่อศิลาหยวนบนมือแตกเป็นผง เฉินเฟยลืมตาขึ้นด้วยความคิดบางย่าง การบ่มเพาะด้วยศิลาหยวนเทียบเท่ากับการบ่มเพาะสองวันของเฉินเฟย

“ถ้ามีศิลาหยวนมากพอ...”

เฉินเฟยหายใจเข้าลึก ความคิดนี้น่าตื่นเต้นมากจนเฉินเฟยไม่กล้าคิดเรื่องนี้อีก

หยิบโอสถหลิงเสวี่ยออกมาแล้วอ้าปากกิน ฤทธิ์ยาพลุ่งพล่านในร่างกาย เฉินเฟยใช้พลังหยวนห่อหุ้มมันแล้วโคจรวิชากระบี่จ้งหยวน

ครึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยลืมตาขึ้นและรู้สึกว่าร่างกายอิ่มเอม นี่เป็นภาพลวงตาเล็กน้อยที่เกิดจากการระดับบ่มเพาะก้าวหน้า

โอสถหลิงเสวี่ยมีผลมากกว่าศิลาหยวน ที่สำคัญกว่านั้นการบ่มพาะด้วยศิลาหยวนต้องใช้พลังจิตวิญญาณจำนวนหนึ่ง

แต่การบ่มเพาะด้วยโอสถหลิงเสวี่ยเพียงแค่หล่อเลี้ยงพลังจิตวิญญาณไปพร้อมกัน

ไม่น่าแปลกใจที่คนอื่นใช้ศิลาหยวนซื้อโอสถ เมื่อเปรียบเทียบทั้งสองอย่างนี้ เห็นได้ชัดว่าการกินโอสถคุ้มค่ากว่า

ทรัพยากรหนึ่งเดือนถูกใช้หมด มันช่วยเฉินเฟยประหยัดเวลาบ่มเพาะสี่ห้าวัน เป็นผลลัพธ์ที่ได้ชัดเจนมาก แต่น่าเสียดายที่หนึ่งเดือนได้เพียงเท่านี้ หากอยากได้เพิ่มต้องพึ่งพาตัวเอง

สุดท้ายสำนักสามารถให้ความช่วยเหลือได้เพียงเล็กน้อย

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉือเต๋อเฟิงมาที่บ้านเฉินเฟย เป็นเฉินเฟยที่บอกให้ฉือเต๋อเฟิงมาหา

ฉือเต๋อเฟิงควบคุมตัวเองเล็กน้อย แม้เขากับเฉินเฟยจะมีประสบการณ์ร่วมกันมากมายและเดินทางจากอำเภอผิงหยินมาที่เมืองเซียนเมฆาด้วยกัน แต่เมื่อวานนี้พอได้ยินว่าเฉินเฟยกลายเป็นผู้แข็งแกร่งขัดกลาทวาร ระยะห่างก็ปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัว

มันไม่เกี่ยวอะไรกับความตั้งใจเดิมของฉือเต๋อเฟิง แต่ภาพจำของผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารในใจเขาลึกล้ำและห่างไกลเกินไป

ฉือเต๋อเฟิงมีความสุขมากที่เฉินเฟยกลายเป็นระดับขัดเกลาทวาร แต่การควบคุมตัวเองนั้นไม่อาจขจัดให้หมดในเวลาอันสั้น

“วันนี้ข้าเรียกเจ้ามาเพราะมีเรื่องสำคัญจะบอก”

ทั้งสองนั่งอยู่ตรงข้ามกัน หลังจากพูดคุยกันสักพักเฉินเฟยก็พูดด้วยรอยยิ้ม

“เป็นเรื่องหลอมโอสถในอนาคตใช่ไหม?” ฉือเต๋อเฟิงถามเสียงต่ำ

คิ้วเฉินเฟยเลิ่กขึ้นเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่าฉือเต๋อเฟิงคาดเดาสิ่งที่เขาจะพูดได้ แต่ดูแล้วน่าจะเป็นเรื่องปกติ ฉือเต๋อเฟิงอยู่ในตลาดมืดของอำเภอผิงหยินซึ่งมีเทพผีปีศาจ

ดังนั้นสิ่งที่ฉือเต๋อเฟิงชำนาญมากสุดคือการสังเกตอารมณ์และเข้าใจความคิดของผู้คน

สิ่งที่ทำให้เฉินเฟยกับฉือเต๋อเฟิงพูดคุยกันมากที่สุดในเวลานี้คือการขายโอสถ นี่เป็นเรื่องเดียวที่เฉินเฟยจะพูดอย่างจริงจัง

“ช่วงนี้ปริมาณโอสถจะเหมือนเดิม แต่เมื่อเวลาผ่านไปปริมาณโอสถจะลดลง” เมื่อเห็นว่าฉือเต๋อเฟิงเดาจุดประสงค์ได้เฉินเฟยจึงพูดโดยตรง

โอสถระดับปรับแต่งร่างกายทำเงินได้มากมายและเฉินเฟยยังคงต้องการเงินเช่นกัน เว้นแต่เขาจะพบวิธีอื่นที่สร้างรายได้เร็วขึ้น

แต่เป็นไปไม่ได้ที่เฉินเฟยจะหลอมโอสถเหล่านี้ต่อไป สุดท้ายสิ่งต่างๆย่อมเปลี่ยนแปลง ในอนาคตหากมีการขายโอสถระดับขัดเกลาทวารก็ไม่จำเป็นต้องให้ฉือเต๋อเฟิงนำไปขาย

นอกจากนี้การให้ฉือเต๋อเฟิงนำโอสถแบบนั้นไปขายมีแต่จะทำให้ตกอยู่ในอันตราย ต่อให้มีสัญลักษณ์ของสมาคมนักหลอมโอสถก็อาจไม่มีประโยชน์เพราะโอสถมีค่าเกินไป

“ข้าเข้าใจ”

ฉือเต๋อเฟิงยิ้ม ดูเหมือนฉือเต๋อเฟิงจะพิจารณาสิ่งที่เฉินเฟยพูดแล้ว

เมื่อเห็นเฉินเฟยมองด้วยความประหลาดใจจึงอดยิ้มไม่ได้ “ต่อให้เจ้าไม่พูดวันนี้ ข้าก็รู้อยู่แล้วว่ามันต้องเกิดขึ้นสักวัน และส่วนแบ่งจากเจ้าก็ทำให้ข้ามีเงินมากมาย ถ้ามีมากกว่านี้ข้าคงกังวลเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง”

เฉินเฟยหัวเราะอย่างโง่เขลา เขากังวลว่าฉือเต๋อเฟิงจะไม่สามารถยอมรับได้ ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินฉือเต๋อเฟิงต่ำไป ฉือเต๋อเฟิงซึ่งเป็นระดับหลอมกระดูกมีเงินหลายหมื่นตำลึง นั่นเพียงพอที่เขาจะใช้ไปตลอดชีวิต

ตอนนี้เฉินเฟยยังทะลวงระดับขัดเกลาทวารอีก เขาจึงกลายมาเป็นผู้สนับสนุนของฉือเต๋อเฟิง

ด้วยโชคลาภเล็กน้อยของฉือเต๋อเฟิง คงมีเพียงไม่กี่คนที่ยอมเสี่ยงลงมือกับฉือเต๋อเฟิง แต่หากฉือเต๋อเฟิงยังทำเงินต่อไปจนมีเงินมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นคงพูดได้ยากว่าไม่มีใครลงมือ

หลังทำข้อตกลงกับฉือเต๋อเฟิงเกี่ยวกับสมุนไพรสำหรับวันพรุ่งนี้ ฉือเต๋อเฟิงก็ออกไปจากสำนัก

เฉินเฟยยืนอยู่ในลานบ้าน มองพระอาทิตย์ขึ้นด้วยรอยยิ้ม ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ดี แต่เฉินเฟยต้องการให้เป็นเรื่องดีเช่นนี้ตลอดไป ดังนั้นเขาจึงไม่อาจหยุดบ่มเพาะ

ร่างเฉินเฟยวูบไหวหายไปจากลานบ้าน เมื่อปรากฏอีกครั้งก็อยู่หน้าห้องโถงสืบทอด

เมื่อเหล่าศิษย์ดูแลเห็นเฉินเฟยก็รีบกล่าวทักทาย วันนี้สถานะของเฉินเฟยต่างไปจากเมื่อวานมาก

หลังจากนั้นไม่นานโจวฉุนซานผู้นำห้องโถงสืบทอดก็ปรากฏตัว เขาพูดคุยกับเฉินเฟยสองสามคำก่อนจะพาไปยังสถานที่สืบทอด

เมื่อผ่านอุโมงค์ยาวและเข้าไปในถ้ำใหญ่ เฉินเฟยเห็นแผ่นศิลาเหล่านั้นอีกครั้ง

“ตอนนี้เจ้าทะลวงระดับขัดเกลาทวารแล้ว วิชาหลักของเจ้าคือกระบี่จ้งหยวน การใช้วิชากระบี่จ้งหยวนดูดซับปราณหยวนจะดีกว่าเดินหนีสวรรค์”

โจวฉุนซานเตือนเฉินเฟย

การฝึกวิชายุทธ์ต้องแบ่งลำดับ หากมีคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว แน่นอนว่าสามารถฝึกร่วมกันได้โดยตรงเพราะลำดับจะเหมือนกัน แต่ตอนนี้ไม่มีคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวที่ช่วยพยุง ดังนั้นลำดับจึงสำคัญมาก

เฉินเฟยใช้วิชากระบี่จ้งหยวนทะลวงระดับขัดเกลาทวาร ร่างกายเขาได้ปรับให้เข้ากับกฎบางอย่างของกระบี่จ้งหยวนและทำให้ดูดซับปราณหยวนได้ง่ายขึ้น

“ขอบคุณผู้อาวุโสโจวสำหรับคำเตือน!” เฉินเฟยกุมมือ

เดินไปหน้าศิลาเดินหนีสวรรค์ เฉินเฟยเหลือบมองโจวฉุนซาน เห็นโจวฉุนซานพยักหน้าจึงวางมือลงบนศิลา

แผ่นศิลาสั่นเล็กน้อย เนื้อหาของวิชาเริ่มไหลเข้าทะเลจิตสำนึก

เมื่อเทียบกับตอนที่สืบทอดวิชามรดก เฉินเฟยทำได้เพียงยอมรับมันอย่างอดทน จิตใจของเขาว่างเปล่าเกือบตลอดเวลา แต่ตอนนี้ที่เฉินเฟยรับวิชามรดกอีกครั้ง เขามีสติอย่างชัดเจนและเฝ้ามองความรู้ที่ไหลเข้าทะเลจิตสำนักอย่างสงบ

เฉินเฟยยังมีเวลาเริ่มอ่านและทำความเข้าใจวิชาโดยตรง ในขณะที่รับวิชามรดกเขาจึงเริ่มเข้าใจ

การสืบทอดวิชายุทธ์หยุดลงหลังผ่านไปครึ่งชั่วยาม เมื่อมองที่แผงระบบก็เห็นว่ามีเดินหนีสวรรค์เพิ่มเข้ามา

เฉินเฟยยืนนิ่งอยู่ที่เดิม นึกถึงส่วนสำคัญของเดินหนีสวรรค์และเริ่มโคจรพลังหยวนในร่างกาย ครู่ต่อมา ร่างเฉินเฟยหายไปและปรากฏที่ปลายถ้ำอีกด้าน

ภาพติดตาเฉินเฟยยังเหลืออยู่บางส่วนบนกลางอากาศ ผ่านไปหนึ่งลมหายใจภาพติดตาเหล่านี้จึงหายไป

โจวฉุนซานด้านข้างมองเฉินเฟยใช้เดินหนีสวรรค์ได้อย่างง่ายดายด้วยสายตาประหลาดใจ นั่นหมายความว่าเฉินเฟยที่เพิ่งสืบทอดวิชามรดกเข้าใจวิธีการของวิชานี้แล้ว

เพื่อให้บรรลุจุดนี้ย่อมขาดพลังจิตวิญญาณและความเข้าใจไม่ได้

แต่พอจำได้ว่าเฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวารด้วยเวลาปีกว่า หากไม่มีความเข้าใจและพลังจิตวิญญาณเช่นนี้คงไม่สามารถบรรลุจุดนี้

เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะทะลวงระดับขัดเกลาทวารหรือเป็นเพราะการดูดซับพลังจากหมู่บ้านหมี่

เฉินเฟยพบว่าความเข้าใจของตัวเองดีขึ้นกว่าเดิมมาก

ในอดีตเฉินเฟยต้องใช้ระบบเพื่อเพิ่มความชำนาญอย่างรวดเร็ว แต่วันนี้อ่านเดินหนีสวรรค์ครั้งแรกก็สามารถเริ่มต้นได้อย่างรวดเร็วด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตามส่วนที่ง่ายที่สุดของวิชาย่อมเป็นขั้นต้น ไม่ว่าภายหลังจะรักษาความเร็วในการฝึกฝนได้หรือไม่ นั่นขึ้นอยู่กับความเข้าใจดีแค่ไหน

ในสายตาคนอื่น ความเข้าใจของเฉินเฟยเกินจริงอย่างยิ่ง เขาใช้เวลาสามเดือนในการเชี่ยวชาญกระบี่จ้งหยวนบทขัดเกลาอวัยวะภายใน นี่คือความเข้าใจสูงสุดในบรรดาศิษย์สำนักแล้ว

เฉินเฟยเงยมองแผ่นศิลาอื่น มีวิชามรดกอื่นอีกหลายชุดแต่เฉินเฟยยังไม่ต้องการวิชาเหล่านั้น เขาต้องการเพิ่มความชำนาญเดินหนีสวรรค์กับกระบี่จ้งหยวนก่อน

หลังจากนั้นค่อยหาวิธีประกอบคัมภีร์กระบีเริ่มดวงดาว

สิบวันต่อมา ในลานบ้านเฉินเฟย เฉินเฟยกลายเป็นภาพติดตาวูบไหวไปทุกมุมของลานบ้าน หลังจากนั้นครู่หนึ่งภาพติดตาก็หายไป เฉินเฟยนั่งอยู่บนเก้าอี้หิน หยิบชาบนโต๊ะขึ้นมาดื่มช้า

ความเข้าใจของเฉินเฟยดีขึ้นจริงๆ ในสิบวันนี้ความเร็วในการฝึกเดินหนีสวรรค์เทียบได้กับกระบี่จ้งหยวน แต่หลังจากความเร็วในการฝึกก็ช้าลง แต่กระบี่จ้งหยวนยังคงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นเพราะระบบ

นั่นคือสถานการณ์ของนักยุทธ์ส่วนใหญ่ที่ฝึกวิชา ความเข้าใจไม่ล่าช้าถือเป็นเรื่องผิดปกติ

หากไม่มีทางเลือกเฉินเฟยจะฝึกทีละขั้นตามปกติ แต่เฉินเฟยมีระบบ แล้วทำไมต้องลำบากเหมือนคนอื่นด้วย เพราะยิ่งก้าวหน้าเท่าไหร่ยิ่งฝึกยาก!

“ต้องทำให้เป็นแบบง่าย!”

เฉินเฟยเงยหน้าเล็กน้อย มันต้องใช้ทั้งการทำงานหนักและความพยายาม ดังนั้นต้องเลือกอันที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า

เพียงแค่เงินในกระเป๋าน่าอึดอัดไปหน่อย!