ตอนที่ 251 เจ้าไม่คู่ควร

ฉวีหยวนเอินมองหน้ากันด้วยสายตาหวาดกลัว พวกเขาเป็นมือสังหารที่เพิกเฉยชีวิตคนอื่นแต่หวงแหนชีวิตตัวเองอย่างยิ่ง

เฉินเฟยเหมือนมือสังหารยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก หากพูดอะไรไม่สอดคล้องฆ่าทันที รู้ว่านั่นเป็นการแสดงพลังแต่มันทำให้พวกเขาตกใจอยู่ดี และพวกเขายังไม่อยากตาย

“หากพวกเราบอกทุกอย่าง เจ้าจะปล่อยพวกเราไปหรือไม่?” มีคนถามด้วยเสียงแผ่วเบา

“อาจจะ” เฉินเฟยคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ

อาจจะ?

พวกฉวีหยวนเอินตัวสั่น คำตอบนี้คลุมเครือเหมือนไม่ได้ตอบ หลังจากนี้พวกเขาจะรอดหรือไม่รอดขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเฉินเฟย

แต่ถ้าจะให้ปากแข็งไม่พูดอะไร พวกเขาคงไม่กล้าทำแบบนั้น

“มีคนตั้งภารกิจในหอพิรุณโดยไม่ต้องการให้แม่นางหรวนกลับไปเมืองฉินไห่ ค้าจ่างของงานนี้สูงมาก ดังนั้นคนที่รับงานจึงมารวมกันอยู่ที่นี่หมดแล้ว” ฉวีหยวนเอินกัดฟันพูด

ในสถานการณ์ปกติสิ่งเหล่านี้ต้องเก็บเป็นความลับและห้ามให้ใครรู้นอกจากมือสังหารที่รับภารกิจ แต่ชัดเจนว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ปกติ

ชีวิตของตัวเองตกอยู่ในอันตราย กฎย่อมไม่สำคัญเท่าชีวิตตัวเอง

“หากให้เงินมากพอ หอพิรุณจะทำงานต่อแม้จะมีระดับขัดเกลาทวารเข้ามาเกี่ยวข้อง?”

เฉินเฟยถามด้วยความสนใจ ตระกูลหรวนใช้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดกับงานนี้เลยหรือเปล่า?

“ใช่ ภารกิจยังคงดำเนินต่อไปแม้จะมีระดับขัดเกลาทวาร เพราะเป้าหมายคือแม่นางหรวนไม่ใช่ระดับขัดเกลาทวาร” ฉวีหยวนเอินอธิบาย

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย เป้าหมายของภารกิจคือหรวนเฉียวจวิน แม้ได้รับการคุ้มครองจากระดับขัดเกลาทวารแต่การฆ่าง่ายกว่าการปกป้อง

วิธีฆ่าไม่ได้มีเพียงการโจมตีซึ่งหน้า หากพวกเขารู้ล่วงหน้าว่าเฉินเฟยเป็นระดับขัดเกลาทวาร พวกเขาคงไม่ใช้วิธีลอบสังหารแบบนั้นแต่จะเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่น

น่าเสียดายที่พวกเขาเพิ่งมารู้ตอนนี้ว่าเฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาทวาร ด้วยข้อมูลที่ขาดความสมบูรณ์จึงทำให้การลอบสังหารเป็นเรื่องตลกและยังทำให้ทุกคนติดอยู่ที่นี่

สีหน้าหรวนเฉียวจวินเศร้าหมองเมื่อได้ยินคำพูดฉวีหยวนเอิน ภารกิจยังคงดำเนินต่อไปแม้นางจะได้รับการคุ้มครองจากระดับขัดเกลาทวาร เป็นคนในตระกูลเดียวกันทำไมถึงได้โหดร้ายเช่นนี้!

ฉู่หลันรู้สึกถึงความเศร้าของหรวนเฉียวจวินจึงเดินเข้ามายืนใกล้ๆ ฉู่เหวินเหนียนถอนหายใจ นี่คือตระกูลใหญ่ ตราบเท่าที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ความรักในครอบครัวย่อมไม่อาจเป็นเหตุผลขัดขวางไม่ให้พวกเขาลงมือ

“แกว้กแกว้ก!”

เสียงนกดังขึ้น นกตัวหนึ่งบินวนอยู่ในอากาศ

เฉินเฟยเงยหน้ามอง นกเหมือนถูกบางสิ่งดึงและลอยต่ำลงเรื่อยๆ ไม่ว่ามันจะกระพือปีกแค่ไหนก็ไม่สามารถหยุดร่างกายตัวเองไม่ให้หล่นลง

“มีข้อมูลใหม่!” ฉวีหยวนเอินพูดอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด ฉวีหยวนเอินกลัวว่าเฉินเฟยจะไม่พอใจและพวกเขาจะตายทันทีโดยไม่ได้อธิบาย

เฉินเฟยพยักหน้า ฉวีหยวนเอินเดินไปหยิบข้อความจากเท้านก นี่เป็นนกที่เขาเลี้ยงไว้เพื่อแลกเปลี่ยนข้อความกับหอพิรุณ

ฉวีหยวนเอินมองข้อมูลในกระดาษอย่างรวดเร็ว จากนั้นเปิดกระดาษแสดงให้เฉินเฟยดู เฉินเฟยเหลือบมอง เห็นว่ามันเป็นข้อความรหัสทั้งหมด หากไม่มีวิธีถอดรหัสจะไม่สามารถเข้าใจข้อความ

“ข้อมูลจากหอพิรุณบอกว่า จากข้อมูลที่ได้รับก่อนหน้านี้สามารถเดาสามตัวตนที่อาจเป็นเจ้า ได้แก่ผู้พเนจรเซียวโป เนี่ยฉวนซานศิษย์แท้จริงสำนักกระบี่เซียนเมฆา และเฉินเฟยศิษย์แท้จริงสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว”

ฉวีหยวนเอินไม่กล้าเล่นปริศนากับเฉินเฟย เขาบอกเนื้อหาในข้อความอย่างรวดเร็ว

ดวงตาเฉินเฟยขยับเล็กน้อย สมแล้วที่หอพิรุณเป็นพรรคมือสังหารเก่าแก่ พบตัวตนของเขาในระดับหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว

เฉินเฟยไม่รู้จักผู้พเนจรเซียวโป แต่ดูจากชื่อแล้วน่าจะเป็นผู้ฝึกตนทั่วไปที่มีชื่อเสียง ส่วนเนี่ยฉวนซานคนนี้เฉินเฟยรู้จัก เคยเห็นครั้งหนึ่งในสำนักกระบี่เวียนเมฆา

อายุกับรูปร่างของทั้งคู่ค่อนข้างคล้ายกับเฉินเฟย คาดว่าทั้งคู่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันและน่าจะมาเมืองซิ่งเฝินเมื่อไม่นานนี้

“เบื้องบนบอกให้พวกเรา...”

ขณะที่ฉวีหยวนเอินกำลังจะบอกเนื้อหาในข้อความต่อ ทันใดนั้นเขาเห็นเฉินเฟยหันไปมองด้านหน้า สีหน้าเปลี่ยนจากสบายๆเป็นจริงจัง

“การรับรู้ไม่เลว! ให้ข้าเดานะ แม้จะมีข่าวลือผู้พเนจรเซียวโปว่าสามารถทะลวงระดับขัดเกลาทวารในห้าปี แต่ระดับขัดเกลาทวารยากเกินไปสำหรับผู้ฝึกฝนทั่วไป เซียวโปจะไม่มีวันเสี่ยงทะลวงระดับจนกว่าจะถึงช่วงเวลาสุดท้าย”

ร่างหนึ่งเดินออกอย่างสบายๆเหมือนเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้าน ก่อนหน้านี้เฉินเฟยไม่ได้สังเกตจึงไม่สนใจเลย อีกฝ่ายยังคงพูดต่อ

“เนี่ยฉวนซาน แม้เขาจะถูกจัดอยู่ในอันดับศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาแต่อันดับไม่ได้สูงนัก นอกจากนี้ยังเหลืออีกตั้งหลายปีถึงจะทะลวงระดับได้”

ไต้ฟางซวนเดินเข้ามาช้าๆ เมื่ออยู่ห่างจากเฉินเฟยสิบหมี่ถึงหยุด

“เหลือเพียงเฉินเฟยผู้นำศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวซึ่งเทียบได้กับศิษย์แท้จริงอันดับสองของสำนักกระบี่เซียนเมฆา เป็นผู้ที่มีศักยภาพไร้ขีดจำกัด แต่จู่ๆก็หายไปจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว น่าจะออกไปหาโอกาสทะลวงระดับ ตอนนี้คงทะลวงสำเร็จแล้ว”

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าไต้ฟางซวน “ข้าพูดถูกไหม ผู้นำศิษย์แท้จริงเฉินเฟย”

“หอพิรุณ?”

เฉินเฟยมองไต้ฟางซวนและเห็นลมปราณระดับขัดเกลาทวารในพริบตา ไต้ฟางซวนไม่ได้ซ่อนลมปราณไว้เลย หากเมื่อครู่บอกว่าเฉินเฟยพบไต้ฟางซวน ตอนนี้คงจะดีกว่าหากบอกว่าไต้ฟางซวนเดินเข้ามาเองโดยไม่ปกปิด

การกระทำของไต้ฟางซวนไม่มีอะไรมากไปกว่าแสดงทัศนคติ เขาไม่สนใจว่าเฉินเฟยจะค้นพบหรือไม่เพราะมันไม่มีผลต่อสิ่งที่จะทำหลังจากนี้

อวดดี! แต่ยิ่งกว่านั้นคือประเมินเฉินเฟยต่ำและมั่นใจในพลังของตัวเอง ในสายตาของไต้ฟางซวน แม้เฉินเฟยจะอยู่ในระดับขัดเกลาทวาร แต่ก็เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารเท่านั้น

หลังทะลวงจากระดับขัดเกลาอวัยวะภายในไประดับขัดเกลาทวาร แม้พลังเพิ่มขึ้นมากแต่เทียบได้กับระดับขัดเกลาอวัยวะภายในเท่านั้น

ในสายตาระดับขัดเกลาทวารเก่า คนที่เพิ่งทะลวงระดับเป็นคนอ่อนแอที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ต้องการอาวุธวิญญาณแต่ไม่มี จุดทวารแรกยังไม่ถูกเติมจนเต็ม นอกจากนี้ยังมีเรื่องวิชาระดับขัดเกลาทวารอีก เห็นภาพชัดเจนหรือไม่?

หลังตกตะกอนมาหลายปี คนที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารจะกดดันได้เพียงระดับปรับแต่งร่างกายเท่านั้น ในระดับขัดเกลาทวารเหมือนกันถือว่าอ่อนแอยิ่งนัก

แม้เฉินเฟยจะเป็นนักยุทธ์ของสำนัก แต่หากสุ่มดึงนักยุทธ์ทั่วไประดับขัดเกลาทวารเก่าออกมาสู้ด้วย เขาก็ยังแข็งแกร่งกว่าคนที่เพิ่งทะลวงมาก

นี่เป็นความมั่นใจและประสบการณ์จากการเดินทางหลายปีของไต้ฟางซวน

เมื่อหรวนเฉียวจวินทั้งสามเห็นไต้ฟางซวนปรากฏตัว พวกเขาก็ตกใจและถอยไปสองสามก้าวโดยกลัวว่าจะสร้างปัญหาให้เฉินเฟย

ในทางกลับกันพวกกฉวีหยวนเอินมีสีหน้าตื่นเต้น พวกเรารู้จักไต้ฟางซวน มือสังหารระดับขัดเกลาทวารผู้มีชื่อเสียงของหอพิรุณ เขาบรรลุระดับขัดเกลาทวารมาหลายปีแล้ว

ในเวลานี้ไต้ฟางซวนปรากฏตัว พวกเขาจึงพอมีหวังรอดตาย

“ข้าถามคำถาม เจ้ากลับไม่ตอบและยังถามกลับ การกระทำเช่นนี้ไม่สุภาพยิ่งนัก!” ไต้ฟางซวนหัวเราะเบาแล้วส่ายหัวเหมือนผิดหวังกับเฉินเฟย

“เจ้าไม่คู่ควร!” เฉินเฟยพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉย

“อวดดี!”

สีหน้าไต้ฟางซวนเปลี่ยนไป คิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะกล้าพูดแบบนี้ หรือว่าคนที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารคิดว่าตัวเองที่อยู่ในระดับขัดเกลาทวารแล้วจะทำอะไรก็ได้?

ไต้ฟางซวนเห็นนานแล้วว่ากระบี่ในมือเฉินเฟยเป็นเพียงอาวุธกึ่งวิญญาณ ไม่มีแม้แต่อาวุธวิญญาณ กล้าดียังไงถึงมาพูดไร้สาระต่อหน้าข้า!

“ดูแล้วข้าคงต้องเป็นอาจารย์สอนบทเรียนให้เจ้า หากยังแข็งแกร่งไม่พอจงเก็บหางไว้ระหว่างขา!”

ไต้ฟางซวนส่งเสียงฮึเย็นชา ขยับดาบในมือ ลมแรงพัดขึ้นจากพื้น ครู่ต่อมาก็ปรากฏต่อหน้าเฉินเฟยแล้วฟันดาบไปที่ศีรษะ

พลังลมลับ! วิชาหลักของไต้ฟางซวนซึ่งเป็นวิชาระดับขัดเกลาทวาร หากบรรลุวิชานี้จะเปิดเจ็ดสิบสี่จุดทวาร และไต้ฟางซวนโชคดีอย่างยิ่งที่ได้รับวิชาฉบับสมบูรณ์

ไต้ฟางซวนอยู่ในระดับขัดเกลาทวารนานกว่าสิบปี เปิดหกจุดทวารและมีอาวุธวิญญาณหนึ่งชิ้น ทุกกระบวนท่าจะถูกฟันด้วยดาบลมรุนแรง

พลังแบบนี้ถือว่าดีมากในบรรดาผู้ฝึกตนทั่วไประดับขัดเกลาทวาร แต่พรสวรรค์ของไต้ฟางซวนค่อนข้างธรรมดา เขาต้องใช้เวลาสองสามปีในการเปิดหนึ่งจุดทวาร

เป็นไปไม่ได้เลยที่การฝึกฝนทีละขั้นจะไปถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ไต้ฟางซวนจึงเข้าร่วมกับหอพิรุณ

มันไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบขึ้นตรงอยู่ในสังกัดแต่เป็นความร่วมมือ ไต้ฟางซวนถือว่าหอพิรุณเป็นสนามในการหาทรัพยากรที่ต้องการ

เหตุผลที่ไต้ฟางซวนปรากฏตัวที่นี่เพราะมาทำภารกิจสังหารเฉินเฟย!

ไม่กี่เดือนก่อนมีคนตั้งภารกิจนี้ในหอพิรุณและรางวัลเทียบเท่ากับการสังหารผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวาร เห็นได้ชัดว่าคนที่ต้องการให้เฉินเฟยตายนั้นยอมจ่ายหนัก

หลังได้รับการคาดเดาสามตัวเลือกของหอพิรุณ ไต้ฟางหยวนคาดว่าโอกาสที่จะเป็นเฉินเฟยสูงมาก ดังนั้นเขาจึงมาที่นี่โดยตรง

“ปัง!”

ด้านหน้าเฉินเฟยปรากฏกำแพงดำ กำแพงนั้นคือลูกปัดกระบี่สิบเม็ด ไต้ฟางซวนฟันดาบเพียงครั้งเดียวทำให้ลูกปัดกระบี่เจ็ดเม็ดแตกกระจาย

แต่ทันใดนั้นลูกปัดกระบี่ทั้งเจ็ดฟื้นฟูกลับมาในครั้งเดียว ค่ายกลกระบี่แผ่จากใต้เท้าเฉินเฟยเข้าปกคลุมไต้ฟางซวน

การทำลายลูกปัดกระบี่ไม่ได้ทำลายค่ายกลกระบี่จ้งหยวนไปด้วย เว้นแต่พลังเหนือชั้นกว่ามาก นี่คือความลึกลับของวิชากระบี่จ้งหยวน

“กระบี่จ้งหยวน? ชายชรามาหาถูกคนแล้ว!”

เมื่อเห็นค่ายกลกระบี่รอบตัว ไต้ฟางซวนแปลกใจที่เฉินเฟยเชี่ยวชาญกระบี่จ้งหยวนถึงระดับนี้ แต่การเจอถูกคนทำให้ไต้ฟางซวนติ่นเต้นยิ่งกว่า

“ปังปังปัง…”

ในค่ายกลกระบี่ ลูกปัดกระบี่พุ่งเข้าใส่ไต้ฟางซวน แต่ไต้ฟางซวนปัดพวกมันได้อย่างง่ายดาย

เมื่อเทียบกับลู่จือชุนที่เฉินเฟยฆ่าไปก่อนหน้านี้ ไต้ฟางซวนอาจไม่ดีเท่าลู่จือชุนตอนอยู่ในจุดสูงสุด แต่ตอนนี้ไต้ฟางซวนไม่ได้บาดเจ็บและอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด

ในเวลานั้นลู่จือชุนที่บาดเจ็บไม่สามารถป้องกันลูกปัดกระบี่ ตอนนี้ไต้ฟางซวนปัดมันได้อย่างง่ายดาย ไม่มีลูกปัดกระบี่แม้แต่เม็ดเดียวที่เข้าใกล้ได้ ดังนั้นยิ่งไม่ต้องพูดเรื่องการบาดเจ็บ

“กระบี่จ้งหยวนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวทรงพลังดั่งฟ้าร้อง แต่มันขึ้นอยู่กับว่าใครใช้ด้วย เมื่อครู่เจ้าพยายามทำร้ายชายชราหรือ?”

ไต้ฟางซวนเดินไปหาเฉินเฟยทีละก้าว ลูกปัดกระบี่สิบเม็ดกลายเป็นเงาที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่ายังคงเข้าโจมตีไต้ฟางซวน แต่พวกมันถูกป้องกันอย่างง่ายดายและไม่อาจหยุดไต้ฟางซวนได้