ตอนที่ 108 มีเรื่องเกี่ยวข้องกับเจ้า

เมื่อฝุ่นควันตกลงมา ดวงตาและหูของเสินติ่งหยานก็กลับเป็นปกติ ในเวลานี้เสินติ่งหยานมองหน้าอกตัวเองอย่างว่าเปล่า บาดแผลด้านหน้าทะลุไปด้านหลัง สายตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

เขากำลังจะตาย แถมยังตายด้วยน้ำมือศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวที่อยู่ระดับหลอมกระดูก ช่างไร้สาระสิ้นดี เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่เขาจะชนะเฉินเฟย แล้วเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

คอเฉินเฟยพองขึ้นและกลืนเลือดกลับลงไป สายตาจ้องมองที่เสิ่นติ่งหยาน

การใช้หกกระบี่สำหรับเฉินเฟยในเวลานี้เป็นการสู้ตาย หากศัตรูไม่ตายเฉินเฟยจะไม่มีแรงต่อต้านอีก และการใช้หกกระบี่ด้วยกำลังมหาศาล ร่างกายเฉินเฟยจึงแทบพังทลาย

แสงสลัวของจี้หยกเริ่มห่อหุ้มเฉินเฟยระงับอาการบาดเจ็บและป้องกันไม่ให้แย่ลง

แม้เขาจะไม่มีแรงสู้ต่อ แต่เฉินเฟยยังมีสติอยู่เสมอเพราะไม่รู้ว่าศัตรูจะมี่ไพ่ลับอะไรอีกหรือไม่

เช่นเดียวกับที่เสินติ่งหยานที่คิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะทำให้ตัวเองตาบอดหูหนวกจนพลิกกระแสการต่อสู้ ไม่อย่างนั้นหากเป็นสถานการณ์ตามปกติ ในการต่อสู้นี้เฉินเฟยจะไม่อาจหนีพ้นหรือสู้กลับได้

เฉินเฟยมีแต่ต้องตาย ไม่มีทางอื่น

ปากเสินติ่งหยานสั่นเทา ยกมือขวาขึ้น ดวงตามีแต่ความเสียใจและไม่เต็มใจ เขาเป็นศิษย์ภายในของสำนักกระบี่เซียนเมฆาซึ่งมีอนาคตสดใส แต่เวลานี้กำลังจะตายอยู่ที่นี่!

“ปัง!”

เสิ่นติ่งหยานกลิ้งไปกระแทกพื้นด้านหลังและตายอย่างสมบูรณ์

“ฟู่ว!”

เมื่อเห็นเสิ่นติ่งหยานตาย เฉินเฟยถึงกับล่วงลงพื้น คลื่นความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำแทบทันที

การต่อสู้ครั้งนี้อันตรายยิ่งกว่าการสู้กับซือหยวนไห่ในลานบ้าน

เพราะครั้งนี้ไม่มีใครมาช่วยเฉินเฟย เฉินเฟยทำได้เพียงพึ่งตัวเองเท่านั้น

เฉินเฟยนั่งหอบอยู่พักหนึ่งและพยายามลุกขึ้นยืน เดินมาด้านข้างเสิ่นติ่งหยาน เริ่มควานหาสิ่งมีประโยชน์

ครู่ต่อมา ใบหน้าเฉินเฟยแสดงรอยยิ้ม ในมือเฉินเฟยมีลูกปัดเก็บปราณหยวนเม็ดหนึ่ง

เสินติ่งหยานมีอาวุธกึ่งวิญญาณอันนี้ซึ่งเกือบเป็นสิ่งพื้นฐานของสำนักกระบี่เซียนเมฆาตามที่คาดไว้ เฉินเฟยค้นหาต่อไป

ผ่านไปสิบลมหายใจ เฉินเฟยลุกขึ้นพร้อมกับตั๋วเงินอีกจำนวนหนึ่งในมือและไม่พบอะไรอีก

ไม่มีตำราวิชายุทธ์หรือของเหล่านี้ เสินติ่งหยานไม่มีอาวุธกึ่งวิญญาณอย่างอื่นนอกจากลูกปัดเก็บปราณหยวน แต่มันเป็นเรื่องปกติ ท้ายที่สุดแล้วอาวุธกึ่งวิญญาณเป็นสิ่งมีค่ามาก แม้เสินติ่งหยานจะเป็นศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆา แต่เขายังอยู่ในระดับขัดเกลากระดูกเท่านั้น

หากศิษย์ขัดเกลาไขกระดูกของสำนักกระบี่เซียนเมฆามีอาวุธกึ่งวิญญาณหลายชิ้น นั่นคงทำให้ผู้คนสิ้นหวัง

แม้สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะเป็นผู้ปกครอง แต่สมบัติเช่นอาวุธวิญญาณและอาวุธกึ่งวิญญาณยังคงมีอยู่น้อย ไม่อย่างนั้นเฉินเฟยจะฆ่าเสินติ่งหยานอย่างราบรื่นเหมือนในเวลานี้ได้อย่างไร คงมีแต่ต้องรอโดนเชือด

เฉินเฟยสูดหายใจเข้าละเริ่มวาดลวดลายข้างหลุม

สัญลักษณ์นี้เป็นเครื่องหมายสำนักเพลิงเทพ หลายครั้งที่สำนักเพลิงเทพจะทิ้งสัญลักษณ์นี้ไว้ในที่เกิดเหตุหลังจากก่อปัญหา แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าฝ่ายเสิ่นหยานทำเรื่องอะไรบ้าง และสำนักเพลิงเทพก็ไม่ปฏิเสธอยู่ดี

เฉินเฟยหยิบร่างเสินติ่งหยานขึ้นมา บาดแผลกระบี่ของเสินติ่งหยานเด่นชัดเกินไป การทิ้งศพไว้ที่นี่มีแต่จะเป็นปัญหา จำเป็นต้องนำไปทำลายทิ้งเพื่อเฉินเฟยจะได้ไม่ถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยที่โชกเลือดกลับมาที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและมาที่ลานบ้านเฟิงซิวผู่

“ศิษย์เฉินเฟยขอเข้าพบอาจารย์!” เฉินเฟยตะโกน

เฟิงซิวผู่กำลังเขียนการศึกษา เมื่อได้ยินเสียงแผ่วเบาของเฉินเฟย ร่างเขาวูบไหวไปนอกลานบ้านและเห็นสภาพน่าสลดของเฉินเฟยทันที

“เกิดอะไรขึ้น!”

เฟิงซิวผูก้าวไปด้านหน้าเฉินเฟย จับไหล่ตรวจดูพลังภายในเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บเฉินเฟย

“เมื่อครู่ข้าพบศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆา ข้าถูกทุบตีและหนีกลับมาได้” เฉินเฟยยิ้มอย่างอ่อนแรง

หลังจัดการศพเสินติ่งหยานเสร็จ เฉินเฟยครุ่นคิดว่าจะหาทางออกจากเรื่องนี้อย่างไรดี

ในเมืองเซียนเมฆามีหลายคนที่เห็นเฉินเฟยปะทะกับเสินติ่งหยาน โดยเฉพาะศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาอีกคนที่อยู่ในจุดนั้นด้วย

ในเวลานั้นสิ่งที่เฉินเฟยคิดคือจะไม่ขัดแย้งกับเสินติ่งหยานภายใต้สายตาของสาธารณชน สู้ก็ไม่ดี ไม่สู้ก็ไม่ดีเช่นกัน

แต่การกดดันของเสินติ่งหยานทำให้เฉินเฟยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงเอยแบบนั้น

ตอนแรกเฉินเฟยคิดว่าจะบอกความจริงกับเฟิงซิวผู่ดีหรือไม่ แต่เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และพัฒนาให้เป็นอีกแบบ นั่นคือเขาโดนเสินติ่งหยานทำร้ายและหนีกลับไปด้วยความยากลำบาก

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ไว้ใจเฟิงซิวผู แต่เฉินเฟยต้องการปกป้องตัวเองอย่างรอบคอบตามสัญชาตญาณ เมื่อพิจารณาจากความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายแล้ว ความเป็นไปได้ที่มากที่สุดคือเสินติ่งหยานชนะเฉินเฟยอย่างขาดลอย และเฉินเฟยไม่มีพลังต่อต้าน

แต่ด้วยท่าร่างของเฉินเฟยจึงพอหนีกลับมาได้ ไม่เช่นนั้นมันคงไม่จบลงด้วยการทุบตีอย่างเดียว

“ศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาทุบตีเจ้าด้วยเรื่องอะไร!” เฟิงซิวผู่โกรธจนเส้นผมกระพือเล็กน้อย

“วันนั้นเจอกันบนถนน...”

เฉินเฟยเล่าเรื่องอย่างละเอียด ยิ่งเฟิงซิวผู่ฟังสีหน้าเขาก็ยิ่งจริงจัง ศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาคนนี้หลอกลวงผู้คนมากจริงๆ

“มีคนวิ่งออกมาจากด้านหลัง หลังจากสู้กับอีกฝ่ายเจ้าก็หนีออกมาได้?” เฟิงซิวผู้ถามเสียงต่ำหลังฟังคำอธิบายของเฉินเฟย

“ขอรับ”

เฉินเฟยพยักหน้า “ศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆามีท่าร่างยอดเยี่ยม แม้ศิษย์จะเรียนรู้ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณแต่ไม่อาจสลัดเขาทิ้งได้”

ความจริงเก้าข้อความเท็จหนึ่งข้อเป็นการโกหกที่เปิดเผยยากที่สุด

เฟิงซิวผู่พยักหน้าพูดเสียงทุ้ม “ตามข้าไปรายงานเรื่องนี้กับผู้อาวุโสปฏิบัติงาน หากเขากล้าพูดว่าเจ้าเป็นกากเดนของสำนักเพลิงเทพแล้วไม่ยอมอธิบายเรื่องนี้ให้ชัดเจน มันจะมีปัญหาตามมาไม่รู้จบ”

“ขอรับ!” เฉินเฟยพยักหน้า

เฟิงซิวผู่พาเฉินเฟยไปพบอู๋กวงอินผู้อาวุโสปฏิบัติหน้าที่ของสำนักและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น

“ศิษย์สำนักกระบี่เซียนมเฆาอวดดีนัก ไม่มีเหตุผลแม้แต่น้อย!”

พออู๋กวงอินฟังคำพูดของเฟิงซิวผู่และเห็นสภาพน่าสลดของเฉินเฟยที่โดนทำร้าย โดยเฉพาะรอยไหม้เกรียมบนแขนซึ่งเกิดจากพลังกระบี่ฟ้าคำราม

“ผู้อาวุโส ข้ากังวลว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันกับศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาแล้วมาโทษเฉินเฟย” เฟิงซิวผู่พูดเสียงต่ำ

“อืม มีเหตุผล ข้าจะส่งคนไปขอความยุติธรรมกับพวกเขาที่สำนักกระบี่เซียนเมฆา ทำไมถึงได้ดูถูกศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวของข้าแบบนี้!”

อู๋กวงอินคิดอยู่ครู่หนึ่งและปลอบใจเฟิงซิวผู่

เฟิงซิวผู่ถอนหายใจ ดูเหมือนว่านี่คงเป็นทางเดียวที่ทำได้ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวคงทำอะไรไม่ได้นอกจากขอความเป็นธรรมกับผู้ปกครองอย่างสำนักกระบี่เซียนเมฆา

อย่างไรแล้วในเวลานี้เฉินเฟยเพียงได้รับบาดเจ็บและไม่ได้แขนขาขาด โดยพื้นฐานแล้วเขาไม่ได้บาดเจ็บสาหัส การทุบตีอย่างรุนแรงนี้สามารถยอมรับได้ซึ่งทำเพียงเพิกเฉย ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะปัญหาส่วนตัว

ในเมืองเซียนเมฆา

สวี่หยวนชุนกำลังรอให้เสินติ่งหยานกลับมาอย่างเบื่อหน่าย ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเสินติ่งหยานยังไม่กลับมา สวี่หยวนชุนจึงสั่งอาหารและสุรามากินดื่ม

เมื่อถึงสองชั่วยามที่เสินติ่งหยานหายตัวไป สวี่หยวนชุนจึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

นี่ก็นานแล้ว หากตามไปทันการต่อสู้ควรจบลงแล้ว ในเวลานี้เขาควรจะกลับมาถึง

หากตามไปไม่ทันก็ควรกลับมาถึงแล้ว มันไม่น่าใช้เวลาถึงสองชั่วยาม

สวี่หยวนชุนรู้สึกไม่สบายใจ เขารีบออกจากเมืองไปค้นหาเกือบชั่วยามจนมาเจอหลุมระเบิด

ดินที่ขอบหลุมเหมือนเพิ่งถูกระเบิดและมีเลือดกระจายไปทั่ว สวี่หยวนชุนยังเห็นเศษเสื้อผ้าสำนักกระบี่เซียนเมฆาด้วย

“มีปัญหาแล้ว!”

ใบหน้าสวี่หยวนชุนซีดเล็กลง เขารีบกลับไปยังสำนักทันที

แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ได้หมายความว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับเสินติ่งหยาน แต่เสินติ่งหยานยังไม่ได้กลับมา และด้วยสิ่งเหล่านี้จึงมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดปัญหา

ในสำนักกระบี่เซียนเมฆา

“เจ้าว่าอะไรนะ เสินติ่งหยานหายตัวไป?”

ดวงตาหงหยวนเฟิงเบิกกว้าง ลมปราณทรงพลังของระดับขัดเกลาทวารแผ่ซ่านไปทุกทิศ แม้จะไม่ได้มุ่งเป้าที่สวี่หยวนชุน แต่มันยังทำให้ใบหน้าสวี่หยวนชุนซีดลง

“วันนี้ศิษย์เข้าในกับศิษย์พี่...”

สวี่หยวนชุนเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้โดยละเอียด เขาไม่กล้าแต่งเติมเรื่องและเล่าสิ่งที่เห็นและได้ยินอย่างละเอียดเพราะกลัวว่าจะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้

“ตามศิษย์หลอมกระดูกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวออกไปจากเมือง?”

หงหยวนเฟิงเห็นว่าสวี่หยวนชุนพูดตะกุกตะกัก เขาถึงถอนลมปราณกลับมา

“ไปหาตัวตนศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวคนนั้นมา แล้วให้คนไปตามหาติ่งหยานใจจุดที่เจ้าเห็น อยู่ต้องเห็นคน ตายต้องเห็นศพ!” หงหยวนเฟิงพูดเสียงทุ้ม

“ศิษย์รับคำสั่ง” สวี่หยวนชุนถอนหายใจโล่งอกและรีบโค้งคำนับ

หนึ่งเค่อมา คนมากกว่าสิบกระโดดออกจากประตูสำนักกระบี่เซียนเมฆารีบไปที่ด้านนอกเมืองเซียนเมฆา

การค้นหานี้ใช้เวลาทั้งวัน สำนักกระบี่เซียนมเฆาส่งศิษย์ภายนอกหลายสิบคนไปหา แต่สุดท้ายพวกเขากลับไม่พบเสินติ่งหยาน ดูเหมือนว่าเสินติ่งหยานจะหายตัวไป

“อาจารย์ ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวคนนี้ชื่อเฉินเฟย เมื่อวานนี้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวส่งคนมาขอความเป็นธรรมโดยบอกว่าเรากดขี่ศิษย์พวกเขาตามใจชอบ”

สวี่หยวนชุนด้านล่างพูดเสียงต่ำ

“ติ่งหยานหายตัว แต่เฉินเฟยกลับมาอย่างปลอดภัย?”

หงหยวนเฟิงเยาะเย้ย “บอกสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวให้ส่งตัวเฉินเฟยมาที่สำนักเรา ข้ามีเรื่องจะถาม!”

“ศิษย์รับคำสั่ง” สวี่หยวนชุนโค้งคำนับจากไป

“อาจารย์ การหายตัวไปของติ่งหยานไม่น่าเกี่ยวข้องกับเฉินเฟย มันเป็นแค่ระดับหลอมกระดูก พิจารณาจากร่องรอยนอกเมืองเซียนเมฆาแล้วอาจเป็นฝีมือของกากเดนสำนักเพลิงเทพ” มีคนด้านล่างกระซิบ

“การหายตัวไปของติ่งหยานเกี่ยวของกับเฉินเฟยคนนั้น จะดีที่สุดหากให้ติ่งหยานกลับมาได้ แต่หากกลับมาไม่ได้ เฉินเฟยคนนี้ควรมีชีวิตอยู่ต่อหรือ?”

ดวงตาหงหยวนเฟิงเกิดแสงเย็นวาบ

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

เฉินเฟยนั่งสมาธิอยู่บนเตียง หมุนเวียนพลังเข้าใจต้นกำเนิดอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

ไม่รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกของการตระหนักรู้ในร้านอาหารหรือเป็นผลจากการหมุนเวียนพลังเข้าใจต้นกำเนิดเมื่อวาน ความชำนาญพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่เพิ่มขึ้นมาก ในเวลาเกือบจะสมบูรณ์แล้ว

“เฉินเฟย มีเรื่องเกี่ยวข้องกับเจ้า รีบออกมาซะ!”

มีเสียงดังอยู่นอกประตู ประถูกเตะเปิดออก คนกลุ่มหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามา