เมื่อฝุ่นควันตกลงมา ดวงตาและหูของเสินติ่งหยานก็กลับเป็นปกติ ในเวลานี้เสินติ่งหยานมองหน้าอกตัวเองอย่างว่าเปล่า บาดแผลด้านหน้าทะลุไปด้านหลัง สายตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
เขากำลังจะตาย แถมยังตายด้วยน้ำมือศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวที่อยู่ระดับหลอมกระดูก ช่างไร้สาระสิ้นดี เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่เขาจะชนะเฉินเฟย แล้วเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
คอเฉินเฟยพองขึ้นและกลืนเลือดกลับลงไป สายตาจ้องมองที่เสิ่นติ่งหยาน
การใช้หกกระบี่สำหรับเฉินเฟยในเวลานี้เป็นการสู้ตาย หากศัตรูไม่ตายเฉินเฟยจะไม่มีแรงต่อต้านอีก และการใช้หกกระบี่ด้วยกำลังมหาศาล ร่างกายเฉินเฟยจึงแทบพังทลาย
แสงสลัวของจี้หยกเริ่มห่อหุ้มเฉินเฟยระงับอาการบาดเจ็บและป้องกันไม่ให้แย่ลง
แม้เขาจะไม่มีแรงสู้ต่อ แต่เฉินเฟยยังมีสติอยู่เสมอเพราะไม่รู้ว่าศัตรูจะมี่ไพ่ลับอะไรอีกหรือไม่
เช่นเดียวกับที่เสินติ่งหยานที่คิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะทำให้ตัวเองตาบอดหูหนวกจนพลิกกระแสการต่อสู้ ไม่อย่างนั้นหากเป็นสถานการณ์ตามปกติ ในการต่อสู้นี้เฉินเฟยจะไม่อาจหนีพ้นหรือสู้กลับได้
เฉินเฟยมีแต่ต้องตาย ไม่มีทางอื่น
ปากเสินติ่งหยานสั่นเทา ยกมือขวาขึ้น ดวงตามีแต่ความเสียใจและไม่เต็มใจ เขาเป็นศิษย์ภายในของสำนักกระบี่เซียนเมฆาซึ่งมีอนาคตสดใส แต่เวลานี้กำลังจะตายอยู่ที่นี่!
“ปัง!”
เสิ่นติ่งหยานกลิ้งไปกระแทกพื้นด้านหลังและตายอย่างสมบูรณ์
“ฟู่ว!”
เมื่อเห็นเสิ่นติ่งหยานตาย เฉินเฟยถึงกับล่วงลงพื้น คลื่นความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำแทบทันที
การต่อสู้ครั้งนี้อันตรายยิ่งกว่าการสู้กับซือหยวนไห่ในลานบ้าน
เพราะครั้งนี้ไม่มีใครมาช่วยเฉินเฟย เฉินเฟยทำได้เพียงพึ่งตัวเองเท่านั้น
เฉินเฟยนั่งหอบอยู่พักหนึ่งและพยายามลุกขึ้นยืน เดินมาด้านข้างเสิ่นติ่งหยาน เริ่มควานหาสิ่งมีประโยชน์
ครู่ต่อมา ใบหน้าเฉินเฟยแสดงรอยยิ้ม ในมือเฉินเฟยมีลูกปัดเก็บปราณหยวนเม็ดหนึ่ง
เสินติ่งหยานมีอาวุธกึ่งวิญญาณอันนี้ซึ่งเกือบเป็นสิ่งพื้นฐานของสำนักกระบี่เซียนเมฆาตามที่คาดไว้ เฉินเฟยค้นหาต่อไป
ผ่านไปสิบลมหายใจ เฉินเฟยลุกขึ้นพร้อมกับตั๋วเงินอีกจำนวนหนึ่งในมือและไม่พบอะไรอีก
ไม่มีตำราวิชายุทธ์หรือของเหล่านี้ เสินติ่งหยานไม่มีอาวุธกึ่งวิญญาณอย่างอื่นนอกจากลูกปัดเก็บปราณหยวน แต่มันเป็นเรื่องปกติ ท้ายที่สุดแล้วอาวุธกึ่งวิญญาณเป็นสิ่งมีค่ามาก แม้เสินติ่งหยานจะเป็นศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆา แต่เขายังอยู่ในระดับขัดเกลากระดูกเท่านั้น
หากศิษย์ขัดเกลาไขกระดูกของสำนักกระบี่เซียนเมฆามีอาวุธกึ่งวิญญาณหลายชิ้น นั่นคงทำให้ผู้คนสิ้นหวัง
แม้สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะเป็นผู้ปกครอง แต่สมบัติเช่นอาวุธวิญญาณและอาวุธกึ่งวิญญาณยังคงมีอยู่น้อย ไม่อย่างนั้นเฉินเฟยจะฆ่าเสินติ่งหยานอย่างราบรื่นเหมือนในเวลานี้ได้อย่างไร คงมีแต่ต้องรอโดนเชือด
เฉินเฟยสูดหายใจเข้าละเริ่มวาดลวดลายข้างหลุม
สัญลักษณ์นี้เป็นเครื่องหมายสำนักเพลิงเทพ หลายครั้งที่สำนักเพลิงเทพจะทิ้งสัญลักษณ์นี้ไว้ในที่เกิดเหตุหลังจากก่อปัญหา แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าฝ่ายเสิ่นหยานทำเรื่องอะไรบ้าง และสำนักเพลิงเทพก็ไม่ปฏิเสธอยู่ดี
เฉินเฟยหยิบร่างเสินติ่งหยานขึ้นมา บาดแผลกระบี่ของเสินติ่งหยานเด่นชัดเกินไป การทิ้งศพไว้ที่นี่มีแต่จะเป็นปัญหา จำเป็นต้องนำไปทำลายทิ้งเพื่อเฉินเฟยจะได้ไม่ถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยที่โชกเลือดกลับมาที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและมาที่ลานบ้านเฟิงซิวผู่
“ศิษย์เฉินเฟยขอเข้าพบอาจารย์!” เฉินเฟยตะโกน
เฟิงซิวผู่กำลังเขียนการศึกษา เมื่อได้ยินเสียงแผ่วเบาของเฉินเฟย ร่างเขาวูบไหวไปนอกลานบ้านและเห็นสภาพน่าสลดของเฉินเฟยทันที
“เกิดอะไรขึ้น!”
เฟิงซิวผูก้าวไปด้านหน้าเฉินเฟย จับไหล่ตรวจดูพลังภายในเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บเฉินเฟย
“เมื่อครู่ข้าพบศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆา ข้าถูกทุบตีและหนีกลับมาได้” เฉินเฟยยิ้มอย่างอ่อนแรง
หลังจัดการศพเสินติ่งหยานเสร็จ เฉินเฟยครุ่นคิดว่าจะหาทางออกจากเรื่องนี้อย่างไรดี
ในเมืองเซียนเมฆามีหลายคนที่เห็นเฉินเฟยปะทะกับเสินติ่งหยาน โดยเฉพาะศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาอีกคนที่อยู่ในจุดนั้นด้วย
ในเวลานั้นสิ่งที่เฉินเฟยคิดคือจะไม่ขัดแย้งกับเสินติ่งหยานภายใต้สายตาของสาธารณชน สู้ก็ไม่ดี ไม่สู้ก็ไม่ดีเช่นกัน
แต่การกดดันของเสินติ่งหยานทำให้เฉินเฟยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงเอยแบบนั้น
ตอนแรกเฉินเฟยคิดว่าจะบอกความจริงกับเฟิงซิวผู่ดีหรือไม่ แต่เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และพัฒนาให้เป็นอีกแบบ นั่นคือเขาโดนเสินติ่งหยานทำร้ายและหนีกลับไปด้วยความยากลำบาก
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ไว้ใจเฟิงซิวผู แต่เฉินเฟยต้องการปกป้องตัวเองอย่างรอบคอบตามสัญชาตญาณ เมื่อพิจารณาจากความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายแล้ว ความเป็นไปได้ที่มากที่สุดคือเสินติ่งหยานชนะเฉินเฟยอย่างขาดลอย และเฉินเฟยไม่มีพลังต่อต้าน
แต่ด้วยท่าร่างของเฉินเฟยจึงพอหนีกลับมาได้ ไม่เช่นนั้นมันคงไม่จบลงด้วยการทุบตีอย่างเดียว
“ศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาทุบตีเจ้าด้วยเรื่องอะไร!” เฟิงซิวผู่โกรธจนเส้นผมกระพือเล็กน้อย
“วันนั้นเจอกันบนถนน...”
เฉินเฟยเล่าเรื่องอย่างละเอียด ยิ่งเฟิงซิวผู่ฟังสีหน้าเขาก็ยิ่งจริงจัง ศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาคนนี้หลอกลวงผู้คนมากจริงๆ
“มีคนวิ่งออกมาจากด้านหลัง หลังจากสู้กับอีกฝ่ายเจ้าก็หนีออกมาได้?” เฟิงซิวผู้ถามเสียงต่ำหลังฟังคำอธิบายของเฉินเฟย
“ขอรับ”
เฉินเฟยพยักหน้า “ศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆามีท่าร่างยอดเยี่ยม แม้ศิษย์จะเรียนรู้ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณแต่ไม่อาจสลัดเขาทิ้งได้”
ความจริงเก้าข้อความเท็จหนึ่งข้อเป็นการโกหกที่เปิดเผยยากที่สุด
เฟิงซิวผู่พยักหน้าพูดเสียงทุ้ม “ตามข้าไปรายงานเรื่องนี้กับผู้อาวุโสปฏิบัติงาน หากเขากล้าพูดว่าเจ้าเป็นกากเดนของสำนักเพลิงเทพแล้วไม่ยอมอธิบายเรื่องนี้ให้ชัดเจน มันจะมีปัญหาตามมาไม่รู้จบ”
“ขอรับ!” เฉินเฟยพยักหน้า
เฟิงซิวผู่พาเฉินเฟยไปพบอู๋กวงอินผู้อาวุโสปฏิบัติหน้าที่ของสำนักและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น
“ศิษย์สำนักกระบี่เซียนมเฆาอวดดีนัก ไม่มีเหตุผลแม้แต่น้อย!”
พออู๋กวงอินฟังคำพูดของเฟิงซิวผู่และเห็นสภาพน่าสลดของเฉินเฟยที่โดนทำร้าย โดยเฉพาะรอยไหม้เกรียมบนแขนซึ่งเกิดจากพลังกระบี่ฟ้าคำราม
“ผู้อาวุโส ข้ากังวลว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันกับศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาแล้วมาโทษเฉินเฟย” เฟิงซิวผู่พูดเสียงต่ำ
“อืม มีเหตุผล ข้าจะส่งคนไปขอความยุติธรรมกับพวกเขาที่สำนักกระบี่เซียนเมฆา ทำไมถึงได้ดูถูกศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวของข้าแบบนี้!”
อู๋กวงอินคิดอยู่ครู่หนึ่งและปลอบใจเฟิงซิวผู่
เฟิงซิวผู่ถอนหายใจ ดูเหมือนว่านี่คงเป็นทางเดียวที่ทำได้ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวคงทำอะไรไม่ได้นอกจากขอความเป็นธรรมกับผู้ปกครองอย่างสำนักกระบี่เซียนเมฆา
อย่างไรแล้วในเวลานี้เฉินเฟยเพียงได้รับบาดเจ็บและไม่ได้แขนขาขาด โดยพื้นฐานแล้วเขาไม่ได้บาดเจ็บสาหัส การทุบตีอย่างรุนแรงนี้สามารถยอมรับได้ซึ่งทำเพียงเพิกเฉย ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะปัญหาส่วนตัว
ในเมืองเซียนเมฆา
สวี่หยวนชุนกำลังรอให้เสินติ่งหยานกลับมาอย่างเบื่อหน่าย ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเสินติ่งหยานยังไม่กลับมา สวี่หยวนชุนจึงสั่งอาหารและสุรามากินดื่ม
เมื่อถึงสองชั่วยามที่เสินติ่งหยานหายตัวไป สวี่หยวนชุนจึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
นี่ก็นานแล้ว หากตามไปทันการต่อสู้ควรจบลงแล้ว ในเวลานี้เขาควรจะกลับมาถึง
หากตามไปไม่ทันก็ควรกลับมาถึงแล้ว มันไม่น่าใช้เวลาถึงสองชั่วยาม
สวี่หยวนชุนรู้สึกไม่สบายใจ เขารีบออกจากเมืองไปค้นหาเกือบชั่วยามจนมาเจอหลุมระเบิด
ดินที่ขอบหลุมเหมือนเพิ่งถูกระเบิดและมีเลือดกระจายไปทั่ว สวี่หยวนชุนยังเห็นเศษเสื้อผ้าสำนักกระบี่เซียนเมฆาด้วย
“มีปัญหาแล้ว!”
ใบหน้าสวี่หยวนชุนซีดเล็กลง เขารีบกลับไปยังสำนักทันที
แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ได้หมายความว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับเสินติ่งหยาน แต่เสินติ่งหยานยังไม่ได้กลับมา และด้วยสิ่งเหล่านี้จึงมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดปัญหา
ในสำนักกระบี่เซียนเมฆา
“เจ้าว่าอะไรนะ เสินติ่งหยานหายตัวไป?”
ดวงตาหงหยวนเฟิงเบิกกว้าง ลมปราณทรงพลังของระดับขัดเกลาทวารแผ่ซ่านไปทุกทิศ แม้จะไม่ได้มุ่งเป้าที่สวี่หยวนชุน แต่มันยังทำให้ใบหน้าสวี่หยวนชุนซีดลง
“วันนี้ศิษย์เข้าในกับศิษย์พี่...”
สวี่หยวนชุนเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้โดยละเอียด เขาไม่กล้าแต่งเติมเรื่องและเล่าสิ่งที่เห็นและได้ยินอย่างละเอียดเพราะกลัวว่าจะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้
“ตามศิษย์หลอมกระดูกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวออกไปจากเมือง?”
หงหยวนเฟิงเห็นว่าสวี่หยวนชุนพูดตะกุกตะกัก เขาถึงถอนลมปราณกลับมา
“ไปหาตัวตนศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวคนนั้นมา แล้วให้คนไปตามหาติ่งหยานใจจุดที่เจ้าเห็น อยู่ต้องเห็นคน ตายต้องเห็นศพ!” หงหยวนเฟิงพูดเสียงทุ้ม
“ศิษย์รับคำสั่ง” สวี่หยวนชุนถอนหายใจโล่งอกและรีบโค้งคำนับ
หนึ่งเค่อมา คนมากกว่าสิบกระโดดออกจากประตูสำนักกระบี่เซียนเมฆารีบไปที่ด้านนอกเมืองเซียนเมฆา
การค้นหานี้ใช้เวลาทั้งวัน สำนักกระบี่เซียนมเฆาส่งศิษย์ภายนอกหลายสิบคนไปหา แต่สุดท้ายพวกเขากลับไม่พบเสินติ่งหยาน ดูเหมือนว่าเสินติ่งหยานจะหายตัวไป
“อาจารย์ ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวคนนี้ชื่อเฉินเฟย เมื่อวานนี้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวส่งคนมาขอความเป็นธรรมโดยบอกว่าเรากดขี่ศิษย์พวกเขาตามใจชอบ”
สวี่หยวนชุนด้านล่างพูดเสียงต่ำ
“ติ่งหยานหายตัว แต่เฉินเฟยกลับมาอย่างปลอดภัย?”
หงหยวนเฟิงเยาะเย้ย “บอกสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวให้ส่งตัวเฉินเฟยมาที่สำนักเรา ข้ามีเรื่องจะถาม!”
“ศิษย์รับคำสั่ง” สวี่หยวนชุนโค้งคำนับจากไป
“อาจารย์ การหายตัวไปของติ่งหยานไม่น่าเกี่ยวข้องกับเฉินเฟย มันเป็นแค่ระดับหลอมกระดูก พิจารณาจากร่องรอยนอกเมืองเซียนเมฆาแล้วอาจเป็นฝีมือของกากเดนสำนักเพลิงเทพ” มีคนด้านล่างกระซิบ
“การหายตัวไปของติ่งหยานเกี่ยวของกับเฉินเฟยคนนั้น จะดีที่สุดหากให้ติ่งหยานกลับมาได้ แต่หากกลับมาไม่ได้ เฉินเฟยคนนี้ควรมีชีวิตอยู่ต่อหรือ?”
ดวงตาหงหยวนเฟิงเกิดแสงเย็นวาบ
สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
เฉินเฟยนั่งสมาธิอยู่บนเตียง หมุนเวียนพลังเข้าใจต้นกำเนิดอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
ไม่รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกของการตระหนักรู้ในร้านอาหารหรือเป็นผลจากการหมุนเวียนพลังเข้าใจต้นกำเนิดเมื่อวาน ความชำนาญพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่เพิ่มขึ้นมาก ในเวลาเกือบจะสมบูรณ์แล้ว
“เฉินเฟย มีเรื่องเกี่ยวข้องกับเจ้า รีบออกมาซะ!”
มีเสียงดังอยู่นอกประตู ประถูกเตะเปิดออก คนกลุ่มหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามา
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved