ตอนที่ 178 เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

บาดเจ็บเมื่ออยู่ใกล้ ตายเมื่อสัมผัส นี่คือพลังลูกธนูของเฉินเฟยในเวลานี้ที่ส่งผลต่อระดับขัดเกลาไขกระดูก

หากผานเป่าเสวียไม่รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติในตอนท้ายและขยับร่างหลบ ลูกธนูดอกนั้นจะทะลวงผ่านร่างกายและระเบิดตัวเขา

“ช่างกล้านัก!”

เล่ยหยิงเฉาเห็นสภาพอันน่าเศร้าของผานเป่าเสวี่ย ขณะที่เผชิญหน้ากับเขา อีกฝ่ายไม่ได้คิดหาวิธีจัดการกับเขาแต่กลับมุ่งเป้าไปยังคนอื่น แบบนี้เป็นการดูถูกกันชัดๆ

เล่ยหยิงเฉาตะโกนด้วยความโกรธ ร่างกายวูบไหว ปล่อยหมัดออกไปหมายจะสังหารเฉินเฟยทันที หากไม่ทำอย่างนี้คนอื่นจะมองเล่ยหยิงเฉาว่าอย่างไร

เพียงระดับขัดเกลาไขกระดูกแต่ไม่อาจชนะได้ แถมยังทำร้ายผู้คนต่อหน้าต่อตาอีก ข้าเล่ยหยิงเฉาไม่ต้องการเสียหน้าแล้ว

“ปัง!”

หมัดกระแทกอากาศอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง เสียงนี้ทำให้รู้ถึงความน่าหวาดกลัวของหมัดได้

แต่ไม่ว่าจะน่ากลัวแค่ไหน หากไม่โดนคนก็ไร้ความหมาย

เฉินเฟยเป็นดั่งปลาว่ายในน้ำซึ่งไม่ได้รับผลอันใด แรงกระแทกอันน่าทึ่งของเล่ยหยิงเฉาไม่อาจโดนตัวเฉินเฟยได้ แม้จะไม่โดนตัว แต่เฉินเฟยยังคงหลบมันเมื่อการโจมตีเกิดขึ้น

ท่องหนีสุญญตาเป็นท่าร่างชั้นหนึ่งของท่องหนีสวรรค์ พูดได้ว่าเฉินเฟยแสดงแก่นแท้ทั้งหมดของท่าร่างนี้ได้อย่างหมดจด

เพียงแค่หลบหลีกธรรมดาก็ทำให้เล่ยหยิงเฉาสับสนเล็กว่าต้องทำอย่างไรต่อ เมื่อยอดฝีมือต่อสู้กัน บางครั้งอาจจะได้มองเสือดาวจากท่อไม้ไผ่[1] รู้จักใบไม้ร่วงหล่นยามฤดูใบไม้ร่วง[2]

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะท่าร่างซับซ้อนแค่ไหนเล่ยหยิงเฉาก็ไม่อาจยอมแพ้ เขายังไม่ยอมเชื่อ นักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกจะฝึกท่าร่างได้ไกลสักแค่ไหนเชียว

แค่บังคับเฉินเฟยสองสามครั้งและมองการเคลื่อนไหวหลบหลีกมากขึ้นก็จะหาวิธีแก้ทางได้เอง

เล่ยหยิงเฉาพุ่งไปหาเฉินเฟยอีกครั้ง เมื่อคนอื่นที่ตื่นตัวได้ยินเสียงร้องไห้อันเจ็บปวดของผานเป่าเสวีย พวกเขาก็โกรธมากและรีบวิ่งตามไป

เฉินเฟยกล้าทำร้ายผู้คนต่อหน้าพวกเขาจำนวนมาก เรื่องนี้ไม่อาจให้อภัย หากวันนี้เฉินเฟยจากไปอย่างง่ายดาย แล้วพวกเขาจะเหลือศักดิ์ศรีอะไรอีก

ใบหน้าหม่าเสวี่ยเฟยกลายเป็นเยือกเย็น ลูกธนูในมือนางพุ่งไปหาเฉินเฟยอย่างบ้าคลั่ง

แม่นยำ เจาะทะลวง รวดเร็ว!

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นการใช้ธนูของหม่าเสวี่ยเฟยอย่างสมบูรณ์ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีลูกธนูสักดอกโดนเฉินเฟย

ลูกธนูเหล่านั้นเป็นเหมือนกับแสงพุ่งลงพื้นจนทำหใเกิดรู นอกเหนือจากนั้นไม่มีสิ่งใดอีก

เฉินเฟยวูบไหว หันไปมองผานเป่าเสวี่ยที่กำลังล่าถอยและรู้สึกเสียดาย อีกฝ่ายมีคนมากเกินไป

ผานเป่าเสวียหวาดกลัวลูกธนูของเฉินเฟย ไม่ต้องพูดถึงการแก้แค้นเลย ตอนนี้ยังไม่มีเวลาซ่อนตัวด้วยซ้ำ เขาไม่กล้าปรากฏตัวต่อหน้าเฉินเฟยแล้ว

ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณ!

เฉินเฟยหมุนตัว หลบการโจมตีของเล่ยหยิงเฉาแล้ววิ่งออกไป

“อย่าคิดจะหนี!”

เล่ยหยิงเฉาตะโกนเสียงดังไล่ตามไปหลายก้าว เขาพยายามบังคับให้เฉินเฟยหยุดและทำได้เพียงโจมตีอากาศด้านหลังเฉินเฟย เล่ยหยิงเฉาลังเลที่จะใช้ท่าร่าง แต่แล้วก็พบว่าตัวเองห่างจากเฉินเฟยมากขึ้นเรื่อยๆ

เล่ยหยิงเฉาหันไปมองหม่าเสวี่ยเฟย หม่าเสวี่ยเฟยเพิ่งยิงธนูไปอีกสองสามดอก แต่ในขณะที่เฉินเฟยวิ่งไปข้างหน้าเขาก็หลบลูกธนูจากด้านหลังอย่างง่ายดายและยังไม่ส่งผลต่อความเร็วแม้แต่น้อย

“เร็วยิ่งนัก ข้าตามไม่ทันเลย!”

หม่าเสวี่ยเฟยกัดฟันแน่น หม่าเสวี่ยเฟยชำนาญทักษะธนูและท่าร่าง แต่ตอนนี้เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของเฉินเฟย หม่าเสวี่ยเฟยต้องยอมรับเลยว่านางตามไม่ทันจริงๆ

และต่อให้ตามทัน หม่าเสวี่ยเฟยก็อาจลังเล

ท้ายที่สุดแล้วธนูของหม่าเสวี่ยเฟยไม่สามารถทำอะไรกับเฉินเฟยได้ในระยะใกล้ หากไล่ตามทัน นางควรใช้วิธีใดจับตัวเฉินเฟย?

หากสิ่งต่างๆไม่เป็นไปตามนั้น นางจะถูกโต้กลับหรือไม่?

ท้ายที่สุดแล้วหม่าเสวี่ยเฟยเห็นลูกธนูที่เฉินเฟยยิงใส่ผานเป่าเสวี่ยอย่างชัดเจน พลังของมันรุนแรงกว่านางมาก

ไม่มีใครรู้ว่าเฉินเฟยซึ่งเป็นนักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกมีกลอุบายใดอยู่อีก หม่าเสวี่ยเฟยไม่ต้องการเอาชีวิตของตัวเองเข้าไปเสี่ยง

อย่างไรก็ตามนางไม่ได้ขาดทุนมากนัก มากสุดแค่เสียดายที่ไม่ได้รับป้ายเหล็ก

“ศิษย์พี่เล่ย เราควรทำอย่างไรต่อ?”

คนอื่นๆมาหาเล่ยหยิงเฉา เห็นเฉินเฟยหายไปในยอดไม้จากระยะไกลจึงหันไปมองเล่ยหยิงเฉา ท้ายที่สุดแล้วตอนนี้เล่ยหยิงเฉามีหน้าที่รับผิดชอบรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ

“คอยสอดส่องในตำแหน่งของตัวเองให้ดี แยกย้ายได้”

เล่ยหยิงเฉาหายใจเข้าลึก ระงับความโกรธในใจ โบกมือให้ผู้คนรอบตัวกลับสู่ตำแหน่งเดิม

แค่แสร้งทำเป็นว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่เคยเกิดขึ้น เท่านี้ก็ไม่มีใครรู้แล้ว

คนอื่นแยกย้ายกันไป มีเพียงเสียงร้องอันเจ็บปวดของผานเป่าเสวี่ยที่ได้ยินเป็นครั้งคราว ความเจ็บปวดจากการแขนหักไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทนได้จริง นักยุทธ์ก็เช่นกัน

เฉินเฟยหยุดอยู่บนยอดไม้ห่างจากสระน้ำประมาณหนึ่งลี้ เมื่อยืนอยู่จุดนี้เฉินเฟยสามารถเห็นตำแหน่งของสระน้ำได้ไม่ชัดนัก จึงเป็นธรรมดาที่จะมองสิ่งอื่นได้ไม่ชัด

“เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น?” ปาข่าปรากฎตัวข้างเฉินเฟยและถามด้วยความสับสน

เมื่อครู่ปาข่าเห็นเฉินเฟยพูดคุยกับใครบางคนจากนั้นก็เริ่มสู้กัน ปาข่าค่อนข้างสับสนและไม่เข้าใจว่ามนุษย์เหล่านี้ทำอะไรกัน

“เจอเด็กน้อยน่ะ ไม่มีอะไรแล้ว”

เฉินเฟยส่ายหัวคิดถึงภาพตรงนั้น

การฝ่าเข้าไปไม่คุ้มค่ากัน แม้จะรวมปาข่าไปด้วยก็ตาม นอกจากนี้เฉินเฟยยังไม่รู้ว่าอาวุธวิญญาณอันนั้นมีความสามารถอย่างอื่นอีกหรือไม่

หากสุดท้ายแล้วไปติดกับดักอาวุธวิญญาณ ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นคงทำให้เฉินเฟยได้นอนตัวตรง

ในเวลานั้นไม่ว่าท่าร่างจะซับซ้อนแค่ไหนก็ไร้ความหมาย อาวุธวิญญาณเป็นอาวุธทรงพลังที่สามารถลดช่องว่างการโจมตี เฉินเฟยรู้สึกอยู่เสมอว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นมันในดินแดนลับ

ตอนนี้เขาได้เรียนรู้บทเรียนแล้ว

“อ๋อ”

ปาข่าพยักหน้าและพูดต่อ “ถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับไปเถอะ อยู่ให้ห่างๆเข้าไว้จะได้ไม่โดนเจอตัว”

“กลับไปหรือ? หลังจากคนเหล่านั้นทำสำเร็จ ดอกบัวฝันหวานจะถูกเอาไปนะ?”

เฉินเฟยตกใจ นี่ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้แต่ค่อนข้างอันตราย อาวุธวิญญาณคือตัวการสำคัญ มันอันตรายเพราะไม่รู้ความสามารถของอาวุธวิญญาณและระยะเวลาที่คนอื่นใช้งานมันได้

“คนพวกนั้นทำไม่สำเร็จแน่ ดอกบัวฝันหวานไม่มีทางถูกฆ่า” ปาข่าส่ายหน้าพูด

“ทำไมถึงฆ่ามันไม่ได้?”

เฉินเฟยเลิกคิ้วเพราะคิดไม่ถึงว่าปาข่าจะตอบแบบนี้ หรือว่าดอกบัวฝันหวานที่เขาเห็นไม่ใช่ร่างจริงแต่เป็นภาพลวงตา?

มันยังซ่อนตัวอยู่ใต้อาวุธวิญญาณได้อีกหรือ ดอกบัวฝันหวานแข็งแกร่งเกินไปไหม?

ถ้ามันแข็งแกร่งขนาดนั้นจริง สิ่งที่เฉินเฟยคิดก่อนหน้านี้โดยใช้น้ำสมุนไพรแช่แข็งจิตใจเพื่อค้นหาร่างจริงของดอกบัวฝันหวานจะกลายเป็นว่าเขาประเมินตัวเองสูงไป

“ดอกบัวฝันหวานเป็นหนึ่งในแหล่งอาหารของหนูปฐพี มันกินไม่มากนักแต่จะกินเป็นครั้งคราว หากดอกบัวฝันหวานตกอยู่ในอันตรายที่จะถูกฆ่า หนูปฐพีจะปรากฏตัว” ปาข่าอธิบายเสียงเบา

ตอนที่ปาข่ามาที่นี่กับเฉินเฟย เขาเพียงอยากได้เมล็ดกับใบบัว ไม่คิดตะโค่นดอกบัวฝันหวาน

ไม่ต้องพูดถึงว่าจะทำได้ไหม ถึงทำได้ปาข่าก็ไม่ทำเพราะหนูปฐพีจะบ้าคลั่ง

หนูปฐพีไม่สนใจว่ากินเมล็ดหรือใบบัวเจากดอกบัวฝันหวานท่าไหร่ อย่างไรแล้วดอกบัวฝันหวานจะงอกมันขึ้นมาใหม่เอง แต่ถ้าต้องการทำลายดอกบัวฝันหวาน หนูปฐพีจะปรากฎตัว

“หนูปฐพีคืออะไร?”

เฉินเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อสัตว์อสูรชนิดใหม่ ดูจากชื่อแล้วมันควรเป็นหนู เมื่อพิจารณาจากความกลัวของปาข่าที่มีต่อหนูปฐพี มันคงเหนือว่าดอกบัวฝันหวานมาก

หนูปฐพีสามารถใช้ดอกบัวฝันหวานเป็นแหล่งอาหาร จุดนี้อธิบายปัญหาบางอย่าง พูดคือหนูปฐพีควรแข็งแกร่งอย่างยิ่ง

“หนูปฐพีคือหนูปฐพี เมื่อถึงเวลาเจ้าจะเห็นเอง พวกเรากลับไปกันเถอะ แค่ไปอยู่ในระยะที่ปลอดภัยเป็นพอ”

ปาข่าเกาหัวไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เขาแค่บอกให้เฉินเฟยกลับไปและดูด้วยตัวเอง

เฉินเฟยพยักหน้าไม่ถามต่อ ถ้าดอกบัวฝันหวานถูกถอนรากถอนโคนจริง หนูปฐพีจะปรากฏตัว ในเวลานั้นเขาจะได้เห็นเอง

เมื่อพิจารณาจากความกลัวของปาข่าที่มีต่อหนูปฐพี เกรงว่านักยุทธ์หลายสิบใกล้สระน้ำนั่นคงได้เจอปัญหาใหญ่แล้ว

แต่พอถึงเวลานั้นเฉินเฟยก็จะได้เห็นว่าพลังของอาวุธวิญญาณนั้นคืออะไร เขาจะได้ระวังตัวเมื่อเผชิญกับมัน

หยิบเกาลัดจากกองไฟ[3] ในความวุ่นวายนี้อาจมีโอกาสได้เมล็ดบัวกับใบบัวบ้าง

ไม่ต้องคิดเรื่องทั้งต้น แค่เมล็ดบัวสักเม็ดหนึ่งก็พอแล้ว

เฉินเฟยเดินตามปาข่าเข้าใกล้สระน้ำอย่างเงียบๆ เสียงการต่อสู้จากด้านหน้าเริ่มชัดเจน ปาข่าพบตำแหน่งดีซึ่งสามารถมองเห็นสระน้ำโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง

จี้หยกในอ้อมแขนของเฉินเฟยส่องแสง ดวงตาเฉินเฟยเริ่มปรับภาพมองไปที่ห่างไกล

ดอกบัวฝันหวานกำลังจะตาย รากใหญ่โตหกส่วนล้วนเสียหาย ตามจริงแล้วในเวลานี้นักยุทธ์มากมายสามารถโจมตีตัวดอกบัวฝันหวานได้

แต่ไม่มีใครทำแบบนั้น ทุกคนต่างพยายามเบี่ยงการโจมตีไปยังรากของดอกบัวฝันหวาน

ท้ายที่สุดแล้วเมล็ดบัว ใบบัว และรากบัวล้วนเป็นสิ่งที่เสริมพลังจิตใจได้ หากทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งพังจะต้องรู้สึกลำบากใจอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะไม่ทำแบบนั้น

แม้แต่รากยังถูกคนเหล่านั้นรวบรวมเก็บไว้

เมื่อเทียบกับส่วนอื่น แม้รากของดอกบัวฝันหวานจะเพิ่มพลังจิตใจได้น้อยกว่า แต่ไม่ว่าจะน้อยแค่ไหนมันก็ยังมีผล

เฉินเฟยเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าผู้คนมากมาย อย่างมากสุดภายในสองสามเค่อนี้ดอกบัวฝันหวานคงถูกเอาตัวไป นั่นคือเวลาที่พวกเขาต้องควบคุมจังหวะพยายามไม่ทำร้ายตัวดอกบัวฝันหวาน

ดวงตาเฉินเฟยสังเกตสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะความผันผวนของโล่แสงที่ปล่อยมาจากอาวุธวิญญาณซึ่งทำให้เฉินเฟยคิดหนัก

“มาแล้วมาแล้ว!”

ปาข่าพูดออกมาทันใด เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกลัวอย่างยิ่ง เฉินเฟยเงยหน้ามองสระน้ำ เส้นสีดำวิ่งเจ้ามาด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า

นักยุทธ์สองสามคนที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างนอกเหมือนจะสังเกตเห็นบางสิ่งแปลกๆ แต่ก่อนที่พวกเขาจะเคลื่อนไหว ร่างกายพวกเขาแข็งค้างและกลายเป็นลิ่มเลือดกระจัดกระจายอยู่บนพื้น

[1]มองเสือดาวจากท่อไม้ไผ่ เห็นเพียงส่วนหนึ่ง

[2]รู้จักใบไม้ร่วงหล่นยามฤดูใบไม้ร่วง ผลลัพธ์ของสถานการณ์ทั้งหมด

[3]หยิบเกาลัดจากกองไฟ เสี่ยงตายเพื่อคนอื่น