ตอนที่ 123 ความดื้อรั้นของผู้แข็งแกร่ง

เฉินเฟยมองหลวงจีนและรู้สึกเสมอว่าหลวงจีนดูผิดปกติ เพราะจนถึงตอนนี้เฉินเฟยก็ยังไม่เข้าใจว่าหลวงจีนรูปนี้เป็นการดำรงอยู่แบบใด

เป็นการดำรงอยู่ของการแยกวิญญาณ? ความผิดหวัง? หรือเป็นวิญญาณเครื่องมือของค่ายกลจิตใจ?

ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ขณะที่เฉินเฟยกำลังคิดว่าจะปีนขึ้นไปนำลูกปัดจิตใจลงมาโดยตรงหรือหรือไม่ ในที่สุดหลวงจีนก็เคลื่อนไหว

“ฟ้าดินอยู่ในแขนเสื้อ[1]? ประสกฝีมือดี อาตมารู้สึกละอาจใจนัก” หลวงจีนมองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม สีหน้ากลับไปนิ่งสงบเหมือนเดิม

“ข้าผ่านการทดสอบหรือยัง?” เฉินเฟยถามอย่างรวดเร็ว

“ใช่ ประสกผ่านการทดสอบแล้ว ตอนนี้ลูกปัดจิตใจนี้เป็นของประสก” หลวงจีนพยักหน้าและโบกมือขวาเล็กน้อย ลูกปัดจิตใจบนหอคอยหินลอยลงมาตรงหน้าเฉินเฟย เฉินเฟยยื่นมือออกไปรับไว้

“ประสก พวกเราจะได้พบกันอีก!” หลวงจีนคำนับ สภาพแวดล้อมสั่นสะเทือนรุนแรงกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง

“ช้าก่อน หากข้าทำลายลูกปัดจิตใจ ค่ายกลจะถูกทำลายหรือไม่?” เฉินเฟยถาม

“เมื่อลูกปัดจิตใจสามเม็ดถูกทำลายพร้อมกันเท่านั้นค่ายกลจึงถูกทำลาย”

เสียงหลวงจีนแผ่วเบา เฉินเฟยมองรอบด้านอีกครั้งและพบว่าตัวเองยืนอยู่ที่เดิม ไม่มีหลวงจีนอยู่รอบด้านราวกับทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตา

มีเพียงลูกปัดทองสัมฤทธิ์ในมือเท่านั้นที่บอกเฉินเฟยได้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเรื่องจริง

“เฮ้อ ลูกปัดจิตใจนี้แตกหักแล้ว”

เฉินเฟยมองลูกปัดจิตใจในมือ บนลูกปัดมีรอยร้าวมากมาย เฉินเฟยอดไม่ได้ที่จะนึกถึงฟางชิ่งหง นี่อาจเป็นเพราะลูกปัดจิตใจมีปัญหาจึงทำให้ฟางชิ่งหงเคลื่อนไหวได้

เมื่อสัมผัสได้ถึงจุดดำที่อยู่ไม่ไกล เฉินเฟยจึงถอยห่างออกไปหลายสิบหมี่อย่างระมัดระวัง เข้าไปอยู่ในลานบ้านและสังเกตลูกปัดจิตใจในมืออย่างรอบคอบ

“ข้อความเหล่านี้?”

เฉินเฟยถูเส้นบนลูกปัดจิตใจ เห็นได้ชัดว่าไม่คุ้นเคยกับเลย แต่เมื่อเฉินเฟยเพียงลูบแต่ละเส้นเขาก็เข้าใจความหมายของคำ

“อัศจรรย์!”

เฉินเฟยถอนหายใจเพราะไม่สามารถเข้าใจหลักการของค่ายกลนี้ได้ มันเกินความรู้ของเฉินเฟยไปมาก และรูปแบบนี้ค่อนข้างคล้ายสยบมังกรคชสารที่ได้รับมา หลังผ่านไปพักหนึ่งแล้วก็จะลืมสิ่งที่เห็น

“สิ่งที่ร้ายกาจเช่นนี้เป็นเหมือนกันหมดเลยหรือ?”

เฉินเฟยงสับสน หากเป็นคนอื่นเกรงว่าจะไม่รู้อะไรเลย การลืมหลังจากอ่านเช่นนี้ทำให้จำเป็นต้องมีความเข้าใจและความเพียรอย่างมากในการจดจำความหมายของคำเหล่านี้

แต่โชคดีที่เฉินเฟยมีระบบ

ขณะที่เฉินเฟยกำลังลูบเส้นทั้งหมด แม้เฉินเฟยจะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังดูอะไรอยู่ แต่หลังจากเฉินเฟยลูปลูกปัดจิตจนครบทั้งเม็ด บนระบบเกิดการเปลี่ยนแปลง

[ค่ายกล: ค่ายกลจิตใจไม่สมบูรณ์]

“ลูกปัดจิตใจแต่ละเม็ดควรมีวิธีควบคุม แต่ตอนนี้สายแล้ว ฟางชิ่งหงอาจรู้ว่าลูกปัดจิตใจถูกเคลื่อนย้าย”

เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเกิดแผนในใจ ตอนนี้เพียงต้องกลับไปพบฟางชิ่งหงอีกครั้ง

เฉินเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจวิ่งกลับไปลานบ้าน หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยมาถึงลานบ้าน

“วิ้ง!”

เมื่อเฉินเฟยมาถึงเขาก็รู้สึกเวียนหัว เฉินเฟยลืมตาขึ้นอีกครั้ง คนคนนั้นได้ปรากฎตัวในถ้ำปิด

“ฮ่าฮ่าฮ่า ดี ทำได้ดี!”

ฟางชิ่งหงมองลูกปัดจิตใจในมือเฉินเฟยแล้วหัวเราะเสียงดัง ฟางชิ่งหงขยับมือขวาเล็กน้อย ลูกปัดจิตใจลอยไปหา

ฟางชิ่งหงมองลูกปัดจิตใจในมือและไม่อาจระงับรอยยิ้มไว้ได้ เงยหน้ามองเฉินเฟย “เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ ไม่อย่างนั้นคนเหล่านี้รวมถึงเจ้าจะต้องตาย! แต่ในเมื่อตอนนี้เจ้านำลูกปัดจิตใจกลับมาได้ ข้าก็จะทำตามสัญญาปล่อยออกไปสองคน!”

“ปล่อยพวกเขาไปก่อน!”

เก่อหงเจี๋ยมองเฉินเฟยและพูดเสียงทุ้ม

“ปล่อยข้า ปล่อยข้าไปก่อน ข้าบาดเจ็บ ปล่อยข้าไป!” ลู่ไห่เยวียนทั้งสองตะโกนเสียงดังและดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง

“ให้ศิษย์พี่เก่อกับศิษย์น้องมู่ไปก่อน ข้าจะอยู่กับเจ้าเอง” จางฟางฉยงพูดด้วยรอยยิ้ม

“ไม่ ให้ศิษย์พี่ไปก่อน” มู่หลางเทาพูดเสียงดัง

“ข้าเป็นหัวหน้า ฟังข้าซะ!”

เก่อหงเจี๋ยพูดยืนยัน มองเฉินเฟยด้วยสายตาอ้อนวอนโดยหวังว่าเฉินเฟยจะยอมรับคำขอของเขา ในฐานะหัวหน้ากลุ่มย่อมไม่มีเหตุผลที่จะหนีไปก่อน นี่เป็นความเชื่อที่เก่อหงเจี๋ยปฏิบัติมาตลอด

“ปล่อยพวกเขาไปก่อน!”

เฉินเฟยพยักหน้า ชี้จางฟางฉยงกับมู่หลางเทา

“ได้!”

ฟางชิ่งหงหัวเราะเสียงดังและรักษาสัญญา ด้วยการโบกมือหนึ่งครั้งจางฟางฉยงกับมู่หลางเทาก็หายไป

เก่อหงเจี๋ยยิ้มและหยักหน้าให้เฉินเฟย

“รีบไปนำลูกปัดจิตใจเม็ดสองกลับมา!”

ฟางชิ่งหงมองไปที่เฉินเฟย ชี้นิ้วไปข้างหน้า ลำแสงอีกสายหนึ่งสว่างวาบเข้าไปในตันเถียนเฉินเฟย

เฉินเฟยตัวแข็งทื่อ มองฟางชิ่งหงพร้อมกับขมวดคิ้ว “หมายความว่าอย่างไร!”

“เพียงแค่เพิ่มการควบคุมเจ้าอีกเล็กน้อย ไม่ต้องกังวล ตราบใดที่เจ้าได้รับลูกปัดจิตใจทั้งหมดมาข้าจะปล่อยเจ้าไปอย่างปลอดภัย” ฟางชิ่งหงยิ้มอย่างนิ่งเฉย

เฉินเฟยขมวดคิ้วหันกลับไปมองเก่อหงเจี๋ยก่อนจะหายตัวไป เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเขาก็มาอยู่ลานบ้านซึ่งมีจางฟางฉยงและมู่หลางเทาอยู่ด้วย

“ศิษย์น้องเฉิน เจ้าควรให้ศิษย์พี่เก่อออกไปก่อน” จางฟางฉยงมองเฉินเฟยและพูด้เสียงต่ำ

“ท่านไปรอข้าที่ประตูเมืองก่อน ข้าจะช่วยศิษย์พี่เก่อเอง” เฉินเฟยพูดเสียงทุ้ม

จางฟางฉยงทั้งสองถอนหายใจ เมื่อรู้ว่าตอนนี้ไม่มีอะไรที่ทำได้พวกเขาจึงบอกให้เฉินเฟยระวังตัว จากนั้นทั้งสองก็หายไปจากลานบ้าน

เฉินเฟยยืนอยู่ที่เดิม เมื่อระบุทิศทางได้แล้วจึงพุ่งไปยังลูกปัดจิตใจเม็ดที่สอง ในขณะเดียวกันความคิดต่างๆก็วนเวียนไปมาในใจ

ความแข็งแกร่งของฟางชิ่งหงน่ากลัวมากอย่างไม่ต้องสงสัย น่ากลัวคือน่ากลัว แต่ไม่ถึงชั้นที่มีอำนาจทุกอย่าง เวลาที่เฉินเฟยอยู่ต่อหน้าฟางชิ่งหงเขาก็กังวลเหมือนกันว่าพลังที่อยู่ในใจน้อยลงแล้วจะถูกค้นพบ

แต่ฟางชิ่งหงกลับไม่ได้สังเกตสิ่งนี้ผ่านเลือดเนื้อ เขาเพียงรู้สึกว่าพลังยังคงอยู่ สำหรับปริมาณเขาไม่สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน

เหตุผลเดียวคือทำไมฟางชิ่งหงใส่พลังประหลาดเข้ามาในตัวเฉินเฟย สิ่งนี้ทำให้เฉินเฟยสับสนมาก

หลังวิ่งไปหลายร้อยหมี่เฉินเฟยก็หยุดที่ตรอกซอย เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังประหลาดที่ตันเถียนเฉินเฟยจึงเริ่มใช้สยบมังกรคชสาร

เมื่อสยบมังกรคชสารเริ่มหมุนเวียน พลังงานประหลาดก็เริ่มสั่นสะเทือน ทันทีที่พลังประหลาดตอบโต้กลับมันก็ถูกสยบมังกรคชสารรุมฉีกทำลายไปเก้าส่วนและเหลือเพียงหนึ่งส่วน

หลังดูดซับประหลาดนี้ภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในใจเฉินเฟย สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปมาเล็กน้อย เขาได้เห็นเสี้ยวหนึ่งของช่วงชีวิตฟางชิ่งหง

อายุสิบปีได้สัมผัสกับศิลปะการต่อสู้โดยบังเอิญและได้แสดงพรสวรรค์ที่สูงล้ำ

อายุสิบสามปีได้เข้าร่วมสำนักเล็ก ทะยานขึ้นสู่ฟ้าไปถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน อายุสิบหกปี กลายเป็นระดับขัดเกลาอวัยวะภายในที่อายุน้อยที่สุดของสำนัก

อายุสิบเจ็ดปีเริ่มออกเดินทางไปหาวิชายุทธ์ระดับขัดเกลาทวาร อายุยี่สิบปีค้นพบตำราลับที่คนรุ่นก่อนทิ้งไว้ในถ้ำแห่งหนึ่ง ตอนอายุยี่สิบสี่ปีวัดจุดทวารและทะลวงระดับขัดเกลาทวาร

อายุยี่สิบห้าปีกลับมาที่สำนัก ปราบปรามการต่อต้านของทุกคนและขึ้นเป็นเจ้าสำนัก

อายุยี่สิบเจ็ดปีกลายเป็นคนโหดเหี้ยมไร้ปรานี ต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งในระดับเดียวกันแต่พ่ายแพ้จึงต้องหลบหนี

อายุสามสิบปีค้นพบดินแดนลมประหลาด

เฉินเฟยลืมตาขึ้น ความทรงจำจบลงตรงนี้ เดิมทีเฉินเฟยต้องการดูว่าทำไมอีกฝ่ายถึงถูกขังอยู่ที่นี่

ในความทรงจำที่เหลืออยู่ เฉินเฟยเห็นเพียงฟางชิ่งหงสู้กับสิ่งแปลกประหลาด

“ทำไมถึงมีชิ้นส่วนความทรงจำในพลังประหลาด?”

เฉินเฟยเกิดสับสน พอคิดถึงสิ่งที่เป็นไปได้สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป

ยึดร่าง! พูดอีกอย่างคือปรับแต่งหุ่นเชิด ใส่ความทรงจำส่วนหนึ่งเข้าไปในร่างกายผู้อื่น หยั่งรากโดยไม่ให้รับรู้และกระตุ้นเมื่อถึงเวลา

เฉินเฟยนึกถึงสภาพครึ่งมนุษย์ครึ่งความประหลาดของฟางชิ่งหง ยังมีโอกาสชนะเขาอยู่ แต่มีโอกาสมากกว่าที่จะโดนปรับแต่งเป็นหุ่นเชิด ในสายตาฟางชิ่งหง เฉินเฟยเป็นคนที่มีพื้นฐานดี

“ตอนนี้ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะควบคุมข้าและได้แต่ตรวจสอบร่างกาย เดาว่าคงต้องการให้ข้าไปหาลูกปัดจิตใจอย่างเชื่อฟังและไม่ต้องการกระตุ้นมากเกินไป”

เฉินเฟยขมวดคิ้ว ฟางชิ่งหงอาจให้ทำหลายสิ่งก่อนจะขนของเสร็จแล้วฆ่าลา[2] ตอนนี้อีกฝ่ายมุ่งเป้ามาที่เฉินเฟยและยังลงมืออย่างช่ำชอง

หากไม่ใช่เพราะสยบมังกรคชสารเฉินเฟยคงทำอะไรไม่ได้เช่นกัน สำหรับพลังประหลาดเหล่านั้น ฟางชิ่งหงต้องทำเพียงกำหนดเวลาเท่านั้น นักยุทธ์ธรรมดาจะมีชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่าตายจนสุดท้ายก็ต้องกลับไปอย่างเชื่อฟัง

ในบางครั้งความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด แต่เป็นอยากตายแล้วตายไม่ได้ต่างหาก!

ขณะที่คิดอยู่สองสามอย่างในใจเฉินเฟยก็วิ่งไปยังลูกปัดจิตใจเม็ดที่สอง ในเวลาไม่นานเขามาถึงจุดหนึ่ง

เฉินเฟยรู้สึกถึงมันซึ่งคล้ายกับตำแหน่งของลูกปัดจิตใจเม็ดแรก และยังคงมีจุดดำมากมายอยู่รอบด้าน ใครก็ตามที่จะไปครอบครองมันล้วนมีแต่ต้องตาย

เฉินเฟยกระตุ้นพลังประหลาดในจิตใจ ระลอกคลื่นปรากฏขึ้นตรงหน้า เฉินเฟยเดินข้างหน้าและเห็นหอคอยหินที่มีลูกปัดจิตใจอยู่

ครั้งนี้เฉินเฟยไม่ปีนขึ้นไปอีกและรออย่างสงบ เพียงครู่เดียวโดยรอบก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หลวงจีนรูปหนึ่งปรากฏตัวและมองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม

“ประสก เราพบกันอีกแล้ว” หลวงจีนคำนับเฉินเฟย

เฉินเฟยขมวดคิ้ว แน่นอนว่าหลวงจีนรูปนี้เป็นคนเดียวกับที่ปรากฏตัวทีแรก

“ครั้งนี้เป็นการทดสอบอะไร?” เฉินเฟยถามตรงประเด็น

“ขอให้ประสกแสดงวิธีนั้นอีกครั้ง อาตมาอยากเห็นอีกครั้ง!” หลวงจีนพูดด้วยรอยยิ้ม

เฉินเฟยกระพริบตาปริย ท่านดื้อรั้นจนอยากจะยืนตรงจุดที่ล้มลงหรือ นี่เป็นการตื่นรู้ของผู้แข็งแกร่งหรือเป็นเพียงความดื้อรั้นหรือความเย่อหยิ่ง?

“ไม่มีปัญหา!”

เฉินเฟยไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธคำขอนี้

[1]ฟ้าดินอยู่ในแขนเสื้อ ภาพลวงตาเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

[2]ขนของเสร็จแล้วฆ่าลา ทำสำเร็จแล้วก็ถีบหัวส่ง