ตอนที่ 257 การเปลี่ยนแปลงบนแผงระบบ

ตามจริงแล้วทุกสำนักล้วนถูกสำนักอื่นวางคนไว้ แน่นอนว่าไม่ใช่เสายลับ แต่บางครั้งเมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้นจะได้รู้ทันที

ทุกสำนักรู้อยู่แก่ใจว่าสำนักตัวเองถูกสำนักอื่นวางคนไว้เพราะทุกสำนักทำแบบเดียวกัน

ดังนั้นเมื่อข่าวเฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวารกระจายในศิษย์สำนัก เป็นธรรมดาที่คนสำนักอื่นจะรู้เรื่องนี้

การถือกำเนิดระดับขัดเกลาทวารเป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับทุกสำนัก แม้แต่เจ้าปกครองอย่างสำนักกระบี่เซียนเมฆายังให้ความสนใจต่อการกำเนิดระดับขัดเกลาทวารในสำนัก

นี่เป็นเรื่องของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและยังเป็นความก้าวหน้าของเฉินเฟย เขาใช้เวลาเพียงปีกว่าในการเลื่อนจากศิษย์แท้จริงมาถึงจุดนี้

ด้วยความเร็วเท่านี้ ไม่รู้ว่าศิษย์แท้จริงคนอื่นในสำนักถูกทิ้งห่างมากแค่ไหน หากศิษย์แท้จริงทุกคนทะลวงระดับได้เร็วอย่างเฉินเฟย ทำไมต้องกังวลว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะไม่เจริญรุ่งเรืองอีก

แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงความฝัน แม้แต่สำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ไม่สามารถให้กำเนิดนักยุทธ์ขัดเกลาทวารทุกปี ไม่ว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะมีศิษย์แท้จริงมากมายหรือศิษย์แท้จริงสิบอันดับแรกที่เกือบเอาชนะผู้นำศิษย์แท้จริงของสำนักอื่น

แต่เมื่อพูดถึงระดับขัดเกลาทวาร นั่นยังเป็นสถานการณ์หนึ่งในร้อย เพียงแค่สำนักกระบี่เซียนเมฆาเหนือกว่า แต่การให้กำเนิดระดับขัดเกลาทวารยังต้องใช้เวลาหลายปีเช่นกัน

หากโชคไม่ดีอาจใช้เวลาหกเจ็ดปี

เพียงแค่สถานการณ์นั้นเกิดขึ้นได้ยาก ในสิบปีที่ผ่านมาสำนักกระบี่เซีนเมฆาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ! เป็นเพราะต้นไม้วิญญาณ ผู้แข็งแกร่งชั้นสูง และวิชายุทธ์!

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสำนักอื่นจึงให้กำเนิดระดับขัดเกลาทวารได้ยากขึ้น ตัวอย่างเช่นเหมียวเต๋าซินอดีตผู้นำศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เขาอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุดมาหลายปีแต่ยังไม่ทะลวงผ่าน

ดังนั้นเฉินเฟยมาซึ่งมาทีหลังแต่ทะลวงระดับขัดเกลาทวารก่อนจึงทำให้ผู้คนในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวตื่นเต้น

แม้ทุกคนจะคิดอยู่แล้วว่าเฉินเฟยสามารถทะลวงระดับขัดเกลาทวารในไม่กี่ปี แต่หากไม่ทะลวงระดับจริงก็ยังไม่ถือว่าเป็นความสำเร็จ

ในอดีตมีศิษย์ไม่น้อยที่ทุกคนมองในแง่ดี แต่สุดท้ายกลับทะลวงระดับล้มเหลว และด้วยรากฐานแข็งแกร่ง เมื่อทะลวงระดับจุดทวารจึงเสียหายมากขึ้น

บางคนไม่มีโอกาสแม้แต่ฟื้นฟูจุดทวารและทะลวงระดับอีกครั้ง ในทางกลับกันผู้มีรากฐานอ่อนแอยังมีโอกาสฟื้นฟูจุดทวารและทะลวงระดับอีกครั้ง

ยิ่งรากฐานแข็งแกร่งยิ่งมีโอกาสทะลวงระดับมากกว่า แต่บางครั้งรากฐานที่แข็งแกร่งก็เป็นความลำบากที่ซ่อนอยู่

เส้นทางยุทธ์นั้นยากจะเข้าใจ ก้าวหน้าทีละขั้นไม่ใช่เพียงคำพูด แท้จริงแล้วมันอยู่ในเส้นทางบ่มเพาะของนักยุทธ์ทุกคน

ขณะที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวยินดี สำนักอื่นต่างก็อิจฉา ด้วยพรสวรรค์ของเฉินเฟย ความเร็วในการบ่มเพาะในระดับขัดเกลาทวารย่อมไม่ช้า

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย อีกไม่กี่สิบปีเฉินเฟยคงก้าวสู่ระดับขัดกลาทวารขั้นกลางและไม่น่าจะมีปัญหาใด พลังต่อสู้เช่นนี้ย่อมเป็นส่วนสำคัญของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

ในห้องโถงหลักของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ฉวีชิงเซิงและผู้อาวุโสคนอื่นในสำนักต่างมองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม นี่เป็นการประชุมทางการ อย่างไรแล้วเฉินเฟยยังไม่รู้จักผู้อาวุโสหลายคน

“สำนักภายในยังเหลือตำแหน่งอยู่ เจ้ายินดีรับตำแหน่งนั้นหรือไม่?”

ฉวีชิงเซิงถามด้วยรอยยิ้ม เฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวารจึงหลุดจากตำแหน่งศิษย์แท้จริง ตอนนี้เขาสามารถทำงานให้สำนักได้แล้ว

ถือได้ว่าเป็นการเลื่อนตำแหน่งและมอบความเคารพให้ ไม่เช่นนั้นหากอยู่ในตำแหน่งศิษย์ต่อไปจะไม่ค่อยเหมาะสม

หลังเข้ารับตำแหน่งในสำนักจะถือได้ว่าเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้ง โดยเชื่อมโยงเฉินเฟยให้ใกล้ชิดกับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

สำนักจะมอบทรัพยากรบ่มเพาะขั้นพื้นฐานให้ทุกเดือน สิ่งนี้ค่อนข้างคล้ายกับศิษย์แท้จริง พวกเขาหวังว่าจะช่วยประหยัดเวลาและสร้างความก้าวหน้ามากขึ้น

“ข้ายินดี!” เฉินเฟยกุมมือพูด

ก่อนจะมาที่นี่เฟิงซิวผู่ได้บอกบางอย่างให้รู้ก่อนแล้วซึ่งรวมถึงเรื่องหน้าที่ ส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งว่างงาน ตำแหน่งที่มีอำนาจล้วนอยู่ในมือของผู้อาวุโสคนอื่น

เฉินเฟยไม่ได้แสวงหาตำแหน่งเหล่านี้เช่นกัน เขาไม่ชอบจัดการงานและอยากใช้เวลาสำหรับบ่มเพาะ

ในโลกนี้ ท้ายที่สุดความแข็งแกร่งจะพูดเอง หากแข็งแกร่งพอหลายสิ่งที่ไม่ต้องการก็จะมาหาเองอยู่ดี

“ดี!”

ฉวีชิงเซิงพยักหน้า พูดให้กำลังใจแล้วหยิบกล่องจากแขนเสื้อมอบให้เฉินเฟย

สีหน้าเฉินเฟยดีขึ้น ในที่สุดก็ถึงช่วงสำคัญ มอบของขวัญแสดงความยินดี

การทะลวงระดับขัดเกลาทวารทำให้มีอายุยืนยาวถึงสองร้อยปีซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดี ตามประเพณีของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ทุกคนต้องมอบของขวัญให้เฉินเฟยเพื่อเป็นการแสดงความยินดี

เป็นธรรมดาที่ยอดฝีมือขัดเกลาทวารจะไม่ได้รับการปฏิบัติเหมือนนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกาย ดังนั้นทุกอย่างที่มอบให้จึงเป็นวัตถุวิญญาณ วัตถุวิญญาณเหล่านี้สามารถช่วยระดับขัดเกลาทวารแรกเริ่มให้รวมขอบเขตอย่างรวดเร็วและเพิ่มระดับบ่มเพาะ

ในห้องโถงมีมากกว่ายี่สิบคน นอกจากผู้อาวุโสที่อยู่ในการเก็บตัว นักยุทธ์ขัดเกลาทวารคนอื่นล้วนอยู่ที่นี่

ทุกคนเดินมาพูดกับเฉินเฟยสองสามคำและมอบของขวัญแสดงความยินดีให้ หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยออกจากห้องโถงด้วยรอยยิ้ม

ใครก็ตามที่ได้รับของมากมายในคราวเดียวย่อมมีสีหน้าเหมือนเฉินเฟย มันเป็นการเก็บเกี่ยวที่สมบูรณ์มาก

สำนักจัดบ้านใหม่ให้เฉินเฟยและอยู่ไม่ไกลจากเฟิงซิวผู่ หากเฉินเฟยมีสิ่งต้องทำในอนาคต การไปหาเฟิงซิวผู่จะสะดวกยิ่งขึ้น

ในห้องลับของบ้าน เฉินเฟยเปิดแต่ละกล่องและตรวจสอบวัตถุวิญญาณด้านใน

ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรวิญญาณ หากกลืนสมุนไพรวิญญาณเหล่านี้โดยตรงจะสามารถเพิ่มการบ่มเพาะของระดับขัดเกลาทวาร แต่ไม่มีใครทำเช่นนั้นเพราะสิ้นเปลืองเกินไป

ไม่ง่ายเลยที่จะได้รับสมุนไพรวิญญาณ มีเพียงการหลอมเป็นโอสถเท่านั้นที่จะเพิ่มคุณค่าสมุนไพรวิญญาณให้ถึงขีดสุด

นอกจากสมุนไพรวิญญาณก็มีศิลาทองคำ คนเหล่านั้นรู้ว่าเฉินเฟยยังไม่มีกระบี่วิญญาณ ศิลาทองคำเหล่านี้สามารถใช้เป็นวัสดุเสริมเพื่อให้อาวุธกึ่งวิญญาณพัฒนาเร็วขึ้น

เฉินเฟยจำแนกสมุนไพรวิญญาณออกเป็นหมวดหมู่แล้วเก็บไว้ในช่องมิติด้วยรอยยิ้ม บนพื้นเหลือเพียงศิลาทองคำ

เฉินเฟยวางแผนหลอมสมุนไพรวิญญาณด้วยตัวเองเพื่อใช้มันให้ถึงขีดสุด ด้วยการหลอมสมุนไพรวิญญาณทั้งหมดให้เป็นโอสถก่อนกิน อย่างน้อยเฉินเฟยจะสามารถเปิดจุดทวารที่สอง

แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเพราะเฉินเฟยยังไม่ได้เรียนรู้สูตรโอสถใหม่

เฉินเฟยยกมือขวาขึ้น กระบี่เฉียนหยวนด้านข้างปลดออกจากฝักและลอยมาอยู่ตรงหน้า พลังจิตวิญญาณเฉินเฟยสั่นไหว ดึงศิลาทองคำบนพื้นสัมผัสกับกระบี่เฉียนหยวนตามวิธีของเคล็ดเก็บกระบี่จนพวกมันสั่นพ้องต้องกัน

กระบี่เฉียนหยวนปล่อยแสงจาง พลังที่มองไม่เห็นลอยออกจากศิลาทองคำซึมเข้ากระบี่เฉียนหยวน

“แกร้กแกร้กแกร้ก!”

กระบี่เฉียนหยวนส่งเสียง ในขณะเดียวกันศิลาทองคำเริ่มหดลง ฝุ่นผงบางส่วนตกลงพื้น

โครงสร้างหลักของกระบี่เฉียนหยวนสมบูรณ์แล้ว หากต้องการเปลี่ยนให้เป็นกระบี่วิญญาณต้องให้มันดูดซับพลังจิตวิญญาณจากวัตถุวิญญาณอื่นเพื่อปรับปรุงพื้นผิวและวิญญาณ

นี่เป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน เฉินเฟยฝึกเคล็ดเก็บกระบี่จนถึงระดับรู้แจ้ง ในขณะเดียวกันยังมีทองศิลาสวรรค์ ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าสามารถพัฒนากระบี่เฉียนหยวนให้เป็นอาวุธวิญญาณได้ในหนึ่งปี

หากเปลี่ยนเป็นระดับขัดเกลาทวารคนอื่นในสำนักที่เพิ่งทะลวง ต่อให้มีวัสดุเพียงพอ หากฝึกเคล็ดเก็บกระบี่ได้ไม่ดีเวลาที่ใช้จะยืดยาวไปอีก

และยังเป็นคำถามว่าพลังจิตวิญญาณสามารถรองรับการทำแบบนี้ในระยะยาวได้หรือไม่

ตามบันทึกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว คนส่วนใหญ่ใช้เวลานานกว่าสามปีในการพัฒนากระบี่กึ่งวิญญาณให้เป็นกระบี่วิญญาณและนั่นยังถือว่าเร็วแล้ว

ตัวอย่างเช่นเฟิงซิวผู่ อาจารย์ของเฉินเฟยใช้เวลาสี่ปีในการพัฒนากระบี่ทิวเขามรกต

และมันก็คุ้มค่าเช่นกัน หลังจุดทวารของเฟิงซิวผู่เสียหายและการบ่มเพาะถดถอยจนกลายเป็นระดับปรับแต่งร่างกาย กระบี่ทิวเขามรกตยังคงช่วยสนับสนุนเฟิงซิวผู่อยู่ตลอด

และด้วยการหล่อเลี้ยงจากวิญญาณกระบี่ทิวเขามรกต แม้จะได้บาดเจ็บเป็นเวลานาน จุดทวารเฟิงซิ่วผู่ก็ไม่แตกสลายซึ่งทำให้เขามีโอกาสฟื้นฟู

ตกเย็น ศิษย์ดูแลนำขวดโอสถและศิลาหยวนหนึ่งก้อนมาให้ นี่คือทรัพยากรที่สำนักมอบให้ระดับขัดเกลาทวารทุกเดือน

โอสถคือโอสถหลิงเสวี่ยซึ่งหลอมจากสมุนไพรวิญญาณ มันเป็นประโยชน์อย่างมากต่อระดับขัดเกลาทวารโดยเฉพาะระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น

ตามที่เฟิงซิวผู่บอก หากใช้โอสถหลิงเสวี่ยระยะยาว เวลาในการเปิดจุดทวารจะสั้นลงมาก แต่ราคาของโอสถหลิงเสวี่ยนั้นไม่ถูก ตราบใดที่ทำจากวัตถุจิตวิญญาณย่อมไม่ใช่ของถูก

ศิลาหยวนในมือของเฉินเฟยเป็นศิลาหยวนระดับต่ำ มันสามารถใช้ซื้อโอสถหลิงเสวี่ยได้หนึ่งเม็ด ศิลาหยวนยังใช้สำหรับบ่มเพาะได้โดยตรงแต่มันให้ผลน้อยกว่าโอสถ

นอกจากการบ่มเพาะยังสามารถใช้สำหรับสิ่งอื่น ดังนั้นศิลาหยวนจึงมีวิธีใช้หลากหลายและเป็นที่นิยมในบรรดานักยุทธ์ที่เหนือกว่าระดับปรับแต่งร่างกาย

ศิลาหยวนหนึ่งก้อน หากแปลงเป็นเงินจะมีมูลค่าสามหมื่นตำลึง อย่างไรก็ตามการแลกสามหมื่นตำลึงเป็นหินหยวนนั้นเป็นเรื่องยาก จำเป็นต้องจ่ายส่วนต่างไม่น้อยเพื่อแลกเปลี่ยนมัน

จำนวนส่วนต่างขึ้นอยู่กับราคาในขณะนั้น บางครั้งต้องใช้สี่หมื่นตำลึงในการแลกศิลาหยวน อย่างต่ำสุดคือสามหมื่นหนึ่งพันหนึ่งร้อย

ศิลาหยวนสามารถใช้กับนักยุทธ์ที่ควบคุมพลังหยวนเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าตำลึงเงินจะใช้กับนักยุทธ์เหล่านี้ไม่ได้

ในโลกนี้มีคนธรรมดามากกว่านักยุทธ์ ดังนั้นเงินจึงมีบทบาทอย่างมาก นักยุทธ์ไม่ใช่เซียนและยังต้องกินดื่ม เพียงแค่อาศัยอยู่ท่ามกลางคนธรรมดา

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมอบโอสถหลิงเสวี่ยและศิลาหยวนซึ่งรวมแล้วมีมูลค่าหกหมื่นตำลึง เฉินเฟยต้องหลอมโอสถอย่างหนักถึงจะมีรายได้สามหมื่นตำลึงต่อเดือน

ด้วยการเปลี่ยนแปลงของระดับบ่มเพาะ หากเฉินเฟยไม่แสวงหาความก้าวหน้าก็จะมีรายได้มากกว่าเดิม นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดจากระดับบ่มเพาะ

เฉินเฟยไม่ได้กินโอสถหลิงเสวี่ยทันทีและนำศิลาหยวนเข้าห้องลับ เขาอยากรู้ว่าการใช้ศิลาหยวนบ่มเพาะจะรู้สึกอย่างไร

หลังหลับตานั่งสมาธิ ทันใดนั้นเฉินเฟยพบว่ามีการแจ้งเตือนใหม่บนระบบ มันกระพริบเร็วมากเหมือนข้อความแจ้งเตือนที่ให้เฉินเฟยมอบหนึ่งตำลึงเพื่อทำให้วิธีหายใจจีซานเป็นแบบง่าย

“ค้นพบศิลาหยวน ต้องการจัดเก็บหรือไม่?”