ตอนที่ 170 สมบัติหายากร้อยปี

“หากอาหารที่เจ้าทำถูกใจข้า ข้าจะถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยน” ปาข่าพูดเสียงดัง

เฉินเฟยกลอกตาใส่ หลังสมุนไพรเกิดปัญญามันจะเต็มไปด้วยความคิดชั่วร้ายหรือ ตามจริงแล้วจะต้องตกลงกันก่อนถึงจะถือเป็นธุรกรรมได้

พูดอีกอย่างคือหากปาข่าปฏิเสธ นั่นจะเท่ากับกินอาหารเสร็จแล้วขับรถออกไปโดยไม่เสียอะไร

“ตกลง ไว้ตัดสินใจหลังกินเสร็จ”

เฉินเฟยพยักหน้า “แต่ตอนนี้ข้ามีเรื่องต้องจัดการก่อน หลังทำเสร็จแล้วข้าจะกลับมาหาเจ้า”

“ไปเถอะ”

ปาข่าโบกมือแล้วกระโดดลงไปในหลุม

แม้เฉินเฟยจะอยากรู้เกี่ยวกับโพรงนี้ แต่เขาไม่กล้ามองเข้าไป

ปาข่าเหมือนจะไม่กลัวเฉินเฟยเรียกกลุ่มคนมาปิดล้อม ไม่รู้ว่าในโพรงนั่นมีบางอย่างแปลกๆหรือเพราะปาข่ามั่นใจในพลังของตนกันแน่

เฉินเฟยคิดว่าหลังจากปาข่าแปลงร่าง พลัง,ความเร็ว,การป้องกันอันสุดขีดของเขานั้นทรงพลังยิ่งกว่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูงสุดเสียอีก

เกรงว่าคงเป็นเรื่องยากสำหรับนักยุทธ์ต่ำกว่าขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดจะสร้างบาดแผลให้ปาข่า อาจมีเพียงกลุ่มนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดที่จะปิดล้อมสังหารปาข่าได้

และปาข่ายังมีความนึกคิด หากเขาพบสิ่งผิดปกติสิ่งแรกที่ทำคงเป็นการหนี นอกจากนี้เขาอาจเชื่อมต่อกับวัตถุวิญญาณรอบตัวด้วย

พอถึงเวลานั้นเขาจะนำวัตถุวิญญาณกลายพันธุ์อื่นมาสู้กลับหรือไม่?

ห่างออกไปหลายสิบลี้

เจียวเซี่ยงหยวนมอบป้ายเหล็กสี่อันให้กัวหลินซานและพูดอย่างเคร่งขรึม “หนึ่งอันเป็นของเจ้า ส่วนอีกสามอัน ที่เหลือให้เจ้าส่งต่อให้ศิษย์น้องเฉิน”

“ได้!”

กัวหลินซานมองป้ายเหล็กในมือแล้วยิ้ม หนึ่งอันสำหรับตัวเอง สามอันสำหรับเฉินเฟย กัวหลินซานไม่มีข้อโต้โต้แย้งใด

ในการต่อสู้วันนี้ ตราบใดที่ไม่ได้ตาบอดก็จะรู้ดีว่าใครเป็นผู้ทำประโยชน์มากสุด

หากเฉินเฟยไม่พบจุดอ่อนร้ายแรงของอสูรกระต่าย ชีวิตของทุกคนในที่นี้คงตกอยู่ในอันตาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงป้ายเหล็กนี้เลย

คนอื่นๆมองป้ายเหล็กในมือกัวหลินซานด้วยความอิจฉา จำนวนเท่านี้รวมกับของที่เมล็ดพันธุ์แท้จริงมีอยู่แล้วหนึ่งอันจะตรงตามข้อกำหนดของการทดสอบนี้

หากบอกว่าไม่อยากได้คงเป็นการโกหก

แต่เป็นอย่างที่กัวหลินซานคิดไว้ ไม่ว่าคนอื่นจะอิจฉาแค่ไหนก็ไม่มีใครไม่กล้าขโมยป้ายเหล็กในเวลานี้เพราะจังหวะและเวลายังไม่เหมาะสม

เฉินเฟยเพิ่งจบการต่อสู้และใหแต่ละคนได้รับป้ายเหล็กอย่างน้อยหนึ่งอัน หากหันหลังให้กับเฉินเฟยและแย่งมันไปจากมือเฉินเฟยทันที

คนที่มาจากสำนักเดียวกันกับเขาคงแสดงใบหน้าน่าเกลียด นอกจากนี้เฉินเฟยยังแสดงพลังและท่าร่างออกมาให้เห็นแล้ว ให้พูดตามตรงคือหากเป็นสถานที่เปิดโล่ง

คาดว่าเฉินเฟยคนเดียวก็เอาชนะพวกเขาสองสามคนได้ และตอนนี้พวกเขายังไม่มีวิธีรับมือ

แม้ตอนนี้จะอิจฉาแต่ก็ทำได้เพียงอิจฉา ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้

“ยังมีเวลาเหลืออยู่ ในดินแดนลับ เจียวไม่กล้าพูดว่าจะทำให้ทุกคนได้รับตำแหน่งศิษย์แท้จริง แต่ผลประโยชน์ต้องแบ่งปันให้แน่นอน เจียวจะไม่ลำเอียงแต่อย่างใด”

เจียวเซี่ยงหยวนมองทุกคน เห็นสีหน้าแววตาพวกเขาและพูดเสียงดังด้วยรอยยิ้ม

“ศิษย์พี่เจียวยุติธรรมเสมอ การติดตามศิษย์พี่เจียวจะไม่มีปัญหาแน่”

บางคนตอบรับบางคนพยักหน้า ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่น การแจกจ่ายของเจียวเซี่ยงหยวนยุติธรรมแน่นอน เขาจะไม่เข้าข้างใครเป็นพิเศษ แจกจ่ายตามผลงานซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดส่วนใหญ่

ขณะที่เจียวเซี่ยงหยวนกำลังจะพูดต่อ เขารู้สึกถึงความผันผวนป้ายเหล็กกำลังใกล้เข้ามา เขาหันไปมองและพบว่าเป็นเฉินเฟย

สีหน้าเจียวเซี่ยงหยวนเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะเริ่มทักทาย

อสูรกระต่ายตัวนั้นน่ากลัวยิ่งนัก ขนาดผู้คนมากมายปิดล้อมก็ยังหาโอกาสหนีไปได้

หากครั้งนี้อสูรกระต่ายหลบหนีไปได้ หลังจากอสูรเรียนรู้บทเรียนครั้งนี้และกลับมาอีกครั้ง มันจะต้องน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมแน่

ต่อให้รู้จุดอ่อนของมันแล้ว แต่หากครั้งต่อไปอสูรกระต่ายเตรียมพร้อมกลับมามันจะเป็นเรื่องยากยิ่งขึ้น

“ศิษย์น้องเฉิน เป็นอย่างไรบ้าง?” เจียวเซียงหยวนถามเสียงเบา

“ฆ่าแล้ว” เฉินเฟยหัวเราะเบา

“ดี!”

เจียวเซี่ยงหยวนยิ้ม การต่อสู้ครั้งนี้จบลงอย่างสมบูรณ์ ปัญหาในอนาคตล้วนหมดไป ไม่ต้องกังวลว่าอสูรกระต่ายจะปรากฏตัวอีก

“ป้ายเหล็กของเจ้าถูกส่งมอบให้ศิษย์น้องกัวแล้ว”

เจียวเซี่ยงหยวนพูดด้วยรอยยิ้ม เฉินเฟยคนนี้คุ้มค่าที่จะดึงตัวมา ครั้งนี้เจียวเซี่ยงหยวนมีความุ่งมั่นมากขึ้น แต่ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่

“ศิษย์น้องเล็ก ป้ายเหล็กของเจ้า”

เฉินเฟยยื่นมือรับป้ายเหล็กทั้งสามและก้มหน้ามองมัน เมื่อรวมกับสองอันในช่องมิติและอีกอันในอ้อมแขน เฉินเฟยจะมีป้ายเหล็กมากถึงหกอัน

ภารกิจศิษย์แท้จริงใช้เพียงห้าอัน ไม่ว่าจะมีมากขึ้นเท่าไหร่ก็ไม่ได้ของรางวัลเพิ่ม

เฉินเฟยเก็บป้ายเหล็กและไม่ได้มอบให้หลินซานทันที เขาว่าจะไว้หาโอกาสในภายหลัง หากกัวหลินซานยังได้ป้ายเหล็กไม่ครบ เฉินเฟยสามารถมอบป้ายเหล็กนี้ให้เขาได้ อย่างไรแล้วยังมีเวลาเหลืออีกมาก

“แม้ครั้งนี้ดินแดนลับจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่สิ่งที่ดีเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน”

เจียวเซี่ยงหยวนมองเฉินเฟยและเชิญเขาอีกครั้ง “ศิษย์น้องเฉิน จากนี้เรามาร่วมทางกันดีหรือไม่? แบ่งปันของตามผลงาน ตราบใดที่เจ้าแสดงพลังก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการแบ่งส่วน ในวันข้างหน้าอาจมีการต่อสู้เกิดขึ้นมากกว่านี้ อยู่รวมกันย่อมปลอดภัยกว่า”

เฉินเฟยไตร่ตรองเล็กน้อย เจียวเซี่ยงหยวนพูดถูก ในวันข้างหน้าจะมีผู้คนรวมกันเป็นกลุ่มมากขึ้น นอกจากการสำรวจดินแดนลับยังจำเป็นต้องมีความร่วมมือเพิ่มเพื่อป้องกันการถูกปล้นตามลำพัง

ถ้าเป็นก่อนที่ได้พบกับปาข่าเฉินเฟยอาจยอมตกลง ท้ายที่สุดแล้วหากเจอกับวัตถุวิญญาณที่แข็งแกร่งเฉินเฟยคงจัดการมันลำพังไม่ได้

สำหรับการโดนปล้นตอนอยู่คนเดียว เฉินเฟยไม่ได้กังวลอะไรมากเพราะท่าร่างก็อยู่ตรงนั้น

อาจพูดไม่ได้ดีที่สุดในดินแดนลับ แต่อย่างน้อยก็มีเพียงไม่กี่คนที่ตามเฉินเฟยทัน

และต่อให้ตามได้ทันก็ไม่แน่ว่าจะฆ่าเฉินเฟยได้ กระบี่ดาวประดับราตรี กระบี่หนาม สยบมังกรคชสาร เคล็ดพันต้นกำเนิด ทั้งหมดนี้ทำให้เฉินเฟยมีพลังการป้องกันไร้เทียบเคียง

ท่องหนีสุญญตาทำให้เฉินเฟยหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ดังนั้นคนไล่ตามทันจะพบว่าเป็นเรื่องยากทในการจับเฉินเฟยและสุดท้ายจะยอมแพ้ไปเอง

ในเมื่อความพยายามไม่เหมาะสมกำไร คนส่วนใหญ่จะประเมินสถานการณ์แทนที่มาเสียเวลากับเฉินเฟย

“ขออภัยศิษย์พี่เจียว ข้าคุ้นเคยกับเดินทางคนเดียว” เฉินเฟยปฏิเสธอย่างสุภาพ

เจียวเซี่ยงหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถอนหายใจอย่างไม่เต็มใจ เจียวเซี่ยงหยวนเตรียมใจไว้แล้ว ดังนั้นต่อให้เขาพาเฉินเฟยมาร่วมด้วยไม่ได้ก็รู้สึกเพียงเสียดาย

เมื่อผู้คนรอบตัวได้ยินคำปฏิเสธของเฉินเฟยบางคนก็รู้สึกเสียใจ ท้ายที่สุดแล้วจุดแข็งของเฉินเฟยทุกคนล้วนเห็นชัด หากพวกเขาเดินทางร่วมกันได้ อย่างน้อยในกลุ่มจะเกิดการแข่งขันมากขึ้น

กัวหลินซานมองเฉินเฟยด้วยสีหน้าแปลกๆ สิ่งนี้ค่อนข้างต่างจากที่คุยกันก่อนหน้านี้

“ศิษย์พี่กัว พวกเราไปกันเถอะ” เฉินเฟยมองกัวหลินซานแล้วพูด

“ศิษย์น้องเล็ก ข้าคิดเรื่องนี้มาพักหนึ่งแล้ว ข้าอยู่กับศิษย์พี่เจียวดีกว่า หากอยู่กับเจ้าต่อไปข้าจะเป็นภาระซะเปล่า”

กัวหลินซานคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกระซิบบอก

ความกล้าในการต่อสู้ของเฉินเฟยเหนือกว่ากัวหลินซานไปไกลซึ่งกัวหลินซานรู้เรื่องนี้ดี

การตามเฉินเฟยไปจะนำมาซึ่งผลประโยชน์มากมาย แต่กัวหลินซานไม่อยากลากเฉินเฟยลงไปด้วย แม้เฉินเฟยจะมีท่าร่างอันยอดเยี่ยม แต่การช่วยคนเพิ่มหนึ่งคนจะทำให้เกิดปัญหา

ดังนั้นกัวหลินซานจึงต้องการอยู่ในกลุ่มเจียวเซี่ยงหยวนต่อเพื่อรับประกันความปลอดภัยของตัวเองโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเฉินเฟย เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

เฉินเฟยมองกัวหลินซานอย่างคิดไม่ถึง พอเห็นดวงตากัวหลินซานจึงเข้าใจความคิดของอีกฝ่าย เฉินเฟยยิ้มอย่างขมขื่น

กัวหลินซานไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องติดตามเฉินเฟยเพื่อความปลอดภัย

ตอนนี้เขามีทางเลือกแล้วจึงไม่ต้องการลากเฉินเฟยลงไปด้วย

“ได้ ศิษย์พี่กัวระวังตัวด้วย!”

เฉินเฟยรู้ว่ากัวหลินชานตัดสินใจแล้วจึงไม่ชักชวนอีก แต่เพียงให้บอกให้กัวหลินซานคอยระวังตัวด้วยรอยยิ้ม

เจียวเซี่ยงหยวนยินดีต้อนรับกัวหลินซานเป็นธรรมดา ท้ายที่สุดแล้วเขาอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในซึ่งสามารถทำให้การต่อสู้ของกลุ่มแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ

“ศิษย์พี่ทุกคน ไว้พบกันใหม่!”

เฉินเฟยกุมมือ ร่างกายวูบไหวพุ่งไปหาปาข่า

กัวหลินซานจากไป เฉินเฟยเหลือตัวเดียวซึ่งทำให้มีพื้นที่มากขึ้น ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด เฉินเฟยสามารถไปกำจัดภัยคุกคามจากป้ายเหล็กได้โดยตรง

เฉินเฟยพบสถานที่ปลอดภัยและใส่ป้ายเหล็กทั้งสี่ในมือลงช่องมิติเพื่อไม่ให้ใครหาตำแหน่งพบ

ครู่ต่อมา เฉินเฟยมาถึงโพรงและเคาะมัน

“ปาข่า ข้ามาแล้ว”

“เร็วมาก เจ้าทำอาหารเลยได้ไหม?”

หัวเล็กๆของปาข่าโผล่ออกมาจากโพรง เขาไม่เห็นใครอยู่ข้างหลังเฉินเฟยจึงค่อนข้างประหลาดใจ เขาคิดว่าเฉินเฟยจะพาคนมาที่นี่ด้วย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปาข่าพบกับมนุษย์

“เจ้ามีสมุนไพรอะไรบ้าง เอาออกมาให้ดูหน่อย ข้าจะได้รู้ว่าเอาไปทำอะไรได้บ้าง”

เฉินเฟยหยุดอยู่ห่างจากปาข่าสิบหมี่ ตำแหน่งนี้ทำให้เขามั่นใจว่าต่อให้ปาข่าจะโจมตีก็สามารถหลบหนีได้อย่างปลอดภัย

แม้ตอนนี้ทั้งสองจะไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์และปาข่าไม่น่าลงมือกับเฉินเฟย

แต่ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ เฉินเฟยเพียงป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

“มีสมุนไพรอยู่เยอะเลย รอก่อน ข้าจะไปเอามาให้”

ปาข่ายิ้ม หัวของเขาหายไปจากเหนือโพรง หลังจากนั้นไม่นานสมุนไพรก็ถูกโยนออกมาจากโพรง

ตอนแรกเฉินเฟยไม่สนใจมันมากนัก แต่เพียงครู่เดียวสมุนไพรยี่สิบสามสิบต้นได้กองอยู่นอกถ้ำ ที่สำคัญกว่านั้น สมุนไพรเหล่านี้ยังมีอายุมากกว่าห้าสิบปี และสูงที่สุดใกล้เคียงกับร้อยปี

สำหรับสมุนไพร ห้าสิบปีถือเป็นอุปสรรค ส่วนร้อยปียิ่งแล้วใหญ่

ตราบใดที่สมุนไพรมีอายุมากกว่าร้อยปี แม้แต่สมุนไพรธรรมดาที่ใช้หลอมโอสถเลือดลมจะกลายเป็นสมบัติหายาก

หากโชคดีพอ หลังผ่านไปหนึ่งร้อยปีสมุนไพรอาจมีโอกาสเปลี่ยนเป็นวัตถุวิญญาณ มูลค่าของมันจะเพิ่มสูงขึ้นอีก

“แค่นี้พอไหม?”

หัวของปาข่าโผล่ออกมา เขาชี้สมุนไพรประมาณสามสิบต้นรอบตัวแล้วพูดอย่างสบายๆ

สีหน้าของเขาเหมือนกับคนสวนกำลังชี้กะหล่ำปลี