ตอนที่ 314 ฆ่าแล้วยึดวิญญาณ (สองตอนในตอนเดียว)

เหรินจงหยางดึงแขนเสื้อเฉินเฟยและต้องการกล่าวเตือน แต่ก่อนจะพูดอะไร ผู้ดูแลก็จ้องมองเหรินจงหยาง

“เจ้ามาด้วยกันสิ!” ผู้ดูแลมองเหรินจงหยาง ดวงตาที่โผล่ออกมาเหมือนกับก้นเหว ทำให้ผู้คนอยากตกลงไปโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเหรินจงหยางกำลังจะพยักหน้า ทะเลจิตสำนักเกิดสั่นไหวกะทันหัน ดวงตามีร่องรอยความชัดเจนอีกครั้ง แต่ร่องรอยความชัดเจนนี้หายไปทันที

“ข้าไม่ไป!”

แต่เพียงช่วงเวลานี้ก็ทำให้เหรินจงหยางได้สติและรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ความกลัวโรงฝึกยุทธ์ภายในใจเพิ่มขึ้นไม่หยุดหย่อน

“เจ้า...”

เหรินจงหยางมองเฉินเฟยและต้องการเตือน แต่ก่อนพูดจบประโยคก็เห็นผู้ดูแลโบกแขนเสื้อ เหรินจงหยางยกมือป้องกันด้านหน้าตามสัญชาตญาณ

“ไม่ต้องการเรียนก็อย่าขวางประตู ออกไปซะ!”

ผู้ดูแลส่งเสียงฮึเย็นชา พลังมหาศาลพุ่งเข้าใส่จนเหรินจงหยางถอยหลังไปหลายก้าว พอลืมตาอีกครั้งก็เห็นเฉินเฟยเดินตามผู้ดูแลเข้าไปด้านในแล้ว

เรื่องนี้สามารถปฏิเสธได้ซึ่งต่างจากโถงการแพทย์ที่ไม่อาจปฏิเสธ แต่ทำไมเฉินเฟยถึงเห็นด้วย?

เหรินจงหยางรู้สึกกังวล เขารู้สึกว่าเฉินเฟยกำลังจากไปและไม่มีวันหวนกลับมา

“รอข้าสักครู่ อีกไม่นานข้าจะกลับมา” เฉินเฟยหันกลับไปมองเหรินจงหยางแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

ผู้ดูแลยิ้มเย้ยหยันเมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟย เข้าโรงฝึกยุทธ์ของข้าแล้วยังคิดจะออกไปอีก ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงดินต่ำเสียเลย นับตั้งแต่เปิดโรงฝึกยุทธ์มา ไม่เคยมีใครเข้าไปแล้วกลับออกมาอย่างปลอดภัย

“ระวังตัวด้วย!” เหรินจงหยางถอนหายใจ มองเฉินเฟยก้าวเข้าโรงฝึกยุทธ์จนกระทั่งประตูปิดลงซึ่งปิดกั้นการมองเห็นของเหรินจงหยาง

เหรินจงหยางร้อนรนแต่ทำอะไรไม่ถูก ความสับสนแบบเดิมปรากฏในทะเลจิตสำนึกอีกครั้งทำให้เหรินจงหยางคิดถึงเรื่องนี้ได้ยาก

เมื่อเผชิญกับเมืองใหญ่และถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินไปมา เหรินจงหยางจึงไม่กล้าเดินไปรอบๆและทำได้เพียงขดตัวรออยู่ข้างโรงฝึกยุทธ์เพื่อรอเฉินเฟยที่อาจกลับออกมา

เฉินเฟยเดินเข้าโรงฝึกยุทธ์และเห็นประตูปิดลง ทุกคนในโรงฝึกยุทธ์ต่างหยุดฝึกฝนและหันมามองเฉินเฟย ในดวงตาพวกเขาไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความเย็นชาเท่านั้น

เฉินเฟยเดินตามผู้ดูแลไปที่กลางลาน ทันใดนั้นสีหน้าเฉิยเฟยพลันเปลี่ยนไป เขาหันไปมองมุมหนึ่งของลาน ขณะนี้มีหนูดำนอนแน่นิ่งกำลังจะตายอยู่บนพื้น

ร่างกายมันขยับขึ้นลงเป็นบางครั้ง แต่สภาพของมันอยู่ห่างจากความตายไม่ไกลนัก

ราวกับสัมผัสได้ถึงการมองของเฉินเฟย หนูดำหันไปมองเฉินเฟยอย่างยากลำบาก หนึ่งคนหนึ่งหนูสบตากัน เฉินเฟยผงะเล็กน้อย ทะเลจิตสำนึกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ที่สังเกตุเห็นหนูตัวนั้นเพราะรู้สึกคุ้นเคยอย่างอธิบายไม่ถูก เป็นเช่นเดียวกับการเจอเหรินจงหยาง แต่การสบตากันในขณะนี้ทำให้ทะเลจิตสำนึกของเฉินเฟยปั่นป่วนอย่างรุนแรง

เงินหลายเหวินในแขนเสื้อเริ่มหายไป ทะเลจิตสำนึกเฉินเฟยหมุนไปมาเร็วขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นแสงกระบี่พุ่งออกมาจากทะเลจิตสำนึก ฉีกหมอกรอบตัวจนเกิดช่องว่าง

ดวงตาเฉินเฟยหรี่ลงเล็กน้อย สติปัญหามืดบอดถูกปลดปล่อยทันที

กระบี่ตัดจิตสะท้อนเงา!

ในทะเลจิตสำนึก กระบี่ตัดจิตซึ่งเฉินเฟยบำรุงเอาไว้พุ่งออกไปปรากฏนอกหมอกอย่างกะทันหัน ในทางกลับกันจิตวิญญาณเฉินเฟยสงบลงอย่างสมบูรณ์

กระบี่ตัดจิตสะท้อนเงาซึ่งเกิดจากการผสานเคล็ดสะท้อนเงาสามารถปกป้องจิตวิญญาณได้ชั่วขณะเมื่อจิตวิญญาณถูกโจมตี

หมอกรอบด้านเหมือนถูกดึงดูดจึงเคลื่อนไปทางกระบี่ตัดจิตโดยไม่สนใจจิตวิญญาณของเฉินเฟย เหลือเพียงหมอกส่วนน้อยที่ยังคงอยู่

และหมอกเล็กน้อยนี้ไม่สามารถทำให้จิตวิญญาณเฉินเฟยมืดบอดได้อีกต่อไป

เฉินเฟยหายใจเข้าลึก เฉินเฟยรู้สึกผ่อนคลายราวกับคนจมน้ำได้โผล่ขึ้นมาสูดอากาศ

ความรู้สึกสติปัญญาถูกระงับนั้นน่าอึดอัด ยุ่งเหยิง สับสนไม่รู้อะไรเลย ทำได่เพียงทำตามสัญชาตญาณเท่านั้น

โชคดีที่เฉินเฟยถูกกระตุ้นด้วยความสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณของอสูรหนู และยังเป็นเพราะเงินกับกระบี่ตัดจิตสะท้อนเงาด้วย สามสิ่งนี้ขาดไปสักอย่างไม่ได้เลย

อสูรหนูจ้องมองเฉินเฟย มันรู้สึกว่าคุ้นเคยและเฉินเฟยใจดี แต่ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มาจากไหนจึงทำได้แค่มองเฉินเฟยอย่างโง่เขลา

เฉินเฟยเหลือบมองอสูรหนู จากนั้นหันไปมองผู้ดูแล

ผู้ดูแลมองสลับไปมาระหว่างเฉินเฟยกับอสูรหนู ผู้ดูแลรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างในตัวเฉินเฟยเปลี่ยนไป แต่มองไม่ออกว่ามันคืออะไร

“ปัง!”

ผู้ดูแลโบกมือ ร่างอสูรหนูพุ่งไปด้านหลังและหายไปจากสายตาเฉินเฟย

“นี่คือค่าเรียน เรามาพูดถึงกฎกันดีกว่า” เฉินเฟยตบตะกร้าด้านข้าง ผลไม้เกลือกลิ้งไปมา

ผู้ดูแลมองสิ่งของในตะกร้าโดยไม่ปกปิดสายตาละโมบแม้แต่น้อย เขาอยากกินผลไม้ทั้งหมดนั่นตอนนี้เลย

“ข้าจะสอนวิชายุทธ์ เจ้าต้องเรียนรู้ให้ได้ภายในหนั่งชั่วยาม ไม่ต้องกังวล มีคนเคยเรียนรู้วิชายุทธ์นี้ได้ ภายในเมืองหมี่หวาง ทุกอย่างล้วนเป็นการแลกเปลี่ยนเท่าเทียม!” ผู้ดูแลมองเฉินเฟยแล้วยิ้มกว้างจนเผยให้เห็นฟันแหลมคม

“หนึ่งชั่วยาม? ได้ เริ่มเลย!” เฉินเฟยพยักหน้า

ตอนนี้ในแผงระบบมีเงินไม่มากนัก เพียงแค่ไม่กี่แสนตำลึงซึ่งเฉินเฟยฝากเข้าไปทีละน้อย หากมีเงินเพียงเล็กน้อย เฉินเฟยคงคิดว่าการเผชิญกับโรงฝึกยุทธ์เป็นเรื่องผิดพลาด

ท้ายที่สุดแล้วมีวิชาหลายอย่างถูกทำให้เป็นแบบง่าย พูดได้ว่าราคาของระดับปรับแต่งร่างกายอยู่ที่หลายหมื่นตำลึง ส่วนวิชาทรงพลังอย่างสยบมังกรคชสาร เดิมทีมีราคาเพียงหกหมื่นตำลึงเท่านั้น

แต่หากเหนือกว่าระดับปรับแต่งร่างกาย ราคาในการทำให้เป็นแบบง่ายจะพุ่งสูงขึ้น เงินหลายแสนตำลึงอาจไม่พอใช้

มีเงินไม่มากนัก แต่จำนวนศิลาหยวนที่เฉินเฟยฝากไว้ค่อนข้างมาก

เฉินเฟยไม่ได้ใช้โอสถวิญญาณที่หลอมทั้งหมด บางครั้งก็นำไปขายเป็นศิลาหยวนด้วย โดยเฉพาะหลังจากรู้ถึงขีดจำกัดพลังจิตวิญญาณของการบ่มเพาะ จำนวนโอสถที่นำไปขายจึงมากขึ้น

ด้วยระบบที่รับเติมเงินแบบนี้ จำนวนศิลาหยวนในแผงระบบจึงมีมากกว่าร้อยก้อน

นี่เป็นเงินมหาศาลแน่นอน หากใช้ซื้อโอสถวิญญาณ เฉินเฟยสามารถเปิดได้อีกหนึ่งจุดทวาร แต่เฉินเฟยเลือกเก็บออมมันไว้

ตราบใดที่มีเงินอยู่บนแผงระบบ เฉินเฟยจะมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะไม่มีรู้เลยว่าเงินที่เติมเข้าไปนี้จะมีประโยชน์เมื่อใด

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

ผู้ดูแลหัวเราะเสียงดัง ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น ศิษย์โรงฝึกยุทธ์รอบด้านต่างหัวเราะราวกับเฉินเฟยแทบรอไม่ไหวที่จะตาย

“จงดูให้ดี สังหารวิญญาณ!”

ผู้ดูแลพูดเสียงดัง ใช้มือเป็นดาบฟันไปข้างหน้าสู่ความว่างเปล่า ในมือเขาไม่มีอะไร แต่ด้วยคลื่นลูกนี้ ด้านหน้ามือเหมือนมีพลังฟ้าดินควบแน่นอยู่

“ฟู่ม!”

โรงฝึกยุทธ์สั่นสะเทือน ลมแรงพัดผมเฉินเฟยปลิวไปด้านหลัง เสื้อผ้าพัดติดกับร่างกายจนเกิดเสียงพึบพับ

เฉินเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย ท่านี้ตัดร่างกายหรือแม้กระทั่งตัดจิต ในขณะเดียวกันยังมีพลังประหลาดอยู่ล้อมรอบ ด้วยช่วงเวลาสั้นๆนี้เฉินเฟยไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร

ผู้ดูแลยืนนิ่ง หันไปมองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม ขยับมือขวา ตำราวิชาปรากฏในมือผู้ดูแล

“วิธีฝึกฝนอยู่ในตำรา เริ่มได้!”

ตำราวิชาลอยไปหาเฉินเฟย เฉินเฟยยื่นมือไปรับ ไม่รู้ว่าตำรานี้ทำมาจากวัสดุประเภทไหน แต่สัมผัสแล้วรู้สึกเย็นผิดปกติ เฉินเฟยเปิดอ่านอย่างตั้งใจ

ผู้ดูแลมองผลไม้ในตะกร้าเฉินเฟย โดยเฉพาะอายุขัยซึ่งส่งกลิ่นหอมน่าดึงดูด รออีกแค่หนึ่งชั่วยามเท่านั้น สิ่งเหล่านั้นจะตกเป็นของเขาทั้งหมด

ส่วนโอกาสที่เฉินเฟยจะเรียนรู้สังหารวิญญาณ?

ผู้ดูแลไม่พูดอะไรเลย สังหารวิญญาณไม่ใช่วิชาสมบูรณ์ มันเป็นวิชายุทธ์ที่มาพร้อมกับท่าเดียว

หากต้องการเรียนรู้สังหารวิญญาณจะต้องเรียนรู้วิชายุทธ์ก่อน เช่นเดียวกับลูกปัดกระบี่จ้งหยวนกับวิชากระบี่จ้งหยวน ต้องเข้าใจวิชากระบี่จ้งหยวนก่อนจึงสามารถสร้างลูกปัดกระบี่

หากไม่ต้องการเรียนรู้กระบี่จ้งหยวนและใช้ลูกปัดกระบี่จ้งหยวนโดยตรง พูดไม่ได้ว่าไม่มีโอกาส แต่มันทำได้ยากยิ่ง

เนื่องจากลำดับสลับกัน บางทีต้องเป็นผู้มีพรสวรรค์น่าทึ่งเท่านั้นจึงสามารถสามารถทลายจุดเปราะบางย้อนกลับวิชายุทธ์ด้วยสังหารวิญญาณ แต่เรื่องนั้นต้องใช้เวลาโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง

ไม่เพียงแค่เวลา เพื่อให้ได้ข้อสรุปมันจำเป็นต้องมีรากฐาน การบ่มเพาะ และความเข้าใจ

เช่นเดียวกับคนตาบอดสัมผัสช้าง ให้คนตาบอดสัมผัสงาช้างแล้วบรรยายลักษณะช้างทั้งตัว สำหรับคนตาบอดที่ไม่เคยเห็นหรือได้ยินเรื่องช้าง มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจจินตนาการได้

การบ่มเพาะแท้จริงของเฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาทวาร เพราะเมืองหมี่หวางไม่สามารถปราบปรามผู้แข็งแกร่งรวมทวาร แต่หากไม่มีการบ่มเพาะระดับรวมทวาร ไม่ว่าพรสวรรค์แข็งแกร่งเพียงใด หากไม่มีเวลาเพียงพอ การย้อนวิชายุทธ์ด้วยสังหารวิญญาณย่อมเป็นไปไม่ได้

เฉินเฟยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อในการอ่านตำราสังหารวิญญาณจบ พอดูไปได้ครึ่งหนึ่ง เฉินเฟยก็ตระหนักได้ถึงปัญหาของสังหารวิญญาณ

มันเป็นเพียงท่าครึ่งเดียวของวิชายุทธ์ซึ่งไม่มีโครงร่างทั้งหมด การเรียนรู้ท่าครึ่งเดียวนี้เป็นเรื่องยากมาก ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเรียนรู้ สุดท้ายแล้วตำราเล่มนี้ค่อนข้างสมบูรณ์ แต่มันต้องใช้เวลากับการทำงานหนัก

หนึ่งชั่วยาม? แม้แต่นักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นสูงสุดก็ไม่อาจทำแบบนั้นได้

เว้นแต่จะมีคนสอนอย่างละเอียดโดยไม่ปิดบัง หากเป็นแบบนั้นจึงสามารถทำได้

เฉินเฟยเงยหน้ามองผู้ดูแล หวังว่าอีกฝ่ายจะสอนเขาโดยละเอียด ทว่ามันไม่มีสิ่งที่ดีเช่นนั้น แม้เฉินเฟยทำเองไม่ได้ แต่ระบบทำได้!

ย้อนกลับไปในอำเภอผิงหยิน ตำราพลังกระบี่ฟ้าคำรามที่ซื้อมาแบบสุ่ม ระบบยังทำให้พลังกระบี่ฟ้าคำรามเป็นแบบง่ายได้ ตอนนี้สังหารวิญญาณที่ค่อนข้างสมบูรณ์อยู่ตรงหน้าเฉินเฟย ระบบจะทำม่ได้ได้อย่างไร?

ตราบใดที่มีเงิน ปัญหามากมายก็ไม่ใช่ปัญหา และบังเอิญว่าตอนนี้เฉินเฟยรวยเช่นกัน

ผู้ดูแลมองเฉินเฟยด้วยใบหน้าเย็นชา เขาอยากเห็นท่าทางข้องใจของเฉินเฟย แต่สิ่งที่เห็นคือใบหน้าสงบ

“ค้นพบวิชายุทธ์ ต้องการใช้ศิลาหยวนสิบก้อนทำให้สังหารวิญญาณเป็นแบบง่ายหรือไม่?”

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย ราคาทำให้เป็นแบบง่ายครั้งแรกเทียบเท่ากับราคาทำให้กระบี่จ้งหยวนทั้งหมดเป็นแบบง่าย จากจุดนี้เห็นได้ว่าตำราสังหารวิญญาณลึกล้ำเพียงใด

บางทีมันอาจเทียบได้กับสยบมังกรคชสาร?

“ทำให้เป็นแบบง่าย!”

“สังหารวิญญาณ...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...สังหารวิญญาณ→ ฟัน!”

เฉินเฟยอดยิ้มไม้ได้เมื่อเห็นผลการทำให้เป็นแบบง่าย เรื่องนี้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

“มีเวลาไม่มากนัก เจ้าควรเร่งมือหน่อย” เสียงเย็นชาของผู้ดูแลดังขึ้น

มันไม่ใช่การเตือนแต่เป็นการกดดัน ยิ่งรีบร้อนยิ่งวุ่นวาย ยิ่งวิตกยิ่งตื่นตระหนก นี่เป็นสภาพปกติของคนส่วนใหญ่

เป็นธรรมดาที่จะมีคนไม่วิตกในยามวิกฤติ แต่คนเหล่านั้นเพียงเก็บไว้ในใจเท่านั้น เมื่อใกล้ถึงเวลาที่กำหนด พวกเขาจะเร่งมือเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว

แต่การฝึกฝนไม่ใช่สิ่งที่สามารถเพิ่มความเร็วได้ตามต้องการ

บางครั้งถูกและบางครั้งไม่ถูก แม้คิดได้เล็กน้อย แต่เมื่อเวลาไม่เพียงพอ ความคิดเล็กน้อยนั้นจะสลายไปและยากจะจับเอาไว้

หลังจากเฉินเฟยอ่านตำราเสร็จ สีหน้าเขายังคงสงบมาก บางทีอาจเกิดความคิดบางอย่างอยู่ในใจ แต่ผู้ดูแลจะยอมให้เฉินเฟยได้รับสิ่งที่ต้องการได้อย่างไร?

“เวลายังเหลืออีกมาก เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก” เฉินเฟยมองผู้ดูแลแล้วหัวเราะเบา

“โอ้ งั้นหรือ? เช่นนั้นแสดงให้ข้าเห็นสิ!”

ผู้ดูแลหัวเราะโดยตรง มีเวลาฝึกฝนสังหารวิญญาณเพียงหนึ่งชั่วยามกลับบอกว่ายังเหลือเวลาอีกมาก ผู้คนสามารถอวดดีได้ แต่ความอวดดีของเฉินเฟยทำให้ผู้ดูแลรู้สึกว่ามันไร้สาระ

เมื่อได้รับอายุขัยในภายหลัง ผู้ดูแลอยากเห็นนักว่าเฉินเฟยในเวลานั้นจะอวดดีได้อยู่ไหม!

“โปรดชี้แนะ!”

เฉินเฟยขยับมือขวา คานไม้ลอยเข้ามือ แสงส่องสว่างจากปลายด้านหนึ่ง กระแสแสงวาบผ่าน คานไม้เปลี่ยนเป็นกระบี่เฉียนหยวน

เฉินเฟยจับกระบี่เฉียนหยวนไว้ในมือ ก้าวไปข้างหน้าและฟันกระบี่ตรงจุดนั้น

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

เมื่อเห็นกระบี่เล่มนี้ ผู้ดูแลก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ตอนแรกใบหน้าสงบของเฉินเฟยทำให้ผู้ดูแลกังวลเล็กน้อย เขาคิดว่าเฉินเฟยตระหนักถึงบางสิ่งจริงๆ

แม้การเรียนรู้สังหารวิญญาณในช่วงเวลาอันสั้นจะเป็นไปไม่ได้ แต่กระนั้นเขายังกลัวเรื่องไม่คาดฝัน แต่ดูจากภาพในตอนนี้ การฟันกระบี่ของเฉินเฟยไม่เกี่ยวอะไรกับสังหารวิญญาณเลย

ต่อให้เฉินเฟยฟันแบบนั้นไปอีกหนึ่งปีก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจสังหารวิญญาณ

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

คนอื่นในโรงฝึกยุทธ์ต่างหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นสิ่งนี้ เสียงเหล่านั้นรุนแรงและไม่น่าฟัง เสียงเหมือนจะเจาะจากหูเข้าไปในหัวซึ่งทำให้ผู้คนอยากเดินเข้าไปปิดปากคนที่หัวเราะ

“ฟันได้ไม่เลว ทำต่อไปเถอะ!” ผู้ดูแลมองเฉินเฟยอย่างเยาะเย้ยและสนับสนุนเขาแบบผิดๆ

เฉินเฟยไม่พูด ในขณะนี้ความเข้าใจสังหารวิญญาณกำลังปรากฏในทะเลจิตสำนึก ในขณะเดียวกันเฉินเฟยยังเข้าใจความลึกล้ำของท่านี้อย่างสมบูรณ์

[วิชายุทธ์: สังหารวิญญาณ(เริ่มต้น1/90000)]

ค่าความชำนาญที่ต้องการใช้เลื่อนระดับเริ่มต้นเป็นระดับเชี่ยวชาญของสังหารวิญญาณนั้นสูงจนน่าประหลาดใจ การบรรลุระดับรู้แจ้งคงต้องใช้ค่าความชำนาญมากมายจนไม่อาจจินตนาการ

หากคนอื่นฝึกตามปกติ ต่อให้มีตำราวิชาฉบับสมบูรณ์ เวลาที่ใช้ในการฝึกฝนยังคงนานจนน่าหงุดหงิด

แต่ในอีกมุมมองหนึ่ง สังหารวิญญาณนี้คุ้มค่ากับการใช้เวลาฝึกฝนและทำความเข้าใจ

สังหารวิญญาณเป็นการยึดวิญญาณเช่นกัน!

แก่นแท้ของสิ่งมีชีวิตที่โดนฆ่าด้วยสังหารวิญญาณจะถูกกำจัดโดยตรง พูดง่ายๆคือสังหารวิญญาณนี้ถือว่าสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นโอสถ

ฆ่าสิ่งแปลกประหลาด ฆ่าสัตว์อสูร หรือแม้แต่การฆ่าคนล้วนสามารถยึดแก่นแท้วิญญาณนำไปใช้เพิ่มการบ่มเพาะ ยิ่งสู้ยิ่งแข็งแกร่ง ยิ่งฆ่ายิ่งแข็งแกร่ง

เมื่อเทียบกับการฝึกฝนด้วยตัวเองที่น่าเบื่อ สังหารวิญญาณนี้ถือเป็นตัวเร่งความเร็ว ตราบใดแข็งแกร่งก็สามารถฆ่าไปเรื่อยๆและแข็งแกร่งขึ้นตลอดไป

วิชามาร วิชามารเปรียบเสมือนการสรรค์สร้างของธรรมชาติ!

อย่างไรก็ตามสังหารวิญญาณนี้ไม่สมบูรณ์ การฆ่าสิ่งมีชีวิตด้วยสังหารวิญญาณสามารถยึดแก่นแท้วิญญาณได้ แต่แก่นแท้วิญญาณเหล่านั้นเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและความคิดทุกชนิด

การกลืนแก่นแท้วิญญาณเหล่านี้เล็กน้อยคงไม่เป็นไร แต่หากเป็นจำนวนมากเกรงว่านักยุทธ์จะบ้าคลั่งก่อนได้เพิ่มการบ่มเพาะ

และแก่นแท้วิญญาณที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกไม่เป็นผลดีต่อจุดทวาร มันอาจส่งผลต่อการเปิดจุดทวารต่อไปและอาจถึงขั้นกลายเป็นข้อบกพร่องในร่างกาย

ต้องมีวิธีชำระแก่นแท้วิญญาณให้บริสุทธิ์เท่านั้น วิชายุทธ์ฉบับสมบูรณ์ควรมีสิ่งที่ทำเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นสังหารวิญญาณคงไร้ประโยชน์

“เฮ้อ!”

เฉินเฟยลืมตาขึ้นแล้วถอนหายใจเล็กน้อย กระบวนท่านี้ไม่สมบูรณ์จึงทำให้เฉินเฟยรู้สึกเสียดาย

“ยอมแพ้เร็วขนาดนี้เลย?”

เมื่อเห็นเฉินเฟยถอนหายใจ ผู้ดูแลก็หัวเราะเย็นชา ความอวดดีก่อนหน้านี้หายไปไหน?

“วิชายุทธ์ชุดนี้ เจ้ามีฉบับสมบูรณ์หรือไม่?” เฉินเฟยเงยหน้าถาม การเรียนรู้สังหารวิญญาณอย่างเดียวน่าอึดอัดเกินไป

“ฮ่าฮ่าฮ่า หรือว่าเจ้าต้องการให้ข้า    บอกความลับทั้งหมดให้เจ้าฟัง?” ผู้ดูแลหัวเราะเสียงดัง ฝันกลางวันอยู่หรือไง ไร้สาระสิ้นยิ่งนัก!

เฉินเฟยขมวดคิ้ว พอได้ยินเสียงหัวเราะที่เจาะหูจากรอบตัวจึงส่ายหน้า โคจรสังหารวิญญาณ เฉินเฟยยกกระบี่เฉียนหยวนฟันไปข้างหน้า

“ฟู่ม!”

ระลอกคลื่นสั่นไหวไปด้านหน้าขอบกระบี่เฉียนหยวน สังหารวิญญาณระดับเริ่มต้นมีพลังธรรมดา แต่ไม่ว่าพลังจะธรรมดาแค่ไหน มันก็เป็นสังหารวิญญาณเช่นกัน

เสียงหัวเราะของผู้ดูแลหยุดกะทันหัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาหรือเปล่า เสียงทั้งหมดโรงฝึกยุทธ์ล้วนหายไป ทุกคนจ้องมองกระบี่เฉียนหยวนด้วยความความตกใจ

ผู้ดูแลมองกระบี่เฉียนหยวน จากนั้นมองเฉินเฟยอย่างแข็งทื่อ ความหวาดกลัวในดวงตาเหมือนทำให้ดวงตากำลังจะระเบิด

การฟันครั้งก่อนไม่เกี่ยวข้องกับสังหารวิญญาณ แต่การฟันครั้งต่อไปกลับฝึกฝนสังหารวิญญาณได้แล้ว มันเหมือนกับภาพลวงตาที่ยากจะเชื่อ

ผู้ดูแลเชี่ยวชาญสังหารวิญญาณเช่นกัน สิ่งที่เฉินเฟยทำนั้นเป็นสังหารวิญญาณ ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงไม่ใช่ภาพลวงตา

แต่เพราะมันเป็นความจริง มันเลยดูเหมือนปลอมมาก

คนที่เพิ่งได้รับตำราจะเรียนรู้มันทันทีได้อย่างไร แม้แต่ผู้แข็งแกร่งรวมทวารยังฝึกฝนได้ไม่เร็วขนาดนี้ เพราะสิ่งนี้ไม่สอดคล้องกับสามัญสำนึกในการฝึกฝน

“เจ้า...เจ้าทำได้อย่างไร!?” ผู้ดูแลไม่ปฏิเสธ เมืองหมี่หวางมีกฎของตัวเอง การปฏิเสธไม่ช่วยอะไร

“เจ้ามีตำราฉบับสมบูรณ์หรือไม่?”

เฉินเฟยเก็บกระบี่เฉียนหยวนแล้วถามอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีเสียงหัวเราะรุนแรงอีกต่อไป มีเพียงผู้ดูแลที่ระงับความไม่พอใจและความไม่อยากเชื่อ

“ไม่...ไม่มี!”

ทันใดนั้นร่างผู้ดูแลโค้งงอ ร่างกายเขาโค้งงอจริงๆ ต้นกำเนิดนับไม่ถ้วนหลุดออกจากผู้ดูแล หล่นไปในตะกร้าเฉินเฟยและกลายเป็นเงิน

แม้เดิมทีผู้ดูแลจะผอมแห้งน่ากลัว แต่ความสง่างามของเขาทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน แต่ในขณะนี้ด้วยการสูญเสียต้นกำเนิด ร่างกายนั้นเหมือนจะถูกกำจัดเป็นเถ้าถ่านได้ทุกเมื่อ

“ข้าต้องการเรียนรู้วิชายุทธ์อื่น!” เฉินเฟยจ้องผู้ดูแลแล้วพูด

ผู้ดูแลมองเฉินเฟยด้วยความไม่เชื่อ นี่คิดจะกำจัดให้สิ้นซากเลยหรือ?

เฉินเฟยและผู้ดูแลมองหน้ากัน หากมีโอกาสเฉินเฟยจะกำจัดให้สิ้นซากจริงๆ ในเมื่อกล้าโลภอายุขัยของเขา เฉินเฟยจะจากไปได้อย่างไรถ้าไม่ได้กลืนกินคนทั้งหมดในโรงฝึกยุทธ์

“ไม่!”

“ปัง!”

พอผู้ดูแลพูดจบ ร่างกายก็ระเบิด ไม่เพียงแค่เขาแต่รวมถึงศิษย์โรงฝึกยุทธ์คนอื่น ในขณะนี้ร่างกายส่วนใหญ่สลายไปหมดแล้ว

เงินอีกหนึ่งร้อยเหวินหล่นไปในตะกร้าของเฉินเฟย

หลังจากนั้นไม่นาน ร่างกายผู้ดูแลที่ระเบิดไปเมื่อครู่ได้รวมตัวกันอีกครั้ง ลมปราณเขาอ่อนแอยิ่งกว่าเดิม

“ข้าต้องการ...”

“ไม่ต้องพูดแล้ว โปรดอย่าพูดอีกเลย หากมีคำขอใดโปรดบอกมาโดยตรง!” ผู้ดูแลตะโกนเสียงดัง

กฎเกณฑ์คือข้อจำกัด โรงฝึกยุทธ์ต้องสอนวิชายุทธ์ เมื่อคนอื่นต้องการเรียนรู้ หากสามารถจ่ายค่าเรียนได้ก็จะต้องสอน จะสอนวิชายุทธ์ใดก็ได้แต่ต้องสอน หากไม่สอนจะถูกลงโทษ

แต่ตอนนี้ผู้ดูแลจะกล้าสอนเฉินเฟยได้อย่างไร เฉินเฟยสามารถเข้าใจสังหารวิญญาณที่เป็นไปไม่ได้ด้วยการฟันครั้งเดียว ไม่ว่าวิชาอื่นจะยากแค่ไหนก็ไม่ยากไปกว่าสังหารวิญญาณ

“ข้าต้องการพาอสูรหนูตัวนั้นออกไป!”

“ได้ได้ เอาไปได้เลย!”

ผู้ดูแลพยักหน้าอย่างรับร้อน โบกมือขวา อสูรหนูที่กำลังจะตายปรากฏตัวตรงเท้าเฉินเฟย

“รักษามัน!” เฉินเฟยพูด

“ได้!”

ผู้ดูแลทำลายแขนของตัวเอง พลังที่กระจายออกมาซึมเข้าไปในร่างอสูรหนู อสูรหนูที่ใกล้ตายฟื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เดิมทีพลังเหล่านั้นเป็นของอสูรหนูอยู่แล้ว

“เป็นอย่างไรบ้าง?”

ผู้ดูแลก้มหน้าลงราวกับไม่กล้ามองเฉินเฟย แต่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจและอยากจะฉีกเฉินเฟยทั้งเป็น

“จะออกจากเมืองนี้ได้อย่างไร!”

เฉินเฟยมองผู้ดูแลและถามคำถามสำคัญที่สุด แม้ตอนนี้เฉินเฟยจะไม่พบอันตรายใดในที่แห่งนี้ แต่เฉินเฟยต้องหาทางออกให้ตัวเองก่อน

หากมีอันตรายได้มีทางหนี

“ข้าบอกไม่ได้!”

ใบหน้าผู้ดูแลตึงเครียด เขาส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง

“ทำไมถึงบอกไม่ได้?” เฉินเฟยขมวดคิ้ว

“ข้าจะตาย!” ผู้ดูแลพูดตอบผ่านเส้นเสียง

“ถึงตายก็ต้องพูดเหมือนกัน!”

เฉินเฟยมองผู้ดูแลและพูดด้วยเส้นเสียง “บอกมาแล้วข้าจะจากไป!”

ปากผู้ดูแลสั่นเทา สายตาจับจ้องที่เฉินเฟย เขารู้ว่านี่คือขีดจำกัดของเฉินเฟย หากไม่บอก เฉินเฟยจะเรียนรู้วิชายุทธ์ต่อและดูดซับเขาอย่างสมบูรณ์

หากเฉินเฟยได้รับคำตอบ เขายังพอมีความหวัง

ผู้ดูแลชี้มือขวาไปทางหนึ่งอย่างสั่นเทา

“ฟู่ม!”

โรงฝึกยุทธ์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ผู้ดูแลกรีดร้องและหายตัวไปราวกับถูกลบออก ไม่เพียงแค่ผู้ดูแล ศิษย์คนอื่นในโรงฝึกยุทธ์หายไปเช่นกัน

โรงฝึกยุทธ์ถล่มลงมาอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวเหลือเพียงซากปรักหักพัง

เฉินเฟยมองไปทั่ว สถานที่แห่งนี้เหมือนทรุดโทรมมานับสิบปี ตรงมุมกำแพงมีหญ้าต้นใหม่งอกขึ้นมาช้าๆ ลมปราณนั้นเหมือนกับผู้ดูแลทุกประการ

เฉินเฟยก้าวท้าวไปเหยียบมัน