“มีข่าวลือว่าเฉินเฟยเข้าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในแล้ว เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกได้ไม่นาน ตอนนี้ยังทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในอีก การเข้าดินแดนลับครั้งนี้ทำให้เฉินเฟยได้กำไรมากแน่ การบ่มเพาะถึงเพิ่มขึ้นจนได้เป็นศิษย์แท้จริงแบบนี้”
“นั่นแสดงให้เห็นว่าเฉินเฟยแข็งแกร่งไงล่ะ ไม่เช่นนั้นเขาจะได้กำไรจากดินแดนลับขนาดนี้ได้อย่างไร”
“ระดับขัดเกลาจะแข็งแกร่งแค่ไหนกันเชียว? ในเวลานั้นสำนักเราส่งคนไปมากกว่าสี่สิบ แต่เขาเป็นคนเดียวที่ ได้ผลประโยชน์มากมาย คนอื่นล้วนอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน เฉินเฟยแข็งแกร่งกว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในหรือ?”
“นั่นก็จริง แต่โชคเป็นส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งเช่นกัน”
“ใช่ หากโชคดีก็ไม่มีอะไรหยุดได้ทั้งนั้น ถ้าข้าโชคดีบ้าง บางทีอาจได้เป็นศิษย์แท้จริงเช่นกัน”
“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าอยากได้ตำแหน่งศิษย์แท้จริงด้วยละสิ”
“เฉินเฟยประสบความสำเร็จด้วยโชค แล้วทำไมข้าจะทำไม่ได้ล่ะ?”
“เช่นนั้นไปจุดธูปหอมอธิษฐานให้ตัวเองโชคดีเถอะ”
“ข้าทำแน่ หากวันหนึ่งโชคดีขึ้นมา ข้าจะเอาตำแหน่งศิษย์แท้จริงมาแสดงให้เจ้าเห็น”
ภายในสำนัก ผู้คนต่างพูดถึงศิษย์แท้จริงตลอดเวลา เมื่อเทียบกับศิษย์ภายในแล้วศิษย์แท้จริงไม่เพียงแต่มีสถานะสูงกว่าแต่ยังเข้าถึงวิชาและทรัพยากรได้มากกว่า
ครั้งนี้สำนักมีศิษย์แท้จริงคนใหม่เจ็ดคนและล้วนเป็นที่พูดถึง แต่ที่ทุกคนพูดถึงมากที่สุดคือเฉินเฟย เขาเป็นศิษย์แท้จริงด้วยระดับขัดเกลาไขกระดูก และไม่นานมานี้ยังมีข่าวลือว่าทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในอีก สิ่งนี้ทำให้ผู้คนอิจฉายิ่งนัก
หากเทียบศิษย์แท้จริงคนอื่น เมื่อพูดถึงเฉินเฟยทุกคนจะอิจฉาโชคของเขา
ถ้าไม่ได้โชคดีแล้วจะผ่านการทดสอบจากบรรดาศิษย์ขัดเกลาอวัยวะภายในมาได้อย่างไร? เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานหลายสิบปี แต่เฉินเฟยทำให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง
โชคดีและความแข็งแกร่งปานกลาง หากมีโชคเช่นนี้ข้าก็ทำได้เช่นกัน
แต่การพูดคุยเรื่องเฉินเฟยกลับเบี่ยงประเด็นมากขึ้น แม้แต่ชื่อของศิษย์แท้จริงที่อ่อนแอที่สุดในประวัติศาสตร์ยังถูกปักไว้บนหัวเฉินเฟย
หลายคนเริ่มตั้งตารอผลการท้าทายของศิษย์ภายในคนอื่นในครึ่งปีให้หลัง
มีความสุขบนความทุกข์คนอื่น อิจฉาริษยา หลายคนพูดถึงเฉินเฟยด้วยความคิดเฝ้ารอดูความตื่นแต้น
แต่มันเป็นเพียงการพูดคุยส่วนตัวและไม่มีใครพูดออกมาต่อหน้า เป็นเพียงเรื่องตลกบนโต๊ะเหล้า พอเดินออกประตูก็ไม่มีใครจำได้
แต่ถึงอย่างนั้น คำพูดที่คล้ายกันแพร่หลายในกลุ่มศิษย์ภายใน ศิษย์หลายคนระบายความโกรธ ความไม่พอใจ และความหดหู่ที่ไม่ได้รับการยอมรับในความสามารถของตัวเองด้วยการหัวเราะและว่าร้ายเฉินเฟย
ในบ้านครึ่งทางขึ้นยอดเขาสืบทอด เฉินเฟยและเก่อหงเจี๋ยนั่งตรงข้ามกัน มีเครื่องดื่มอยู่บนโต๊ะซึ่งเก่อหงเจี๋ยนำมาเป็นพิเศษ
“ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่ายอดเขาสืบทอดเป็นอย่างไร ครั้งนี้ต้องขอบคุณศิษย์น้องที่ทำให้ข้ามีโอกาสได้มาที่นี่”
เก่อหงเจี๋ยมองไปรอบตัวด้วยความอิจฉา
ตราบเท่าที่เป็นศิษย์ภายในของสำนักก็ไม่มีใครไม่ต้องการได้รับตำแหน่งศิษย์แท้จริง แต่ตำแหน่งศิษย์แท้จริงนั้นยากเกินไป เก่อหงเจี๋ยเองก็ล้มเหลวในการทดสอบดินแดนลับ
สำหรับการท้าทายศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้าย ในเวลานั้นเก่อหงเจี๋ยต้องการลองเช่นกัน แต่ผู้ท้าทายมีมากจนศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายไม่ได้เลือกเขา นอกจากนี้ศิษย์แท้จริงคือศิษย์แท้จริง ต่อให้อยู่อันดับสุดท้าย แต่หลังฝึกวิชามรดกแท้จริงครึ่งปี ศิษย์ภายในคนอื่นก็เทียบไม่ติด
ในรอบของเก่อหงเจี๋ยไม่มีใครท้าทายสำเร็จ ในทางกลับกันศิษย์แท้จริงยังได้ค่าผลงานจำนวนมากอย่างง่ายดาย นั่นทำให้ศิษย์แท้จริงร่ำรวยทรัพยากรจนแข็งแกร่งขึ้นอีก
จากที่เก่อหงเจี๋ยรู้มา หลายปีที่ผ่านมาไม่มีใครท้าทายสำเร็จเลย พลังเข้าใจต้นกำเนิดของพวกเขาอยู่ในขั้นห้าและระดับบ่มเพาะยังคงเท่าเดิม แต่จะไปเทียบกับศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายที่ฝึกวิชามรดกแท้จริงครึ่งปีแล้วได้อย่างไร
นั่นเป็นช่องโหว่ที่สำนักทิ้งไว้ให้ มันแคบอย่างยิ่งแต่ก็เป็นความหวังแก่ศิษย์ภายใน ที่สำคัญคือจุดนี้ใช้เป็นตัวกระตุ้นศิษย์แท้จริง
หลายคนตระหนักถึงความจริงข้อนี้ดี แต่พวกเขาไม่สามารถต้านทานความปรารถนาได้รับตำแหน่งศิษย์แท้จริง ดังนั้นทุกครั้งจึงมีผู้ท้าทายศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายและพวกเขาไม่ลังเลที่จะเสียค่าผลงานหนึ่งหมื่นคะแนน
“ยินดีต้อนรับศิษย์พี่เสมอ”
เฉินเฟยหัวเราะเบาและบอกว่าบ้านในยอดเขาสืบทอดสามารถเลือกคนใช้ได้หนึ่งคน หากไม่ได้ห้ามว่าห้ามเป็นศิษย์ภายใน เขาคงเลือกเก่อหงเจี๋ยนานแล้ว
“รู้เรื่องที่ศิษย์อื่นพูดถึงเจ้าในช่วงนี้หรือยัง?”
เก่อหงเจี๋ยดื่มสุราในแก้วและมองเฉินเฟย วันนี้เก่อหงเจี๋ยมาที่นี่ด้วยเหตุนี้
“เคยได้ยินมาบ้าง”
เฉินเฟยพยักหน้า หลังทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน แม้เฉินเฟยจะยุ่งอยู่กับเรื่องน้ำตกแต่เสียงลมบางส่วนยังดังมาถึงหู
“ช่วงนี้ศิษย์บางคนคุยกันเป็นการส่วนตัวและเรื่องดูถูกเจ้ามีไม่น้อยเลย ข้าเดาว่าเรื่องนี้ต้องมีคำสั่งจากเบื้องหลังเพื่อกระตุ้นการท้าทายล่วงหน้า”
เก่อหงเจี๋ยขมวดคิ้วพูดเสียงเข้ม “ตอนนี้เจ้าต้องสงบสติอารมณ์ให้ดีอย่าถูกคนอื่นหลอก เจ้าต้องฝึกวิชามรดแท้จริงให้สำเร็จในเวลาครึ่งปีนี้ เมื่อถึงตอนนั้นความสงสัยจะหายไปเอง!”
“ขอบคุณศิษย์พี่ที่เป็นห่วง ข้าเข้าใจเรื่องนี้ดี”
เฉินเฟยอดไม่ได้ที่จะยิ้ม เฉินเฟยรู้จุดประสงค์ของคนเหล่านั้นอยู่แล้ว เพียงแค่ไม่ได้ออกไปปกป้องตัวเองและกำลังรอให้อีกฝ่ายเริ่มท้าทายก่อน
คำพูดไม่สามารถทำร้ายหรือรบกวน เฉินเฟยต้องเห็นผลประโยชน์แท้จริงเท่านั้น
ตามจริงแล้วหากคนเหล่านั้นรู้จักเฉินเฟยดีพอ พวกเขาจะเข้าใจว่ากลอุบายเหล่านี้ล้วนไม่มีประโยชน์ ถ้าหากเจอตัวจริงโดยตรงเฉินเฟยอาจเป็นผู้เริ่มเอง แต่ตอนนี้พวกเขากำลังต้มกบในน้ำอุ่น[1] เฉินเฟยจึงเป็นห่วงพวกเขาแทน
“ดูแล้วข้าคงกังวลมากเกินไป”
เก่อหงเจี๋ยหัวเราะดังเมื่อเห็นสีหน้าเฉินเฟย เขาไม่แสดงความโกรธเลย ตามจริงแล้วในระหว่างการเดินทางในดินแดนลมประหลาด เก่อหงเจี๋ยได้รู้ว่าเฉินเฟยเป็นคนกล้าหาญและมีไหวพริบ ไม่อย่างนั้นเขาจะช่วยเหลือพวกเขาทุกคนได้อย่างไร
ครั้งนี้เป็นเพียงว่าเขากังวลจนนำมาสู่ความวุ่นวาย เขากังวลว่าเฉินเฟยจะทนคำพูดกระตุ้นไม่ได้ แต่ดูแล้วเขาคงคิดมาไปเอง
“ศิษย์พี่เก่อ ท่านช่วยอะไรข้าสักหน่อยได้หรือไม่?” เฉินเฟยมองเก่อหงเจี๋ย คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา
“อะไรหรือ?”
“ช่วยข้ากระจายข่าว หากต้องการท้าทายข้า หนึ่งเดือนหลังจากนี้สามารถมาหาข้าที่ยอดเขาสืบทอดได้เลย” เฉินเฟยกระซิบ
เก่อหงเจี๋ยตกใจ เขาบอกว่าตัวเองไม่โดนผู้อื่นกระตุ้นหรอกหรือ แล้วเขายอมรับการท้าทายจากคนอื่นทำไม?
“ศิษย์น้องเฉิน อย่าได้วู่วาม” เก่อหงเจี๋ยพูดอย่างกังวล เขารู้สึกว่าคำพูดของเขาเมื่อครู่จะไร้ประโยชน์เสียแล้ว
“ศิษย์พี่เก่อ ข้าไม่ได้วู่วาม”
เฉินเฟยเห็นสีหน้าเก่อหงเจี๋ยแล้วอดยิ้มไม่ได้ “ข้าแค่อยากได้การเดิมพันจากพวกเขา”
“เดิมพันอะไร?” เก่อหงเจี๋ยค่อนข้างสับสน
“พวกเขาต้องการท้าทายข้าล่วงหน้าก็ควรแสดงความจริงใจไม่ใช่หรือ? ต้องมีของเดิมพัน ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ยอมรับการท้าทาย”
เก่อหงเจี๋ยตกตะลึง แต่เขายังคงขมวดคิ้วพูด “คนพวกนั้นทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในก่อนศิษย์น้องเฉินสองสามปี ในระหว่างนั้นยังมีเวลาฝึกกระบวนท่าทรงพลัง มันเสี่ยงเกินไปที่เจ้าจะสู้กับพวกเขา”
“หากไม่มีโอกาสสำเร็จเลย พวกเขาจะเสนอสิ่งเดิมพันที่มากพอให้ข้าได้อย่างไร”
เฉินเฟยมองเก่อหงเจี๋ยและเห็นว่าเขายังคงกังวลอยู่ เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะชี้นิ้วที่หน้าผากเก่อหงเจี๋ย
เก่อหงเจี๋ยมองการกระทำของเฉินเฟยด้วยความสับสน ทันใดนั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป แรงผลักดันส่งผลต่อ จิตใจเก่อหงเจี๋ยทันที ราวกับว่าตอนนี้มันไม่ใช่นิ้ว แต่เป็นปราณกระบี่สูงถึงท้องฟ้าพุ่งเข้ามา
ผมเก่อหงเจี๋ยปลิวไปตามแรงลม เก่อหงเจี๋ยพยายามหยุดความต้องการโต้กลับเพราะรู้ว่าเฉินเฟยจะไม่ทำอะไรตัวเอง แต่ความรู้สึกคุกคามทำให้ร่างกายเก่อหงเจี๋ยตอบโต้ตามสัญชาตญาณ
นิ้วเฉินเฟยหยุดห่างเก่อหงเจี๋ยหนึ่งฉื่อ[2] เฉินเฟยไม่ได้ทำสิ่งนี้เพื่อโอ้อวด แต่เพื่อบอกให้เก่อหงเจี๋ยรู้ถึงจุดแข็งของเขา
ตอนนี้เก่อหงเจี๋ยอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุดและตั้งใจเตรียมเปิดจุดทวาร แน่นอนว่าเขาเข้าใจความหมายของนิ้วเฉินเฟยได้
“เข้าใจแล้ว ข้าจะไปบอกโลกภายนอกให้เอง!”
ร่างกายเก่อหงเจี๋ยผ่อนคลายลง ขณะที่มองเฉินเฟยก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะแข็งแกร่งขนาดนี้ถึงยอมรับการท้าทายนี่เอง
“แล้วทำไมต้องรอหนึ่งเดือน?”
พอนึกถึงความแข็งแกร่งของเฉินเฟย เก่อหงเจี๋ยรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องรอหนึ่งเดือนเลย
“ข้าเพิ่งเริ่มฝึกวิชามรดกได้ไม่นานจึงไม่อยากถูกรบกวน”
เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม นี่เป็นเหตุผลแท้จริงของเฉินเฟย เดิมพันก็เพื่อหารายได้ แต่ตอนนี้เฉินเฟยต้องการฝึกวิชากระบี่จ้งหยวนก่อน
ไม่ว่าการเดิมพันจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้า มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเฉินเฟยมากนัก
“ได้!”
เก่อหงเจี๋ยพยักหน้าและเติมสุราของทั้งสอง เขาตั้งหน้าตั้งตารอให้คนเหล่านั้นมาท้าสายเฉินเฟยด้วยความตื่นเต้น จากนั้นจะได้เห็นเฉินเฟงแสดงพลังออกมา
ครึ่งวันต่อมา ข่าวที่เฉินเฟยเต็มใจยอมรับการท้าทายจากศิษย์ฝ่ายในล่วงหน้าแพร่กระจายไปทั่วสำนักภายใน
“เฉินเฟยไม่รอให้ถึงครึ่งปีและยอมรับการท้าทายล่วงหน้า นี่มันบ้าบิ่นเกินไป”
“บ้าบิ่นอะไร นี่คือนิสัยแท้จริงต่างหาก ข้าดูถูกเฉินเฟยอยู่บ้างที่อาศัยโชคชิงตำแหน่งศิษย์แท้จริง แต่ตอนนี้พอเห็นเขากล้ายอมรับความท้าทายในหนึ่งเดือนให้หลังเลยรู้สึกเคารพในฐานะบุรุษ”
“ความเคารพของเจ้ามีประโยชน์อะไร? สำนักให้เวลาครึ่งปีเพื่อให้ศิษย์แท้จริงได้ฝึกฝนและเป็นการปกป้องของสำนัก แต่เฉินเฟยไม่อยากใช้เวลานี้ในการฝึกหนัก นิสัยแบบนี้ยากที่จะบรรลุสิ่งยิ่งใหญ่!”
“สิ่งที่เจ้ากำลังพูดคือเขายอมรับการท้าทายเพราะคำพูด หรือเขาคิดว่าความโชคดีในดินแดนลับจะอยู่มาจนถึงตอนนี้ ในสนามประลองไม่มีที่ว่างสำหรับโชค มีเพียงกระบี่และหอก”
“บางทีเฉินเฟยอาจรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งพอแล้ว?”
“การทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจะทำให้ระดับไม่มั่นคง ผู้ท้าทายทะลวงระดับนานแล้ว ไม่ว่าจะมองอย่างไรเฉินเฟยก็เลือกเดินผิด เดิมทีหลังฝึกอีกครึ่งปีและตระหนักวิชามรดกยังพอมีหวัง แต่ตอนนี้เขาทำลายความหวังนั้นด้วยมือตัวเอง!”
หลังข่าวแพร่กระจาย ศิษย์ภายในหลายคนพูดคุยถึงเรื่องนี้และแทบไม่มีใครมองโลกการตัดสินใจของเฉินเฟยในแง่ดี
แม้ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าเฉินเฟยอาศัยโชคในการได้ตำแหน่งศิษย์แท้จริง แต่ผลลัพธ์หลังจากนี้อีกครึ่งปีคงตีทีเดียวตายไม่ได้ อย่างไรแล้วหากฝึกวิชามรดกอย่างถูกต้องจะทำให้แข็งแกร่งขึ้นแน่นอน
แต่ตอนนี้เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในและหลังจากนี้หนึ่งเดือนจะยอมรับความท้าทาย ภายในหนึ่งเดือนจะฝึกวิชามรดกได้มากแค่ไหน? คิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะสินะ
หากเป็นอัจฉริยะจริง ด้วยอายุเท่านี้คงไม่อยู่แค่ระดับขัดเกลาไขกระดูกและไม่จำเป็นต้องอาศัยดินแดนลับเพื่อทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน
[1]ต้มกบในน้ำอุ่น ไม่รู้สึกตัว,รู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้ว
[2]ฉื่อ หนึ่งฉื่อเท่ากับสิบนิ้ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved