“ปึง!”
หยูเสี่ยวหลินก้าวถอยหลังแล้วเกิดหลุมลึก เขาใช้ท่าร่างอย่างสิ้นหวังและพยายามถ่ายพลังมหาศาลจากร่างกายลงพื้น แต่พลังนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากให้เวลาเพียงพอหยูเสี่ยวหลินสามารถถ่ายมันออกจนหมด
แต่เฉินเฟยจะให้เวลาหยูเสี่ยวหลินขนาดนั้นได้อย่างไร
ในขณะที่หยูเสี่ยวหลินถอยหลัง เฉินเฟยก็ก้าวเข้าหาหยูเสี่ยวหลิน
“เจ้าต้องการอะไรกันแน่!”
หยูเสี่ยวหลินเห็นเฉินเฟยยกกระบี่ ความกลัวความตายทำให้หยูเสี่ยวหลินตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ร่างซาอิงซือนานนิ่งอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ หยูเสี่ยวหลินยังไม่อยากเป็นแบบนั้น
เฉินเฟยไม่ตอบ เมื่อคนเหล่านี้ปรากฏตัวต่อหน้าและแสดงจิตสังหาร ทุกอย่างก็ถึงจุดจบแล้ว
ในเวลานั้นพลังของเฉินเฟยยังอ่อนด้อยกว่า เขาต้องการจากไปแต่ถูกทั้งสามปิดล้อมอย่างไร้ความปราณี ตอนนี้สถานการณ์ได้พลิกกลับ
“อ๊าก!”
เมื่อหยูเสี่ยวหลินเห็นเฉินเฟยแทงกระบี่ เขาก็ร้องเสียงดังและระเบิดจุดทวารในร่างกาย พลังปั่นปวนปรากฏในร่างกายหยูเสี่ยวหลินทันที
อย่างไรก็ตามหยูเสี่ยวหลินไม่ได้แทงหอกออกไป แต่อาศัยพลังปั่นปวนนี้ใช้ท่าร่างหนี
หอกทลายกบฏไม่สามารถฆ่าเฉินเฟย ซาอิงซือพิสูจน์เรื่องนี้แล้ว หยู่เสี่ยวหลินไม่อยากตาย แม้จะทำได้เพียงเอาชีวิตรอด แต่เขายังยากมีชีวิตมากกว่าตายอยู่ที่นี่
เฉินเฟยประหลาดใจ คิดไม่ถึงว่าหยูเสี่ยวหลินจะใช้การเคลื่อนไหวเสี่ยงตายเพื่อหลบหนี
หอกทลายกบฏจะย้อนพลังหยวนและทำลายจุดทวารเพื่อให้พินาศไปพร้อมกับศัตรู หากศัตรูไม่ตาย การเคลื่อนไหวนี้จะฆ่าตัวเองอยู่ดี
แม้ตอนนี้หยูเสี่ยวหลินจะหนีไปได้ หากโชคดีเขาจะกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ในภายหลัง หากโชคไม่ดีเส้นลมปราณจะถูกตัดขาดและตายในระหว่างหนี และโอกาสที่จะเป็นอย่างหลังก็สูงกว่า
ขณะที่เฉินเฟยกำลังจะไล่ตาม เขาพบว่าหยูเสี่ยวหลินกลายเป็นเงาหายไปแล้ว ความเร็วในการหลบหนีรวดเร็วยิ่งนัก ด้วยท่าร่างของเฉินเฟยในตอนนี้ย่อมตามไม่ทัน
เว้นแต่ความชำนาญเดินหนีสวรรค์จะถึงระดับรู้แจ้ง แบบนั้นจึงสามารถไล่ตามทันและสกัดกั้น
ฟางเจ๋อฮวาเห็นหยูเสี่ยวหลินหายตัวไป ดวงตาก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ทั้งสามถูกเฉินเฟยปราบทีละคน ไม่ตายก็วิ่งหนี ตอนนี้เหลือเขาเพียงคนเดียว ฟางเจ๋อฮวาไม่เห็นทางรอดเลย
“ข้ามีชีวิตอยู่มาหลายปีและมำพลาดน้อยครั้ง ไม่คิดว่าวันนี้จะพลาดเพราะเผชิญหน้ากับเจ้า!”
ฟางเจ๋อฮวามองเฉินเฟยอย่างเย็นชาแล้วหัวเราะเสียงดัง หอกในมือซึ่งแทงอย่างรวดเร็วหยุดนิ่งทันที
ครู่ต่อมาร่างฟางเจ๋อฮวาขยายออกแล้วระเบิด หมอกเลือดกระจายไปทุกทาง แต่พวกมันล้วนถูกกักไว้ในค่ายกลกระบี่จนกระทั่งจางหายไป
เฉินเฟยด้านนอกค่ายกลกระบี่มองฟางเจ๋อฮวาทำลายตัวเองและไม่ได้เข้าไปหยุด
เพราะเขาไม่สามารถหยุดอีกฝ่ายได้ แม้เฉินเฟยจะสามารถฆ่าเขา แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถควบคุมอีกฝ่ายได้ทุกอย่าง
“ไม่ต้องการให้ข้าจับเป็นเพื่อนำตัวไปสอบสวนหรือ?”
ค่ายกลกระบี่สลายไป เฉินเฟยมองจุดที่ฟางเจ๋อฮวาเคยยืน ตรงนั้นไม่มีอะไรเลย ฟางเจ๋อฮวายังทำลายอาวุธวิญญาณตัวเองโดยไม่คิดจะทิ้งอะไรไว้ให้เฉินเฟย
เฉินเฟยค้นหาสิ่งของบนร่างซาอิงซือ พบศิลาหยวนหลายก้อน สิ่งมีค่าที่สุดคือหอกวิญญาณ แต่วิญญาณส่วนใหญ่สูญสลายไปแล้ว
เฉินเฟยเหลือบมองทางที่หยูเสี่ยวหลินหายไปแล้ววูบไหวไล่ตามไป
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา เฉินเฟยเห็นหยูเสี่ยวหลินอยู่ในป่าทึบ เขาตายแล้ว ย้อนกลับพลังหยวนทำลายจุดทวาร สุดท้ายหยูเสี่ยวหลินก็ตายเพราะพลังหยวนตีกลับ
แม้เขาจะพยายามหนี แต่ผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม
เฉินเฟยเดินไปค้นตัว การเก็บเกี่ยวมีไม่มากนัก มีเพียงศิลาหยวนไม่กี่ก้อน ไม่มีโอสถวิญญาณ สำหรับอาวุธวิญญาณที่อยู่ในมือ วิญญาณของมันหายไปจึงกลายเป็นเศษโลหะ
เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเก็บหอกไปด้วย สามารถนำไปขายทำเงินได้เล็กน้อย
เฉินเฟยมองสภาพแวดล้อมตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรพลาด ร่างวูบไหววิ่งไปที่ประตูภูเขาของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
วันนี้เกิดเรื่องมากมาย เฉินเฟยต้องกลับไปรายงานเรื่องนี้ สำหรับการจับเฉียนเจี้ยนหลงที่ตึกโม่หยาง เฉินเฟยยังไม่ต้องการแจ้งเตือนอีกฝ่าย
เพราะเฉินเฟยไม่แน่ใจว่ามีคนเกี่ยวข้องกับเรื่องตึกโม่หยางเท่าไหร่ บางทีเฉินเฟยอาจจับเฉียนเจี้ยนหลงได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น แต่คนอื่นสามารถส่งข่าวเรื่องนี้อย่างลับๆได้เช่นกัน
เมื่อเป็นแบบนั้นควรกลับไปอธิบายเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดดีกว่า สุดท้ายเดี๋ยวมีคนไปจัดการเรื่องนี้เอง
กลับมาถึงประตูภูเขาอย่างรวดเร็ว เฉินเฟยเข้าพบเจ้าสำนักฉวีชิงเซิงและอธิบายสถานการณ์ ฉวีชิงเซิงตกใจมาก เขาไม่เพียงตกใจกับสถานการณ์ในตึกโม่หยางแต่ยักตกใจกับความแข็งแกร่งของเฉินเฟยด้วย
“สามคนนั้นถูกข้าสังหารหลังจากเจ้ากลับมาขอความช่วยเหลือ หากคนอื่นถามให้เจ้าตอบแบบนี้ทุกครั้ง!”
ฉวีชิงเซิงมองเฉินเฟยและไม่ลืมแนะนำ
เฉินเฟยแสดงศักยภาพในความเข้าใจไปแล้ว ในสถานการณ์วุ่นวายเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรจะปล่อยให้เฉินเฟยโดดเด่นไม่ได้เด็ดขาด
“ข้าทราบแล้ว” เฉินเฟยพยักหน้าเข้าใจความตั้งใจของเจ้าสำนัก
ฉวีชิงเซิงส่งข่าวไปยังสำนักกระบี่เซียนเมฆา ส่วนเฉินเฟยกลับไปยังบ้านตัวเอง
ตามจริงแล้วเฉินเฟยยังมีหลายสิ่งที่ไม่เข้าใจ เขาอยากจับเป็นฟางเจ๋อฮวาเพื่อมาสอบถามความสงสัยนั้น
แต่สุดท้ายเฉินเฟยก็ยอมแพ้ คนตายปลอดภัยที่สุด จับเป็นระดับเดียวกับเท่ากับการเพิ่มอันตรายให้ตัวเองโดยใช่เหตุ
เพราะไม่มีทางรู้เลยว่าอีกฝ่ายซ่อนไพ่ลับอะไรไว้อีก มันอาจดูปลอดภัย แต่การเปิดโอกาสเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ตัวเองตายได้
ตึกโม่หยาง เฉียนเจี้ยนหลงกำลังรอให้ฟางเจ๋อฮวาทั้งสามกลับมา
เฉียนเจี้ยนหลงไม่ได้กังวลว่าฟางเจ๋อฮวาทั้งสามจะฆ่าเฉินเฟยได้หรือไม่ เขาเพียงกังวลว่าจะจัดการข้อมูลที่ต้องรายงานอย่างไร
เวลาผ่านไป ฟางเจ๋อฮวาทั้งสามยังไม่กลับมา เฉียนเจี้ยนหลงจึงรู้สึกอารมณ์เสีย
ตามจริงแล้วมันเพิ่งผ่านไปไม่นาน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเฉียนเจี้ยนหลงมักรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไปซึ่งทำให้เขากระสับกระส่าย
“ทำไมเจ้าลนลานนัก?”
เสียงหนึ่งดังขึ้น เฉียนเจี้ยนหลงตกใจ พอหันกลับไปมอง ดวงตาก็ถึงกับเบิกกว้าง กัวฮวายหยูผู้อาวุโสหอบังคับกฎสำนักกระบี่เซียนเมฆา
ทำไมกัวฮวายหยูถึงมาที่นี่ในเวลานี้?
เฉียนเจี้ยนหลงสับสน แต่หลังจากซ่อนตัวมานานหลายปี เฉียนเจี้ยนหลงจึงสามารถหวาดกลัวโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
“ผู้อาวุโสกัว หวังว่าท่านจะอภัยให้ข้าที่ไปต้อนรับช้า”
เฉียนเจี้ยนหลงรีบเดินออกมาและกุมมือพูด “ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสกัวมาด้วยเหตุใด?”
“ไม่เลว ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าผิดปกติ น่าเสียดายนัก!”
กัวฮวายหยูมองสีหน้าเฉียนเจี้ยนหลงแล้วอดชมไม่ได้ จากนั้นคว้าคอเฉียนเจี้ยนหยูด้วยมือหนึ่ง
“ผู้อาวุโสกัว นี่...”
เฉียนเจี้ยนหลงตกตะลึงแต่ไม่หลบเลี่ยง เพราะต่อหน้าผู้แข็งแกร่งอย่างกัวฮวายหยู เฉียนเจี้ยนหลงซึ่งเป็นระดับขัดเกลาอวัยวะภายในไม่มีพลังต่อต้านเลย
“ฉลาดยิ่งนัก หวังว่าหลังจากนี้เจ้าจะยังฉลาดอยู่!”
กัวฮวายหยูคว้าคอเฉียนเจี้ยนหลงหายเข้าไปในห้องด้านใน ในขณะเดียวกันกลุ่มศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาปรากฏตัวในตึกอย่างเงียบๆและควบคุมทุกคน
ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ทุกคนล้วนตกอยู่ภายใต้การควบคุม
หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยถูกเรียกตัวไปตึกโม่หยาง ในขณะเดียวกันเฉินเฟยประหลาดใจมากที่ได้เห็นสามคนที่ดูเหมือนr;dฟางเจ๋อฮวา
“เจ้าไม่เลวเลย สามารถพบสถานการณ์ของที่นี่แล้วส่งข้อความกลับไปขอความช่วยเหลือ”
กัวฮวายหยูมองเฉินเฟยแล้วพยักหน้าเล็กน้อย ในขณะเดียวกันมีคนยื่นกล่องวางไว้ตรงหน้าเฉินเฟย
“นี่คือรางวัลของเจ้าในครั้งนี้ อยู่ที่นี่สักสองสาม อย่าเพิ่งออกไปที่อื่น”
กัวฮวายหยูพูดจบก็หันหลังจากไป เฉินเฟยเปิดกล่องและเห็นโอสถหลายขวด
เฉินเฟยเปิดขวดโอสถขวดหนึ่ง กลิ่นหอมสมุนไพรที่คุ้นเคยลอยเข้าจมูก มันคือโอสถหลิงเสวี่ย ในขวดมีห้าเม็ด ทั้งหมดในกล่องนี้คือโอสถหลิงเสวี่ยสามสิบเม็ด
“นี่มัน โอสถหลอมจิต?”
ตรงมุมกล่องมีขวดโอสถขนาดเล็กอยู่ เฉินเฟยเปิดออก กลิ่นหอมโชยออกมา ทะเลจิตสำนึกชัดเจนขึ้นทันใด
หลังกินโอสถหลอมจิตจะสามารถเพิ่มพลังจิตวิญญาณได้โดยตรง มันมีผลอย่างมากแม้กระทั่งนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นหลาง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเฉินเฟยซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น
เฉินเฟยประหลาดใจเล็กน้อย รางวัลของสำนักกระบี่เซียนเมฆาใจกว้างไปหน่อย เฉินเฟยต้องใช้เวลาหนึ่งปีในถึงจะได้รับโอสถหลิงเสวี่ยจำนวนมากจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโอสถหลองจิตเลย เฉินเฟยไม่มีทางได้รับมันแน่นอน แม้แต่ร้านขายโอสถยังไม่ขายโอสถวิญญาณนี้
เฉินเฟยเงยหน้ามองด้านหลังกัวฮวายหยูขณะที่จากไป จากนั้นมองคนที่แกล้งทำเป็นฟางเจ๋อฮวา เขารู้ว่าบางสิ่งที่คาดเดาก่อนหน้านี้อาจเป็นเรื่องจริง
สำนักกระบี่เซียนเมฆากำลังวางแผนใช้กลยุทธ์สร้างเรื่องใหญ่
ด้วยโอสถที่เพียงพอ เฉินเฟยจึงเริ่มฝึกฝนในตึกโม่หยางด้วยความอุ่นใจ ด้วยการลดเวลาหลอมโอสถ เฉินเฟยจึงมีเวลาฝึกฝนมากขึ้น
เป็นเวลาสามวันแล้วที่เฉินเฟยเน้นฝึกเดินหนีสวรรค์ ระดับความชำนาญเดินหนีสวรรค์ค่อนข้างได้เปรียบเมื่อเผชิญกับผู้ฝึกตนทั่วไป แต่ความได้เปรียบนี้จะหายไปเมื่อเผชิญหน้ากับนักยุทธ์ของสำนัก
เพราะนักยุทธ์ของสำนักมีวิชาฉบับสมบูรณ์มากมาย ไม่เหมือนผู้ฝึกตนทั่วที่ได้ฝึกสักหนึ่งวิชาก็ถือว่าดีมากแล้ว
เฉินเฟยไม่เคยย่อนหยานในการเพิ่มความชำนาญเดินหนีสวรรค์ทั้งยังฝึกมันเพิ่มขึ้น ดังนั้นหลังจากฝึกฝนอย่างมุ่งมั่นในสามวันนี้ ในที่สุดมันก็มาถึงระดับสมบูรณ์
ภายในลานบ้าน เฉินเฟยวูบไหวไปมาและมีภาพติดตาออกมาจากร่างเฉินเฟย เพียงครู่เดียวภาพติดตานั้นแข็งตัวและกลายเป็นเหมือนเฉินเฟยทุกประการ
ร่างแยกของเดินหนีสวรรค์ระดับสมบูรณ์เหมือนจริงมากขึ้น หากไม่สังเกตอาจทำให้รับรู้ผิดพลาด และด้วยความชำนาญเดินหนีสวรรค์ระดับสมบูรณ์ ร่างแยกจึงมีพลังต่อสู้ของเฉินเฟยประมาณหนึ่งส่วน
ในเวลาเดียวกันบนภูเขาแห่งหนึ่ง ระดับขัดเกลาทวารหลายคนของสำนักกระบี่เซียนเมฆาถูกคนของสำนักเพลิงเทพเข้าปิดล้อม
ปลาติดเบ็ดแล้ว!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved