ตอนที่ 350 ฟังลิขิตสวรรค์

แขนขาดไร้ทางฟื้นฟู และด้วยการใช้จุดทวารแบบนี้ซิงซินเจาจะไม่สามารถเปิดจุดทวารได้อีก การบ่มเพาะหยุดลงตรงจุดนี้ หากไม่ได้รับโอสถหรือวัตถุวิญญาณที่ดี ขอบเขตจะถดถอยโดยตรง

มีโอกาสที่จะถดถอยจากระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสู่ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น

นี่เป็นผลจากการสู้ตายของซิงซินเจา หากผลลัพธ์ไม่น่าเศร้าซิงซินเจาคงใช้วิธีนี้นานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะการโจมตีจิตวิญญาณอย่างกะทันหันของเฉินเฟย ซิงซินเจาคงไม่มีปัญหาในการต้านทานอีกสักพัก

แต่สิ่งต่างๆในการต่อสู้เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อย่างน้อยซิงซินเจายังรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ได้

“แค่กแค่ก!”

โจวจื่อซุนไอ เขาไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ดูชราลงมาก

ดวงตาโจวจื่อซุนเศร้าหมอง ช่างเป็นโอกาสที่ดีจริงๆ แต่ร่างกายไม่อนุญาตให้เขาไล่ตามไปฆ่าถึงหอกระบี่หวนคืน!

หากอายุน้อยกว่านี้สิบปี แม้หอกระบี่หวนคืนจะมีการป้องกันของค่ายกล ด้วยพวกเขาสองก็มีโอกาสทำลายหอกระบี่หวนคืน แต่ตอนนี้ทั้งหมดนั้นทำได้เพียงคิด

แม้จะทำให้หอกระบี่วนคืนจ่ายราคาแล้ว แต่โจวจื่อซุนยังไม่พอใจ

“ฮึ!”

โจวจื่อซุนถอนหายใจเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นและบังเอิญเห็นเฉินเฟย สีหน้าเศร้าค่อยๆหายไป เขาไม่มีความหวังแต่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวยังมีเฉินเฟย สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวสามารถไปได้ไกลกว่านี้แน่นอน

“ไปเถอะ ออกจากที่นี่ก่อน” ฉวีชิงเซิงพูด

ฉวีชิงเซิงเสียใจที่ไม่ได้ฝังซิงซินเจาไว้ที่นี่ แต่เรื่องแบบนี้บังคับกันไม่ได้ ความแข็งแกร่งไม่ถึงขั้นบดขยี้จึงทำได้เพียงเท่านี้

เดิมทีสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีมรดกวิชาต่อสู้หลักเพียงสองชุดคือกระบี่จ้งหยวนและกระบี่วิญญาณยักษ์ แต่ไม่สามารถผสานกันได้จึงเปิดจุดทวารได้เพียงแปดสิบจุด ซึ่งมันธรรมดาอย่างยิ่งสำหรับระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

เมื่อไม่นานนี้ได้นำคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวสองขั้นกลับมา ในที่สุดก็สามารถผสานวิชาและเพิ่มจุดทวารที่เปิดได้เป็นเก้าสิบจุด แต่เวลาฝึกฝนยังน้อยเกินไป อย่างน้อยสุดต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะเห็นผล

การฝึกฝนวิชาอื่นต้องใช้เวลาหลายปี เนื่องจากเป็นวิชาสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและมีการทำงานร่วมกันบางส่วนจึงทำให้เร็วขึ้น

ไม่อย่างนั้นต่อให้เป็นความเข้าใจวิชาของระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย หากวางวิชาไม่คุ้นเคยไว้ตรงหน้าพวกเขา แม้จะผ่านไปสิบปีก็ไม่อาจช่วยให้ตัวเองเข้าถึงขั้นพื้นฐาน

ทั้งสามวูบไหวไปยังเมืองเซียนเมฆา สำหรับระยะทางไกลเช่นนี้ ด้วยความเร็วทั้งสามบวกกับการพักระหว่างจะใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวัน

ใกล้เที่ยงในวันต่อมา ทั้งสามเดินทางกว่าพันลี้และผ่านเมืองเซียนเมฆาไป ตอนนี้ทั้งสามกำลังนั่งอยู่บนยอดเขา ฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนถือแผ่นหยกในมือด้วยความรัก

ในระหว่างเดินทาง เฉินเฟยบันทึกวิชาทั้งสี่ได้แก่กระบี่คมดาบสังหาร กระบี่หยกวารี กระบี่มหาฟ้าคำราม และคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวลงในแผ่นหยก

ก่อนหน้านี้เฉินเฟยซื้อแผ่นหยกจากตระกูลหรวนแห่งเมืองฉินไห่ เฉินเฟยคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆและเตรียมแผ่นหยกจำนวนมากเผื่อเอาไว้ และตอนนี้พวกมันได้ใช้ประโยชน์จริง

โจวจื่อซุนลูบแผ่นหยก ดวงตาเต็มไปด้วยความปลงใจ โจวจื่อซุนคิดมาตลอดว่าในช่วงชีวิตนี้อาจไม่ได้เห็นวิชาเหล่านี้กลับมายังสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอีก

สุดท้ายแล้วสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวออกตามหาวิชาเหล่านี้มานานหลายปี ใช่ว่าพวกเขาจะไม่ตามหากิ่งก้านที่แยกตัวออกไปในอดีต หากที่อื่นจะมีวิชาสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว มันคงอยู่กับกิ่งก้านเหล่านั้น

แต่หลังผ่านไปหลายปี กิ่งก้านเหล่านั้นเหมือนหายไปและไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน ในปีนั้นสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวประสบกับภัยพิบัติ ยังดีที่รอดมาได้

กิ่งก้านเหล่านั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนถูกใครบางคนลบทิ้ง สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวต้องการตามหาแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร

ดังนั้นแม้บางครั้งโจวจื่อซุนจะคิดถึงวิชาเหล่านี้ แต่ทำได้เพียงคิดเท่านั้น โจวจื่อซุนแทบหัวเราะเยอะตัวเองตลอดเวลา หัวเราะที่ตัวเองคิดมากเกินไป

แต่โจวจื่อซุนคาดไม่ถึงว่าคิดว่าวันนี้จะได้เห็นวิชาเหล่านี้จริงๆ นอกจากร่างกระบี่เริ่มดวงดาว วิชาอีกหกชุดรวมถึงคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดได้รับกลับมาแล้ว

เมื่อเวลาผ่านไป ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะไม่ถูกจัดให้อยู่อันดับท้ายของสำนักโดยรอบอีกต่อไป และด้วยการเพิ่มวิชาเหล่านี้เข้ามา ระดับขัดเกลาทวารในสำนักจึงมีทางเลือกมากขึ้น

บางครั้งการฝึกฝนวิชาก็ให้ความสนใจกับโชคชะตากับความเข้ากัน คุณสมบัติของวิชาจะเข้ากับคุณหรือไม่นั้นอาจเป็นตัวกำหนดความเร็วในการฝึกฝน

เดิมทีสำนักมีวิชาต่อสู้หลักเพียงสองชุดจึงเลือกได้เท่านี้ หลังจากนี้เมื่อมีทางเลือกมากกว่าเดิม ความเร็วในการฝึกฝนระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายก็จะเพิ่มขึ้น

หากสิ่งต่างๆดำเนินไปเช่นนี้ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวย่อมเจริญรุ่งเรืองเป็นธรรมดา

พอคิดได้แบบนั้นโจวจื่อซุนก็มองเฉินเฟยด้วยสายตาชื่นชม การลอบเข้าหอกระบี่หวนคืนเพียงลำพังต้องใช้ความกล้าหาญและความมั่นใจอย่างมาก และเขายังทำสำเร็จอีก

สิ่งที่คนอื่นไม่กล้าแม้แต่จะคิด เฉินเฟยกลับทำสำเร็จเพียงลำพัง

โจวจื่อซุนถอนหายใจ ฉวีชิงเซิงด้านข้างไม่ได้เป็นเช่นนี้ ด้วยฐานะเจ้าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ความรู้สึกของฉวีชิงเซิงนั้นซับซ้อนกว่าโจวจื่อซุนมาก

สิ่งที่เจ้าสำนักต้องทำคือสืบทอดมรดกต่อไป บนพื้นฐานนี้หากเจริญรุ่งเรืองขึ้นย่อมเป็นเรื่องดีอย่างไม่ต้องสงสัย

ฉวีชิงเซิงเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานเมื่อได้เป็นเจ้าสำนักตอนแรก แต่หลังผ่านไปหลายปีเขาพบว่าหลายสิ่งไม่สามารถตัดสินได้ด้วยพลังของมนุษย์

พูดอีกอย่างคือไม่สามารถตัดสินด้วยระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ด้วยความแข็งแกร่งระดับัขดเกลาทวารขั้นปลาย หลายสิ่งจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

หากต้องการเปลี่ยนแปลงต้องแข็งแกร่งกว่านี้ แต่ฉวีชิงเซิงไม่อาจรับพลังแบบนั้นได้

โจวจื่อซุนกับฉวีชิงเซิงรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก ส่วนเฉิยเฟยกำลังหลับตาฝึกฝน ใช้สนามแรงถ่วงกดทับร่างกาย ความเข้าใจกระบี่วิญญาณยักษ์ยังคงปรากฏในทะเลจิตสำนึก

หลังฝึกฝนเป็นเวลานาน กระบี่วิญญาณยักษ์ใกล้ถึงระดับรู้แจ้ง ไม่เพียงแค่กระบี่วิญญาณยักษ์ เดินหนีสวรรค์อยู่ไม่ไกลจากระดับรู้แจ้งเช่นกัน

กระบี่จ้งหยวน กระบี่วิญญาณยักษ์ เดินหนีสวรรค์ หากทั้งสามถึงระดับรู้แจ้ง เฉินเฟยสามารถผสานสามวิชานี้เข้าด้วยกันโดยการฝึกฝนคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวขั้นสาม

ในค่ายกลกระบี่ในเวลานั้นไม่เพียงแค่ความแข็งแกร่งของลูกปัดกระบี่เพิ่มขึ้น แต่ความเร็วยังเพิ่มขึ้นด้วย

บางครั้งการโจมตีก็ไม่แข็งแกร่งพอ นอกจากความแข็งแกร่งและความเฉียบคม ความเร็วยังเป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น พลังทำลายจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นน่าหวาดกลัว

หลังจากนั้นไม่นาน เฉินเฟยฝึกฝนเสร็จ ค่อยๆลืมตาขึ้นและเห็นฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนกำลังมองตัวเอง

“เจ้าสำนัก ผู้อาวุโสโจว พวกท่านมีอะไรจะพูดหรือ?” เฉินเฟยถามอย่างสงสัย

“เมื่อครู่ข้าปรึกษากับผู้อาวุโสโจวและตัดสินใจว่าจะไม่บอกให้ผู้อาวุโสทุกคนรู้ถึงการกลับมาของวิชาเหล่านี้” ฉวีชิงเซิงพูดเสียงเบา

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาพยักหน้าไม่ขัดแย้ง

“พวกเราสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวในเมืองเมฆาอ่อนแอเกินไป สำนักฉางหงซึ่งถูกทำลายยังแข็งแกร่งกว่าสำนักเรา ในเวลานี้สถานการณ์รอบเมืองเซียนเมฆาไม่มั่นคง หากข่าวการกลับมาของวิชาแพร่กระจาย มันจะดึงดูดความสนใจโดยไม่จำเป็น”

โจวจื่อซุนถอนหายใจและพูดต่อฉวีชิงเซิง ในเวลานี้ยิ่งทำตัวต่ำเท่าไหร่ยิ่งดี วิชาที่ได้กลับมาไม่น่ามีปัญหาในเวลาอันสั้น

แต่การดึงดูดความสนใจผู้อื่นโดยไม่จำเป็นไม่ใช่สิ่งที่ดี ยิ่งไปกว่านั้นหากวิชาสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวผสานกัน มันจะเป็นวิชาระดับขัดเกลาทวารชั้นยอดซึ่งสร้างแรงกดดันต่อสำนักรอบข้างโดยตรง

หัวใจผู้คนคาดเดาไม่ได้ หากตัวเองยังแข็งแกร่งไม่พอจงอย่าให้คนอื่นสงสัยคุณ ไม่เช่นนั้นคงไม่ใช่เรื่องดี

สิ่งนี้ต่างจากครั้งก่อนที่ได้รับคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวสองขั้นแรก อย่างมากคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวสองขั้นแรกเพียงเพิ่มระดับวิชาของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจากแปดสิบจุดทวารเป็นเก้าสิบจุดทวาร

วิชาเปิดเก้าสิบจุดทวารย่อมดีกว่าแปดสิบจุดทวาร แต่มันอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้

แต่ด้วยการเพิ่มวิชาเหล่านั้นที่ได้รับกลับมาในวันนี้ เมื่อฝึกฝนวิชาเหล่านั้นสำเร็จ จุดทวารที่เปิดได้จะมากกว่าร้อยจุด มีเพียงสำนักกระบี่เซียนเมฆาเท่านั้นที่ครอบครองวิชาเปิดจุดทวารมากกว่าร้อยจุด

“หากต้องการวิชาพวกเราจะบอกให้รู้เป็นรายคน ยิ่งไปกว่านั้นผู้อาวุโสทุกคนยังฝึกฝนคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวสองขั้นแรกไม่แตกฉาน แม้จะมอบวิชาอื่นให้ก็ไม่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้” ฉวีชิงเซิงอธิบาย

การฝึกฝนวิชาต้องใช้เวลาเสมอ ข้อแตกต่างคือผู้มีพรสวรรค์สูงจะใช้เวลาน้อยกว่า ส่วนพรสวรรค์ธรรมดาต้องใช้เวลานานกว่า

ในบรรดาคนสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวที่ฝึกฝนจนถึงระดับขัดเกลาทวารได้ย่อมมีพรสวรรค์ แต่การฝึกฝนวิชาระดับขัดเกลาทวารต้องใช้เวลาเช่นกัน อย่างเช่นฉวีชิงเซิงกับโจงจื่อซุนยังใช้เวลาหลายปีในการฝึกฝนวิชาหนึ่งอย่างอิฐกระเบื้องเทลาดเป็นบ้านสูง

ผู้อาวุโสระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นและขั้นกลางย่อมใช้เวลานานกว่านั้น การไม่บอกกล่าวสักพักจึงไม่ส่งผลต่อการฝึกฝนของผู้อาวุโสเหล่านี้

เว้นแต่ผู้อาวุโสบางคนฝึกฝนช้าเกินไปเนื่องจากคุณสมบัติไม่ตรงกับวิชา แบบนั้นฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนจะจัดการตามความเหมาะสม

“เฉินเฟยเข้าใจแล้ว” เฉินเฟยพยักหน้า

หากไม่แจ้งให้ผู้อาวุโสขัดเกลาทวารทุกคนรู้ ข่าวการกลับมาของวิชาย่อมปกปิดได้ระดับหนึ่ง ในขณะเดียวกันมันไม่ส่งผลต่อการปรับปรุงความแข็งแกร่งของสำนัก อย่างไรแล้วไม่สามารถซ่อนเรื่องนี้ได้นานนัก

ฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนบอกเรื่องนี้แก่เฉินเฟยเพราะเฉินเฟยเป็นผู้นำวิชาเหล่านี้กลับมา สำหรับเฉินเฟยนั้น ฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนชื่นชมและพอใจจากใจจริง

ส่วนจะซ่อนข่าวได้นานแค่ไหน เพียงทำให้ดีที่สุด ฟังลิขิตสวรรค์

ใบหน้าฉวีชิงเซิงแสดงรอยยิ้ม เมื่อกำลังจะพูดต่อก็ต้องขมวดคิ้ว อาวุธวิญญาณลักษณะคล้ายหยกลอยออกมาจากอ้อมแขนฉวีชิงเซิง

ก้อนหยกนี้สดใสพร่างพราว แต่ตอนนี้มันสั่นตลอดเวลาและแสงในนั้นยังผันผวน

โจวจื่อซุนขมวดคิ้วเมื่อเห็นลักษณะของหยก

“มีบางอย่างเกิดขึ้นกับสำนัก ข้าจะกลับไปก่อน ผู้อาวุโสโจว ท่านกับเฉินเฟยค่อยตามไปทีหลัง” ฉวีชิงเซิงมองโจวจื่อซุนกับเฉินเฟย

อาวุธวิญญาณหยกชิ้นนี้เชื่อมต่อกับอาวุธวิญญาณระดับสูงของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว มันไม่อาจส่งข้อความซับซ้อน ทำได้เพียงแจ้งเตือน