ตอนที่ 253 เมืองฉินไห่

“เจ้านั่นคงไม่มาหาพวกเราไปอีกสักพัก พวกมือสังหารจากหอพิรุณก็ด้วย”

เฉินเฟยเห็นสายตาสอดส่องของหรวนเฉียวจวินทั้งสามจึงอธิบายให้ฟัง

แม้ไต้ฟางซวนหนีรอดไปได้ แต่เขาเสียแขนไปข้างหนึ่งและยังโดนกระบี่ของเฉินเฟยยังแทงทะลุหน้าอก

พลังกระบี่ระเบิดอยู่ในร่างกายไต้ฟางซวน แม้ไต้ฟางซวนจะกดพลังนั้นไว้แต่อวัยวะภายในยังคงได้รับบาดเจ็บ ต่อให้เป็นพลังชีวิตของระดับขัดเกลาทวารก็ไม่อาจหนีรอดหากบาดเจ็บสาหัส

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนท้ายที่ไต้ฟางซวนผลาญแก่นเลือดเพื่อหนีซึ่งเพิ่มอาการบาดเจ็บ หากไต้ฟางซวนไม่มีโอสถรักษาชั้นยอดคงไม่อาจฟื้นตัวในเวลาไม่กี่ปี

และต่อให้มีโอสถแรกเริ่ม อย่างเร็วสุดต้องใช้เวลาหลายเดือน

ด้วยการโดนเฉินเฟยทุบตีจนมีสภาพเช่นนี้ ต่อให้อาการบาดเจ็บดีขึ้น แต่ยังคงเป็นคำถามว่าไต้ฟางซวนจะกล้าปรากฏตัวต่อเฉินเฟยอีกหรือไม่

ท้ายที่สุดโอกาสหลบหนีแบบนี้ไม่ได้มีทุกครั้ง

หรวนเฉียวจวินทั้งสามไม่ถามอะไรเพิ่ม ฉู่เหวินเหนียนเดินไปหาและมอบบางอย่างให้เฉินเฟย สิ่งเหล่านี้เป็นของมือสังหารหอพิรุณ

เฉินเฟยเหลือบมองเล็กน้อย เห็นว่าพวกมันล้วนเป็นยาพิษกับยารักษาแผลแต่ไม่มีเงิน ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงของมีค่าอื่น สำหรับอาวุธ ตอนนี้เฉินเฟยไม่สนใจอาวุธกึ่งวิญญาณธรรมดาด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอาวุธทำจากเหล็กเนื้อดีเหล่านี้

เฉินเฟยโบกมือไม่ถามถึงสิ่งเล็กน้อย เขาใช้พลังหยวนลากทั้งสามคนกลับไป

หลังจากนั้นไม่นานเฉินเฟยทั้งสี่กลับมาถึงรถม้าคันเดิม โชคดีที่ม้าไม่ได้วิ่งหนีไปซึ่งช่วยเฉินเฟยประหยัดเวลาในการตามหา

ตลอดทั้งคืนไม่มีการพูดคุยใด เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสี่เดินทางต่อตามปกติ

ในรถม้า เฉินเฟยหลับตานั่งสมาธิ ในขณะฝึกกระบี่จ้งหยวนก็สรุปข้อดีข้อเสียจากการต่อสู้เมื่อคืน

ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนตามปกติไม่ได้ผลกับนักยุทธ์ขัดเกลาทวารเก่าเพราะกระบี่จ้งหยวนของเฉินเฟยอยู่ในระดับเริ่มต้น

ลูกปัดกระบี่สิบเม็ดทำให้การสังหารนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายง่ายดายราวกับหั่นผัก แต่มันอ่อนด้อยต่อนักยุทธ์ขัดเกลาทวาร เว้นแต่จำนวนลูกปัดกระบี่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหานี้สามารถแก้ได้ด้วยการเพิ่มความชำนาญกระบี่จ้งหยวน

แต่เมื่อกระบี่จ้งหยวนก้าวหน้าขึ้นก็จะมีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือพลังในจุดทวารของเฉินเฟยไม่เพียงพอที่จะรองรับการใช้ลูกปัดกระบี่จำนวนมากพร้อมกัน

ระดับขัดเกลาทวารคนอื่นไม่มีปัญหานี้แน่นอน โดยปกติแล้วความเร็วในการเข้าใจวิชายุทธ์ของพวกเขาจะดำเนินไปพร้อมกับความเร็วในการบ่มเพาะ

เนื่องจากเฉินเฟยมีแผงระบบ ความเร็วในการเข้าใจวิชาของเฉินเฟยจึงเหนือกว่าการบ่มเพาะมาก เฉินเฟยคาดเดาว่าอาจใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งปีในการทำให้กระบี่จ้งหยวนถึงระดับรู้แจ้ง

หากการบ่มเพาะเฉินเฟยเพียงพอ เขาสามารถใช้ลูกปัดกระบี่แปดสิบเอ็ดเม็ดจับศัตรูให้อยู่ในค่ายกลกระบี่ได้โดยตรง ในเวลานั้นศัตรูอย่างไต้ฟางซวนคงโดนเจาะทะลุตั้งแต่การสู้ครั้งแรก

แต่ด้วยเวลาหนึ่งปี เฉินเฟยมีจุดทวารได้มากที่สุดเพียงสองจุด เขาไม่อาจใช้ลูกปัดกระบี่ได้ทั้งแปดสิบเอ็ดเม็ด สิ่งนี้น่าอึดอัดไม่น้อย

ด้วยเหตุนี้เองที่เฉินเฟยใช้วิธีเคล็ดพันไหมหลอมกระบี่ให้เป็นไหม เปลี่ยนลูกปัดกระบี่ให้เป็นไหมกระบี่

ด้วยพลังจิตวิญญาณที่มี เขาจึงประสบความสำเร็จในการหลอมกระบี่เป็นไหม และผลที่ได้ยังดีกว่าลูกปัดกระบี่ ในเวลานั้นไต้ฟางซวนต้องใช้พลังทั้งหมดเพื่อออกจากไหมกระบี่

เฉินเฟยพันไหมกระบี่รอบกระบี่เฉียนหยวน มันช่วยแก้ไขปัญหาคุณภาพกระบี่เฉียนหยวนได้ไม่น้อย

“ต้องเพิ่มความชำนาญกระบี่จ้งหยวน พอถึงตอนนั้นความเร็วในการบ่มเพาะกับจำนวนลูกปัดกระบี่และไหมกระบี่จะดีขึ้น”

เฉินเฟยคิดอยู่ในใจ ตราบใดที่จำนวนลูกปัดกระบี่และไหมกระบี่เพิ่มขึ้นสองเท่า ไต้ฟางซวนคงหนีออกจากค่ายกลกระบี่ไม่ได้ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงในเวลานั้นคือการบ่มเพาะของตนจะรักษาสภาพนี้ได้หรือไม่

เมื่อคืนนี้ สิ่งที่ทำให้ตื่นตระหนกคือวิชาสยบมังกรคชสาร

หลังทะลวงระดับขัดเกลาทวาร เฉินเฟยเพิกเฉยสยบมังกรคชสารโดยไม่รู้ตัว เฉินเฟยจะคอยคิดว่าสยบร่างกายสยบมังกรคชสารอยู่ในระดับปรับแต่งร่างกายเท่านั้น

หลังไปถึงระดับขัดเกลาทวาร มีเพียงการฝึกสยบมังกรคชสารส่วนหลังที่จะรักษาพลังแบบนั้นได้

แต่เมื่อคืนเขาใช้พลังหยวนโคจรสยบมังกรคชสาร พลังที่ระเบิดออกมาเกินความคาดหมายของเฉินเฟยมาก

ก่อนหน้านี้โคจรสยบมังกรคชสารด้วยพลังภายใน นั่นทำให้เฉินเฟยหาคู่มือระดับปรับแต่งร่างกายที่เทียบเคียงตัวเองได้ยาก หลังจากใช้พลังหยวนโคจร พลังของสยบมังกรคชสารยังเพิ่มขึ้นอีก

เฉินเฟยนึกถึงนักพรตหลงเซี่ยงในถ้ำ เขาตั้งชื่อตัวเองตามชื่อวิชา แต่แท้จริงแล้วเขายังเรียนรู้วิชาในฉบับไม่สมบูรณ์

แต่ถึงอย่างนั้นนักพรตหลงเซี่ยงยังมีพลังต่อสู้ที่ไม่มีใครเทียบและร่างกายไม่บุบสลาย

จากตรงนี้สามารถเข้าใจาต่อให้เป็นแค่ส่วนสยบร่างกายก็ไม่ธรรมดา แม้เฉินเฟยยังไม่ได้เรียนรู้สยบมังกรคชสารส่วนหลัง แต่ส่วนสยบร่างกายก็เพียงพอแล้วที่เฉินเฟยจะรักษาพลังระดับหนึ่งของขัดเกลาทวารขั้นต้น

สำหรับผู้ฝึกตนทั่วไปอย่างไต้ฟางซวนสามารถกดดันได้โดยตรง หากท่าร่างติดตามเฉินเฟยได้ทัน เมื่อคืนนี้ไต้ฟางซวนคงหนีไม่พ้น!

สามวันผ่านไปในพริบตา เช่นเดียวกับที่เฉินเฟยคาดไว้ สามวันผ่านไปอย่างสงบ มือสังหารหอพิรุณไม่ปรากฏอีก เห็นได้ชัดว่าไต้ฟางซวนนำข้อมูลกลับไปแล้ว

ระดับขัดเกลาทวารอย่างไต้ฟางซวนยังบาดเจ็บสาหัส เงินที่นายจ้างมอบให้ไม่สามารถรองรับความอันตรายของภารกิจนี้ได้อีก เว้นแต่นายจ้างจะเพิ่มเงินต่อ ไม่เช่นนั้นงานนี้คงสิ้นสุดแล้ว

เมืองฉินไห่ ลานบ้านตระกูลหรวน

“ท่านพ่อ เราควรทำอย่างไรดี? ตามเวลานี้นางชั้นต่ำหรวนเฉียวจวินคงมาถึงเมืองแล้ว พอถึงตอนนั้นการควบคุมตระกูลหรวนจะตกไปอยู่มือทายาทสายตรงอีกครั้ง!”

หรวนป๋อจุ้นเดินไปมาในห้องตำราอย่างร้อนรน ในที่สุดตระกูลหรวนก็ตกอยู่ในเงื้อมมือพวกเขา เขากลายเป็นผู้รับผลประโยชน์มากที่สุดของตระกูลหรวน แต่ตอนนี้ต้องล้มเหลวหรือ?

“เจ้าจะตื่นตระหนกทำไม ถึงหรวนเฉียวจวินจะกลับมาเป็นผู้นำตระกูล แต่นั่นขึ้นอยู่กับว่าคนอื่นจะร่วมมือกับนางหรือไม่!” หรวนตงไหลต่อว่าและแสดงสีหน้าไม่พอใจกับความอดทนของลูกชาย

หรวนป๋อจุ้นสะดุ้งและมองพ่ออย่างสับสน

“ผู้นำตระกูลคือตำแหน่ง หากมีความสามารถทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี แต่หากไม่มีความสามารถจะไม่มีใครฟังคำสั่ง หรวนเฉียวจวินเป็นเพียงสตรี นางจะรักษาตำแหน่งผู้นำตระกูลได้อย่างไร?” หรวนตงไหลส่งเสียงฮึเย็นชา

ความล้มเหลวของหอพิรุณอยู่เหนือความคาดหมายของหรวนตงไหล เขายิ่งรู้สึกหวาดกลัวกว่าเดิมเมื่อรู้ว่ามีผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารเข้ามาเกี่ยวข้อง

ในสถานการณ์ที่ดีสุดคือหรวนเฉียวจวินไม่ปรากฏตัวอีกเลย เช่นนั้นเขาจึงควบคุมตระกูลหรวนได้อย่างปลอดภัย

แต่ตอนนี้ไม่อาจป้องกันไม่ให้หรวนเฉียวจวินกลับมา หรวนตงไหลทำได้เพียงใช้วิธีอื่นซึ่งคือกีดกันหรวนฉียวจวิน

ตระกูลหรวนถือเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองฉินไห่ เป็นไปไม่ได้ที่หรวนตงไหลจะวางมือจากการควบคุมตระกูลหรวน

“แล้วพวกเราจะตรวจสอบผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารคนนั้นอย่างไร?”

หรวยป๋อจุ้นถามเสียงต่ำ เพราะผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารคนนั้นจึงทำให้หรวนป๋อจุ้นสูญเสีย หากผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารมาที่ตระกูลหรวนก็ไม่มีใครกล้าคัดค้าน

บางครั้งความแข็งแกร่งก็แสดงถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!

“เขาน่าจะได้รับเชิญจากหรวนเฉียวจวิน ไม่มีทางอยู่ในตระกูลหรวนตลอดไปแน่นอน เมื่อเขาอยู่ที่นี่เราจะเชื่อฟัง พอจากไปแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะตัดสินใจอย่างไร!”

หรวนตงไหลพูดเสียงทุ้ม หลังจากนี้คงฆ่าหรวนเฉียวจวินไม่ได้แล้ว ท้ายที่สุดเขาต้องคำนึงถึงผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวาร

แต่การกีดกันเป็นปัญหาของตัวเอง ผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารจะมีใส่ใจเรื่องในตระกูลพวกเขาได้อย่างไร

หรวนตงไหลเดาว่าหรวนเฉียวจวินกับผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารไม่สนิทกันนัก ดังนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการกีดกันเช่นนี้

“ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ!”

ดวงตาหรวนป๋อจุ้นขยับ หลังคิดถึงเหตุผลได้อย่างชัดเจน ใบหน้าเขาก็ปรากฏรอยยิ้ม

“สั่งคนรับใช้เจ้าไป เมื่อเฉียวจวินกลับมาถึงเมืองฉินไห่ อย่าลืมสร้างภาพต้อนรับครั้งใหญ่ให้นาง” หรวนตงไหลพูดด้วยรอยยิ้ม เขาต้องการให้ทุกคนในเมืองฉินไห่เห็นว่าพวกเขายินดีต้อนรับหรวนเฉียวจวินกลับมา

“ขอรับท่านพ่อ!” หรวนป๋อจุ้นอดยิ้มไม่ได้

บ่ายวันนั้น ตระกูลหรวนจัดคนออกไปนอกเมืองสามลี้เพื่อคอยรายงานกลับมา พอเห็นฉู่เหวินเหนียนขับรถม้ามุ่งหน้าสู่เมืองฉินไห่

หรวนตงไหลก็นำสมาชิกตระกูลหรวนไปด้านนอกเมืองหนึ่งลี้เพื่อรอต้อนรับหรวนเฉียวจวิน

ไม่ว่าจะเป็นมารยาทหรือการแสดงหรวนตงไหลล้วนบรรลุถึงจุดสูงสุด ท้ายที่สุดในลำดับผู้อาวุโส หรวนตงไหลถือเป็นลุงสองของหรวนเฉียวจวิน

หรวนตงไหลแค่อยากแสดงให้ทุกคนเห็นว่าตัวเองไม่สนใจการเป็นผู้นำตระกูลหรวน

“ลุงสอง!”

หลังลงจากรถม้า หรวนเฉียวจวินเห็นหรวนตงไหลจึงตะโกนทักทาย ภายในตระกูลหรวน หรวนตงไหลเป็นคนที่ดีกับนางที่สุด แม้พ่อของนางจะต่อว่านาง หรวนตงไหลจะออกมาปกป้องนางด้วยรอยยิ้ม

“เจ้าคงลำบากไม่น้อย การเดินทางครั้งนี้เจอปัญหาหรือไม่?”

หรวนตงไหลมองรูปลักษณ์หรวนเฉียวจวินที่เต็มไปด้วยฝุ่นแล้วแสดงหน้าเศร้าราวกับเห็นลูกตัวเองกลับมาจากข้างนอกอย่างทุกข์ทรมาณ

เฉินเฟยด้านข้างรถม้ามองคนตระกูลหรวน ส่วนใหญ่ล้วนยิ้มเสแสร้ง เห็นได้ชัดว่าคนมากมายไม่ต้องการให้หรวนเฉียวจวินกลับมา

“ข้าเจอปัญหาบางอย่างแต่มันจบลงแล้ว ลุงสอง ข้าขอแนะนำให้รู้จักกับผู้อาวุโสที่ข้าพบ ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้ข้ากลับมาอย่างปลอดภัย”

หรวนเฉียวจวินนำหรวนตงไหลไปหาเฉินเฟยและแนะนำเขา

หรวนตงไหลเห็นใบหน้าเยาว์วัยของเฉินเฟยจึงรู้สึกประหลาดใจ อายุยังน้อยกลับเป็นผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวาร ช่างน่ากลังยิ่งนัก

“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยเฉียวจวินกลับมา หากผู้อาวุโสสั่งงานใด ตระกูลหรวนจะทำให้ดีที่สุด!” หรวนตงไหลกุมมือ

“ไม่ต้องสุภาพ”

เฉินเฟยเหลือบหรวนตงไหลจากนั้นมองหรวนเฉียวจวิน เจ้าจะจัดการจิ้งจอกเฒ่านี่อย่างไร!