ตอนที่ 129 เขาทำต่อ เขาแข็งแกร่งกว่า

ภารกิจแบบนี้พูดได้ว่ายาก เป็นเรื่องยากมากจริงๆเพราะโอสถเหนือสามัญใช้คุณสมบัติทางยาของสมุนไพรยาธรรมดาเกือบถึงขีดสุดแล้ว การปรับปรุงผลของมันทำได้เพียงใช้อายุมาก เช่นเดียวกับเฉินเฟยที่ก่อนหน้านี้ใช้ลูกปัดประหลาดในการหลอมโอสถ

แต่มันยังไม่ถึงขั้นปรับปรุงไม่ได้ นั่นเป็นเพราะนักหลอมโอสถไม่เคยศึกษามาถึงจุดนี้ พวกเขาหลอมโอสถอย่างชำนาญตามสูตรโอสถที่มีอยู่เท่านั้น

การสร้างสูตรโอสถใหม่แบบนี้ค่อนข้างไร้ค่า เกรงว่ามีเพียงยักษ์ใหญ่อย่างสมาคมนักหลอมโอสถเท่านั้นที่สามารถดึงดูดนักหลอมโอสถจำนวนมากให้มาเข้าร่วม

“รางวัลดีมาก เป็นโอสถเริ่มแรก!” ฉือเต๋อเฟิงพูดอย่างตื่นเต้น

“โอสถเริ่มแรก?”

เฉินเฟยรู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อโอสถนี้จากที่ไหนสักแห่ง หลังพยายามนึกอยู่ครู่หนึ่งดวงตาเฉินเฟยก็เบิกกว้างเล็กน้อย

“นึกออกยัง? เป็นโอสถเริ่มแรกนั่นแหละ สมแล้วที่เป็นสมาคมนักหลอมโอสถ ลายมือต่างกันลิบลับเลย” ฉือเต๋อเฟิงหัวเราะเบา

เฉินเฟยพยักหน้าเห็นด้วยเพราะโอสถเริ่มแรกนี้ล้ำค่าอย่างยิ่ง

โอสถเริ่มแรกเป็นยาศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหนน่ะหรือ ตราบใดที่คนธรรมดาตายไม่เกินหนึ่งเค่อก็สามารถใช้โอสถเริ่มแรกช่วยกลับมาได้

ให้ความรู้สึกเหมือนกับฟื้นคืนชีพคนตาย

แน่นอนว่าโอสถนี้จะไม่ถูกใช้กับคนธรรมดาและใช้กับนักยุทธ์มากกว่า

ในระดับขัดเกลาทวาร แม้ตันเถียจะถูกทำลายโอสถเริ่มแรกก็ฟื้นฟูตันเถียนกลับมาและสามารถทำให้กลับมาฝึกฝนได้อีกครั้ง ดังนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงอาการบาดเจ็บที่ซ่อนอยู่เลย

หากก่อนหน้านี้เก่อหงเจี๋ยทะลวงระดับล้มเหลวจนทำให้จุดทวารและพลังจิตได้รับบาดเจ็บ โอสถเริ่มแรกก็สามารถรักษาอาการบาดเจ็บเหล่านี้และเริ่มทะลวงรับได้อีกครั้ง

โอสถเริ่มแรกไม่เพียงมีประโยชน์สำหรับนักยุทธ์ขัดเกลาทวารเท่านั้น ระดับขัดเกลาทวารยังใช้มันในการบ่มเพาะเช่นกัน แม้ผลของมันจะลดลงมากแต่ก็ยังใช้รักษาอาการบาดเจ็บส่วนใหญ่ได้ โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บที่จุดทวารและพลังจิตใจ

เฉินเฟยได้ยินชื่อโอสถเริ่มแรกครั้งแรกจากกัวหลินซาน กัวหลินซานบอกเฉินเฟยว่าโอสถเริ่มแรกนี้หลอมจากเนื้อต้นไม้วิญญาณของสำนักเซียนมเฆาและยังมีวัตถุดิบวิญญาณอย่างอื่นอีกมากมาย

โอสถนี้ยังสามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บที่เฟิงซิวผู่ที่ได้รับจากในอดีตด้วย เนื่องจากำพลังจิตใจและจุดทวารของเฟิงซิวผู่ได้รับบาดเจ็บในตอนนั้น ระดับของเขาจึงตกไปสู่ขัดเกลาอวัยวะภายใน

ดังนั้นโอสถเริ่มแรกนี้จึงเป็นโอกาสฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและกลับสู่ระดับขัดเกลาทวารของเฟิงซิวผู่

ตลอดเวลาที่ผ่านมาความปรารถนาของกัวหลินชานคือการค้นหาโอสถนี้ให้เฟิงซิวผู่

แต่น่าเสียดายที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ค่อยมอบโอสถเริ่มแรกให้โลกภายนอก ในบางครั้งยังถูกผู้แข็งแกร่งระดับขัดเกลาทวารแย่งชิงไปซึ่งพวกเขาล้วนเป็นผู้ที่ได้รับความโปรดปรานจากสำนักกระบี่เซียนเมฆา

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่มีโอสถชนิดนี้ แม้ในตอนนั้นจะมีขายอยู่แต่ก็ถูกผู้อื่นซื้อไปและไม่มีเหลืออีก ดังนั้นเฟิงซิวผู่จึงไม่มีโอกาส

“ภารกิจนี้กำหนดเส้นตายหรือไม่?” เฉินเฟยถาม

“ไม่ ข้าถามมาแล้ว นี่เป็นภารกิจระยะยาว พวกเขาจะถอนภารกิจนี้ต่อเมื่อสูตรโอสถที่ได้รับตรงตามข้อกำหนด” ฉือเต๋อเฟิงส่ายหน้า

“เข้าใจแล้ว”

เฉินเฟยพยักหน้าจดจำเรื่องนี้ไว้ในใจ

ใช่แล้ว เฉินเฟยต้องการรับภารกิจนี้เพราะต้องการโอสถเริ่มแรก จุดประสงค์ง่ายมากนั่นก็เพื่อเฟิงซิวผู่

ทัศนคติของเฟิงซิวผู่ที่มีต่อเฉินเฟยทำให้ผู้คนพูดไม่ออก ตอนนี้มีโอกาสฟื้นฟูฐานฝึกฝนจองเฟิงซิวผู่แล้ว เป็นธรรมดาที่เฉินเฟยจะลองดู

แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา เฉินเฟยจำเป็นต้องเพิ่มความชำนาญสูตรโอสถทะยานเนินเขาให้ถึงระดับรู้แจ้งก่อน จากนั้นจึงค่อยปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขาได้

ฉือเต๋อเฟิงจากไป เฉินเฟยบอกให้เขานำสมุนไพรมาเพิ่มครึ่งหนึ่งในวันพรุ่งนี้

การประหยัดเงินเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญกว่าคือทำให้สูตรโอสถทะยานเนินเขาถึงระดับรู้แจ้งโดยเร็วที่สุด

ในตอนบ่าย เฉินเฟยกำลังฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดโดยคิดในใจว่าพรุ่งนี้ควรเข้าเมืองเซียนเมฆาไปอาศัยในโรงเตี๊ยมที่มีบ่อน้ำพุน้อนดีหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องอยู่ในบ่อน้ำพุร้อนตลอดทั้งวัน ในเวลานั้นเมื่อฝึกสยบมังกรคชสารของแต่ละวันเสร็จก็กลับมาหลอมโอสถที่บ้านเช่า สิ่งนี้ยังช่วยให้ฉือเต๋อเฟิงไม่ต้องวิ่งไปมาด้วย

“ก๊อกก๊อกก๊อก!”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เฉินเฟยหยุดฝึกฝนและเปิดประตูด้วยความสงสัย พบว่าคนที่มาคือกัวหลินซาน

“ศิษย์พี่กัวมีอะไหรือ?” เฉินเฟยเชิญกัวหลินซานเข้ามาและรินชาให่หนึ่งถ้วย

“มีอยู่เรื่องหนึ่ง”

กัวหลินชานดื่มชา มองเฉินเฟยและพูดว่า “ในช่วงที่เจ้าไปดินแดนประหลาด ข้าไปรับการประเมินศิษย์แท้จริงรอบแรกมาและข้าผ่านแล้ว”

“ยินดีกับศิษย์พี่ใหญ่ด้วย”

เฉินเฟยผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นก็อดยิ้มไม่ได้และยินดีกับกัวหลินซานจากใจ

“ยังเร็วเกินไปที่จะแสดงความยินดี ข้าเพิ่งผ่านรอบแรก” กัวหลินชานโบกมือ

“การประเมินศิษย์แท้จริงมีหลายรอบหรือ?” เฉินเฟยไม่เข้าใจเรื่องนี้ ท้ายที่สุดแล้วเขายังคงห่างจากเรื่องนี้อยู่บ้าง

“รอบแรกทดสอบจิตใจ”

กัวหลินซานพยักหน้า “แท้จริงแล้วมันเป็นอาวุธวิญญาณของสำนักที่ดึงศิษย์เข้าสู่ภาพลวงตา หากจิตใจผ่านการทดสอบจะถือว่าผ่านการทดสอบรอบแรก”

เฉินเฟยพยักหน้า แม้กัวหลินซานบอกว่ามันง่าย แต่เฉินเฟยรู้ว่าเมื่อมีศิษย์แท้จริงมาเกี่ยวข้อว การประเมินนั้นย่อมไม่ง่ายอย่างแน่นอน

“เดิมทีข้าต้องอยู่อีกสองสามเดือนก่อนจะต้องไป แต่ผ่านไปเดือนกว่าการประเมินศิษย์แท้จริงรอบสองก็เริ่มก่อนกำหนด ดังนั้นข้าจึงต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ” กัวหลินซานพูดเสียงทุ้ม

“การประเมินรอบสองคืออะไร?” เฉินเฟยถามอย่างสงสัย

“การประเมินรอบสองเป็นการทำร่วมกับอีกสามสำนัก”

กัวหลินซานจัดเรียกคำแล้วพูด “เราแบ่งดินแดนลับกับหอเป๋ย์โต่ว สำนักฉางหง และศาลาเฉินสุ่ย ดินแดนลับนี้หลายปีจะเปิดครั้งหนึ่งและมีไว้สำหรับการประเมินศิษย์แท้จริงโดยเฉพาะ เดิมทีดินแดนลับนี้จะเปิดในอีกครึ่งปีให้หลัง แต่จู่ๆก็เปิดเร็วกว่ากำหนด”

ดินแดนลับ?

เฉินเฟยผงะไป แท้จริงแล้วมีดินแดนลับที่สี่สำนักใช้ร่วมกันและมันยังผลักไสสำนักกระบี่เซียนเมฆาออกไปด้วย

ไม่สิ คาดว่าคงไม่ได้ผลักไสสำนักกระบี่เซียนเมฆาออกไปแต่สำนักกระบี่เซียนมเฆาไม่ชอบดินแดนลับนี้มากกว่า ไม่อย่างนั้นหากเป็นสิ่งที่ดีจริง ด้วยนิสัยของสำนักกระบี่เซียนเมฆาทั้งสี่สำนักคงทำอะไรไม่ได้

“หากต้องการเป็นศิษย์แท้จริงของสำนัก รอบแรกคือประเมินจิตใจ การประเมินรอบสองคือต้องเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆให้เพียงพอจากดินแดนลับนี้ เดิมทีข้าไม่กล้าพาเจ้าไปด้วย แต่ตอนนี้เจ้าทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกแล้ว ความว่องไวของเจ้าต้องก้าวหน้าไปอีกขั้นแน่นอน แต่ในดินแดนลับนี้อาจไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนัก” กัวหลินซานพูดเสียงทุ้ม

“ในดินแดนลับมีอะไรเป็นพิเศษหรือไม่?” เฉินเฟยถามเสียงเบา หากไม่มีผลประโยชน์มากพอกัวหลินชานคงไม่คิดจะดึงเฉินเฟยไปด้วย

“วัตถุวิญญาณล้ำค่าหลายชนิดและสมุนไพรอายุมาก ที่สำคัญกว่านั้นในดินแดนลับมีปราณหยวนอุดมสมบูรณ์ การบ่มเพาะในนั้นจะได้ผลสองเท่า”

กัวหลินซานมองเฉินเฟยและพูดเสียงทุ้ม “สิ่งสำคัญสุดคือดินแดนลับหลายปีจะเปิดครั้งหนึ่ง หากต้องการเป็นศิษย์แท้จริงเจ้าต้องสร้างความต่างตอนอยู่ในนั้น ศิษย์น้องเล็ก หากเจ้าทำได้ดีพอในดินแดนลับ บางทีสำนักอาจปล่อยให้เจ้าผ่านการประเมินนี้ ในเวลานั้นเมื่อเจ้าฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดถึงขั้นห้าและผ่านการประเมินรอบแรก เจ้าจะสามารถรับมรดกของศิษย์แท้จริงด้วยระดับขัดเกลาไขกระดูก!”

หัวใจเฉินเฟยเต้นรัว ฟังแล้วน่าดึงดูดจริงๆ

ฐานฝึกฝนอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณยังไม่อาจแสดงพลังแท้จริงได้เนื่องจากฐานฝึกฝนของเฉินเฟย พูดอีกอย่างคือความว่องไวในปัจจุบันของเฉินเฟยน่าจะโดดเด่นที่สุดในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน

หากระวังตัวให้ดี ในดินแดนลับนี้เฉินเฟยอาจมีโอกาสสร้างความต่างได้จริง

เมื่อครู่กัวหลินซานบอกว่าดินแดนลับหลายปีจะเปิดครั้งหนึ่ง ภายในหนึ่งปีเฉินเฟยอาจเข้าระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ในเวลานั้นเกรงว่าคงต้องรออีกหลายปีถึงจะรับมรดกแท้จริงได้

สำหรับศิษย์คนอื่น การเพิ่มฐานฝึกฝนไม่เวลาหลายปีไม่มีประโยชน์อะไร แต่เฉินเฟยที่มีโอกาสฝึกฝนเร็วขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นทำไมต้องรออีกหลายปี?

“ข้าไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ตัวจริงแล้วจะเข้าดินแดนลับได้หรือ?” เฉินเฟยพูดเสียงเบา

“ได้สิ คนที่เหมือนข้าได้รับอนุญาตให้นำผู้ช่วยไม่เกินระดับขัดเกลาอวัยวะภายในไปด้วยได้หนึ่งคน สำนักอื่นเป็นเช่นเดียวกัน”

กัวหลินซานมองเฉินเฟยด้วยสายตาอันร้อนแรง ในดินแดนลับมีผลประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วนและเข้าไปได้แค่นักยุทธ์ที่ไม่เกินระดับขัดเกลาอวัยวะภายในเท่านั้น ตราบใดที่พวกเขาไม่ถูกปิดล้อมก็ไม่เป็นไร แม้จะเข้าไปซ่อนตัวฝึกฝนก็ยังเป็นสถานที่ที่ดีมาก

เฉินเฟยมีท่าร่างดีและมีกระบี่ดาวประดับราตรีกับกระบี่หนาม ดังนั้นการป้องกันตนเองจึงไม่ใช่ปัญหา

นี่คือเหตุผลที่กัวหลินซานมาหาเฉินเฟย ในมุมมองของกัวหลินซาน ดินแดนลับปลอดภัยกว่าดินแดนลมประหลาดมาก ตราบใดที่ไม่ไปเสี่ยงหรือไม่มีความโลภก็จะปลอดภัย

แน่นอนว่าถ้าเฉินเฟยยังอยู่ในระดับหลอมกระดูกกัวหลินซานก็จะไม่พาไปด้วย ระดับหลอมกระดูกต่ำเกินไป โชคดีที่เฉินทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกได้แล้ว

“อาจารย์เห็นด้วยหรือไม่?” เฉินเฟยถาม

“ก่อนจะมาข้าได้ไปถามอาจารย์แล้ว อาจารย์บอกให้เจ้าตัดสินใจเอง” กัวหลินชานพูดด้วยรอยยิ้ม

“ได้ หากไม่รังเกียจข้า ข้าก็จะไปดินแดนลับด้วย” เฉินเฟยอดหัวเราะไม่ได้

กัวหลินซานยิ้มและตบไหล่เฉินเฟย พวกเขาพูดคุยกันอีกสักพักก่อนที่วหลินซานจะจากไป

เฉินเฟยยืนครุ่นคิดอยู่ที่เดิม

ในดินแดนลับนี้น่าจะไม่มีนักยุทธ์ขัดเกลาทวาร แต่ยังมีนักยุทธ์และสัตว์อสูรระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจำนวนมาก ในเวลานั้นย่อมหลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่ได้

ความแข็งแกร่งของเฉินเฟยในเวลานี้ หากต้องการปรับปรุงในเวลาอันสั้น สยบมังกรคชสารเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด สำหรับวิชากระบี่ กระบี่หนามเพียงพอแล้ว

ในด้านท่าร่าง เฉินเฟยตั้งใจไปถามเฟิงซิวผู่ว่ามีสิ่งที่ดีกว่าหรือไม่

สำนักกระบี่เซียนเมฆา

“เฉินเฟยกลับมาจากดินแดนประหลาดอย่างปลอดภัย? แล้วยังไปถึงระดับขัดเกลาไขกระดูกด้วย?”

หยูอี้เฉินเลิกคิ้วเล็กน้อย เขากับเสินติ่งหยานเป็นศิษย์ในยอดเขาเดียวกันและมักจะพูดคุยกันอยู่บ่อยครั้ง เสินติ่งหยานเป็นคนอวดดี แต่สำหรับคนที่เข้าใจเรื่องนี้จึงไม่เห็นเป็นแบบนั้น ดังนั้นทั้งสองจึงเข้ากันได้ดี

การตายของเสินติ่งหยานผ่านไปอย่างช้าๆและเป็นที่สงสัยว่าเป็นฝีมือของสำนักเพลิงเทพ นอกจากการกวาดล้างค่ายพักของสำนักเพลิงเทพไม่กี่แห่งก็ไม่มีอะไรอีก

สำหรับเฉินเฟยที่เป็นสาเหตุให้เสินติ่งหยานตายทางอ้อม หยูอี้เฉินย่อมเกลียดแน่นอน เขาคิดว่าเฉินเฟยจะตายในดินแดนประหลาด แต่คิดไม่ถึงว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัยแบบนี้และฐานฝึกฝนยังก้าวหน้าขึ้นด้วย

“ในเมื่ออยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกเช่นนั้นไปส่งจดหมายท้าดวลให้ข้า ข้าต้องการแลกเปลี่ยนวรยุทธกับมัน!” หยูอี้เฉินสั่งคนรับใช้

“ขอรับ คุณชาย!” คนรับใช้ตอบรับแล้วเดินถอยหลังไป

หนึ่งชั่วยามต่อมา จดหมายท้าดวลถูกวางไว้ตรงหน้าเฉินเฟย

“แลกเปลี่ยนวรยุทธ์? ไม่รับ กลับไปเถอะ”

เฉินเฟยเหลือบมองแล้วปฏิเสธโดยตรง หลังคิดอยู่ครู่หนึ่งเฉินเฟยก็พูดอีกครั้ง “ถ้าจะส่งมาต่อก็บอกไปว่าข้ายอมแพ้ เขาแข็งแกร่งกว่า!”