ตอนที่ 313 บ้า

“เชิญเลย!”

เหรินจงหยางอยากบอกว่าตำแหน่งนี้ไม่ง่ายที่จะนั่ง แต่ดูจากสีหน้าตื่นเต้นของเฉินเฟยและวิธีทำให้สาวชาวบ้านจากไป ดูเหมือนการที่เฉินเฟยนั่งตำแหน่งนี้จะไม่มากเกินไป?

เหรินจงหยางลุกออก เฉินเฟยวางตะกร้าในตำแหน่งที่หยิบผลไม้ได้ง่ายแล้วลงไปนั่งเก้าอี้

เมื่อเฉินเฟยนั่งลง ประตูซึ่งเดิมทีว่างเปล่าก็มีหลายร่างปรากฏขึ้น ร่างเหล่านี้ดันกันเข้ามา สุดท้ายชายร่างกำยำเข้ามานั่งตรงหน้าเฉินเฟย

ชายร่างกำยำมองเหรินจงหยางจากนั้นหันไปมองที่เฉินเฟยด้วยสายตาละโมบ

“เป็นอะไรมา?” เฉินเฟยถามด้วยรอยยิ้ม

“เหงื่อออกตอนกลางคืน ท่านหมอช่วยตรวจที” ชายร่างกำยำพูดแล้ววางแขนลงบนโต๊ะเพื่อรอให้เฉินเฟยตรวจชีพจร

“เหงื่อออก ดูจากใบหน้าแล้วคงเกิดจากขาดชี่”

เฉินเฟยเหลือบมองข้อมือชายร่างกำยำ เขาไม่คิดจะจับชีพจรเพราะรู้สึกอยู่เสมอว่าหากจับชีพจรจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น

เฉินเฟยไม่รู้ทักษะการแพทย์เลยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เฉินเฟยจำได้เลือนลางว่าเคยอ่านตำราสมุนไพรและตำราแพทย์ ดังนั้นเขาจึงมีความรู้ทางทฤษฎีอยู่บ้าง เพียงแค่ไม่เคยฝึกฝนมัน

“ท่านหมอ ท่านไม่ตรวจชีพจรก่อนหรือ?” พอเห็นเฉินเฟยพูดแบบไม่คิด สีหน้าชายร่างกำยำพลันเปลี่ยนไป น้ำเสียงยังเย็นชาทุ้มต่ำ

“มันมีบันทึกอยู่ในตำราแพทย์ ใช่ว่าต้องจับชีพจรทุกคน”

เฉินเฟยพูดอย่างสงบ จากนั้นหยิบมันเทศขาวจากตะกร้าด้านข้าง เมื่อเงินในแขนเสื้อเฉินเฟยหายไป มันเทศขาวได้กลายเป็นโอสถเลือดลม

“ขาดชี่ การเติมชี่ย่อมให้ผลดี เอาโอสถเลือดลมเม็ดนี้ไปกิน อาการของเจ้าจะดีขึ้นทันที” เฉินเฟยพูดอย่างกระตือรือร้น

ชายร่างกำยำเหลือบมองโอสถเลือดลมในมือเฉินเฟย ใบหน้าเย็นชาผ่อนคลายลง หยิบโอสถเลือดลมแล้วโยนเข้าปากกลืนลงคอ

เฉินเฟยยกมือทอดตับหมูเมื่อเห็นโอสถเลือดลมถูกกิน โอสถเลือดลมอีกเม็ดปรากฏในตะกร้า

เฉินเฟยหยิบโอสถเลือดลมออกมาทันที ยื่นโอสถเลือดลมให้ชายร่างกำยำที่กำลังตกตะลึงแล้วพูด “โอสถเลือดลมเม็ดเดียวคงไม่พอ เอาไปกินอีกเม็ด”

ชายร่างกำยำมองโอสถเลือดลมในมือเฉินเฟย พอได้สติกลับมาใบหน้าก็แสดงความโกรธทันที ประสบการณ์ทอดตับหมูปรากฏในใจได้อย่างไร ทำไมถึงกลายเป็นสิ่งนี้?

ชายร่างกำยำอยู่ในเมืองนี้นานแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เจอเรื่องแบบนี้!

“โอสถของเจ้าไม่ได้ผล!” ชายร่างกำยำพูดด้วยความโกรธ

“เป็นเพราะเจ้ายังกินไม่พอ ฟังข้า กินอีกสักหน่อยจะได้ผลเอง”

ชายร่างกำยำมองโอสถเลือดลมตรงหน้า เส้นเลือดสีเขียวบนหน้าผากปูดโนนขึ้นมา กินหนึ่งเม็ดในใจเต็มไปด้วยประสบการณ์ทอดตับหมู ถ้ากินต่อไปในหัวจะเต็มไปด้วยเรื่องอะไร?

ชายร่างกำยำโยนเงินห้าเหวินและหันหลังออกจากโถงการแพทย์อย่างไม่พอใจ ในทางกลับกันเฉินเฟยเก็บเงินทั้งหมดอย่างมีความสุข

“คนต่อไป!”

เฉินเฟยมองฝูงชนนอกโถงการแพทย์และตะโกนเสียงดัง ผู้ป่วยคนหนึ่งได้เงินห้าเหวิน เนื่องจากมีผู้ป่วยจำนวนมากจึงคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

“ท่านหมอ ข้าถูกวางยาพิษ โปรดช่วยข้าด้วย!”

พอเฉินเฟยพูดจบ ชายใบหน้าซีดเซียวก็เดินเข้ามา เฉินเฟยถือโอสถแก้พิษรอไว้แล้ว ถูกวางยาพิษ? เยี่ยมมาก ประหยัดเงินได้หนึ่งเหวินในการเปลี่ยนผลไม้ให้เป็นโอสถ

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยพบผู้ป่วยห้าคน ได้กำไรทั้งหมดยี่สิบสองเหวิน สามเหวินถูกนำไปใช้เปลี่ยนเป็นโอสถรักษา ด้วยเงินที่ได้รับนี้ เฉินเฟยรู้สึกว่าความคิดของตัวเองที่ค่อนข้างแข็งทื่อมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

เหมือนบางสิ่งในทะเลจิตสำนึกที่โดนระงับไว้กำลังถูกรื้อฟื้นกลับมา

น่าเสียดายที่หลังผู้ป่วยห้าคนจากไป ฝูงชนตรงทางเข้าโถงการแพทย์ก็หายไป

เฉินเฟยเดินไปดูทางเข้าโถงการแพทย์ พบว่าไม่มีใครแล้วจริงๆ เฉินเฟยลองให้เหรินจงหยางเป็นหมออีกครั้งแต่ก็ไม่เห็นผู้ป่วยกลับมา

ไม่มีใครแล้ว!

เฉินเฟยรู้สึกเสียใจ ในที่สุดก็พบวิธีเก็บเงินอย่างรวดเร็ว แต่สุดท้ายกลับมีเพียงห้าคนและไม่มีผู้ป่วยคนใหม่มาอีก

เฉินเฟยเดินอ้อยอิ่งอยู่พักหนึ่ง แต่ไม่มีผู้ป่วยคนใหม่มาอีกราวกับมีข่าวบางอย่างแพร่กระจายในฝูงชน

“ข้าจะไปแล้ว!”

เฉินเฟยลุกขึ้นกำลังจะออกจากโถงการแพทย์ เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงความสำคัญของเงิน ดังนั้นหากต้องการหาเงินต่อย่อมไม่อาจอยู่ที่นี่

“ข้าขอตามเจ้าไปได้หรือไม่?”

เหรินจงหยางยืนอยู่ด้านข้าง บางครั้งความคิดของเขาก็ชัดเจนบางครั้งก็สับสน เขาลืมสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ไปมากมาย

เหรินจงหยางเข้าใจโดยสัญชาตญาณว่าสถานการณ์ของตัวเองผิดปกติ หลังจากนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอแล้ว เหรินจงหยางจึงไม่มีเหตุผลให้อยู่ในโถงการแพทย์ต่อ

แม้ในขณะนี้เหรินจงหยางจะสับสน แต่เขารู้ว่ามีเพียงการติดตามเฉินเฟยเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าใจบางสิ่ง

“ได้!”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า ในใจเฉินเฟยรู้สึกไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเหรินจงหยาง และเกรงว่าการอยู่ในโถงการแพทย์แห่งนี้ต่อไปจะมีบางสิ่งเกิดขึ้น

เฉินเฟยเริ่มเดินบนถนนโดยแบกคานไม้บนไหล่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเงินในกระเป๋าหรือเปล่า แต่ตอนนี้เฉินเฟยจึงเริ่มสังเกตสภาพแวดล้อม เวลาผ่านไป สมองเฉินเฟยปรอดโปร่งและความคิดเริ่มกลับมา

ก่อนหน้านี้เฉินเฟยจะเพิกเฉยสิ่งเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว ส่วนเหรินจงหยางในขณะนี้เพียงก้มหน้าเดินตามหลังเฉินเฟย

การติดตามเฉินเฟยเหมือนเป็นเรื่องยากสำหรับเหรินจงหยาง เหรินจงหยางมักลืมว่าตัวเองจะทำอะไรต่อ สิ่งนี้ทำให้หัวใจเหรินจงหยางเย็นเยือก

เฉินเฟยขายผลไม้ของตัวเองให้ทุกคน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ไม่ว่าเฉินเฟยจะขายอย่างไรก็ไม่มีใครซื้อเลย

แม้คนเหล่านั้นจะมองผลไม้ในตะกร้าเฉินเฟยด้วยสายตาละโมบ แต่ไม่มีใครเต็มใจเดินเข้าไปซื้อ

เวลาผ่านไป เฉินเฟยหยุดขายผลไม้ ทว่าคอยเดินสังเกตุเมืองนี้แทน

เมืองนี้มีขนาดไม่ใหญ่ เฉินเฟยพบว่าถนนสายหลักเป็นถนนตรงหน้า ร้านค้าและแผงลอยส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนถนนสายหลัก รวมถึงโถงการแพทย์ด้วยเช่นกัน

นอกจากถนนสายหลัก เฉินเฟยยังเห็นตรอกมืดมิด เพียงแค่มองตรอกเหล่านั้นก็เหมือนถูกดูดเข้าไป

เหรินจงหยางเกือบเดินเข้าไปในตรอกเหล่านั้น แต่สุดท้ายเหรินจงหยางได้สติกลับมาจึงละสายตาจากมัน

เฉินเฟยไม่ได้ลองเข้าไปในตรอกและคอยสังเกตสถานการณ์ของร้านค้าบนถนนสายหลัก จนกระทั่งเฉินเฟยเดินมาถึงหน้าโรงฝึกยุทธ์

สำหรับโรงฝึกยุทธ์ เฉินเฟยมีความรู้สึกใกล้ชิดโดยสัญชาตญาณ แต่เฉินเฟยจำไม่ได้ว่าความใกล้ชิดนี้มาจากไหน

ประตูโรงฝึกยุทธ์เปิดอยู่ ลมปราณเย็นพุ่งออกมาจากประตู เฉินเฟยเงยหน้ามอง เห็นหลายคนกระโดดไปมาและกำลังฝึกฝนวิชายุทธ์

“พวกเราไปที่อื่นไม่ดีกว่าหรือ?” เหรินจงหยางตัวสั่นเมื่อสัมผัสกับลมปราณรอบตัว

“รูปแบบเสริมสร้างร่างกาย ทั้งสองไม่ลองเข้ามาดูสักหน่อยล่ะ!”

ร่างหนึ่งปรากฏตรงหน้าเฉินเฟยและเหรินจงหยางเงียบๆ เหรินจงหยางถอยหลังเหมือนกำลังเผชิญกับความหวาดกลัว

เฉินเฟยมองคนที่มา รูปร่างผอมสูงเหมือนผิวหนังติดกระดูก โดยเฉพาะโหนกแก้มบนหน้านั้นสูงจนน่ากลัว ดวงตากลมโตทั้งสองเหมือนจะโผล่ออกมา

พูดเรื่องรูปแบบเสริมสร้างร่างกาย แบบนี้ไม่น่าเชื่อถือเลย แต่เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงลมปราณลึกล้ำกดดันจากคนคนนี้

ด้วยแรงกระตุ้นจากสิ่งนี้ ภาพต่างๆฉายขึ้นมาในใจเฉินเฟยอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ไม่อาจจับภาพเหล่านั้นได้อย่างสมบูรณ์

“พวกเรามีเรื่องต้องทำ ขอตัวก่อน!”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันจากไป โรงฝึกยุทธ์แห่งนี้ทำให้เฉินเฟยรู้สึกกลัว ดังนั้นไม่ยุ่งด้วยดีกว่า

“เจ้าไม่ต้องการหาเงินหรือ? ตอนนี้ไม่มีใครซื้อผลไม้ของเจ้าแล้ว และไม่มีใครมาหาเจ้าเพื่อรับการรักษาด้วย” ผู้ดูแลแสดงรอยยิ้มแปลกๆซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น

เฉินเฟยหยุดเท้าและหันไปมองผู้ดูแลโรงฝึกยุทธ์

“โรงฝึกยุทธ์ของเจ้าสามารถทำเงินให้ข้าได้หรือ?” เฉินเฟยกระซิบ

“ใช่ มันขึ้นอยู่กับว่าเจ้ามีความสามารถหรือไม่!” ผู้ดูแลพยักหน้า

“หมายความว่าอย่างไร?”

“เข้าไปในโรงฝึกยุทธ์ของข้าและเรียนรู้วิชายุทธ์ หากเจ้าเรียนรู้สำเร็จ เจ้าจะได้รับค่าเรียนคืนสองเท่า!”

ผู้ดูแลยิ้มอย่างน่ากลัว ชี้ผลไม้ผลใหญ่สุดในตะกร้าเฉินเฟยแล้วพูด “นั้นถือเป็นค่าเรียน ไม่รับอย่างอื่น!”

เฉินเฟยมองผลไม้ในตะกร้า เฉินเฟยเข้าใจอย่างคลุมเครือว่ามันเป็นอายุขัยของตัวเอง

ทุกสิ่งในตะกร้านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เฉินเฟยมี มันเป็นต้นกำเนิดของการบ่มเพาะ วิชายุทธ์ และรวมถึงอายุขัย สำหรับผู้ดูแลโรงฝึกยุทธ์ สิ่งที่เขาต้องการคืออายุขัยของเฉินเฟย

ตามจริงแล้วตราบใดที่อายุขัยถูกพรากไป ทุกอย่างจะถูกพรากไปเช่นกัน

“ค่าเรียนแพงเกินไป!” เฉินเฟยส่ายหน้าแล้วพูด

“แพง แน่นอนว่ามีเหตุผลที่ทำให้มันแพง หากไม่ต้องการ เจ้าสามารถใช้ผลอื่นชดเชยค่าเรียนได้”

สายตาผู้ดูแลเต็มไปด้วยความโลภ เขาชี้ผลไม้อื่นอีกหลายผล ท่ามกลางผลไม้เหล่านั้นคือเจตจำนงกระบี่ทะยานฟ้า แสงดำเต็มอากาศ นอกจากนี้ยังมีชายจิตใจอันเด็ดเดี่ยวคนหนึ่งคำรามขึ้นฟ้า

“ไม่ เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าหมายถึงเจ้าจ่ายค่าเล่าเรียนคืนสองเท่านั้นแพงเกินไป ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่สามารถจ่ายคืนได้” เฉินเฟยมผู้ดูแลแล้วพูด

เมื่อสมองปรอดโปร่งความคิดจึงเปลี่ยนไป แม้เฉินเฟยจำอะไรไม่ได้อีกมากมาย แต่สำหรับความเร็วในการเรียนรู้ เขามั่นใจจนหวาดระแวง

ความมั่นใจนี้ไม่มีเหตุผล แต่เฉินเฟยเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง

ผู้ดูแลถึงกับตกใจเมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟย ทันใดนั้นก็หัวเราะดังลั่น เสียงหัวเราะนี้ทั้งเยือกเย็นและเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย

ไม่รู้ว่าต้องใช้วิธีใดในการหาเงินเล็กน้อยนั่น ตอนนี้ยังกล้าบ้าอีก! แต่บ้าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน หากไม่บ้าแล้วจะลงอายุขัยกับทุกสิ่งอย่างได้อย่างไร?

“ไม่ต้องห่วง ข้าบอกคืนสองเท่าก็จะให้แน่นอน ขอแค่เจ้ากล้าเข้าโรงฝึกยุทธ์ของข้า!”

ผู้ดูแลหยุดหัวเราะ มองต่ำเฉินเฟยโดยไม่ปกปิดการเยาะเย้ยในสายตา