ตอนที่ 250 อดทน

ไร้สีไร้กลิ่น ผสมไปกับสายลม แม้ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจะได้กลิ่นก็ยังต้องใช้เวลาพักหนึ่งถึงจะตรวจพบ พอรู้ตัวอีกทีพิษก็หยั่งรากลึกแล้ว!

พิษส่วนใหญ่มีผลน้อยลงสำหรับระดับขัดเกลาไขกระดูก ส่วนระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสามารถโคจรเลือดลมขับพิษโดยตรง

แต่สิ่งเหล่านั้นล้วนต้องใช้เวลา ในการต่อสู้ของนักยุทธ์ โอกาสตัดสินคือช่วงเวลาในขณะนั้น หากช่วงเวลานั้นลดพลังของอีกฝ่ายได้ นั่นจะเป็นชัยชนะครั้งใหญ่

ในแง่หนึ่งฉวีหยวนเอินมาเพื่อโน้มน้าวใจ แต่แท้จริงแล้วเขากำลังวางยาพิษ ไม่ว่าเฉินเฟยจะปฏิเสธหรือตกลง ฉวีหยวนเอินก็เป็นฝ่ายเริ่มก่อน

แต่ฉวีหยวนเอินคิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะฆ่าอันจื่อซึ่งเป็นคนปล่อยพิษในระยะไกลด้วยนิ้วเดียว ในขณะเดียวกันยังรวมลมพิษไว้บนฝ่ามือตัวเองอีก

กลอุบายนั่นมันอะไร ข้าไม่เห็นมาก่อน!

“ฆ่า!”

ฉวีหยวนเอินตะโกนเสียงดัง ครู่ต่อมาลูกธนูนับไม่ถ้วนพุ่งมาจากระยะไกล ครอบคลุมบริเวณที่เฉินเฟยทั้งสี่

เมื่อมองลูกธนูให้ดีจะเห็นหัวลูกธนูแต่ละดอกเต็มไปด้วยสีเขียว เห็นได้ชัดว่าทาพิษเอาไว้

ไม่ได้มีแค่ลูกธนูแต่ยังมีอาวุธลับมากมาย ทันใดนั้นสถานที่แห่งนี้ก็กลายเป็นสถานการณ์ที่สิ้นหวังไร้ซึ่งทางออก

หรวนเฉียวจวินมองภาพตรงหน้าอย่างสับสน ฉู่เหวินเหนียนด้านข้างจับหรวนเฉียวจวินกับฉู่หลันไปซ่อนตัวข้างรถม้า

ฉู่เหวินเหนียนไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะช่วยได้หรือไม่ แต่ฉู่เหวินเหนียนรู้ว่าตอนนี้ทำได้เพียงเชื่อในวิธีของผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารอย่างเฉินเฟย

ถ้าแม้แต่เฉินเฟยยังรับมือสถานการณ์ตรงหน้าไม่ได้ พวกเขาคงทำได้เพียงรอความตาย

รวมลม!

เฉินเฟยลุกขึ้นและยื่นมือขวาไปข้างหน้า โลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่งกะทันหัน ช่วงเวลาต่อมา ลมแรงพัดไปทุกทางโดยมีมือขวาเฉินเฟยเป็นศูนย์กลาง

ลูกธนูและอาวุธลับเหล่านั้นถูกลมแรงรบกวนทำให้เสียวิถีเดิมและพุ่งไปทางอื่น

ในระยะห้าหมี่รอบตัวเฉินเฟยกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย การโจมตีเหล่านั้นไม่อาจเข้าถึงตัว

วิชารวมลมซึ่งเรียนรู้จากหมู่บ้านหมี่ทำให้เฉินเฟยเสียเงินสี่หมื่นตำลึงในการทำให้เป็นแบบง่าย และลู่จือชุนทั้งสองเต็มใจเรียนรู้วิชานี้อย่างยิ่ง

เฉินเฟยเพียงต้องเป่าลมเพื่อทำความเข้าใจ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาฝึกวิชานี้ถึงระดับรู้แจ้งแล้ว ผลของวิชารวมลมระดับรู้แจ้งค่อนข้างเหนือความคาดหมายของเฉินเฟยนัก

รวมลมและร่างกายเบาขึ้นคือความสามารถที่เฉินเฟยคิดไว้ในตอนแรก แต่หลังฝึกถึงระดับรู้แจ้ง วิชารวมลมมีคุณสมบัติพิเศษอีกอย่างคือฟังเสียงลม

ตราบใดที่มีลม เฉินเฟยจะได้ยินเสียงเหล่านั้น

มันเป็นความสามารถที่ทรงพลังอย่างยิ่งซึ่งทำให้เฉินเฟยมีความสุข

หรวนเฉียวจวินทั้งสองอดไม่ได้ที่จะยิ้มเมื่อเห็นการโจมตีเหล่านั้นถูกเฉินเฟยทำลาย ฉู่หลันกับหรวนเฉียวจวินมองเฉินเฟยด้วยสายตาชื่นชม

ในสถานการณ์อันตรายมีคนที่สามารถพลิกกระแสได้ จุดนี้เป็นเรื่องง่ายที่คนรอบข้างจะตกหลุมรัก

ดวงตาฉวีหยวนเอินเบิกกว้าง กระบวนท่าสังหารของมือสังหารหลายสิบคนถูกเฉินเฟยทำลายด้วยการเคลื่อนไหวครั้งเดียว ฉวีหยวนเอินไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน

แต่ฉวีหยวนเอินไม่ได้ออกคำสั่งให้ถอย แม้ความสามารถของเฉินเฟยจะอยู่เหนือความคาดหมาย แต่มันอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน พลังของระดับขัดเกลาทวารยังไม่ปรากฏ

สิ่งนี้เพียงอย่างเดียวไม่อาจทำให้พวกเขากลัว!

“ฟุบ...”

ทันใดนั้นมีแสงเย็นมากมายปรากฏรอบด้านเฉินเฟย หลายร่างโผล่ออกมาจากพื้นดิน มีดสั้นที่ส่องแสงทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน

ในขณะเดียวกัน ในเงามืด มีเงาวูบไหวมาด้านข้างหรวนเฉียวจวินแล้วแทงศีรษะนาง แต่หรวนเฉียวจวินทั้งสามไม่รู้ตัวเพราะสายตาจดจ้องอยู่กับมือสังหารรอบตัวเฉินเฟย

คาดไม่ถึงว่าจะมีมือสังหารรอซุ่มโจมตีพวกเขาอยู่

เป้าหมายของภารกิจนี้คือหรวนเฉียวจวินตั้งแต่แรก การฆ่าหรวนเฉียวจวินให้ได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนอุปสรรคอย่างเฉินเฟย หากฆ่าได้ก็ฆ่า หากฆ่าไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืน

“มากันครบแล้ว!”

เฉินเฟยมองไปรอบตัว ชักกระบี่เฉียนหยวนด้วยมือขวาแล้วปักลงพื้น

ทันใดนั้นสนามพลังจ้งหยวนปกคลุมรอบทิศทันที ไม่ว่าจะเป็นนักฆ่ารอบด้านเฉินเฟยหรือเงาด้านข้างหรวนเฉียวจวินทั้งสามล้วนถูกกดกระแทกลงพื้นด้วยพลังมหาศาล

“พลั่ก!”

ลูกปัดกระบี่จ้งหยวนวูบไหวไปมา หลายร่างแน่นิ่งทันที ไม่เพียงมือสังหารเหล่านี้ คนหลายสิบที่ซ่อนตัวอยู่ในระยะไกลก็ถูกลูกปัดกระบี่จ้งหยวนทะลวงผ่าน พวกเขาถูกฆ่าตายก่อนจะทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนทำให้การฆ่านักยุทธ์ระดับปรับแต่งร่างกายง่ายเหมือนการฆ่าไก่ มันเหมาะมากสำหรับการควบคุมพื้นที่

“เคร้ง!”

ลูกปัดกระบี่กระทบดาบฉวีหยวนเอิน ใบดาบเต็มไปด้วยรอยแตกทันที ฉวีหยวนเอินหวาดกลัว เขาไม่เคยคิดเลยว่าพลังต่อสู้ของเฉินเฟยจะเกินจริงเช่นนี้

หากรู้ว่าเฉินเฟยร้ายกาจ ต่อให้ฉวีหยวนเอินกล้ามากกว่านี้สิบเท่าก็คงไม่เข้าใกล้เฉินเฟย

ฉวีหยวนเอินพ่นเลือดออกมาเต็มคำ เลือดในร่างเดือดพล่านแล้วหายไปจากจุดนั้นทันที

ร่างเลือดหลบหลีก! วิชาของมือสังหารหอพิรุณ สามารถใช้ตัดสินเป็นตายกับศัตรูในช่วงเวลาวิกฤตหรือใช้สำหรับหลบหนีเมื่อรู้ตัวว่าทำอะไรไม่ได้

“ไปกำจัดปัญหาให้หมดเลยดีกว่า!”

เฉินเฟยมองแผ่นหลังสีแดงเลือดของฉวีหยวนเอิน โบกมือขวาพาหรวนเฉียวจวินทั้งสามตามหลังฉวีหยวนเอินไปด้วย

แน่นอนว่าเฉินเฟยยอมปล่อยให้ฉวีหยวนเอินหลบหนีไปไม่อย่างนั้นนักยุทธ์ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจะต้านทานการโจมตีของเฉินเฟยได้อย่างไร

มือสังหารของหอพิรุณเป็นตัวปัญหา หากไม่ถูกฆ่าจนหมด ไม่รู้สึกว่าไม่อาจทำอะไรได้ หรือได้กำไรมากกว่าสูญเสีย ในอนาคตจะมีการโจมตีเช่นนี้อีกหลายครั้ง

เฉินเฟยไม่ต้องการเผชิญการคุกคามของหอพิรุณในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ดังนั้นคงเป็นการดีกว่าที่จะกวาดล้างคนของหอพิรุณในระแวกนี้ให้หมด จบปัญหาด้วยการทำลายทุกอย่าง

คุณสมบัติพิเศษฟังเสียงลมของวิชารวมลมเริ่มแสดงผล เฉินเฟยฟังเสียงฉวีหยวนเอินด้านหน้าและค่อยๆตามไป

ฉวีหยวนเอินด้านหน้าวิ่งหนีสุดชีวิต พอรับรู้ได้ว่าเฉินเฟยไม่ได้ตามมาจึงโล่งใจ

แต่ฉวีหยวนเอินไม่กล้าประมาท เขาหยิบขวดน้ำยาออกมาเทบนหัว ต่อให้มีเครื่องหมายจิตวิญญาณ ยานี้จะทำให้มันปนเปื้อนและไร้ผล

ฉวีหยวนเอินวิ่งไปที่แม่น้ำใกล้ๆแล้วกระโดดลงไป

แม้เฉินเฟยจะตามทัน แต่การพลิกผันและเส้นทางที่ซับซ้อนใต้แม่น้ำก็เพียงพอจะสลัดเฉินเฟย นี่เป็นเส้นทางหลบหนีที่ฉวีหยวนเอินสร้างไว้เพื่อเหตุการณ์นี้

ไม่คิดว่าวันนี้จะได้ใช้จริง!

ในแม่น้ำ ฉวีหยวนเอินดำน้ำจนถึงจุดทางน้ำแยกแล้วว่ายต่อไป หลังกลั้นหายใจประมาณหนึ่งเค่อฉวีหยวนเอินก็โผล่ขึ้นมา

หันมองไปรอบตัว เห็นว่าตรงนี้ห่างจากจุดที่กระโดดลงน้ำหลายลี้ เมื่อมาถึงที่นี่ ต่อให้โดนไล่ตามมาก็หลบหนีได้

แต่ฉวีหยวนเอินยังคงกังวล หลังหายใจเข้าลึกก็ดำดิ่งลงแม่น้ำอีกครั้งและหนีต่อไปตามเส้นทางที่วางไว้

ชีวิตเป็นของตัวเอง ฉวีหยวนเอินต้องกำจัดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วย

หลังทำซ้ำสามครั้ง ฉวีหยวนเอินอยู่ห่างจากจุดดำน้ำแรกไปสิบลี้ ด้วยระยะทางนี้เขาไม่เชื่อว่าเฉินเฟยจะตามทัน

ฉวีหยวนเอินกระโดดขึ้นฝั่ง ดูทิศทางแล้วรีบวิ่งไปทางขวา หนึ่งก้านธูปต่อมา ฉวีหยวนเอินมาถึงป่าทึบซึ่งมีหลายร่างยืนอยู่ในความมืด ดูแล้วเหมือนร่างสิ่งแปลกประหลาด

เมื่อเห็นฉวีหยวนเอินคนเหล่านั้นก็เดินเข้ามาหา แต่พอเห็นอาการบาดเจ็บบนตัวฉวีหยวนเอินก็ต้องขมวดคิ้ว

“เกิดอะไรขึ้น เจ้ากลับมาคนเดียวหรือ?” หยวนไห่ซิงขมวดคิ้วถาม

“ศัตรูรับมือยาก ทุกคนตายหมด!”

ใบหน้าฉวีหยวนเอินซีดเซียว เลือดที่ท่วมร่างกายหายไป ตอนนี้ฉวีหยวนเอินอ่อนแออย่างยิ่ง และความอ่อนแอนี้จะเป็นอีกหลายเดือน หากไม่รักษาให้ดีจะมีผลสืบเนื่องไปตลอดชีวิต

“ระดับขัดเกลาทวาร?” คนอื่นถามด้วยความประหลาดใจ

“ข้าไม่รู้ ระยะห่างไกลเกินไปจึงรับรู้ได้ไม่ชัด”

ฉวีหยวนเอินนึกถึงการต่อสู้ในเวลานั้น เฉินเฟยทำตัวสบายๆราวกับไม่สนใจพวกเขา อย่างไรก็ตามผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารหลายคนทำแบบนี้เช่นกัน

เหตุผลหลักคือเฉินเฟยดูเด็กเกินไป แม้แต่ศิษย์แท้จริงที่ต้องการทะลวงระดับขัดเกลาทวารยังต้องใช้เวลาหลายปีและบรรลุความก้าวหน้าในอายุสามสิบ

ดูจากใบหน้าเฉินเฟยแล้ว อย่างมากสุดมีอายุเพียงยี่สิบ

“หากเป็นระดับขัดเกลาทวารจริง เกรงว่าเจ้าคงไม่ได้กลับมา” หยวนไห่ซิงพูดอย่างเคร่งขรึม

หยวนไห่ซิงเข้าใจพลังของระดับขัดเกลาทวารดี แม้ฉวีหยวนเอินจะไม่อ่อนแอ แต่การหนีจากระดับขัดเกลาทวารแบบมีชีวิตไม่สามารถทำได้ด้วยร่างเลือดหลบหลีก

“แล้วเราควรทำอย่างไรต่อ?” ฉวีหยวนเอินถามเสียงเบา

“ฆ่าคนหอพิรุณไปมากมาย เรื่องนี้ย่อมไม่จบ ต่อให้ระดับขัดเกลาทวารเข้ามาเกี่ยวข้องแต่เงินที่นายจ้างมอบให้ถือว่าเพียงพอ รายงานเรื่องนี้ขึ้นไป เบื้องบนจะลงมาจัดการเอง!” หยวนไห่หรี่ตาพูดอย่างเฉียว

“อยู่ที่นี่ทุกคนหรือเปล่า?”

เสียงไม่แยแสดังขึ้น หยวนไห่ซิงและคนอื่นสะดุ้ง พวกเขาวูบไหววิ่งกระจายกันออกไป

“ฟู่ม!”

สนามพลังเข้าปกคลุมและกดผู้คนทั้งหมดให้หยุดนิ่ง ขณะที่พวกหยวนไห่ซิงกำลังจะดิ้นรน ลูกปัดกระบี่สีดำก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าผากพวกเขา

เมื่อรับรู้ถึงพลังมหาศาลในลูกปัดกระบี่ พวกหยวนไห่ซิงจึงหยุดดิ้น เขาไม่กล้าเคลื่อนไหวอีกเพราะกลัวว่าจะทำให้ลูกปัดกระบี่พุ่งเข้ามา

“เจ้ายังไม่ตอบคำถามข้า อยู่ที่นี่ทุกคนหรือเปล่า” เฉินเฟยกับหรวนเฉียวจวินเดินเข้ามา

ฉวีหยวนเอินใช้วิธีต่างๆเพื่อสลัดเฉินเฟยแต่สุดท้ายก็ไร้ผล

“เป็นผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารหรือ? หอพิรุณมีมือสังหารขัดเกลาทวารเช่นกัน แต่ในเมื่อภารกิจนี้เกี่ยวข้องกับระดับขัดเกลาทวารเราจะกลับไปยกเลิกภารกิจ!” หยวนไห่ซิงพูดเสียงต่ำ

“เจ้ากำลังขู่ข้าหรือ? ให้ข้าปล่อยพวกเจ้าทั้งหมดไปง่ายๆ?”

พริบตาเดียวเฉินเฟยก็ปรากฏตัวต่อหน้าหยวนไห่ซิง เฉินเฟยมองหยวนไห่ซิงแล้วพูด “เมื่อครู่เจ้าพูดชัดเจนว่านายจ้างให้เงินเพียงพอ เจ้าโกหก!”

“ไม่...”

หยวนไห่ซิงเห็นลูกปัดกระบี่ขยับเข้ามาจึงกำลังจะต่อต้าน แต่มันสายเกินไป ร่างกายสั่นสะท้านแล้วหล่นลงพื้น

“ผู้ใดอยากอธิบายเรื่องนี้ให้ข้าฟัง?”

เฉินเฟยหันไปมองพวกฉวีหยวนเอินที่เหลือ