ตอนที่ 233 หลอกกันไปหลอกกันมา

หลิงฮั่นจุนตายเพราะเสียงตะโกนแหลมคมของลู่จือชุน แม้ลู่จือชุนไม่ได้มุ่งเป้าที่หลิงฮั่นจุน แต่หลิงฮั่นจุนไม่อาจหลบพ้น

เมื่อต้องเผชิญกับระดับขัดเกลาทวาร ระดับหลอมกระดูกแทบไม่ต่างจากคนธรรมดา พวกเขาไม่มีอะไรมากไปกว่ามดตัวใหญ่ที่ฆ่าได้ง่ายดาย

“ผู้อาวุโส ท่านคิดอย่างไรกับความแข็งแกร่งและการบ่มเพาะของข้า?”

เฉินเฟยเหลือบมองหลิงฮั่นจุนแล้วมองลู่จือชุนด้วยรอยยิ้ม

“ทำไม เจ้าจะทะลวงระดับต่อหน้าข้าหรือ?”

ลู่จือชุนหัวเราะเสียงดังเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ความแข็งแกร่งของเฉินเฟยย่อมดีแน่นอน สามารถพูดได้ว่ายอดเยี่ยม ลู่จือชุนพบนักยุทธ์ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในมากมาย แต่เทียบกับเฉินเฟยได้มีน้อยนัก

มันไม่ใช่ทุกคนที่รับการโจมตีของยอดฝีมือขัดเกลาทวารแล้วไม่ตาย

ไม่เพียงไม่ตายแต่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มากสุดเพียงอวัยวะภายในสั่นสะเทือนและบาดเจ็บเล็กน้อย พลังจิตวิญญาณยังต้านทานการปนเปื้อนได้อีก ดูจากแนวโน้มเกรงว่าคงมีชีวิตอยู่ได้อีกนาน

พูดได้ว่าเฉินเฟยอยู่ใกล้กับระดับขัดเกลาทวารอย่างยิ่ง ตราบใดที่เปิดจุดทวาร บางทีอาจใช้เวลาไม่นานในการผสานก่อนกลายเป็นระดับขัดเกลาทวารแท้จริง

แต่ต่อให้อยู่ใกล้ระดับขัดเกลาทวารแค่ไหนก็ยังไม่ใช่ระดับขัดเกลาทวาร หากเฉินเฟยคิดว่าสามารถใช้ค่ายกลนี้ทะลวงระดับก่อนสู้ได้ ลู่จือชุนจะทำให้เฉินเฟยรู้ว่านักยุทธ์ขัดเกลาทวารคืออะไร

“ผู้อาวุโสล้อเล่นแล้ว ข้าเพียงอยากบอกผู้อาวุโสว่าด้วยการบ่มเพาะของข้า สำนักจะไม่ส่งผู้พิทักษ์มาปกป้องข้าเลยหรือ?”

เฉินเฟยมองดวงตาลู่จือชุนแล้วพูด ในขณะนี้ดวงตาเฉินเฟยเต็มไปด้วยความมั่นใจและความภูมิใจ

ลู่จือชุนตกใจเมื่อได้แบบนั้น จริงด้วย ผู้ฝึกตนทั่วไปไม่สามารถบรรลุความแข็งแกร่งเช่นนี้ได้แน่

มีเพียงสำนักระดับสูงที่สามารถบ่มเพาะศิษย์ดังกล่าว หากศิษย์เช่นนี้ออกไปฝึกฝน สำนักจะส่งผู้พิทักษ์ไปคอยปกป้องเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องร้ายแรง

“ผู้เยาว์เสิ่นถูฉาง ศิษย์แท้จริงอันดับสองของสำนักกระบี่เซียนเมฆา ครั้งนี้ติดตามอาจารย์ลุงมาที่นี่ ตามเวลานี้ อีกไม่นานอาจารย์ลุงของผู้เยาว์คงมาถึง”

เฉินเฟยยืนขึ้นกุมมือให้ลู่จือชุน เมื่อพูดถึงสำนักกระบี่เซียนเมฆา เฉินเฟยเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยทันที

ในฐานะผู้นำสำนักในระยะหลายพันลี้ ทุกคนต่างรู้จักชื่อสำนักกระบี่เซียนเมฆาดี เป็นธรรมดาที่นักยุทธ์ขัดเกลาทวารอย่างลู่จือชุนจะรู้จักเช่นกัน

และเพราะลู่จือชุนซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวาร เขาจึงเข้าใจดีว่าในสำนักกระบี่เซียนเมฆามีผู้แข็งแกร่งแบบไหน

ในฐานะผู้ฝึกตนทั่วไป ลู่จือชุนย่อมไม่กล้าล่วงเกินสำนักกระบี่เซียนเมฆา แม้การบ่มเพาะของเขาจะสูง แต่หากสำนักกระบี่เซียนเมฆาถูกยั่วยุ พวกเขาจะส่งผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นสูงสุดมาจัดการ

ตามที่ลู่จือชุนรู้มา ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาสำนักกระบี่เซียนเมฆาเคยส่งผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลายห้าคนไปสังหารผู้ฝึกตนทั่วไปที่กล้ารุกรานสำนักกระบี่เซียนเมฆา

นั่นเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูและผลลัพธ์น่าประทับใจอย่างยิ่ง ผู้ฝึกตนทั่วไปจำนวนมากหรือแม้กระทั่งบางสำนักไม่กล้ายั่วยุคนจากสำนักกระบี่เซียนเมฆาอีก

ลู่จือชุนขมวดคิ้ว สถานที่ห่างไกลแห่งนี้ย่อมไม่ดึงดูดคนสำนักกระบี่เซียนเมฆาแน่นอน แต่สิ่งแปลกประหลาดในอำเภอผิงหยินมีชื่อเสียงมากในหมู่นักยุทธ์ระดับสูง มันดึงดูดระดับขัดเกลาทวารได้ไม่น้อย

มันไม่มีเรื่องปราบปีศาจกำจัดความชั่วร้ายให้ผู้คนพ้นจากอันตรายอยู่แล้ว

สิ่งแปลกประหลาดในอำเภอผิงหยินเติบโตเร็วกว่าสิ่งแปลกประหลาดทั่วไปนัก บางคนถึงกับสงสัยว่าสิ่งแปลกประหลาดตัวนี้ถือครองสมบัติ

ข้อมูลนี้ถูกค้นพบครั้งแรกโดยผู้ฝึกตนที่เดินไปที่นั่น ผลคือเขาไม่สามารถจัดการมันโดยลำพังและประสบความสูญเสียมากมายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ผู้ฝึกตนทั่วไปคนนั้นไม่เต็มใจยอมแพ้ เขาเชิญชวนสหายคนอื่นมาร่วมมือซึ่งเป็นผลให้ข้อมูลนี้แพร่กระจายออกไป

ข้อมูลนี้ดึงดูดลู่จือชุนเช่นกัน เป็นผลให้ก่อนที่เขาจะไปถึงอำเภอผิวหยินก็เห็นสิ่งแปลกๆอย่างหมอกบนภูเขากวานโจว แล้วเหตุการณ์หลังจากนั้นก็ดำเนินมาถึงตอนนี้

“เจ้าบอกว่าเป็นศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาหรือ เจ้ามีหลักฐานหรือไม่!?” ลู่จือชุนขมวดคิ้ว

“ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสรู้จักสิ่งนี้หรือไม่?”

เฉินเฟยยิ้มและหยิบลูกปัดเก็บปราณหยวนจากอ้อมแขน วางไว้ในมือแสดงให้ลู่จือชุนเห็น

ลู่จือชุนขมวดคิ้วมองลูกปัดเก็บปราณหยวน ลู่จือชุนรู้ว่าลูกปัดเก็บปราณหยวนอันนี้ถูกสร้างจากเม็ดผลไม้ของต้นไม้วิญญาณของสำนักกระบี่เซียนเมฆา ศิษย์ส่วนใหญ่ของสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะมีมันไว้ในครอบครอง

“ลูกปัดเก็บปราณหยวนหนึ่งเม็ดไม่อาจเป็นหลักฐาน...”

ก่อนลู่จือชุนพูดจบ เขาเห็นเฉินเฟยหยิบลูกปัดเก็บปราณหยวนเม็ดที่สองมาวางบนฝ่ามือ ลูกปัดเก็บปราณหยวนหนึ่งเม็ดอาจได้รับโดยบังเอิญ แต่หากเป็นสองเม็ด โอกาสบังเอิญนั้นต่ำมาก

“ผู้อาวุโส สิ่งที่เกิดขึ้นตรงทางเข้าถ้ำเมื่อครู่เป็นความเข้าใจผิด เราบอกลากันดีหรือไม่?” เฉินเฟยเก็บลูกปัดเก็บปราณหยวนแล้วกุมมือ

“เข้าใจผิด ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าพูดถูก มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด!”

ลู่จือชุนมองไปเฉินเฟยแล้วหัวเราะเสียง “ในเมื่อสหายน้อยได้รับวาสนาของที่นี่ หมายความว่าสหายน้อยมีโชคชะตากับที่นี่ เช่นนั้นข้าจะไม่พรากไปจากเจ้า”

ลู่จือชุนพูดจบก็วูบไหวหายไปทันที เหลือเพียงศพหลิงฮั่นจุนด้านข้างซึ่งบ่งบอกว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่

รอยยิ้มบนหน้าเฉินเฟยจางหาย เขาไม่ปลดค่ายกลออกและนั่งขัดสมาธิ หยิบกล่องดำจากช่องมิติ หยิบหนังสัตว์ฉีกขาดออกมาเริ่มอ่าน

หนังสัตว์ไม่มีลำดับอะไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการประกอบกันเลย เฉินเฟยเพียงต้องการอ่านข้อความทั้งหมด

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยอ่านข้อความบนแผ่นหนังทั้งหมดเสร็จ

หากไม่ประกอบเข้าด้วยกัน สิ่งที่เฉินเฟยเห็นจะไม่สอดคล้องกัน ความหมายของคำไม่สามารถพูดได้ว่าไม่สอดคล้อง แต่มันไม่เกี่ยวข้องกันมากกว่า

เพียงหนึ่งเค่อ เฉินเฟยรู้สึกว่าศีรษะตัวเองใหญ่ขึ้น

“ระบบ!”

เฉินเฟยพูดในใจ หน้าจอโปร่งใสปรากฏในสายตา เฉินเฟยกวาดตามองและพบการเปลี่ยนแปลงใหม่บนระบบ

“ค้นพบวิชายุทธ์ ต้องการใช้เงินสามแสนตำลึงเพื่อแยกแยะสยบมังกรคชสาร(ยุ่งเหยิง)หรือไม่?”

“มันได้ผล!”

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นการแจ้งเตือนบนระบบ ย้อนกลับไปตอนอยู่อำเภอผิงหยิน เฉินเฟยได้รับวิชากระบี่ฟ้าคำรามไม่สมบูรณ์ ระบบสามารถเลือกเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ให้เฉินเฟยได้

ในเวลานั้นมันจัดอยู่ในประเภทการทำให้เป็นแบบง่าย

ตอนนี้สยบมังกรคชสารอยู่ในรูปแบบยุ่งเหยิง ทุกอย่างกลับหัวกลับหางจนไร้ซึ่งเหตุผล แต่อย่างน้อยจำนวนคำโดยรวมไม่มากไม่น้อย หลังเฉินเฟยอ่านแล้วจึงได้รับยอมรับจากระบบ

แต่ความยุ่งเหยิงนี้ไม่ใช่การทำให้เป็นแบบง่ายอีกต่อไป แต่เป็นการแยกแยะฟื้นฟูสยบมังกรคชสารให้สมบูรณ์ เฉินเฟยเดาว่าการฝึกสยบมังกรคชสารด้วยตัวเองอาจเป็นพื้นฐานทางทฤษฎีให้ระบบ

การเชื่อมต่อส่วนหน้าและส่วนหลังสามารถทำได้

ราคานี้ค่อนห้างโหดไม่น้อย แต่นี่เป็นแค่การแยกแยะ หากหลังจากนี้ต้องการทำให้เป็นแบบง่ายจะต้องจ่ายเงินอีกรอบ

เฉินเฟยเคยหลอมโอสถอย่างหนักในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและเก็บเงินได้สามแสนตำลึง ตอนนี้การแยกแยะเพียงอย่างต้องใช้เงินทั้งหมด

เฉินเฟยไม่ได้แยกแยะวิชาทันทีและเก็บหนังสัตว์ลงกล่อง ในขณะเดียวกันหยิบผ้าไหมออกมาอ่านด้านหลัง

จุดประสงค์ในการดูหนังสัตว์เมื่อครู่คือพิจารณาว่าระบบสามารถช่วยเขาได้หรือไม่ ลู่จือชุนย่อมไม่จากไป เพราะคำพูดของเฉินเฟย ตอนนี้หลอกลู่จือชุนได้พักหนึ่งแล้ว แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้เขาจากไปอย่างเชื่อฟัง

กลับกันแล้วหากเฉินเฟยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เขาคงซ่อนตัวรออยู่นอกถ้ำ รอดูว่ามีผู้แข็งแกร่งจากสำนักกระบี่เซียนเมฆามาที่นี่จริงหรือไม่

เพื่อความปลอดภัยให้สังเกตการณ์สักหนึ่งชั่วยาม หากกล้ามากกว่านั้น รอเพียงครึ่งชั่วยามเป็นพอ หากไม่มีผู้แข็งแกร่งจากสำนักกระบี่เซียนเมฆามาที่นี่ค่อยกลับเข้าไปในถ้ำอีกครั้ง

เฉินเฟยหลอกให้ลู่จือชุนออกไป เขาไม่เคยคิดว่าลู่จทอชุนจะออกไปจริง เพียงต้องการซื้อเวลาให้ตัวเองทั้น

ก่อนอื่นต้องยืนยันว่าสามารถแก้ปัญหาของวิชาสยบมังกรคชสารได้หรือไม่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับแผนการในอนาคตของเฉินเฟย ตอนนี้เฉินเฟยต้องกลับมาแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้า

ตอนที่เฉินเฟยอ่านคำแนะนำของนักพรตหลงเซี่ยง เขาพบว่าแท้จริงแล้วด้านหลังผ้าไหมมีวิธีการควบคุมค่ายกลอย่างละเอียดอยู่

ในเวลานั้นเฉินเฟยรีบออกไป เนื่องจากหมอกนอกถ้ำเกิดขึ้นนานแล้ว ตราบใดที่ผู้แข็งแกร่งเข้ามาก็จะเห็นสิ่งผิดปกติ

สุดท้ายเฉินเฟยชนเข้ากับลู่จือชุนและถูกบังคับให้กลับมาซ่อนตัวในค่ายกล เฉินเฟยที่เปิดใช้ค่ายกลในเวลานี้ยังไม่ถือเป็นการควบคุม เขาเพียงใช้พลังสยบมังกรคชสารกระตุ้นค่ายกลเท่านั้น

สิ่งที่เฉินเฟยต้องทำในเวลานี้คือควบคุมค่ายกลให้แม่นยำขึ้น ไม่เช่นนั้นเฉินเฟยคงไม่มีพลังพอสู้กับลู่จือชุน

เฉินเฟยอ่านเนื้อหาด้านหลังผ้าไหมอย่างรวดเร็ว บนแผงระบบเกิดการเปลี่ยนแปลง

[ค่ายกล: สยบมังกรคชสาร(เริ่มต้น 2/10000)]

“ค้นพบค่ายกล ต้องการใช้เงินสามหมื่นตำลึงทำให้ค่ายกลมังกรคชสารเป็นแบบง่ายหรือไม่?”

“ค่ายกลมังกรคชสาร…ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ.…ค่ายกลมังกรคชสาร → สยบร่างกายสยบมังกรคชสาร!”

เฉินเฟยหายใจเข้าลึก นักพรตหลงเซี่ยงสร้างค่ายกลมังกรคชสารโดยมีพื้นฐานจากวิชาสยบมังกรคชสาร

เฉินเฟยกังวลว่าผลการทำให้เป็นแบบง่ายจะซับซ้อนเกินไปหรือไม่ หากเขาไม่สามารถเพิ่มความชำนาญในเวลาอันสั้น เฉินเฟยตั้งใจจะใช้เงินมหาศาลทำให้ง่ายขึ้นอีกครั้ง

โชคดีที่สิ่งนั้นไม่เกิดขึ้น

เฉินเฟยเริ่มโคจรสยบมังกรคชสารระดับรู้แจ้งอย่างรวดเร็วใน ความเข้าใจมากมายเกี่ยวกับค่ายกลมังกรคชสารปรากฏในใจ

เฉินเฟยปรับวิธีโคจรสยบมังกรคชสารอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งพบว่าตราบใดที่โคจรพลังสยบมังกรคชสารจากฝ่าเท้าไปจนถึงส่วนศีรษะ ค่าความชำนาญจะเพิ่มขึ้น

เฉินเฟยปล่อยให้พลังสยบมังกรคชสารขึ้นลงโดยไม่ลังเล มีเพียงระดับรู้แจ้งเท่านั้นที่สามารถทำได้ตามใจชอบ เช่นนี้ หากคนอื่นทำเช่นนี้เกรงว่าคงโดนธาตุไฟเข้าแทรก

ความชำนาญค่ายกลมังกรคชสารเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้านนอกถ้ำ ลู่จือชุนซ่อนตัวอยู่ในความมืด ควบคุมลมปราณอย่างสมบูรณ์จนเหมือนต้นไม้เหี่ยวเฉาและกำลังเฝ้ารออยู่