ตอนที่ 107 ได้ยินเสียงฟ้าร้องในที่เงียบ

“ปัง!”

ฝ่ามือเสินติ่งหยานกระแทกขอบหน้าต่างจนแตก ขี้เลื่อยปลิวว่อนไปทั่ว

เจ้าของหอสุราเซียนได้ยินเสียงนี้จึงรีบขึ้นมา แต่พอเห็นเครื่องแต่งกายศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาเขาก็รีบถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว

ในบริเวณใกล้เคียงเมืองเซียนเมฆา สำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นผู้ปกครองอย่างแท้จริง เหล่าศิษย์ล้วนได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ

หากเป็นคนอื่นทำของในร้านเสียหายจะต้องชัดใช้แน่นอน แต่เมื่อเผชิญกับศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆา ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับอารมณ์ของอีกฝ่าย

“หลบได้เร็วนัก”

เสินติ่งหยานดึงมือกลับราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มองเฉินเฟยแล้วถาม “จำข้าได้หรือไม่?”

เฉินเฟยเห็นเสื้อผ้าเสินติ่งหยานทั้งสอง สำนักกระบี่เซียนเมฆา เมื่อมองหน้าเสินติ่งหยานจึงจำได้ว่าเคยพบชายคนนี้บนถนนเมื่อไม่กี่วันก่อน

ไม่คิดเลยว่าผ่านไปหลายวันแล้วอีกฝ่ายยังคงยึดติดกับเรื่องนี้

“ไม่ได้ยินที่ข้าถามหรือ!”

สวี่หยวนชุนมองเฉินเฟยขึ้นลง เมื่อเห็นว่าเป็นคนอายุมากแต่ยังอยู่เพียงระดับหลอมกระดูกจึงอดไม่ได้ที่จะเม้มปากอย่างรังเกียจ

สวี่หยวนชุนอยู่ในระดับหลอมกระดูกเช่นกัน แต่ปีนี้เขาเพิ่งจะเป็นวัยรุ่น หากอายุเท่าเฉินเฟยเขาอาจอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ไม่ว่าจะมองอย่างไรพรสวรรค์ของเฉินเฟยก็ด้อยกว่า

“ข้าไม่จำเป็นต้องช่วยคนอื่นสู้” เฉินเฟยขมวดคิ้วยืนขึ้น

“ดูท่าเจ้าคงจำได้สินะ”

เสินติ่งหยานมองเฉินเฟย ทันใดนั้นตบโต๊ะแล้วตะโกนเสียงดัง “ข้ากำลังจับกุมคนของสำนักเพลิงเทพ เจ้าเห็นเรื่องนี้แต่กลับหันหลังจากไปราวกับไม่เห็น นั่นทำให้ศิษย์สำนักเพลิงเทพหนีไปได้ ข้าคิดว่าเจ้าเกี่ยวข้องกับสำนักเพลิงเทพถึงได้ทำแบบนั้น!”

“ศิษย์พี่เสินพูดถูก ไม่เช่นนั้นเขาจะเพิกเฉยคนของสำนักเพลิงเทพได้อย่างไร!” สวี่หยวนชุนพูดเสียงดัง

ผู้คนที่อยู่ห่างไกลได้ยินสิ่งที่เสินติ่งหยานและอีกคนพูดจึงเริ่มกระซิบกระซาบกัน

ในเมืองเซียนเมฆาถือว่าสำนักเพลิงเทพเป็นกลุ่มชั่วร้ายซึ่งทุกคนพร้อมจะไปทุบตี การที่เห็นศิษย์สำนักเพลิงเทพแล้วหันหลังจากไปเป็นเรื่องที่ผิดจริงๆ

“ข้าไม่รู้ว่านั่นเป็นคนของสำนักเพลิงเทพ ในเวลานั้นเจ้าไม่ได้พูดเรื่องนี้” เฉินเฟยส่ายหน้าพูด

“เจ้ากำลังจะบอกว่านั่นเป็นความผิดของข้า?” เสินติ่งหยานหัวเราะเบา ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความชั่วร้าย

“ข้ายังมีเรื่องต้องทำอีก ขอตัวลา”

เฉินเฟยมองเสินติ่งหยานทั้งสองและหันหลังจากไป ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ปรามพวกเขา ในเวลานี้เฉินเฟยกำลังควบคุมตัวเองอยู่ หากปล่อยให้เรื่องเลยเถิดมันก็ไม่มีผลดี

“ข้าให้เจ้าไปแล้วหรือ!”

เสินติ่งหยางพุ่งไปคว้าคอเฉินเฟย ทันใดนั้นเฉินเฟยกำหมัดปล่อยสวนกลับไป

“ไม่พูดให้ชัดเจนแล้วคิดจะหนีหรือ?” สวี่หยวนชุนขวางอยู่ที่บันใด

“เจ้าต้องการอะไร!” เฉินเฟยมองเสินติ่งหยานแล้วพูด

“ข้าต้องการอะไร?”

เสินติ่งหยานหัวเราะเสียงดังชี้ ชี้เฉินเฟยแล้วพูด “ข้าสงสัยว่าเจ้าเป็นสายลับของสำนักเพลิงเทพที่ซ่อนตัวอยู่ใน สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว มาให้จับแต่โดยดีไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าหยาบคาย!”

“ยอมจำนนเสีย!” สวี่หยวนชุนตะโกนเสียงดัง

เฉินเฟยหยุดพูด เหลือบมองหน้าต่างด้านข้างและโน้มตัวไปข้างหน้า เสินติ่งหยานยื่นมือออกไปหยุดเขา แต่พบว่าเฉินเฟยกระโดดออกจากหน้าต่างอีกบานไป

“กากเดนสำนักเพลิงเทพ ฆ่ามัน!”

เสินติ่งหยานตะโกนเสียงดัง ก้าวเท้าขวาถอยหลังหายไปจากจุดนั้นและไล่ตามเฉินเฟยไปติดๆ

สวี่หยวนชุนรีบตามไป แต่หลังจากนั้นเพียงครู่เดียวเขาหยุดเท้าลง มองศิษย์พี่กับเฉินเฟยที่อยู่ไกลออกไปก่อนที่พวกเขาจะหายไปจากสายตา

“โง่เขลานักที่ใช้แรงไปกับท่าร่างโดยไม่พัฒนาฐานฝึกฝน”

พอเห็นว่าตัวเองตามไปไม่ทัน เขาจึงสบถออกมา

สวี่หยวนชุนกลับไปที่หอสุราเซียนรอให้เสินติ่งหยานกลับมา

ในมุมมองสวี่หยวนชุน เสินติ่งหยานต้องใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการจับเฉินเฟย แม้ท่าร่างเฉินเฟยจะดีแต่ผลลัพธ์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

บนหลังคา เท้าเฉินเฟยแตะกระเบื้องเป็นครั้งคราว ร่างกายเขาเหมือนนกตัวใหญ่ที่ร่อนและพุ่งไปข้างหน้า

ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณถูกใช้จนสุดขีดแต่ยังไม่อาจสลัดเสินติ่งหยานได้ เฉินเฟยหันกลับไปมอง ระยะห่างระหว่างเสินติ่งหยานกับตัวเขาเริ่มสั้นลง

เฉินเฟยขมวดคิ้วแน่น ในบรรดาศิษย์ขัดเกลาไขกระดูกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ท่าร่างของเขาสามารถพูดได้ว่าโดดเด่น

แม้แต่นักยุทธ์ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในเฉินเฟยยังเทียบได้ว่าไม่เป็นหนึ่งก็สอง

แต่หากสุ่มศิษย์ขัดเกลาไขกระดูกของสำนักกระบี่เซียนเมฆามาสักคน ท่าร่างของอีกฝ่ายอาจเหนือว่าเขาเล็กน้อย แม้ส่วนใหญ่จะเป็นเพราะฐานฝึกฝนของเฉินเฟยทำให้แสดงท่าร่างได้อย่างเต็มที่ แต่นั่นยังทำให้เห็นบรรยากาศของสำนักกระบี่เซียนเมฆา

เฉินเฟยเคยเห็นพลังของสำนักเพลิงเทพมาแล้ว แต่ถึงจะเป็นสำนักนี้ก็ยังต้องซ่อนตัวเพราะกลัวว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะเจอหาง

“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!”

เสินติ่งหยานด้านหลังจ้องมองเฉินเฟยอย่างแน่วแน่ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดจากห้าสิบหกสิบหมี่ในตอนแรกเหลือไม่ถึงยี่สิบหมี่

เร็วกว่านี้!

พลังที่ไหลเวียนระหว่างเท้าเฉินเฟยเป็นรูปแบบที่แปลกประหลาด

ร่างกายเฉินเฟยเบาลงทันใดและพุ่งออกไป เมื่อเทียบกับก่อนหน้าถือว่าเร็วขึ้นแล้ว

“นี่คือสิ่งที่เจ้าพึ่งพา?”

เสินติ่งหยานหัวเราะเสียงดัง เท้าของเขาพองขึ้นเล็กน้อย กระเบื้องที่อยู่ใต้เท้าแตกเป็นเสี่ยงๆ เสินติ่งหยานไม่ถูกสลัดออกไปและยังคงไล่ตามเฉินเฟยแบบติดๆ

เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่อยู่ข้างหลัง สุดท้ายท่าร่างที่ช่วยทำให้ทุกอย่างราบรื่นก็ไม่มีประโยชน์

เฉินเฟยต้องการหยิบธนูออกมา แต่ด้วยท่าร่างเสินติ่งหยานในขณะนี้ลูกธนูคงหยุดเสินติ่งหยานไม่ได้แม้แต่ครึ่งก้าว

เฉินเฟยลงจากหลังคาสู่พื้นและกระโดดออกจากประตูเมืองโดยมีเสินติ่งหยานตามมา

ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งเค่อต่อมา ความเร็วเฉินเฟยลดลงอย่างกระทันหัน เสินติ่งหยาน กระโดดข้ามเฉินเฟยแล้วไปหยุดตรงหน้า เฉินเฟยจำเป็นต้องหยุดลง

“วิ่งสิ ทำไมเจ้าไม่วิ่งต่อ?” เสินติ่งหยางมองเฉินเฟย ดวงตาเขาไม่ได้ปิดบังเจตนาร้ายแม้แต่น้อย

“พวกเราไม่ได้มีความเกลียดชังมากขนาดนั้น” เฉินเฟยหายใจเข้าลึก มองเสินติ่งหยานพูดเสียงทุ้ม

“จะมีความเกลียดชังหรือไม่ ย่อมเป็นข้าที่ตัดสิน ไม่ใช่เจ้า!”

เสินติ่งหยานหัวเราะเสียงดัง ชี้เฉินเฟยแล้วพูดอย่างเย้ยหยัน “ตอนอยู่ในร้านอาหารเมื่อครู่ เรื่องนี้คงจบลงแล้ว หากเจ้าให้ข้าทุบตีสองสามครั้งเพื่อระบายความโกรธ แต่เจ้ากลับกล้าหลบและยังวิ่งหนีมากอีก ในเมื่อทำเช่นนี้ เข้าควรรู้ว่ามันมีราคาที่ต้องจ่าย?”

เฉินเฟยหยุดพูด ชักกระบี่ยาวจ้องมองเสินติ่งหยาน

“ยังจะต่อต้านอีก? ฮ่าฮ่าฮ่า เช่นนั้นข้าจะแสดงให้เห็นเองว่าช่องว่างระหว่างพวกเรามันใหญ่แค่ไหน!”

เสินติ่งหยานหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาขยับกระบี่ในมือทำให้เกิดเสียงฟ้าร้อง กระบี่เสินติ่งหยานพุ่งเข้าหาเฉินเฟย

เมื่อฟ้าร้องดังขึ้นสติเฉินเฟยก็เลื่อนลอยทันที แต่ทันใดนั้นเคล็ดชำระต้นกำเนิดก็หมุนเวียนทำให้เฉินเฟยได้สติกลับมา

โล่กระบี่ดาวประดับราตรีปรากฏขึ้นและป้องกันกระบี่เสินติ่งหยานเอาไว้

“ปัง!”

เฉินเฟยถอยหลังไปหลายก้าวก่อนจะทรงตัวได้ กระบี่ยาวในมือเขาสั่นเล็กน้อย มีร่องรอยสายฟ้าไหลอยู่บนใบกระบี่ชั่วขณะก่อนจะสลายไป

พลังกระบี่ฟ้าคำราม!

เฉินเฟยได้รับวิชายุทธ์ฟ้าคำรามตอนอยู่ในอำเภอผิงหยินและยังได้เรียนรู้เคล็ดอักษรตื่นตระหนก แต่เฉินเฟยคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้มาเห็นพลังกระบี่ฟ้าคำรามฉบับสมบูรณ์ในเวลาแบบนี้

เสียงฟ้าร้องกึกก้องไปตามลำน้ำ ช่างยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม

หากไม่ใช่เพราะเคล็ดชำระต้นกำเนิดและโล่กระบี่ดาวประดับราตรี เมื่อครู่นี้เฉินเฟยคงตายไปแล้ว หากเปลี่ยนระดับขัดเกลาไขกระดูกในสำนักเกรงว่าคงได้เจอทางตัน

“ไม่เลว ดูเหมือนว่าศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะไม่ได้ไร้ประโยชน์ทั้งหมด”

พอเห็นเฉินเฟยป้องกันกระบี่ไว้ได้ ดวงตาเสินติ่งหยานก็เป็นประกายเล็กน้อย โดยเฉพาะโล่กระบี่ดาวประดับราตรีซึ่บค่อนข้างน่าทึ่ง ไม่สิ มันน่าทึ่งมากเลย

หากฐานฝึกฝนเฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก เขาคงมีโอกาสหนรไปได้ แต่หากอยู่ในระดับหลอมกระดูก ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีโอกาสหลบหนีจากเงื้อมมือเขาไปได้

“ครืน”

เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอีกครั้งถึงกับทำให้ภูติผีต้องตกใจ กระบี่ยาวของเสินติ่งหยานเปล่งแสงน้ำเงินจางๆ ขยายท่ากระบี่ปิดล้อมเฉินเฟย

กำลังมหาศาล!

ร่างเฉินเฟยพองขึ้นเล็กน้อย ร่างกายเขามีพลังมากขึ้น โล่กระบี่ดาวประดับราตรีเริ่มกระจายไปทั่วตัวและป้องกันท่ากระบี่ของเสินติ่งหยานที่พุ่งเข้ามาทั้งหมด

แต่ป้องกันได้สิบครั้งร่างเฉินเฟยก็ถอยกลับไป

เฉินเฟยต้านพลังกระบี่ฟ้าคำรามได้ แต่สายฟ้าในใบกระบี่ทำให้ร่างกายเฉินเฟยทนรับไม่ไหว

คุณสมบัติพิเศษกำลังมหาศาลแทบช่วยเฉินเฟยไม่ได้ การเจาะทะลวงและการทำเป็นอัมพาตของพลังกระบี่ฟ้าคำรามเริ่มกลืนกินความเร็วของเฉินเฟย

หลังผ่านไปอีกสิบกระบวนท่าเฉินเฟยจะไม่อาจใช้โล่กระบี่ดาวประดับราตรีได้อีกเนื่องจากกล้ามเนื้อตึง ในเวลานั้นจะเป็นจุดจบของเฉินเฟยที่หัวจะอยู่บนกระบี่เสินติ่งหยาน

“กระบี่เต่าไม่เลว แต่เจ้าก็ขัดขวางข้าได้เพียงไม่กี่ครั้ง!”

เสินติ่งหยานมองเฉินเฟยอย่างเย้ยหยัน พลังกระบี่เข้าไปอยู่ในร่างกายเฉินเฟยแล้ว หลังจากนั้นไม่นานมันจะระเบิดเอง ในเวลานั้นความเป็นความตายของเฉินเฟยล้วนขึ้นอยู่กับความคิดเขา

เป็นเพียงหลอมกระดูกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวกลับกล้ายื่นกรงเล็บใส่เขา ช่างโง่ยิ่งนัก

ห้ากระบวนท่า หกกระบวนท่า เจ็ดกระบวนท่า!

เฉินเฟยรู้สึกถึงพลังในร่างกาย รับอีกสองกระบวนท่า โล่กระบี่ดาวประดับราตรีจะพังทลาย

ใบหน้าเสินติ่งหยานมีรอยยิ้ม แต่กระบี่ยาวในมือของเขายังคงมั่นคง ไม่มีความเร่งรีบหรือบ้าคลั่งแม้แต่น้อย

ตาบอด! หูหนวก!

จี้หยกในอ้อมแขนเฉินเฟยส่องแสงสลัว ในขณะที่เสินติ่งหยานกำลังจะออกกระบี่ ดวงตาเขามืดลงและไม่ได้ยินเสียงใดๆ โลกทั้งใบเหมือนจะละทิ้งเขาในทันใด

เดิมทีท่ากระบี่ของเสินติ่งหยานมั่นคง แต่พอเกิดสิ่งปกติอย่างกะทันหัน จิตใจเสินติ่งหยานจึงไม่อาจสงบได้

เคล็ดชำระต้นกำเนิด!

โลกทั้งใบหยุดกะทันหัน เฉินเฟยมองช่องว่างในท่ากระบี่ของเสินติ่ง

หกกระบี่!

รองเท้าเฉินเฟยแตกสลาย พลังถูกส่งจากล่างขึ้นบนไปยังกระบี่ยาว ผิวหนังแตกออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสีแดงและ มีหยดเลือดนับไม่ถ้วนไหลซึมออกมาจากรูขุมขน

กระบี่ยาวเฉินเฟยระเบิดแสงแพรวพราวกระแทกท่ากระบี่เสินติ่งหยานออกไป กระบี่หนึ่งแทงทะลุหน้าอกเสินติ่งหยาน

“ตู้ม!”

ด้านหลังเสินติ่งหยานระเบิดเกิดหลุมลึก เฉินเฟยค่อยๆดึงกระบี่กลับมา