“พูดได้ดี!”
ลู่จือชุนเดินโซเซออกไป เหลือบมองรอบตัวแล้วพูด “เริ่มต้นด้วยหมัดแล้วตามด้วยเท้า นี่คือลำดับที่ข้าเรียนวรยุทธ์ในเวลานั้น วิชาชุดสองที่ข้าเรียนรู้คือท่าเท้า ทุกคนจงดูให้ดี!”
หลังลู่จือชุนแนะนำเสร็จก็ขยับเท้าปล่อยลูกเตะอันทรงพลัง
มันเป็นเพียงการเตะธรรมดา แต่เมื่อลู่จือชุนแสดงกระบวนท่า มันกลับเหมือนคลื่นลูกใหญ่โถมไปข้างหน้าอย่างไร้สิ้นสุด
ลู่จือชุนแสดงท่าเท้าสิบแปดทางในพริบตา
เมื่อเทียบกับวิชาหมัดก่อนหน้า ท่าเท้าของลู่จือชุนในครั้งนี้เหนือกว่าอย่างแน่นอน หลังแสดงท่าเท้าเสร็จลู่จือชุนก็เริ่มอธิบาย
เมื่อลู่จือชุนอธิบาย พลังงานเริ่มลอยออกมาจากหัวลู่จือชุนและถูกชาวบ้านดูดซับไว้
ลู่จือชุนเหมือนสอนวิชาให้กับคนใกล้ชิด เขาอธิบายท่าเท้าสิบแปดทางอย่างละเอียดโดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายขอ
แม้กระทั่งท่าเท้าที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิชา เขาก็ยังแสดงให้ชาวบ้านเห็น
“หืม?”
ด้วยการบอกแนวคิดของวิชาขั้นสูง ลู่จือชุนจึงหยุดชะงักเล็กน้อยเพราะสัญชาตญาณบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แค่ต้องพูดถึงท่าเท้า ทำไมต้องบอกรายละเอียดด้วย?
แล้วเมื่อครู่ข้าพูดวิชาท่าเท้าแบบใด?
ลู่จือชุนตกตะลึง แต่ก่อนจะเข้าใจปัญหา สุราที่เขาเพิ่งดื่มก็เริ่มทำให้เวียนหัวและเลิกสนใจทุกสิ่ง
ลู่จือชุนตกอยู่ในอาการงุนงงจนเพิกเฉยต่อคำถามที่เพิ่งคิดได้ มองชาวบ้านโดยรอบและจำได้ว่ากำลังอธิบายวิชาท่าเท้าเพื่อให้สมกับการต้อนรับของชาวบ้าน ลู่จือชุนจึงอธิบายต่ออย่างรวดเร็ว
สองเค่อต่อมา ในที่สุดลู่จือชุนก็อธิบายท่าเท้าสิบแปดทางเสร็จ ไม่เพียงแต่ท่าเท้าแต่รวมถึงแนวคิดในการฝึกฝนวิชาขั้นสูง
“ขอบคุณแขกที่สอนวิชา!”
ชาวบ้านตะโกนพร้อมเพรียง บางอย่างไหลออกมาจากหัวลู่จือชุนไหลเข้าสู่ร่างชาวบ้านเหล่านั้น
ดวงตาชาวบ้านเหล่าที่มืดมัวเมื่อครู่เริ่มเป็นประกาย
ลู่จือชุนเดินกลับมาที่เดิมและเกิดความสับสน เมื่อครู่เขาทำอะไร? อธิบายท่าเท้า? ท่าเท้าอันไหน?
ลู่จือชุนปวดหัวจนต้องกุมหัว ลมปราณลู่จือชุนลดลงอีก ไม่เพียงแค่การบ่มเพาะ แต่พลังจิตวิญญาณยังถูกขโมยไปเช่นกัน
สำหรับนักยุทธ์ พลังจิตวิญญาณเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งไม่ว่าเป็นระดับปรับแต่งร่างกายหรือระดับขัดเกลาทวาร หากพลังจิตวิญญาณระดับปรับแต่งร่างกายเสียหาย การทะลวงระดับขัดเกลาทวารจะเป็นเรื่องยาก
หากพลังจิตวิญญาณระดับขัดเกลาทวารเสียหาย อาจไม่สามารถควบคุมจุดทวารได้อีก นั่นจะเป็นผลให้ความเร็วในการบ่มเพาะช้าลงหรือแม้กระทั่งการบ่มเพาะถดถอย
นักยุทธ์เริ่มต้นด้วยฝึกวิชายุทธ์ การฝึกวิชาแต่ละอย่างไม่เพียงฝึกร่างกายแต่ยังช่วยปรับปรุงจิตวิญญาณ ดังนั้นการเสียวิชาหนึ่งจึงเป็นการทำลายรากฐานของตัวเอง
“ที่นี่มีปัญหา!”
ลู่จือชุนลดมือลง จากการเสียสองวิชาติดต่อกันจิตใต้สำนึกลู่จือชุนส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรง แม้ว่าความเย็นในท้องยังคงแผ่กระจายและอาการเวียนหัวจากสุรายังคงอยู่ แต่ความรู้สึกนี้ไม่อาจระงับได้
นี่เป็นการป้องกันอันตรายตามธรรมชาติของระดับขัดเกลาทวาร และเป็นผลตามธรรมชาติของผู้ที่อยู่ในเส้นทางยุทธ์
ลู่จือชุนมองรอบตัวอย่างระมัด แต่จนถึงตอนนี้ลู่จือชุนยังคงจำอะไรไม่ได้อีกมาก แม้เขาจะระวังสถานการณ์ตรงหน้าเสมอ แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป
หัวหน้าหมู่บ้านเหลือบมองลู่จือชุน แสงสีแดงกระพริบในดวงตา เขาหันไปมองฮวาเต๋าหงด้วยรอยยิ้มโหดร้าย
ฮวาเต๋าหงดื่มเสร็จรู้สึกตื่นเต้นมาก เขากระโดดเข้ากลางลานและเริ่มอธิบายวิชาฝึกฝนพลังภายใน
ยิ่งเขาอธิบายมากเท่าไรก็ยิ่งตื่นเต้น ฮวาเต๋าหงรู้สึกโล่งใจขณะทิ่อธิบาย แต่ขณะเดียวกันมีพลังงานออกมาจากด้านบนหัว
เช่นเดียวกับลู่จื้อชุน ฮวาเต๋าหงอธิบายรายละเอียดทั้งหมดของวิชา เพราะการฝึกฝนพลังภายในของนักยุทธ์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับปรับแต่งร่างกาย
ในขณะที่เขาบรรยาย ฮวาเต๋าหงไม่เพียงพูดถึงรายละเอียดเล็กน้อยของวิชานี้ แต่ยังพูดคุยวิชาเสริมพลังภายในอย่างอื่นอีกมากมาย
ฮวาเต๋าหงอธิบายได้ครึ่งหนึ่งแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่แล้วถูกความเย็นกับฤทธิ์สุราในร่างกายเจือจางลงทันที หลังจากนั้นเขาจึงอธิบายต่อไป
แต่เพราะสัญญาณเตือนจากสัญชาตญาณ ฮวาเต๋าหงจึงปกปิดเนื้อหาวิชาพลังภายในอื่นและอธิบายวิชาพลังภายในพื้นฐานเท่านั้น
พลังงานเหล่านั้นไหลออกมาจากฮวาเต๋าหงและแทรกซึมเข้าไปในร่างกายชาวบ้าน ดวงตาชาวบ้านเป็นประกาย ดวงตาพวกเขามีจิตวิญญาณมากขึ้น
หลังจากนั้นไม่นานฮวาเต๋าหงก็เดินลงไปด้วยความงุนงง เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งและเริ่มระวังตัว ฮวาเต๋าหงหันไปมองลู่จือชุนและเห็นว่าลู่จือชุนมองเขาในลักษณะเดียวกัน
พวกเขารู้สึกกังวลและต้องการร่วมมือกันเพื่ออกจากที่นี่ แต่เหมือนมีเสียงหนึ่งบอกพวกเขาว่าหากหนีไปแบบนั้นพวกเขาต้องตาย
สับสนวุ่นวาย ไม่รู้ต้องทำอย่างไร
เหมือนสติปัญญาถูกสิ่งใหญ่โตกดดันไว้ ความคิดและการรับรู้จึงลดลงถึงจุดต่ำสุด
ในสถานการณ์ปกติหากลู่จือชุนทั้งสองรู้สึกว่าตกอยู่ในอันตราย พวกเขาจะสู้กลับโดยไม่ลังเล จากนั้นจึงแยกตัวออกไป เพราะยิ่งล่าช้ายิ่งเสี่ยงมากขึ้น
เดิมทีอันตรายหลายอย่างเป็นเพียงเรื่องเล็ก แต่อันตรายเล็กน้อยเหล่านี้จะคอยเฉือนเนื้อหนังและปรุงคุณให้เป็นอาหารทีละน้อย เมื่อพบว่ามีบางอย่างผิดปกติก็ไม่สามารถหนีได้อีกต่อไป
ในสถานการณ์ปกติลู่จือชุนทั้งสองจะเข้าใจความจริงข้อนี้ แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่อยู่ในสภาวะปกติ ไม่อย่างนั้นคงหาวิธีกำขัดความเย็นในร่างกายอย่างรวดเร็ว
ในทางกลับกัน พวกเขารู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ในท้องคือสุราต้อนรับที่ชาวบ้านมอบให้
“ถึงเวลาของแขกท่านนี้แล้ว”
หัวหน้าหมู่บ้านเห็นสถานะของลู่จือชุนทั้งสองแต่ไม่ได้ทำอะไร เพียงมองไปทางเฉินเฟย
“แน่นอน!”
เฉินเฟยมีรอยยิ้มบนหน้า เมื่อเผชิญกับชาวบ้านที่ใส่ใจเหล่านี้ มันเป็นเรื่องปกติที่เขาจะสอนวิชาพื้นฐานบางอย่าง
โลกนี้วุ่นวายนัก หากชาวบ้านไม่มีทักษะป้องกันตัวเลยคงอันตรายเกินไป
ชาวบ้านเหล่านี้ล้วนเป็นคนดี และคนดีควรได้รับการปกป้อง!
“ขอโทษด้วย วิชาชุดแรกที่ข้าเรียนรู้คือวิธีหายใจที่เพิ่งสอนพวกท่านไป”
เฉินเฟยยกมือขึ้นแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
เพียงแต่คำพูดของเฉินเฟยไม่ได้รับการตอบรับที่เป็นมิตร ชาวบ้านเหล่านี้มองเฉินเฟยอย่างเย็นชา หลังจากได้ยินคำพูดของเฉินเฟย ร่างกายพวกเขาก็สั่นเล็กน้อยราวกับกำลังจะเข้าไปตะครุบเฉินเฟย
เฉินเฟยไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งแปลกๆและพูดต่อ “วิชาชุดสองที่ข้าเรียนรู้คือวิชาหมัดซึ่งมาจากที่เดียวกับวิธีหายใจ ชื่อของมันคือหมัดจีซาน”
มาจากแหล่งเดียวกันหรือ?
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟย ชาวบ้านและหัวหน้าหมู่บ้านก็รู้สึกแย่ทันที
วิธีหายใจชุดก่อนสามารถฝึกได้ง่ายๆด้วยการหายใจ ถ้าอย่างนั้นหมัดจีซานชุดนี้ซึ่งมาจากที่เดียวกันคงไม่ได้มีวิธีฝึกแปลกๆอีกใช่ไหม?
“แขกท่านนี้โปรดรอก่อน” หัวหน้าหมู่บ้านหยุดเฉินเฟยทันใด เฉินเฟยหันไปมองด้วยความสับสน
“ท่านไม่จำเป็นต้องสอนวิชาหมัดชุดนี้ให้เรา ตอนนี้เราเรียนรู้มากมายแล้ว” หัวหน้าหมู่บ้านพูดด้วยรอยยิ้ม
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร แม้หมัดจีซานเป็นเพียงวิชาหมัดพื้นฐาน แต่ข้าฝึกฝนมันจนถึงระดับสูงสุด มันมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างและถูกผสานอยู่ในหมัดเดียว โปรดดูให้ดี!”
เฉินเฟยพูดจบก็ก้าวเท้าซ้ายไปข้างและปล่อยหมัดขวา พลังอำนาจเหมือนภูเขาถล่มพวยพุ่งออกมา
หัวหน้าหมู่บ้านหยุดครู่หนึ่งและตระหนักว่าหมัดนี้เหมือนจะเป็นแบบนั้น วิชาหมัดนี้เป็นของพื้นฐาน แต่หมัดของเฉินเฟยเหมือนเปลี่ยนแปลงไปนับพัน
“วิชาหมัดนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” เฉินเฟยถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เลว แต่…”
เฉินเฟยไม่รอให้หัวหน้าหมู่บ้านพูดจบและพูดแทรกต่อทันที “ตามจริงแล้ววิชาหมัดนี้ง่ายมาก ตอนแรกข้าไม่อาจเริ่มต้นได้ จนกระทั่งวันหนึ่งข้าพบวิธีฝึกแบบง่านซึ่งก็คือการโบกมือ!”
ดวงตาหัวหน้าหมู่บ้านเบิกกว้างเล็กน้อย เขารู้สึกไม่ได้ทันที
“ท่านไม่ต้อง...”
“ทุกครั้งที่โบกมือถือเป็นการฝึกฝน ยิ่งโบกมือเร็วยิ่งฝึกหมัดจีซานได้เร็ว ข้าใช้เวลาน้อยกว่าสามวันในการฝึกวิชาหมัดชุดนี้ให้ถึงระดับนี้”
เฉินเฟยขัดจังหวะหัวหน้าหมู่บ้านโดยตรง หัวหน้าหมู่บ้านสุภาพยิ่งนัก แต่มันเป็นเพียงวิธีฝึกหมัดจีซาน ข้าไม่คิดปิดบังอยู่แล้ว
ชาวบ้านจำเป็นต้องใช้วิชาหมัดชุดนี้ปกป้องตนเอง!
ชาวบ้านทุกคนมองเฉินเฟยด้วยดวงตาเบิกกว้าง ชาวบ้านบางคนถึงกับตัวสั่นเทาอยากจะเข้าไปตะครุบเฉินเฟย แต่ก็ถูกบาองย่างกดดันให้อยู่เฉย
เฉินเฟยมองชาวบ้านและเห็นว่าชาวบ้านทอด้วยความตื่นเต้น บางทีพวกเขาคงคิดว่าหมัดจีซานฝึกได้ง่ายมาก!
“แต่การฝึกวิชาหมัดนี้ต้องใช้เงินหนึ่งตำลึง อย่าได้ลืมล่ะ!” เฉินเฟยลูบหัว เขาเกือบลืมบอกกุญแจสำคัญเสียแล้ว
หลอกลวงเกินไป หลวงลวงมากเกินไปแล้ว!
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟย ดวงตาชาวบ้านทุกคนก็เปลี่ยนเป็นสีแดง แต่พวกเขาไม่อาจทำอะไรได้ พลังงานจำนวนหนึ่งหลุดออกมาจากชาวบ้านไหลเข้าสู่ร่างเฉินเฟย
ความคิดของเฉินเฟยซึ่งเดิมทีมัวหมองก็เริ่มกระจ่างชัดขึ้น ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกนี้สบายมากจนดวงตาเฉินเฟยหรี่ลงเล็กน้อย
“แขกท่านนี้ ท่านฝึกฝนทักษะอื่นอีกหรือไม่?”
หัวหน้าหมู่บ้านมองพลังงานที่เฉินเฟยดูดซับ รอยยิ้มเขาหายไปนานแล้ว ตามปกติเฉินเฟยควรถูกเชิญลงไป แต่หลังจากโดนหลอกติดกันสองครั้ง เขาจะปล่อยให้เฉินเฟยเดินลงง่ายๆเช่นนั้นได้อย่างไร!
“ข้าหลอมโอสถได้!” เฉินเฟยพูดเสียงดังหลังจากได้ยินคำพูดหัวหน้าหมู่บ้าน
“ท่านช่วยสอนพวกเราได้หรือไม่?” หัวหน้าหมู่บ้านกระซิบ เจ้าสามารถฝึกฝนด้วยวิธีที่อธิบายได้ เขาอยากเห็นนักว่าเฉินเฟยทำอย่างไรกับการหลอมโอสถที่ต้องใช้ความประนีท!
“แน่นอน!”
เฉินเฟยพยักหน้า มองชาวบ้านที่ตั่วสั่นอย่างตื่นเต้นรอบตัวและพูดด้วยรอยยิ้ม “โอสถสถชนิดแรกที่ข้าเรียนรู้คือ โอสถเลือดลม โอสถเลือดลมเรียนรู้ได้ง่ายนัก เพียงแค่ต้องทอดตับหมูเท่านั้น อย่าลืมหั่นตับหมูเป็นชิ้นเล็กๆเพื่อให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น!”
เฉินเฟยบอกประสบการณ์ที่เขาเจออย่างหมดเปลือก แต่รอบด้านกลับเงียบสนิทจนสามารถได้ยินแม้แต่เสียงเข็มหล่น!
การหลอมโอสถกับการทอดตับหมู อย่างที่คิดเอาไว้ หลวงลวงเกินไปแล้ว!
“โฮก!”
ชาวบ้านคำรามแล้ววิ่งไปหาเฉินเฟย แต่ก่อนจะก้าวออกไป ร่างกายพวกเขาเหมือนถูกบางสิ่งบดขยี้และกลายเป็นฝุ่นในทันที
พลังงานพุ่งออกมาจากฝุ่นไหลเข้าสู่ร่างกายเฉินเฟย ในขณะเดียวกันยังมีพลังงานจำนวนหนึ่งลอยออกมาจากหัวของชาวบ้านคนอื่น แม้ชาวบ้านอยากหยุดมันแต่ไม่อาจทำได้
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved