ตอนที่ 238 หลอกลวงเกินไป

“พูดได้ดี!”

ลู่จือชุนเดินโซเซออกไป เหลือบมองรอบตัวแล้วพูด “เริ่มต้นด้วยหมัดแล้วตามด้วยเท้า นี่คือลำดับที่ข้าเรียนวรยุทธ์ในเวลานั้น วิชาชุดสองที่ข้าเรียนรู้คือท่าเท้า ทุกคนจงดูให้ดี!”

หลังลู่จือชุนแนะนำเสร็จก็ขยับเท้าปล่อยลูกเตะอันทรงพลัง

มันเป็นเพียงการเตะธรรมดา แต่เมื่อลู่จือชุนแสดงกระบวนท่า มันกลับเหมือนคลื่นลูกใหญ่โถมไปข้างหน้าอย่างไร้สิ้นสุด

ลู่จือชุนแสดงท่าเท้าสิบแปดทางในพริบตา

เมื่อเทียบกับวิชาหมัดก่อนหน้า ท่าเท้าของลู่จือชุนในครั้งนี้เหนือกว่าอย่างแน่นอน หลังแสดงท่าเท้าเสร็จลู่จือชุนก็เริ่มอธิบาย

เมื่อลู่จือชุนอธิบาย พลังงานเริ่มลอยออกมาจากหัวลู่จือชุนและถูกชาวบ้านดูดซับไว้

ลู่จือชุนเหมือนสอนวิชาให้กับคนใกล้ชิด เขาอธิบายท่าเท้าสิบแปดทางอย่างละเอียดโดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายขอ

แม้กระทั่งท่าเท้าที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิชา เขาก็ยังแสดงให้ชาวบ้านเห็น

“หืม?”

ด้วยการบอกแนวคิดของวิชาขั้นสูง ลู่จือชุนจึงหยุดชะงักเล็กน้อยเพราะสัญชาตญาณบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แค่ต้องพูดถึงท่าเท้า ทำไมต้องบอกรายละเอียดด้วย?

แล้วเมื่อครู่ข้าพูดวิชาท่าเท้าแบบใด?

ลู่จือชุนตกตะลึง แต่ก่อนจะเข้าใจปัญหา สุราที่เขาเพิ่งดื่มก็เริ่มทำให้เวียนหัวและเลิกสนใจทุกสิ่ง

ลู่จือชุนตกอยู่ในอาการงุนงงจนเพิกเฉยต่อคำถามที่เพิ่งคิดได้ มองชาวบ้านโดยรอบและจำได้ว่ากำลังอธิบายวิชาท่าเท้าเพื่อให้สมกับการต้อนรับของชาวบ้าน ลู่จือชุนจึงอธิบายต่ออย่างรวดเร็ว

สองเค่อต่อมา ในที่สุดลู่จือชุนก็อธิบายท่าเท้าสิบแปดทางเสร็จ ไม่เพียงแต่ท่าเท้าแต่รวมถึงแนวคิดในการฝึกฝนวิชาขั้นสูง

“ขอบคุณแขกที่สอนวิชา!”

ชาวบ้านตะโกนพร้อมเพรียง บางอย่างไหลออกมาจากหัวลู่จือชุนไหลเข้าสู่ร่างชาวบ้านเหล่านั้น

ดวงตาชาวบ้านเหล่าที่มืดมัวเมื่อครู่เริ่มเป็นประกาย

ลู่จือชุนเดินกลับมาที่เดิมและเกิดความสับสน เมื่อครู่เขาทำอะไร? อธิบายท่าเท้า? ท่าเท้าอันไหน?

ลู่จือชุนปวดหัวจนต้องกุมหัว ลมปราณลู่จือชุนลดลงอีก ไม่เพียงแค่การบ่มเพาะ แต่พลังจิตวิญญาณยังถูกขโมยไปเช่นกัน

สำหรับนักยุทธ์ พลังจิตวิญญาณเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งไม่ว่าเป็นระดับปรับแต่งร่างกายหรือระดับขัดเกลาทวาร หากพลังจิตวิญญาณระดับปรับแต่งร่างกายเสียหาย การทะลวงระดับขัดเกลาทวารจะเป็นเรื่องยาก

หากพลังจิตวิญญาณระดับขัดเกลาทวารเสียหาย อาจไม่สามารถควบคุมจุดทวารได้อีก นั่นจะเป็นผลให้ความเร็วในการบ่มเพาะช้าลงหรือแม้กระทั่งการบ่มเพาะถดถอย

นักยุทธ์เริ่มต้นด้วยฝึกวิชายุทธ์ การฝึกวิชาแต่ละอย่างไม่เพียงฝึกร่างกายแต่ยังช่วยปรับปรุงจิตวิญญาณ ดังนั้นการเสียวิชาหนึ่งจึงเป็นการทำลายรากฐานของตัวเอง

“ที่นี่มีปัญหา!”

ลู่จือชุนลดมือลง จากการเสียสองวิชาติดต่อกันจิตใต้สำนึกลู่จือชุนส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรง แม้ว่าความเย็นในท้องยังคงแผ่กระจายและอาการเวียนหัวจากสุรายังคงอยู่ แต่ความรู้สึกนี้ไม่อาจระงับได้

นี่เป็นการป้องกันอันตรายตามธรรมชาติของระดับขัดเกลาทวาร และเป็นผลตามธรรมชาติของผู้ที่อยู่ในเส้นทางยุทธ์

ลู่จือชุนมองรอบตัวอย่างระมัด แต่จนถึงตอนนี้ลู่จือชุนยังคงจำอะไรไม่ได้อีกมาก แม้เขาจะระวังสถานการณ์ตรงหน้าเสมอ แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป

หัวหน้าหมู่บ้านเหลือบมองลู่จือชุน แสงสีแดงกระพริบในดวงตา เขาหันไปมองฮวาเต๋าหงด้วยรอยยิ้มโหดร้าย

ฮวาเต๋าหงดื่มเสร็จรู้สึกตื่นเต้นมาก เขากระโดดเข้ากลางลานและเริ่มอธิบายวิชาฝึกฝนพลังภายใน

ยิ่งเขาอธิบายมากเท่าไรก็ยิ่งตื่นเต้น ฮวาเต๋าหงรู้สึกโล่งใจขณะทิ่อธิบาย แต่ขณะเดียวกันมีพลังงานออกมาจากด้านบนหัว

เช่นเดียวกับลู่จื้อชุน ฮวาเต๋าหงอธิบายรายละเอียดทั้งหมดของวิชา เพราะการฝึกฝนพลังภายในของนักยุทธ์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับปรับแต่งร่างกาย

ในขณะที่เขาบรรยาย ฮวาเต๋าหงไม่เพียงพูดถึงรายละเอียดเล็กน้อยของวิชานี้ แต่ยังพูดคุยวิชาเสริมพลังภายในอย่างอื่นอีกมากมาย

ฮวาเต๋าหงอธิบายได้ครึ่งหนึ่งแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่แล้วถูกความเย็นกับฤทธิ์สุราในร่างกายเจือจางลงทันที หลังจากนั้นเขาจึงอธิบายต่อไป

แต่เพราะสัญญาณเตือนจากสัญชาตญาณ ฮวาเต๋าหงจึงปกปิดเนื้อหาวิชาพลังภายในอื่นและอธิบายวิชาพลังภายในพื้นฐานเท่านั้น

พลังงานเหล่านั้นไหลออกมาจากฮวาเต๋าหงและแทรกซึมเข้าไปในร่างกายชาวบ้าน ดวงตาชาวบ้านเป็นประกาย ดวงตาพวกเขามีจิตวิญญาณมากขึ้น

หลังจากนั้นไม่นานฮวาเต๋าหงก็เดินลงไปด้วยความงุนงง เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งและเริ่มระวังตัว ฮวาเต๋าหงหันไปมองลู่จือชุนและเห็นว่าลู่จือชุนมองเขาในลักษณะเดียวกัน

พวกเขารู้สึกกังวลและต้องการร่วมมือกันเพื่ออกจากที่นี่ แต่เหมือนมีเสียงหนึ่งบอกพวกเขาว่าหากหนีไปแบบนั้นพวกเขาต้องตาย

สับสนวุ่นวาย ไม่รู้ต้องทำอย่างไร

เหมือนสติปัญญาถูกสิ่งใหญ่โตกดดันไว้ ความคิดและการรับรู้จึงลดลงถึงจุดต่ำสุด

ในสถานการณ์ปกติหากลู่จือชุนทั้งสองรู้สึกว่าตกอยู่ในอันตราย พวกเขาจะสู้กลับโดยไม่ลังเล จากนั้นจึงแยกตัวออกไป เพราะยิ่งล่าช้ายิ่งเสี่ยงมากขึ้น

เดิมทีอันตรายหลายอย่างเป็นเพียงเรื่องเล็ก แต่อันตรายเล็กน้อยเหล่านี้จะคอยเฉือนเนื้อหนังและปรุงคุณให้เป็นอาหารทีละน้อย เมื่อพบว่ามีบางอย่างผิดปกติก็ไม่สามารถหนีได้อีกต่อไป

ในสถานการณ์ปกติลู่จือชุนทั้งสองจะเข้าใจความจริงข้อนี้ แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่อยู่ในสภาวะปกติ ไม่อย่างนั้นคงหาวิธีกำขัดความเย็นในร่างกายอย่างรวดเร็ว

ในทางกลับกัน พวกเขารู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ในท้องคือสุราต้อนรับที่ชาวบ้านมอบให้

“ถึงเวลาของแขกท่านนี้แล้ว”

หัวหน้าหมู่บ้านเห็นสถานะของลู่จือชุนทั้งสองแต่ไม่ได้ทำอะไร เพียงมองไปทางเฉินเฟย

“แน่นอน!”

เฉินเฟยมีรอยยิ้มบนหน้า เมื่อเผชิญกับชาวบ้านที่ใส่ใจเหล่านี้ มันเป็นเรื่องปกติที่เขาจะสอนวิชาพื้นฐานบางอย่าง

โลกนี้วุ่นวายนัก หากชาวบ้านไม่มีทักษะป้องกันตัวเลยคงอันตรายเกินไป

ชาวบ้านเหล่านี้ล้วนเป็นคนดี และคนดีควรได้รับการปกป้อง!

“ขอโทษด้วย วิชาชุดแรกที่ข้าเรียนรู้คือวิธีหายใจที่เพิ่งสอนพวกท่านไป”

เฉินเฟยยกมือขึ้นแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

เพียงแต่คำพูดของเฉินเฟยไม่ได้รับการตอบรับที่เป็นมิตร ชาวบ้านเหล่านี้มองเฉินเฟยอย่างเย็นชา หลังจากได้ยินคำพูดของเฉินเฟย ร่างกายพวกเขาก็สั่นเล็กน้อยราวกับกำลังจะเข้าไปตะครุบเฉินเฟย

เฉินเฟยไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งแปลกๆและพูดต่อ “วิชาชุดสองที่ข้าเรียนรู้คือวิชาหมัดซึ่งมาจากที่เดียวกับวิธีหายใจ ชื่อของมันคือหมัดจีซาน”

มาจากแหล่งเดียวกันหรือ?

เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟย ชาวบ้านและหัวหน้าหมู่บ้านก็รู้สึกแย่ทันที

วิธีหายใจชุดก่อนสามารถฝึกได้ง่ายๆด้วยการหายใจ ถ้าอย่างนั้นหมัดจีซานชุดนี้ซึ่งมาจากที่เดียวกันคงไม่ได้มีวิธีฝึกแปลกๆอีกใช่ไหม?

“แขกท่านนี้โปรดรอก่อน” หัวหน้าหมู่บ้านหยุดเฉินเฟยทันใด เฉินเฟยหันไปมองด้วยความสับสน

“ท่านไม่จำเป็นต้องสอนวิชาหมัดชุดนี้ให้เรา ตอนนี้เราเรียนรู้มากมายแล้ว” หัวหน้าหมู่บ้านพูดด้วยรอยยิ้ม

“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร แม้หมัดจีซานเป็นเพียงวิชาหมัดพื้นฐาน แต่ข้าฝึกฝนมันจนถึงระดับสูงสุด มันมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างและถูกผสานอยู่ในหมัดเดียว โปรดดูให้ดี!”

เฉินเฟยพูดจบก็ก้าวเท้าซ้ายไปข้างและปล่อยหมัดขวา พลังอำนาจเหมือนภูเขาถล่มพวยพุ่งออกมา

หัวหน้าหมู่บ้านหยุดครู่หนึ่งและตระหนักว่าหมัดนี้เหมือนจะเป็นแบบนั้น วิชาหมัดนี้เป็นของพื้นฐาน แต่หมัดของเฉินเฟยเหมือนเปลี่ยนแปลงไปนับพัน

“วิชาหมัดนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” เฉินเฟยถามด้วยรอยยิ้ม

“ไม่เลว แต่…”

เฉินเฟยไม่รอให้หัวหน้าหมู่บ้านพูดจบและพูดแทรกต่อทันที “ตามจริงแล้ววิชาหมัดนี้ง่ายมาก ตอนแรกข้าไม่อาจเริ่มต้นได้ จนกระทั่งวันหนึ่งข้าพบวิธีฝึกแบบง่านซึ่งก็คือการโบกมือ!”

ดวงตาหัวหน้าหมู่บ้านเบิกกว้างเล็กน้อย เขารู้สึกไม่ได้ทันที

“ท่านไม่ต้อง...”

“ทุกครั้งที่โบกมือถือเป็นการฝึกฝน ยิ่งโบกมือเร็วยิ่งฝึกหมัดจีซานได้เร็ว ข้าใช้เวลาน้อยกว่าสามวันในการฝึกวิชาหมัดชุดนี้ให้ถึงระดับนี้”

เฉินเฟยขัดจังหวะหัวหน้าหมู่บ้านโดยตรง หัวหน้าหมู่บ้านสุภาพยิ่งนัก แต่มันเป็นเพียงวิธีฝึกหมัดจีซาน ข้าไม่คิดปิดบังอยู่แล้ว

ชาวบ้านจำเป็นต้องใช้วิชาหมัดชุดนี้ปกป้องตนเอง!

ชาวบ้านทุกคนมองเฉินเฟยด้วยดวงตาเบิกกว้าง ชาวบ้านบางคนถึงกับตัวสั่นเทาอยากจะเข้าไปตะครุบเฉินเฟย แต่ก็ถูกบาองย่างกดดันให้อยู่เฉย

เฉินเฟยมองชาวบ้านและเห็นว่าชาวบ้านทอด้วยความตื่นเต้น บางทีพวกเขาคงคิดว่าหมัดจีซานฝึกได้ง่ายมาก!

“แต่การฝึกวิชาหมัดนี้ต้องใช้เงินหนึ่งตำลึง อย่าได้ลืมล่ะ!” เฉินเฟยลูบหัว เขาเกือบลืมบอกกุญแจสำคัญเสียแล้ว

หลอกลวงเกินไป หลวงลวงมากเกินไปแล้ว!

เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟย ดวงตาชาวบ้านทุกคนก็เปลี่ยนเป็นสีแดง แต่พวกเขาไม่อาจทำอะไรได้ พลังงานจำนวนหนึ่งหลุดออกมาจากชาวบ้านไหลเข้าสู่ร่างเฉินเฟย

ความคิดของเฉินเฟยซึ่งเดิมทีมัวหมองก็เริ่มกระจ่างชัดขึ้น ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกนี้สบายมากจนดวงตาเฉินเฟยหรี่ลงเล็กน้อย

“แขกท่านนี้ ท่านฝึกฝนทักษะอื่นอีกหรือไม่?”

หัวหน้าหมู่บ้านมองพลังงานที่เฉินเฟยดูดซับ รอยยิ้มเขาหายไปนานแล้ว ตามปกติเฉินเฟยควรถูกเชิญลงไป แต่หลังจากโดนหลอกติดกันสองครั้ง เขาจะปล่อยให้เฉินเฟยเดินลงง่ายๆเช่นนั้นได้อย่างไร!

“ข้าหลอมโอสถได้!” เฉินเฟยพูดเสียงดังหลังจากได้ยินคำพูดหัวหน้าหมู่บ้าน

“ท่านช่วยสอนพวกเราได้หรือไม่?” หัวหน้าหมู่บ้านกระซิบ เจ้าสามารถฝึกฝนด้วยวิธีที่อธิบายได้ เขาอยากเห็นนักว่าเฉินเฟยทำอย่างไรกับการหลอมโอสถที่ต้องใช้ความประนีท!

“แน่นอน!”

เฉินเฟยพยักหน้า มองชาวบ้านที่ตั่วสั่นอย่างตื่นเต้นรอบตัวและพูดด้วยรอยยิ้ม “โอสถสถชนิดแรกที่ข้าเรียนรู้คือ โอสถเลือดลม โอสถเลือดลมเรียนรู้ได้ง่ายนัก เพียงแค่ต้องทอดตับหมูเท่านั้น อย่าลืมหั่นตับหมูเป็นชิ้นเล็กๆเพื่อให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น!”

เฉินเฟยบอกประสบการณ์ที่เขาเจออย่างหมดเปลือก แต่รอบด้านกลับเงียบสนิทจนสามารถได้ยินแม้แต่เสียงเข็มหล่น!

การหลอมโอสถกับการทอดตับหมู อย่างที่คิดเอาไว้ หลวงลวงเกินไปแล้ว!

“โฮก!”

ชาวบ้านคำรามแล้ววิ่งไปหาเฉินเฟย แต่ก่อนจะก้าวออกไป ร่างกายพวกเขาเหมือนถูกบางสิ่งบดขยี้และกลายเป็นฝุ่นในทันที

พลังงานพุ่งออกมาจากฝุ่นไหลเข้าสู่ร่างกายเฉินเฟย ในขณะเดียวกันยังมีพลังงานจำนวนหนึ่งลอยออกมาจากหัวของชาวบ้านคนอื่น แม้ชาวบ้านอยากหยุดมันแต่ไม่อาจทำได้