ตอนที่ 181 ปิดล้อมสี่ทิศ

หลิงเจียฮวามองแผ่นหลังเฉินเฟย ทันใดนั้นจำได้ว่านี่เป็นคนที่เล่ยหยิงเฉาเพิ่งสู้ด้วย ก่อนหน้านี้หลิงเจียฉวา ไม่ได้สนใจนักเพราะระยะที่ห่างกัน

ตอนนี้จำได้ว่าเฉินเฟยเป็นใคร และเข้าใจความรู้สึกของเล่ยหยิงเฉาในตอนนั้นแล้ว ด้วยความเร็วท่าร่างนี้ ในดินแดนลับอาจมีไม่กี่คนที่ทำได้ คาดไม่ถึงว่าจะต้องมาเจอกับตัว

สิ่งสำคัญคืออีกฝ่ายเป็นเพียงระดับขัดเกลาไขกระดูก ทำไมท่าร่างถึงเกินจริงแบบนี้ คนคนนี้ทุ่มเทเวลาไปกับการฝึกท่าร่างหรือ?

หากเฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน หลิงเจียฮวาคงไม่ประมาทเขา

ตอนนี้ได้แต่มองเฉินเฟยนำหน้าพวกเขาไป คาดว่าตอนที่พวกเขาตามทัน เฉินเฟยคงหนีไปพร้อมกับดอกบัวฝันหวานแล้ว

หม่าเสวี่ยเฟยด้านข้างถอนหายใจ นางอยากจะเตือนหมิงเจียฮวา แต่พอนึกถึงการเคลื่อนไหวในระยะไม่กี่ชุ่นและความเร็วในการเคลื่อนไหวระยะไกลของเฉินเฟย การเตือนอีกครั้งดูไม่ค่อยมีประโยชน์นัก

ตราบใดที่ไม่มีใครพัวพันกับเฉินเฟย เฉินเฟยสามารถออกไปหรืออยู่ต่อได้ตลอดตามที่ต้องการ นี่เป็นความสบายสูงสุดจากท่าร่างที่เหนือกว่า

เป้าหมายของหม่าเสวี่ยเฟยคือสิ่งนี้มาตลอด ในฐานะนักธนูนางจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาท่าร่างมากขึ้น น่าเสียดายที่แม้ว่าท่าร่างจะดีแต่นางยังไม่สามารถไปถึงขั้นนั้นได้

เฉินเฟยไม่รู้ว่าคนด้านหลังคิดอะไร ในเวลานี้สายตาเขาจ้องมองเส้นทางที่ดอกบัวฝันหวานหนีไปเท่านั้น

พวกหลิงเจียฉวาไม่ใช่ภัยคุกคาม ความเร็วของท่ารางกำหนดแล้วว่าพวกเขาไม่ได้อยู่อันดับต้น แต่นอกจากพวกหลิงเจียฮวาก็ยังมีคนอื่นที่กำลังรอโอกาสอยู่

หากกลุ่มเซียวหลี่หลิงโจมตีดอกบัวฝันหวานสำเร็จ คนที่มาสอดแนมจะแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นและจากไปอย่างเงียบๆ ท้ายที่สุดกลุ่มของเซียวหลี่หลิงมีคนจำนวนมากและยังมีอาวุธทางวิญญาณใช้กดข่ม

แต่การต่อสู้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น นั่นจึงเป็นโอกาสของพวกเขา

คนที่กล้ามาสอดแนมนั่นต้องแข็งแกร่ง ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าทำสิ่งนี้ ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น ท่าร่างต้องโดดเด่นอย่างยิ่ง ไม่อย่างนั้นต่อให้ได้รับดอกบัวฝันหวานในภายหลัง แต่สุดท้ายจะหนีไปจากที่นี่ไม่ได้อยู่ดี

ความเร็วของเฉินเฟยโดดเด่นอย่างยิ่ง ห่างออกไปหลายสิบหมี่มีอีกสามคนที่เร็วไล่เลี่ยเฉินเฟย เฉินเฟยสังเกตดู พบว่าทั้งหมดอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในและมีคนหนึ่งอยู่ในขั้นสูงสุด

คนเหล่านี้อาจเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่มีแค่สามคนที่ไล่ตามความเร็วดอกบัวฝันหวานทัน

เมื่อเทียบกับทั้งสามคน ระดับขัดเกลาไขกระดูกอย่างเฉินเฟยช่างสะดุดตานัก จากการมองทั้งสามเป็นครั้งคราวเขาจึงเห็นความประหลาดใจและการดูถูกของอีกฝ่าย

ท่าร่างเฉินเฟยทรงพลังจนคนอื่นไม่อาจทำอะไรได้ แต่คนเหล่านี้พัวพันกับเฉินเฟยได้แน่นอน ตราบใดที่ชำนาญเหมือนกัน มันจะไม่ใช่เรื่องท่าร่างอีกต่อไปแต่เป็นพลังแท้จริงแทน

สีหน้าเฉินเฟยยังคงนิ่งเฉย ส่วนปาข่านั่งอยู่บนฝักกระบี่

หากปาข่าไม่ได้อยู่ในสภาวะบ้าคลั่ง ความเร็วจะด้อยกว่าเฉินเฟยเล็กน้อย ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่เฉินเฟยจะจับตัวปาข่าไว้

แน่นอนว่าหากมีปัญหาใดเกิดขึ้นในภายหลัง เฉินเฟยจะโยนปาข่าออกไปต้านทานทันที

ความเร็วของดอกบัวฝันหวานเริ่มช้าลง มันเป็นเพียงวัตถุวิญญาณและไม่ค่อยเคลื่อนไหวมากนัก การทำลายตัวเองเมื่อครู่ได้กระตุ้นร่างกายอย่างเต็มที่แล้ว เมื่อเวลาผ่านไปความเร็วจึงลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“เอาน้ำสมุนไพรไป เดี๋ยวดอกบัวฝันหวานคงสู้กลับ!”

เฉินเฟยหยิบถุงน้ำจากอ้อมแขนแล้วเงยหน้าดื่มน้ำสมุนไพรแช่แข็งจิตใจ เมื่อน้ำสมุนไพรเข้าปาก อารมณ์ตื่นเต้นเพราะดอกบัวฝันหวานก็สงบลง อารมณ์เชิงลบทั้งหมดเหมือนจะหายไป

ปาข่ารับถุงน้ำที่เฉินเฟยยื่นให้แล้วเงยหน้าดื่ม ลมปราณเริ่มคลุมเครือ

“ฮ่าฮ่าฮ่า ทิ้งวัตถุวิญญาณนั่นไว้ให้ข้า หลังจากนี้จะชำระคืนให้แน่นอน!”

อันซือจี้หัวเราะเสียงดัง พริบตาเดียวก็มาอยู่หน้าดอกบัวฝันหวานและจับตัวมันไว้ อันซือจี้เป็นคนเดียวในกลุ่มที่อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุด ด้วยพลังนี้เขาจึงมั่นใจมากพอ

“วิ้ง!”

ดอกบัวฝันหวานเห็นมนุษย์คนหนึ่งเข้ามาใกล้จึงปล่อยคลื่นจิตใจไปทั่วบริเวณ อันซือจี้ส่งเสียงฮึเย็นชา แสงหนึ่งสว่างวาบปกป้องหัวอันซือจี้ การโจมตีจิตใจของดอกบัวฝันหวานกลายเป็นไร้ผล

เมื่อมีความคิดโจมตีดอกบัวฝันหวาน เป็นธรรมดาที่เขาต้องมีเคล็ดลับปกป้องจิตใจตัวเอง

แน่นอนว่าถ้าดอกบัวฝันหวานอยู่ในสถานะสูงสุด การต้านทานการโจมตีของดอกบัวฝันหวานจะเป็นไม่ได้เลยหากไร้ซึ่งอาวุธวิญญาณ

แต่ตอนนี้ดอกบัวฝันหวานบาดเจ็บสาหัส ในร่างกายเหลือต้นกำเนิดอยู่เพียงเล็กน้อย มันจึงไม่สามารถโจมตีจิตใจสูงสุดได้อีกต่อไป

“จัดการคนที่เหลือให้แน่ใจว่าจะไม่โดนแย่งวัตถุวิญญาณไป จากนั้นเจ้ากับข้าไปหาสถานที่แบ่งดอกบัวฝันหวานคนละครึ่งดีหรือไม่?”

ต้วนหยิงเฟิ่งปรากฏตัวด้านข้างดอกบัวฝันหวานและส่งสายตาให้อันซือจี้ ความอ่อนโยนและเสน่ห์เห็นได้อย่างชัดเจน มือเรียวยาวยื่นมาตีแขนขวาอันซือจี้เหมือนเรื่องตลกของคู่รัก

“ไสหัวไป!”

อันซือจี้ถลึงตาใส่ เขาไม่ได้เบี่ยงแขนขวาหลบแต่ใช้ศอกโจมตีต้วนหยิงเฟิ่งและคว้าดอกบัวฝันหวานด้วยมือซ้าย

วัตถุทางวิญญาณเสริมจิตใจอย่างดอกบัวฝันหวาน ต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้ อันซือจี้อยากเก็บไว้ใช้คนเดียว แล้วจะแบ่งให้คนอื่นได้อย่างไร? จะไม่มีใครได้ไปทั้งนั้น!

“ปัก!”

เสียงกระแทกดังขึ้น ใบหน้าต้วนหยิงเฟิ่งซีดลงและตัวลอยกลับไป ระดับของต้วนหยิงเฟิ่งนั้นต่ำกว่าอันซือจี้ที่อยู่ เมื่อครู่ที่สู้กันย่อมมีพลังต่างกัน

ในศาลาเสินสุ่ย นอกจากวิชายุทธ์บางประเภท ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เด่นด้านประจัญหน้า

อันซือจี้ส่งเสียงฮึเย็นชา หากนี่ไม่ใช่ช่วงเวลาสำคัญ ถ้าเจอต้วนหยิงเฟิ่งยื่นมือมาแบบนี้เขาจะทำให้นางชดใช้แน่นอน

ดูจากการแลกเปลี่ยนเมื่อครู่ อันซือจี้สามารถฆ่าต้วนหยิงเฟิ่งในสิบกระบวนท่าแน่นอน แม้อีกฝ่ายจะเป็นสตรีอันซือจี้ก็ไม่เมตตา

“คนชั้นต่ำ!”

ต้วนหยิงเฟิ่งไม่พอใจ แต่นางทำอะไรไม่ได้

ในด้านท่าร่างอันซือจี้เทียบเท่ากับนาง ในด้านพลังต่อสู้เขาแข็งแกร่งกว่า ไม่ว่าจะสู้อย่างไรก็ไม่อาจชนะ

“ศิษย์พี่หญิงอย่างเพิ่งหัวเสีย ถ้าหากเป็นเจ้ากับข้าแบ่งดอกบัวฝันหวานกันล่ะ ว่าอย่างไร?”

เสียงร่าเริงดังขึ้น เหว่ยเป่าไหลปรากฏตัวข้างอันซือจี้ ชี้พัดกระดาษในมือตรงหัวอันซือจี้

เห็นได้ชัดว่ามันเป็นเพียงพัดกระดาษ แต่ในขณะนี้มันกลับเหมือนกระบี่ไร้เทียบเคียงที่เปล่งประกายความคม

อันซือจี้ขมวดคิ้ว สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ดาบยาวเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือและฟันไปทางพัดกระดาษ

“เคร้ง!”

เสียงเหล็กปะทะกันดังขึ้น เหว่ยเป่าไหลเซไปเล็กน้อย อันซือจี้ได้รับผลกระทบเช่นกัน เขาหยุดชะงักและมองดอกบัวฝันหวานในมือซ้าย

“เวิ้ง!”

ดอกบัวฝันหวานเหมือนเห็นโอกาสจึงปล่อยจิตใจโจมตีไปยังบริเวณโดยรอบอีกครั้ง

การโจมตีจิตใจนี้เป็นผลจากการสะสมพลังของดอกบัวฝันหวาน อันซือจี้ทั้งสามหยุดนิ่งอย่างไม่เต็มใจ ในแววตาเต็มไปด้วยการดิ้นรน

ดอกบัวฝันหวานใช้โอกาสดำลงพื้นดินกลางวงล้อมทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็หายตัวไป

“ฟึบ!”

เฉินเฟยมาถึงจุดที่ดอกบัวฝันหวานหายไป คลื่นการโจมตีจิตใจยังคงอยู่ทั่วบริเวณ แต่มันไม่ส่งผลต่อเฉินเฟย

รายละเอียดบนพื้นแวบเข้ามาในใจ ร่างเฉินเฟยวูบไหวออกไปไกลสิบหมี่ ใช้กำลังมหาศาลแล้วแทงกระบี่ลงพื้น

“ปัง!”

พื้นดินระเบิดออก ดอกบัวฝันหวานกระเด็นออกจากพื้น

แม้จะเป็นวัตถุจิตวิญญาณแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่พ้นจากพื้นดิน ความพยายามของดอกบัวฝันหวานจบลงด้วยความล้มเหลว

“ระดับบ่มเพาะต่ำขนาดนี้ยังกล้ามาปล้นอีก กลับมานี่ซะ!”

อันซือจี้ยิ้มเยาะเย้ยเมื่อเห็นเฉินเฟยปรากฏตัว คนที่เข้าดินแดนลับล้วนมีกล้าจริงๆ ขนาดระดับขัดเกลาไขกระดูกยังกล้าเข้ามา

ความมั่งคั่งขับเคลื่อนหัวใจคน แต่ต้องดูด้วยว่าตัวเองมีความสามารถคว้ามันมาหรือไม่

อันซือจี้ฟันดาบปิดล้อมสี่ทิศ ลมปราณดุร้ายพุ่งออกไปหมายจะฆ่าระดับขัดเกลาไขกระดูกที่มั่นใจตัวเองเกินไป

“เคร้ง!”

โล่กระบี่ปรากฏขึ้นและทำลายดาบลง เฉินเฟยออกแรงส่งตัวเองไปหาดอกบัวฝันหวานแล้วคว้ามันไว้

ดอกบัวฝันหวานใช้การโจมตีจิตใจและสูญเสียต้นกำเนิดจนหมดแล้ว มันไม่เหลือพลังอีกต่อไปทำให้โดนเฉินเฟยจับตัวอย่างง่ายดาย

เฉินเฟยกระตุ้นพลังภายในถ่ายใส่ต้นกำเนิดดอกบัวฝันหวาน เมื่อไร้ซึ่งเรี่ยวแรงดอกบัวฝันหวานจึงไม่อาจตอบสนองต่อพลังภายในที่เฉินเฟยถ่ายเทเข้ามา

ร่างของมันสั่นเล็กน้อยก่อนจะถูกกำจัดสติปัญญาออกไป สุดท้ายอสูรทรงพลังอย่างดอกบัวฝันหวานก็ตายลง ก่อนหน้านี้เฉินเฟยคิดว่าดอกบัวฝันหวานจะไร้เทียมทานในระดับปรับแต่งร่างกาย ผลลัพธ์ช่างคาดเดาไม่ได้จริงๆ

หากมีอาวุธหนักแต่อ่อนแอกว่า สถานการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น

วัตถุวิญญาณเป็นแบบนั้น นักยุทธ์เป็นแบบนั้น แม้แต่ทุกสิ่งในโลกก็เป็นแบบนั้น

“ทิ้งดอกบัวฝันหวานซะ!”

พอเห็นเฉินเฟยเคลื่อนไหว เหว่ยเป่าไหลก็เบิกตากว้าง ร่างกายวูบไหวไล่ตามเฉินเฟยไป

ดอกบัวฝันหวานอันนี้ถูกมองว่าเป็นของรักของหวงสำหรับพวกเขาสามคนนานแล้ว เฉินเฟยที่อยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกปรากฏตัวออกมาแบบนี้เป็นเพียงการยั่วยุขอความตาย!

“ศิษย์น้อง ดอกบัวฝันหวานอันนี้หาไม่ง่ายเลย ทำไมไม่มอบให้ศิษย์พี่หญิงเล่า?”

ต้วนหยิงเฟิ่งหัวเราะเบา เสียงแผ่วเบาดังไปถึงหูเฉินเฟลและพยายามปลุกเร้าบางสิ่ง แต่ในเวลานี้เฉินเฟยสงบราวกับน้ำแข็ง ไม่มีสิ่งใดปลุกเร้าเขาได้

“เคร้ง!”

โล่กระบี่ปรากฏขึ้นป้องกันพัดกระดาษของเหว่ายเป่าไหล เฉินเฟยใช้ประโยชน์จากแรงนี้ส่งตัวเองไปข้างหน้า

ท่าร่างทั้งสี่ใกล้เคียงกัน ส่วนพลังต่อสู้นั้นอันซือจี้แข็งแกร่งสุด เฉินเฟยไม่มั่นใจว่าการเผชิญหน้าแบบตัวต่อตัวจะชนะได้

แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องต่อสู้ตัวต่อตัวเพื่อคว้าดอกบัวฝันหวาน เฉินเฟยเพียงต้องนำดอกบัวฝันหวานออกไป ต่อจากนี้มันขึ้นอยู่กับว่าใครเร็วว่ากันแล้ว

ทั้งสี่ไล่ตามกันไป เฉินเฟยทำหูหนวกใส่เสียงตะโกนจากด้านหลัง ตราบใดที่ไม่โดนทั้งสามล้อมก็ไม่มีปัญหา

เฉินเฟยรับรู้สภาพแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา อันตรายแท้จริงยังไม่ผ่านไป เขาไม่ได้หมายถึงสามคนด้านหลังแต่เป็นหนูปฐพีที่โดนเซียวหลี่หลิงโยนทิ้งไป มันต่างหากที่เป็นอันตรายแท้จริง

“เวิ้ง!”

ทันใดนั้นเคล็ดพันต้นกำเนิดหมุนเวียนเร็วขึ้น รู้สึกได้ถึงอันตรายมาจากระยะไกลกำลังใกล้เข้ามา เพียงพริบตาเดียวหัวใจเฉินเฟยก็เต้นรัว