“เฉินเฟยบอกว่าอย่างไร?”
ภายในบ้านของสำนักกระบี่เรอ่มดวงดาว ฟานจงเจิ้งกำลังจับพู่กันเขียนอักษะ เมื่อเห็นเฉียนกวงจี๋จึงวางพู่กันลง
“ไม่คิดขาย เขาจะไม่แลกโอสถทะลวงทวารหากไม่ได้เข้าบ่อหยวนหลิงของตระกูลอู๋สองวัน” เฉียนกวงจี๋ส่ายหัวและเล่าเรื่องราวตอนคุยกับเฉินเฟย
“บ่อหยวนหลิงสองวัน ช่างกล้าพูด!”
ฟานจงเจิ้งส่งเสียงฮึเย็นชา หยิบถ้วยชาด้านข้างขึ้นดื่มในอึกเดียวแล้วขมวดคิ้ว
ฟานจิงเจิ้งอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุด เขาเข้าร่วมการทดสอบศิษย์แท้จริงในครั้งนี้เช่นกัน น่าเสียดายที่ล้มเหลวในการทดสอบสุดท้ายจึงเสียคุณสมบัติศิษย์แท้จริง
ฟานจงเจิ้งไม่เต็มใจยอมแพ้ ฝึกหนักมาหลายปีจนตอนนี้อยู่หน้าประตูระดับขัดเกลาทวารแล้ว อีกเพียงก้าวเดียวก็เป็นอนาคตอันสดใส สถานะจะแตกต่างโดยสิ้นเชิง
แต่ถ้าก้าวข้ามประตูนี้ไม่ได้ก็จะติดอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในตลอดชีวิต แม้มันไม่แย่นักเมื่อเทียบกับคนธรรมดา แต่ฟานจงเจิ้งจะยอมให้เป็นแบบนั้นได้อย่างไร
ฟานจงเจิ้งไม่กล้าทะลวงอย่างบุ่มบ่ามเพราะความยากลำบากมากมาย หากทำผิดพลาดแล้ว การจะได้โอกาสที่สองนั้นไม่ง่ายเลย
ดังนั้นฟานจงเจิ้งจึงต้องการใช้ทุกสิ่งเพิ่มโอกาสในการก้าวหน้า และโอสถทะลวงทวารเป็นหนึ่งในนั้น
ในการทดสอบศิษย์แท้จริงครั้งนี้ เฉินเฟยนั้นสะดุดตาอย่างไม่ต้องสงสัย เขาได้รับป้ายเหล็กห้าอันและผ่านการทดสอบมรดกแท้จริงด้วยระดับขัดเกลาไขกระดูก
เมื่อเขาผ่านการทดสอบจิตใจของสำนัก ผลประโยชน์สำหรับศิษย์แท้จริงจะตกเป็นของเฉินเฟย ซึ่งในนั้นมีโอสถทะลวงทวารด้วย
การทดสอบจิตใจของสำนักพูดได้ยาก โดยปกติแล้วจะไม่ง่ายเกินไป ไม่อย่างนั้นสำนักคงไม่สร้างการทดสอบนี้ แต่จะบอกว่าง่ายมันก็ง่าย
ฟานจงเจิ้งเข้าทดสอบจิตใจเช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินความภักดีต่อสำนัก ตราบใดที่ไม่ใช่สายลับจากสำนักอื่นหรือมีความเอนเอียงก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
พูดได้ว่าเฉินเฟยได้รับโอสถทะลวงทวารแน่นอน
ส่วนโอสถทะลวงทวารของศิษย์แท้จริงคนอื่น แน่นอนว่าไม่มีใครขาย ตามสามัญสำนึกแล้วเฉินเฟยไม่ขาย โอสถทะลวงทวารในมือแน่
แต่ใครให้เฉินเฟยมีระดับบ่มเพาะต่ำล่ะ นั่นทำให้ผู้คนจึงคิดถึงเรื่องนี้ได้ง่าย การปล้นไม่อาจทำได้อยู่แล้ว แต่หากใช้ทรัพยากรแลกเปลี่ยนจะทำไม่ได้หรือ?
“คนมากมายกำลังจับตามองโอสถทะลวงทวารเม็ดนี้อยู่”
ฟานจงเจิ้งมองเฉียนกวงจี๋แล้วพูดเสียงทุ้ม “เจรจาตามมารยาทแล้วจึงใช้กำลัง ในเมื่อเฉินเฟยไม่อยากแลกเปลี่ยนเราก็ต้องใช้วิธีอื่น อย่างไรแล้วเรื่องนี้ได้รับอนุญาตตามกฎสำนัก”
“มันเป็นเรื่องธรรมดา ถึงเราไม่ทำคนอื่นก็ทำอยู่ดี ขึ้นอยู่กับว่าใครมีวิธีดีกว่า” เฉียนกวงจี๋พูดด้วยรอยยิ้ม
ห่างออกไปไม่กี่ลี้ ในลานบ้านเฟิงซิวผู่ เฉินเฟยกับเฟิงซิวผู่นั่งอยู่รอบโต๊ะหิน
“ศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายจะถูกคัดออก?” เฉินเฟยพูดอย่างประหลาดใจ
“อันดับสุดท้ายจะถูกคัดออก? พูดแบบนั้นก็ไม่ผิด” เฟิงซิวผู่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
เฉินเฟยไตร่ตรอง ด้วยคำพูดของเฉียนกวงจี๋ เฉินเฟยจึงมาหาเฟิงซิวผู่เพื่อดูว่ามีอะไรพิเศษเกี่ยวกับศิษย์แท้จริงหรือไม่ ผลคือเขาได้รู้เรื่องกฎนี้
หากต้องการเป็นศิษย์แท้จริงจะต้องมีอายุไม่เกินสามสิบ เมื่อพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้าถึงระดับสมบูรณ์ หลังผ่านการทดสอบสองรอบของสำนักจึงจะได้รับมรดกแท้จริง
แต่หลังเป็นศิษย์แท้จริง แม้จะได้รับประโยชน์มากมายแต่ใช่ว่าไม่มีเรื่องต้องกังวล
เพื่อให้ศิษย์แท้จริงรักษามีความรู้สึกแข่งขันเพียงพอ นอกจากการแบ่งผลประโยชน์ของศิษย์แท้จริงเป็นสามหกเก้าขั้น มันยังมีกฎโหดร้ายกว่านั้นคือศิษย์แท้จริงที่อยู่ในอันดับสุดท้าย ทุกหกเดือนต้องยอมรับการท้าทายจากศิษย์ภายใน
แน่นอนว่ามีเพียงผู้ท้าทายเพียงคนเดียวที่ได้รับการยอมรับและไม่มีการสู้แบบวงล้อ เวลาครึ่งปีเป็นการคุ้มครองสำหรับศิษย์แท้จริงคนใหม่เพื่อให้มีเวลาฝึกฝนวิชามรดก
หากศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายยอมรับการท้าทายและป้องกันล้มเหลวก็จะเสียตำแหน่งศิษย์แท้จริง นอกจากวิชาแท้จริงที่ได้รับซึ่งสามารถฝึกฝนต่อไปได้ ทรัพยากรอื่นจะกลายเป็นของศิษย์ภายใน
ศิษย์ภายในที่ท้าทายสำเร็จจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นศิษย์แท้จริงและเพลิดเพลินไปกับทรัพยากรที่ควรได้รับ
“เช่นนั้นมีคนใช้ช่องโหว่หรือไม่ ข้าชนะหนึ่งเจ้าชนะหนึ่งเพื่อให้ทุกคนได้วิชาแท้จริง?”
เฉินเฟยถามด้วยความสงสัย อันดับสุดท้ายถูกคัดออก วิธีนี้ใช้ได้จริง แต่เขาคิดว่ามันมีช่องโหว่อยู่
“หากท้าทายสำเร็จจะได้เพลิดเพลินกับทรัพยากรของศิษย์แท้จริง แต่ถ้าต้องการวิชามรดกจะต้องติดอันดับหนึ่งในสิบของศิษย์แท้จริง”
เฟิงซิวผู่ส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์ภายในที่มีคุณสมบัติท้าทายจะต้องผ่านการทดสอบจิตใจและต้องมีอายุต่ำกว่าสามสิบปี นี่เป็นกฎที่เข้มงวด ในการท้าทายศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้าย ทั้งสองฝ่ายต้องมีระดับเท่ากัน ผู้ท้าทายต้องจ่ายค่าผลงานหนึ่งหมื่นคะแนน ใครเป็นผู้ชนะจะได้รับไป”
เฉินเฟยพยักหน้า คนที่จะท้าทายเขาอาจเป็นศิษย์ที่เข้าร่วมในการทดสอบมรดกแท้จริงแต่ล้มเหลว
สำนักไม่มีการค้ำยันตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นของศิษย์เหล่านี้ แต่กลับเหลือช่องว่างเอาไว้ให้
เพียงแค่ต้องพิสูจน์ว่าแข็งแกร่งพอ อันดับแรกเอาชนะศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายเพื่อรับทรัพยากรแท้จริง จากนั้นสู้ต่อไปจนถึงสิบอันดับแรกเพื่อรับวิชามรดก
ตราบใดที่แข็งแกร่งเพียงพอก็จะได้รับสิ่งที่สูญเสียไปกลับคืนมา
บางครั้งโชคก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทดสอบมรดกแท้จริงในดินแดนลับ การรวมกลุ่มกันย่อมมีความสำคัญเช่นกัน สำนักจะขจัดปัจจัยเหล่านี้และให้ใช้เพียงพลังของตัวเองพิสูจน์ว่าคู่ควรกับตำแหน่งศิษย์แท้จริงหรือไม่
ในเวลาเดียวกันยังช่วยให้ศิษย์ที่กลายเป็นศิษย์แท้จริงกระตือรือร้นเสมอ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ยุติธรรมเกินไปที่จะโดนคนอื่นทุบตีทันทีหลังกลายเป็นศิษย์แท้จริง
แน่นอนว่าการท้าทายต้องใช้ค่าผลงานเยอะ หากศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายป้องกันสำเร็จก็จะได้รับผลประโยชน์
“ข้ายังไม่ได้บอกเจ้าอีกเรื่องหนึ่ง หลังเจ้ากลายเป็นศิษย์แท้จริง เจ้าจะถูกจัดให้อยู่อันดับสุดท้ายในเดือนแรกเนื่องจากระดับบ่มเพาะ แต่ในบรรดาคนที่มีระดับเท่ากัน ข้าเชื่อว่าไม่มีใครในสำนักชนะเจ้าได้”
เฟิงซิวผู่มองเฉินเฟยด้วยความภูมิใจ “เมื่อแข็งแกร่งจนถึงระดับหนึ่ง การร่วมมือและแผนการล้วนเป็นของไร้ค่า”
กัวหลินซานได้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นในดินแดนลับให้เฟิงซิวผู่แล้ว จากการประเมิณของเฟิงซิวผู่ เฉินเฟยในเวลานี้สามารถชนะระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นกลาง
ตอนนี้เฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก แม้จะทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นต้น ผู้ท้าทายจะอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นต้นเท่านั้น ดังนั้นไม่มีอะไรต้องกังวล
ดังนั้นเฟิงซิวผู่จึงไม่บอกเรื่องกฎของศิษย์แท้จริงให้ฟังเพราะเขามั่นใจในตัวเฉินเฟย
ในความคิดของเฟิงซิวผู่ เฉินเฟยต้องออกเดินทาง ตอนนี้สิ่งเดียวที่รั้งเฉินเฟยไว้คือเวลาในการเติบโต สิ่งที่เฟิงซิวผู่ต้องทำคือสนับสนุนการเติบโตของเฉินเฟยในช่วงเวลานี้
“เช่นนั้นวันนี้ศิษย์ควรไปรับการทดสอบจิตใจเลยหรือไม่?”
เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้หลังจากได้คำตอบที่ต้องการ เช่นเดียวกับเฟิงซิวผู่ที่มั่นใจในตัวเฉินเฟย เฉินเฟยไม่ใส่ใจผู้ท้าทายระดับเดียวกันเลย
“ไปเถอะ จงเป็นศิษย์แท้จริงและเพลิดเพลินกับทรัพยากรเหล่านั้นโดยเร็วที่สุด” เฟิงซิวผู่พูดด้วยรอยยิ้ม
“ขอรับ ศิษย์ขอตัวลา!”
เฉินเฟยยืนขึ้นกุมมือ เฟิงซิวผู่พยักหน้ามองเฉินเฟยจากไป
จะมีการแข่งขันกันระหว่างศิษย์แท้จริง ด้วยความสัมพันธ์ทางผลประโยชน์นี่จึงเป็นข้อกำหนดพิเศษในสำนัก เฟิงซิวผู่ตั้งตารอดูการเลื่อนอันดับของเฉินเฟย สุดท้ายเขาจะไปถึงอันดับต้นของรายชื่อศิษย์แท้จริง จากนั้นเข้าสู่ระดับขัดเกลาทวาร
ใช่แล้ว ตอนนี้เฟิงซิวผู่มั่นใจในตัวเฉินเฟยเต็มเปี่ยม
เมื่ออายุไม่ใช่ปัญหา ข้อดีในด้านความเข้าใจของเฉินเฟยก็สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน แม้เฉินเฟยไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่ความเข้าใจของเขาน่าทึ่งมาก ไม่มีศิษย์แท้จริงคนไหนในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวสามารถแข่งกับเขาได้
เฉินเฟยออกจากบ้านเฟิงซิวผู่และไปที่ห้องโถงสืบทอด ผ่านไปสักพัก เขาเห็นห้องโถงอันงดงามอยู่บนเนินเขา
ในห้องโถงสืบทอดมีคนไม่มาก มีเพียงคนเดินเข้าออกไม่กี่คน คนเหล่านั้นประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเฉินเฟย เพราะเฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกซึ่งไม่สอดคล้องกับการมาที่นี่
แต่ทันใดนั้นบางคนก็จำการทดสอบมรดกแท้จริงครั้งนี้ได้ ในบรรดาคนเหล่านั้นมีศิษย์คนหนึ่งผ่านการทดสอบมรดกแท้จริงด้วยระดับขัดเกลาไขกระดูก
“ชายคนนี้คงเป็นเฉินเฟย จุ๊จุ๊ ศิษย์แท้จริงระดับขัดเกลาไขกระดูก แค่คิดก็อิจฉาแล้ว” เสียงกระซิบดังมาจากด้านข้าง
“น่าอิจฉายิ่งนัก แต่ศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายต้องรับการท้าทายจากผู้อื่น ไม่รู้ว่าเขาจะป้องกันได้หรือไม่”
“ทำได้อยู่แล้ว ข้าใช้ช่องทางพิเศษแล้วพบว่าเฉินเฟยแข็งแกร่งมาก ศิษย์พี่เจียวเซี่ยงหยวนยังชื่นชมเฉินเฟยมากและยังคิดว่าเขาสมควรได้รับตำแหน่งศิษย์แท้จริง”
“โอ้? ศิษย์พี่เจียวรู้จักเฉินเฟยขนาดนั้นเลยหรือ?” คนอื่นถามด้วยความประหลาดใจ
“ได้ยินมาว่าเขาร่วมต่อสู้ด้วยกันในดินแดนลับจึงได้เห็นกับตา”
“หลายคนจับจ้องตำแหน่งศิษย์แท้จริงของเฉินเฟย ทุกคนต่างสงสัยว่าเมื่อไหร่เฉินเฟยจะมาทดสอบจิตใจ หากเป็นอย่างที่เจ้าพูดจริง คนเหล่านั้นคงต้องผิดหวังแล้ว”
“ระดับขัดเกลาไขกระดูกยังพูดว่าง่ายได้ แต่พอเฉินเฟยไปถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน พวกมือดีระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นต้นนั้นมีไม่น้อยเลย นี่ยังรวมถึงศิษย์น้องบางคนที่ไม่ผ่านการทดสอบครั้งนี้ด้วย ในระดับนี้คงไม่ง่ายแบบนั้น”
เสียงพูดคุยรอบตัวดังไปถึงหูเฉินเฟย เฉินเฟยยิ้มเล็กน้อยและไม่สนใจ เขาตรงไปหาศิษย์ดูแลในห้องโถงแล้วมอบป้ายเหล็กของตัวเองให้
“มาทดสอบจิตใจหรือ?” ศิษย์ดูแลมองป้ายเหล็กเฉินเฟย พอจำตัวตนของเฉินเฟยได้จึงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ใช่ ไม่ทราบว่าต้องทดสอบอย่างไร?” เฉินเฟยพยักหน้า
“โปรดตามข้ามา”
ศิษย์ดูแลลงทะเบียนและพาเฉินเฟยไปที่ด้านหลังห้องโถงสืบทอด เฉินเฟยเห็นบอลเหล็กขนาดใหญ่ในลานด้านหลังทันที
“นี่คือลูกปัดหลอมจิต วางมือไว้บนนี้จะสามารถเริ่มทดสอบ” ศิษย์ดูแลแนะนำอาวุธวิญญาณอันนี้
เฉินเฟยเดินเข้าไปดูอย่างสงสัย ลมปราณจากลูกปัดหลอมจิตนี้ค่อนข้างคล้ายกับลูกปัดจิตใจ แต่มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งและวางมือบนลูกปัดหลอมจิตอย่างระมัดระวัง ชั่วขณะต่อมา เฉินเฟยเหมือนโดนสายฟ้าฟาด จิตใจเฉินเฟยเริ่มชาและสูญเสียการรับรู้สิ่งรอบตัวไป
ขณะที่กำลังสับสน เฉินเฟยได้ยินเสียงเรียกตัวเอง เขาพยายามลืมตาขึ้นจนเห็นกลุ่มคนรอบตัว และบางคนกำลังเขี่ยโทรศัพท์อย่างกระวนกระวาย
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved