ตอนที่ 192 รอไม่ไหวแล้ว

“เฉินเฟยยอมรับการท้าทายจริงๆ”

ภายในบ้าน สีหน้าเฉียนกวงจี๋เต็มไปด้วยความภูมิใจ “ที่ส่งคนไปสร้างเรื่องก่อนหน้านี้เป็นแค่ตัวนำร่อง ยังเหลือแผนสำรองอีกมากที่ยังไม่ได้เริ่มทำ แต่กลายเป็นว่าเฉินเฟยทนไม่ไหวเสียแล้ว เขายังอายุน้อยนัก”

“เขาทำใจไม่ได้หรือไงถึงต้องให้เวลาตัวเองหนึ่งเดือน?”

ใบหน้าฟานจงเจิ้งปรากฏรอยยิ้ม ก่อนหน้านี้วางแผนมากมายเพราะกลัวว่าเฉินเฟยจะทำตัวไม่สนใจโลกภายนอกเหมือนเมื่อปีก่อน ดังนั้นพวกเขาจึงยังไม่ได้ลงมือทำอะไรจริงจัง

แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นกลับคาดไม่ถึง เพียงส่งคนไปปลุกปั่นให้เกิดการโต้แย้งแต่ได้ผลดียิ่ง เฉินเฟยไม่ทนไหวและยอมรับการท้าทาย

“ฮ่าฮ่าฮ่า หนึ่งเดือนนานแค่ไหนกันเชียว หรือเฉินเฟยต้องการเข้าใจวิชามรดกแท้จริงภายในหนึ่งเดือน? ไร้สาระสิ้นดี!”

เฉียนกวงจี๋หัวเราะเสียงดัง วิชามรดกแท้จริงลึกลับอย่างยิ่ง ตามข้อมูลที่เฉียนกวงจี๋รวบรวม ศิษย์แท้จริงส่วนใหญ่ใช้เวลาครึ่งปีในการเริ่มต้นวิชามรดกแท้จริง ซึ่งมันหากจากการเชี่ยวชาญมากนัก

มีเพียงผู้มีความสามารถน่าทึ่งแท้จริงที่เชี่ยวชาญวิชามรดกแท้จริงในครึ่งปีจนใช้พลังยิ่งใหญ่ได้

เฉินเฟยคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?

“อย่างประมาทดีกว่า จากข้อมูลที่ได้มา ทักษะธนูของเฉินเฟยทรงพลังมาก ทุกคนที่เห็นในดินแดนลับต่างชื่นชม ข้าได้ยินมาว่าเขาคุกคามระดับขัดเกลาอวัยวะภายในได้ด้วย”

ฟานจงเจิ้งหุบยิ้ม แม้จะคิดเสมอว่าเฉินเฟยอาศัยโชคผ่านการทดสอบแท้จริง แต่พอถึงเวลาสู้จริงก็จำเป็นต้องทุ่มสุดตัว

“ทักษะธนูจะสร้างผลลัพธ์ได้ดีในพื้นที่โล่ง ได้ยินมาว่าท่าร่างเฉินเฟยไม่ธรรมดาเช่นกัน เป็นเรื่องปกติที่รวมทั้งสองเข้าด้วยกันแล้วจะสร้างชื่อเสียงในดินแดนลับ”

เฉียนกวงจี๋พยักหน้า “แต่สนามประลองมีพื้นที่จำกัดซึ่งเป็นการยากที่จะใช้ทักษะธนู หากเข้าประชิดตัวได้ทักษะธนูของเฉินเฟยจะถูกทำลาย!”

“นักธนูทุกคนฝึกสู้ระยะประชิดได้ ทักษะกระบี่ของเฉินเฟยควรดีเช่นกัน เราต้องป้องกันเรื่องนี้ด้วย!” ฟานจงเจิ้งเตือน

“แน่นอนอยู่แล้ว ต้องใช้ทุกอย่างที่มีและไม่เปิดโอกาสใส้เฉินเฟย ปัญหาที่ต้องแก้ไขในตอนนี้คือทำอย่างไรให้เฉินเฟยยอมใช้โอสถทะลวงทวารเดิมพัน!”

เฉียนกวงจี๋พูดเสียงต่ำ การท้าทายคือท้าทายตำแหน่งศิษย์แท้จริง แต่โอสถทะลวงทวารไม่ได้อยู่ในสิ่งนี้ มันเป็นสิ่งของของเฉินเฟยโดยสมบูรณ์

“ใช้สิ่งของตามแผนเป็นเดิมพันแล้วกระตุ้นให้เขาเดิมพัน! ในเมื่อเขาทนคำกระตุ้นไม่ได้ ถ้าเขาไม่เห็นด้วยก็ใช้คำพูดยั่วยุต่อไป!” ฟานจงเจิ้งพูอย่างเคร่งขรึม

“ตกลง!” เฉียนกวงยิ้ม

ไม่ใช่แค่ฟานจงเจิ้งทั้งสองเท่านั้นที่จับจ้องตำแหน่งศิษย์แท้จริงและโอสถทะลวงทวารของเฉินเฟย ศิษย์ภายในอีกมากจับจ้องมันเช่นกัน

ข่าวลือเหล่านั้นไม่ได้มาจากฝ่ายฟานจงเจิ้งอย่างเดียว มีอีกหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องนี้ด้วย ส่วนจุดประสงค์ก็เพื่อกระตุ้นเฉินเฟย

สุดท้ายเฉินเฟยทนไม่ไหว แม้จะไม่ใช้ความพยายามมากนักแต่ก็ทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องมีความสุข

การท้าทายตอนนี้ต่างจากการท้าทายในอีกครึ่งปีแน่นอน ไม่ว่าในใจพวกเขาจะดูถูกเฉินเฟยมากแค่ไหน แต่พอพูดถึงการท้าทายพวกเขาจะทุ่มสุดตัว

ตอนนี้ความยากในการท้าทายลดลงซึ่งถือเป็นเรื่องดี

พวกเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อม รอเวลาอีกหนึ่งเดือนแล้วค่อยลากเฉินเฟยลงมาจากตำแหน่งศิษย์แท้จริง!

ภายในบ้านครึ่งทางขึ้นยอดเขาสืบทอด

หลังเฉินเฟยให้เก่อหงเจี๋ยกระจายข่าว เขาก็ไม่สนใจการเปลี่ยนแปลงในโลกภายนอกอีกต่อไปและใช้เวลาไปกับการฝึกกระบี่จ้งหยวน

น้ำตกทิวทัศน์ที่มนุษย์สร้างนั้นใช้ได้จริง ในเวลานี้เฉินเฟยกำลังนั่งอยู่ใต้น้ำตกเล็ก ด้วยแรงกระทบของกระแสน้ำเล็ก ความเข้าใจกระบี่จ้งหยวนปรากฏในใจ

หากคนนอกเห็นการกระทำของเฉินเฟยในขณะนี้คงรู้สึกแปลกใจ กระแสน้ำเล็กไหลจากด้านบนลงหัวเฉินเฟย ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่สอดคล้อง

โชคดีที่ไม่มีคนนอกอยู่ด้วย เฉินเฟยจดจ่อกับการรับความเข้าใจกระบี่จ้งหยวน และพลังภายในของเขายังเริ่มเปลี่ยนไป

พลังภายในที่ได้จากการฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ด้วยการฝึกกระบี่จ้งหยวน พลังภายในจึงเริ่มหนาขึ้น

เฉินเฟยไม่ได้สังเกตสิ่งนี้และจดจ่ออยู่กับการบ่มเพาะ วันเวลาอันแสนคุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง การหลอมโอสถและการบ่มเพาะเป็นสิ่งที่เฉินเฟยทำทุกวัน แต่เขาไม่ได้ไม่ชอบแถมยังสนุกไปกับมัน

ใครก็ตามที่รู้ว่าความแข็งแกร่งของตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องคงไม่มีข้อตำหนิกับการใช้ชีวิตแบบนี้ ผู้คนบ่นเพราะแม้จะทำงานหนักแต่ยังยืนอยู่จุดเดิม หรือบางทีอาจเดินถอยหลังด้วยซ้ำ

สิบห้าวันต่อมา กระบี่จ้งหยวนบทขัดเกลาอวัยวะภายในถึงระดับเชี่ยวชาญ ตอนที่ก้าวเข้าสู่ระดับนี้พลังภายในเฉินเฟยได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

เฉินเฟยรู้สึกได้ถึงพื้นผิวพลังภายในราวกับว่าอากาศมีน้ำหนักของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนสุดในพื้นผิวนี้คือในช่วงเวลาฝึกฝนจะสามารถขับเคลื่อนปราณหยวน

ในการบ่มเพาะก่อนหน้านี้ปราณหยวนโดยรอบจะถูกดึงเข้าร่างกายเพียงเล็กน้อยและผลที่ได้ยังอ่อนมาก ดังนั้น การเพิ่มความเข้มข้นปราณหยวนโดยรอบจะสามารถเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะ

ตอนนี้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีปราณหยวน ความเร็วในการบ่มเพาะของเฉินเฟยจึงเพิ่มขึ้นอีกราวกับพลังภายในส่งผลต่อการดูดซับปราณหยวน

นอกจากเร่งการบ่มเพาะและเสริมสร้างพลังภายใน ท่าร่างของเฉินเฟยยังดีขึ้นมาก เหมือนกับว่าพลังภายในได้รับการขัดเกลาแต่ก็ต่างจากการขัดเกลา

เฉินเฟยยืนอยู่ที่ลานบ้าน ขยับกระบี่ยาวในมือเล็กน้อยแล้วปักลงดินตรงหน้า

ช่วงเวลาต่อมา แรงถ่วงซึ่งมีศูนย์กลางจากจุดกระบี่ยาวปักลงแผ่ออกไปทุกทิศทาง ทุกสิ่งในระยะสิบหมี่จะได้รับผลจากแรงถ่วง

นี่คือกระบี่จ้งหยวนบทขัดเกลาอวัยวะภายใน สามารถใช้กระบี่ยาวเป็นจุดศูนย์กลางในการครอบคลุมทุกทิศ เฉินเฟยยังสามารถใช้ตัวเองเป็นตัวเชื่อมต่อให้วงแรงถ่วงเคลื่อนที่ไปพร้อมกัน

วงแรงถ่วงใหญ่สุดอยู่ที่สิบหมี่และเล็กสุดสามารถรวมไว้ที่กระบี่ นี่เป็นพลังโจมตีแข็งแกร่งที่สุดของกระบี่จ้งหยวนในตอนนี้

ส่วนวิธีใช้งานขึ้นอยู่กับผู้ใช้

เฉินเฟยพยักหน้าด้วยความพอใจแล้วดึงกระบี่ยาวขึ้นจากพื้น กระบี่จ้งหยวนระดับเชี่ยวชาญสามารถคุกคามระดับอวัยวะภายในได้แล้ว โดยเฉพาะตอนรวมพลังทั้งหมดไว้ที่กระบี่ พลังของมันน่าทึ่งนัก

นี่ยังเป็นแค่ระดับเชี่ยวชาญ หลังฝึกฝนเสร็จพลังของกระบี่จ้งหยวนจะเพิ่มขึ้นอีก เฉินเฟยเฝ้ารอสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเขาชำนาญกระบี่จ้งหยวนบทขัดเกลาอวัยวะภายในถึงระดับรู้แจ้ง

วันเวลาผ่านไป สิบห้าวันผ่านไปในพริบตา กระบี่จ้งหยวนถึงระดับสมบูรณ์

ความเร็วในการฝึกกระบี่จ้งหยวนค่อนข้างเกินความคาดหมายของเฉินเฟย เดิมทีคิดว่าสามารถฝึกกระบี่จ้งหยวนบทขัดเกลาอวัยวะภายในถึงระดับรู้แจ้งได้ในหนึ่งเดือน

แต่สิ่งนี้ไม่สำคัญ อย่างมากแค่ไปจัดการคนที่เข้ามาท้าทายแล้วค่อยกลับไปฝึกต่อ

ผู้ท้าทายพวกนั้นไม่เคยอยู่ในสายตาเฉินเฟยเลย เฉินเฟยมองแค่ศิษย์แท้จริงคนอื่นบนยอดเขาสืบทอด

ไม่ใช่ศิษย์แท้จริงของรอบนี้แต่เป็นศิษย์จากปีก่อน มีศิษย์แท้จริงมากว่าเก้าสิบคน เฉินเฟยอยากรู้นักว่าศิษย์แท้จริงในอันดับต้นแข็งแกร่งเพียงไหน

ในตอนเช้า ดวงอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาจากลานบ้าน

“เข้ามา”

เฉินเฟยนั่งอยู่บนม้านั่งหิน วันนี้คนกลุ่มหนึ่งจะมาที่นี่แน่นอน เฉินเฟยจึงรออยู่ที่ลานบ้านก่อนแล้ว

“แอ๊ด!”

ประตูไม้ของลานบ้านถูกเปิดออกจนเกิดเสียงไม้เสียดสี เฉียนกวงจี๋เดินเข้ามาและมองเฉินเฟยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ศิษย์น้องเฉิน เราพบกันอีกแล้ว ข้ายังไม่ได้แสดงความยินดีที่เจ้าเป็นศิษย์แท้จริงเลย!” เฉียนกวงจี๋กุมมือพูดด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

“เชิญนั่ง รอให้คนอื่นมาก่อน”

เฉินเฟยผายมือซ้าย เฉียนกวงจี๋พยักหน้านั่งบนม้านั่งหิน เฉียนกวงจี๋ไม่คิดว่าวันนี้จะมีแค่ตัวเองคนเดียวอยู่แล้ว ศิษย์ภายในคนอื่นที่จับจ้องตำแหน่งศิษย์แท้จริงเฉินเฟยจะมาที่นี่เช่นกัน

ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ ผู้คนเริ่มมาถึง

พวกเขามองหน้ากันโดยรู้จุดประสงค์ของกันและกันโดยปริยาย

ครึ่งชั่วยามต่อมา ในลานบ้านมีคนนั่งอยู่เก้าคน

เฉินเฟยรออีกครู่หนึ่ง เมื่อเห็นไม่มีใครมาอีกจึงเดินไปปิดประตู หันกลับมามองทั้งเก้าคนที่ลานบ้าน หลายคนเข้าร่วมในการทดสอบครั้งนี้และเฉินเฟยคุ้นเคยกับพวกเขาดี

แต่พวกเขาส่วนใหญ่ไม่ได้คุ้นเคยด้วย ดูจากลมปราณแล้วพวกเขาอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นกลาง เฉินเฟยยังรับรู้ได้ว่าคนเหล่านี้กำลังข่มระดับไม่ให้ก้าวหน้าต่อ

เฉินเฟยยิ้มเล็กน้อย สำหรับตำแหน่งศิษย์แท้จริงนี้ หลายคนไม่ได้รอแค่เดือนเดียวแต่รอมานานแล้ว

จุดประสงค์คือหากมีศิษย์แท้จริงอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นต้น พวกเขาจะใช้ระดับในตอนนี้สู้ด้วยสักครั้ง

คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอศิษย์แท้จริงที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในอย่างเฉินเฟย นี่มันสวรรค์ประทานพรชัดๆ

“ไม่น่าจะมีใครแล้ว ข้ามาถึงที่นี่เป็นคนแรก ขอพูดก่อนได้หรือไม่?”

เมื่อเฉียนกวงจี๋เห็นเฉินเฟยปิดประตู เขายืนขึ้นและมองเฉินเฟย

“ไม่ต้องรีบ ให้ข้าพูดก่อนแล้วท่านค่อยพูดก็ได้”

เฉินเฟยเหลือบมองเฉียนกวงจี๋แล้วยิ้มเล็กน้อย มองคนอื่นและพูด “ศิษย์พี่รู้จุดประสงค์ของการมาที่นี่ดี ดังนั้นข้าจะแสดงความคิดก่อน”

เฉินเฟยหยุดชั่วขณะและพูดต่อ “ข้ายอมรับการท้าทายของพวกท่านได้ แต่มันต้องมีข้อต่อรองที่เทียบเท่ากับตำแหน่งศิษย์แท้จริงใช่ไหม?”

เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟยทั้งเก้าคนก็เงียบไป ทันใดนั้นมีคนหัวเราะเบา

เฉียนกวงจี๋ไม่พอใจที่เฉินเฟยห้ามเขาพูด แต่พอได้ยินคำพูดของเฉินเฟยเขาจึงหัวเราะออกมา รอยยิ้มเขาเต็มไปด้วยการเสียดสี

“ศิษย์น้องเฉินมั่นใจยิ่งนัก ก่อนจะมาข้ายังกังวลอยู่เลยว่าศิษย์น้องเฉินจะถอยกลับ ในเมื่อศิษย์น้องเฉินต้องการบางอย่าง นั่นย่อมเป็นเรื่องดี ได้ยินมาว่าศิษย์น้องเฉินกำลังรวบรวมวัตถุวิญญาณสำหรับกระบี่กึ่งวิญญาณอยู่ บังเอิญว่าข้ามีแก่นเหล็กอยู่พอดี เช่นนั้นให้ข้าท้าทายก่อนว่าอย่างไร?”

หลันหยุนเฟิงลุกขึ้น แร่สีดำปรากฏขึ้นในมือ สายตาบ่งบอกว่าพร้อมเคลื่อนไหว

หลันหยุนเฟิงอดใจรอรับตำแหน่งศิษย์แท้จริงไม่ไหวแล้ว!