ตอนที่ 169 มิตรภาพบอบบาง

เฉินเฟยไม่รู้สึกเขินอายที่ถูกอสูรกระต่ายเปิดโปง หากมันเชื่อจริง เฉินเฟยไม่รังเกียจที่จะฆ่ามันหลังได้รับป้ายเหล็ก

หากมันไม่เชื่อ สถานการณ์จะเป็นเหมือนเดิมและเฉินเฟยไม่ได้สูญเสียสิ่งใด

อย่างไรก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยอสูรกระต่ายไป เฉินเฟยมีความคิดเดียวกับเจียวเซี่ยงหยวนที่ไม่อยากเห็นนักยุทธ์กลุ่มหนึ่งถูกอสูรกระต่ายยึดร่างในไม่กี่วันแล้วมายืนอยู่ข้างหน้าพวกเขาและแกว่งกระบี่ใส่

อสูรกระต่ายเหมือนสัมผัสได้ถึงความคิดเฉินเฟย มันหยุดพูดและคอยเปลี่ยนทิศทางเพื่อสลัดเฉินเฟยให้หลุด

แต่สำหรับฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณระดับรู้แจ้งแล้ว การเปลี่ยนแปลทิศทางไม่ได้ทำให้เฉินเฟยหยุดชะงัก ดังนั้นมันจึงไม่อาจสลัดเฉินเฟยหลุด

หากไม่ใช่เพราะวิชาลับวิ่งทะยาน เฉินเฟยในเวลานี้ซึ่งได้รับผลกระทบน้อยลงอยากจะลองว่าสามารถยับยั้งกระต่ายได้โดยตรงหรือไม่

น่าเสียดายที่วิ่งทะยานเป็นการเรียนรู้โดยบังเอิญในอำเภอผิงหยินและ,uระดับตื้นเขิน เมื่อฐานฝึกฝนและท่าร่างของเฉินเฟยพัฒนาขึ้นมันจึงให้ความช่วยเฉินเฟยได้น้อยลง

หนึ่งคนหนึ่งอสูรไล่ล่ากันเป็นระยะทางกว่ายี่สิบลี้ในเวลาอันสั้น ในจุดนี้อสูรกระต่ายยังต้องการล่อเฉินเฟยไปที่รังสัตว์อสูรตัวอื่นด้วย

แต่ลมปราณของอสูรแข็งแกร่งมากจนเฉินเฟยตรวจจับได้จากระยะไกล และอสูรกระต่ายไม่กล้าบุกเข้าไปจริงๆเพราะตัวแรกที่ถูกกินต้องเป็นมันแน่นอนไม่ใช่เฉินเฟย

“อ๊าก!”

ทำอย่างไรก็สลัดไม่หลุดเสียที อสูรกระต่ายร้องคำรามอย่างสิ้นหวัง เห็นได้ชัดว่ากลุ่มอสูรกระต่ายของพวกมันกำลังจะผงาดขึ้นในดินแดนลับ

หลังจากยึดร่างนักยุทธ์ได้มากมาย ทำไมวันนี้ถึงได้สูญเสียไปทั้งหมด?

สิ่งนี้ทำให้อสูรกระต่ายสับสนและไม่เต็มใจอย่างยิ่ง แต่มันไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้

อสูรกระต่ายเลี้ยวที่มุมข้างหน้าและรีบไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

เฉินเฟยยังคงสงบนิ่งและคำนวณโอกาสที่จะฆ่าอสูรกระต่าย หลังจากวิ่งมานานอสูรกระต่ายก็เหลือต้นกำเนิดเพียงเล็กน้อย หากอสูรกระต่ายไม่อยากตาย สถานที่ที่มันกำลังไปนี้อาจเป็นความหวังสุดท้าย

เป็นไปได้ว่าการที่มันไปจุดสุดท้ายนี้อาจเป็นเพราะไม่มีทางออกหรือไว้วางใจที่นั่นมาก

ไม่ว่าจะทำอย่างไรเฉินเฟยต้องระวังและให้ความสำคัญกับชีวิตของตัวเองก่อน

“สหายปาค่า ช่วยข้าด้วย!”

อสูรกระต่ายตะโกนขอร้องเสียงดังไปด้านหน้า

วิ่งทะยาน!

ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน แม้ความเร็วจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่ยุงยังคงมีเนื้อไม่ว่าพวกมันจะเล็กแค่ไหน เฉินเฟยที่เร็วขึ้นอย่างกะทันหันเป็นเรื่องเกินความคาดหมายของอสูรกระต่ายโดยสิ้นเชิง

“ชึก!”

กระบี่ยาวในมือเฉินเฟยวาบไหวทะลวงผ่านต้นกำเนิดเงาเลือดอสูรกระต่าย

ความผันผวนทางอารมณ์ที่รุนแรงของอสูรกระต่ายขาดห้วง เวลาต่อมาต้นกำเนิดบิดเบี้ยวและกลายเป็นสระเลือดตกลงพื้นซึมเข้าไปในดิน

หลังจากยืนยันว่าอสูรกระต่ายตายแล้ว เฉินเฟยจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกและมองไปรอบด้านอย่างระวัง ขณะเฉินเฟยที่กำลังจะจากไปก็หันเห็นโพรงด้านขวาเข้าพอดี

มีการเคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้น เสียงซือซือดังมาจากที่นั่น

ร่างเฉินเฟยวูบไหวอยู่ห่างออกไปสิบหมี่ เฉินเฟยเกิดสายตาระวังเมื่อนึกถึงสหายปาค่าที่อสูรกระต่ายพูดถึงเมื่อครู่

หัวเล็กๆโผล่ออกมาจากโพรงช้าๆและมองมาที่เฉินเฟย

ดวงตาเฉินเฟยเบิกกว้างมองหัวนั้นอย่างประหลาดใจ

มันเป็นหัวของสมุนไพร มีลักษณะคล้ายโสมแต่ต่างจากโสม ในเวลานี้ดวงตาสีเข้มคู่หนึ่งกำลังมองเฉินเฟยที่อยู่ด้านบน

“เจ้าฆ่าสหายข้าหรือ?”

เห็นได้ชัดว่ามันตัวเล็กแต่น้ำเสียงกลับเก่าแก่ ในตอนนี้พอมันเห็นคราบเลือดเล็กน้อยบนดินน้ำเสียงมันก็เปลี่ยนเป็นโกรธเคือง

เฉินเฟยชี้กระบี่ลงมุมหนึ่งแล้วมองโสมปาข่า

กระต่ายตัวนี้ยังกลายเป็นสัตว์อสูร วัตถุวิญญาณกลายพันธุ์ย่อมเกิดภูมิปัญญา ตอนนี้โสมเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์และยังพูดภาษามนุษย์ได้

อสูรกระต่ายพูดได้เพราะยึดร่างนักยุทธ์ เป็นธรรมดาที่จะดูดซับความทรงจำ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงการพูดคุย มันสามารถใช้วิชายุทธ์ได้ด้วยซ้ำ

แต่เกิดอะไรขึ้นกับอสูรโสมอันนี้ ทำไมมันถึงพูดได้ ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย

“ข้าถามว่า เจ้าเป็นคนฆ่าสหายข้าใช่ไหม!”

ปาข่าโกรธยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นเฉินเฟยไม่ตอบ ร่างกายมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้น พริบตาเดียวได้กลายเป็นอสูรโสมยักษ์สูงสามหมี่

เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์น่าสับสนก่อนหน้านี้ ในเวลานี้ปาข่าดูดุร้ายมากขึ้น ไม่เพียงแต่น่าเกรงขามแต่ยังกดดันจิตใจด้วย

เฉินเฟยรู้สึกว่าเคล็ดพันต้นกำเนิดหมุนเวียนได้ยากขึ้น ความรู้สึกเวลานิรันดร์แผ่ซานไปทั่วบริเวณ

“ปัง!”

ปาข่าก้าวไปหนึ่งก้าว ปรากฏตัวต่อหน้าเฉินเฟยทันใดและต่อยหนึ่งหมัด

“ฆ่าสหายข้า เจ้าต้องชดใช้!”

ปาข่าไม่มีวิชาหมัด เพียงต่อยออกไปตามตรง แต่ถึงอย่างนั้นพลังของหมัดนี้ยังน่าทึ่งมาก นี่คือสิ่งที่เรียกว่าหนึ่งพลังชนะสิบ

เมื่อแข็งแกร่งจนถึงระดับหนึ่งวิชายุทธ์จะกลายเป็นเรื่องรอง แน่นอนว่าต้องแตกต่างกันอย่างมากถึงทำให้วิชายุทธ์เป็นเรื่องรอง

ไม่อย่างนั้นวิชายุทธ์ย่อมเป็นสิ่งสำคัญเสมอ

“ตู้ม!”

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและมีรูขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นใต้หมัด ปาข่ายกมือขึ้นแต่ไม่เห็นเลือดเนื้อแหลกเหลว เฉินเฟยหายตัวไปจากจุดนั้นและปรากฏตัวห่างออกไปสิบหมี่

เมื่อเผชิญกับพลังมหาศาลแบบนี้ สมองเฉินเฟยต้องโดนลาทีบแน่นอนหากยังรอรับอยู่

“ฮึ่ม!”

ปาข่าหายใจออกยาว มันเหมือนมีเสาลมสองต้นพุ่งออกมา

“เจ้าหลบหมัดของข้าได้!”

เสียงปาข่าดังผิดปกติ เฉินเฟยหรี่ตาเล็กน้อยและวางแผนวิ่งหนี ด้วยท่าร่างและพละกำลังของเขา โอกาสที่เฉินเฟยจะชนะเรียกได้ว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

“เอาล่ะ ข้าทำดีที่สุดเพื่อสหายแล้ว เจ้าไปได้” ปาข่าพูดพึมพำ ร่างมันหดตัวลงทันทีและกลายเป็นร่างโสมจิ๋วเหมือนเดิม

ดวงตาเฉินเฟยเบิกกว้าง คำพูดนี้ทำให้เขาตกตะลึง

มิตรภาพบอบบางนี่มันอะไรกัน แค่ใช้หมัดเดียวก็จบเรื่องสหายตายแล้วหรือ?

เจ้าแน่ใจนะว่านั่นคือสหาย?

“ถ้าไม่มีอะไรต้องทำจงอย่าอยู่ที่นี่ แถวนี้อันตรายนัก” ปาข่าพูดเตือนเฉินเฟยขณะเดินไปที่โพรง

“ทำไมเจ้าถึงพูดภาษามนุษย์ได้” เฉินเฟยมองด้านหลังปาข่าและอดไม่ได้ที่จะถาม

“โอ้ เจ้ากระต่ายนั่นนำมนุษย์มาให้ข้าหนึ่งคนและต้องการให้ข้าตามออกไป ข้ายอมรับมนุษย์แต่ปฏิเสธคำขอของกระต่าย ข้าดูดซับมนุษย์จึงสามารถพูดภาษามนุษย์ได้”

ปาข่าเดินต่อไป มันยืนอยู่นอกโพรงและเตรียมกระโดดเข้าไปข้างใน

“เจ้ารับมนุษย์คนนั้นไปจึงต่อยข้าหรือ?” เฉินเฟยพูดไม่ออก

“ใช่ มันไม่สมเหตุสมผลหรือ?” ปาข่าหันกลับไปมองเฉินเฟยด้วยสายตารังเกียจ

เฉินเฟยกระพริบตาปริบ แท้จริงแล้วมันเป็นแค่โสมหรือ?

แต่ถ้าคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ปาข่าพูดอย่างรอบคอบ ดูเหมือนว่ามันจะมีเหตุผล

ปาข่าแข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย หลังจากกลายเป็นร่างใหญ่ไม่เพียงแต่พละกำลังและความเร็วจะน่าทึ่งแต่การป้องกันยังประเมินได้ว่าไร้ที่เปรียบ ไม่อย่างนั้นมันคงรองรับพลังมหาศาลขนาดนั้นไม่ได้

อสูรกระต่ายใช้มนุษย์แลกกับหมัดของปาข่า แล้วเฉินเฟยใช้สิ่งอื่นแลกกับหมัดของปาข่าได้ไหม?

การซื้อขายกับโสมฟังดูค่อนข้างเพ้อฝัน แต่ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าไม่ได้ผล? อย่างน้อยตอนนี้ทั้งสองไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าจะหาสิ่งนี้ได้จากที่ไหน?”

เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบป้ายเหล็กออกมาแสดงให้ดู

ปาข่าเหลือบมอง คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด “ข้าเคยเห็นมัน ล่าสุดข้าเห็นอันหนึ่งที่ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ ถ้าอยากได้ก็ไปเอาเอง”

“ถ้าข้าต้องการให้เจ้าช่วยไปเอาป้ายเหล็กอันนั้น ข้าสามารถใช้อย่างอื่นแลกเปลี่ยนกับเจ้าได้หรือไม่    ?”

โสมปาข่าเคยเห็นป้ายเหล็กจริง ชื่อต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ฟังดูเหมือนไม่ใช่เรื่องดี บางทีอาจมีระดับขัดเกลาอวัยวะภายในผู้โชคร้ายถูกฝังอยู่ใต้มัน

“เจ้าอยากแลกเปลี่ยนกับข้าหรือ? ได้สิ ไปเอามนุษย์ที่มีชีวิตมาสองคนแล้วข้าจะเอาป้ายเหล็กมาให้”

ปาข่าเริ่มสนใจเล็กน้อยและยังไม่เข้าโพรง

ตั้งแต่ดูดซับมนุษย์มาปาข่ารู้สึกว่าตัวเองเกิดการเปลี่ยนแปลง ป้ายเหล็กนั่นหาไม่ยาก หากดูดซับมนุษย์อีกสองคนจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกหรือไม่?

“เรื่องนี้ไม่ได้ เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นเถอะ”

เฉินเฟยส่ายหัว ในฐานะมนุษย์เฉินเฟยสามารถฆ่าคนเพื่อผลประโยชน์ แต่เขาจะไม่ยอมจับคนไปเป็นอาหารสัตว์อสูรเหล่านี้แน่

“ตัวเจ้ามีกลิ่นดอกบัวฝันหวาน เอาเมล็ดดอกบัวฝันหวานมาให้ข้ามากกว่าสิบเม็ดแล้วข้าจะไปเอาป้ายเหล็กมาให้”

ปาข่าสูดดูมและได้กลิ่นดอกบัวฝันหวานจากตัวเฉินเฟย

รสชาติของดอกบัวฝันหวานนั้นดี แต่ปาข่าไม่อาจชนะมันได้ ครั้งก่อนเขาพอได้เมล็ดหนึ่งเม็ดแต่เกือบทิ้งชีวิตไว้ที่นั่น ปาข่ายังคงอยากกินเมล็ดบัวแต่ไม่อยากเสี่ยงเช่นกัน

“ข้าไม่มีสิ่งนี้เช่นกัน”

เฉินเฟยอยากจะกลอกตาใส่ เมล็ดบัวกับใบบัวเฉินเฟยกินไปหมดแล้ว เขาจะเก็บมันไว้ในมือได้อย่างไร? ปาข่าตัวนี้ยิ่งแล้วใหญ่ มันต้องการมากกว่าสิบเม็ดด้วยซ้ำ

“นี่ไม่มี นั่นไม่มี เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนกับข้าจริงหรือ”

ปาข่ามองเฉินเฟยด้วยความรังเกียจ มนุษย์คนนี้ตอบรับคำขอเล็กน้อยสองข้อของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ ถ้ามนุษย์คนนี้ไม่พริ้วไหวขนาดนั้นเขาคงจับกินไปแล้ว

“เอาอันนี้มั้ย มันอร่อย”

เฉินเฟยแกล้งทำเป็นหยิบอะไรบางอย่างออกจากอ้อมแขน ไก่ย่างปรากฏอยู่ในมือซ้ายเฉินเฟยและยกออกมาแสดงให้ปาข่าดู

ภายในช่องมิติเวลาจะไม่เดิน ในเวลานี้ไก่ย่างยังคงมีกลิ่นหอมอยู่ มันทำให้ผู้คนอ้าปากค้างและอดไม่ได้ที่จะกินไก่ย่างในคำเดียว

ปาข่าสูดดม มันเป็นกลิ่นที่เขาไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน ปาข่าไม่คิดว่าไก่ย่างจะอร่อยอะไรขนาดนี้ มันดูแปลกตาแต่อร่อยกว่ามนุษย์

ปาข่าไม่ชอบกินมนุษย์แถมรสชาติยังไม่อร่อย มันแค่คิดว่ามนุษย์สามารถนำการเปลี่ยนแปลงมาให้เท่านั้น

“ถ้าไม่ต้องการสิ่งนี้แล้วยังมีอย่างอื่นอีกไหม?” ปาข่าพูดเสียงดัง

“ปกติเจ้ากินอะไร” เฉินเฟยถามกลับ

“ข้ากินของพวกนี้เป็นหลัก ข้าเริ่มเบื่อมันแล้วด้วย”

มือเล็กๆของปาข่าเอื้อมไปข้างหน้า สมุนไพรที่มีอายุอย่างน้อยห้าสิบปีลอยบินออกจากโพรงและปรากฏอยู่ในมือปาข่า ปาข่ายัดสมุนไพรเข้าปากแล้วกลืนลงไป

“ใช้สมุนไพรเหล่านี้แลกกับการที่ข้าปรุงอาหารให้เจ้าได้หรือไม่?”

“อาหาร?”

ปาข่าตกใจ ในความทรงจำของมนุษย์ที่เขาดูดซับมา อาหารเป็นสิ่งคล้ายคลึงกับไก่ย่างเมื่อครู่ แต่จะปรุงอาหารด้วยสมุนไพรได้อย่างไร?