ตอนที่ 126 มองหน้ากัน

ฟางชิ่งหงไม่ยอมแพ้และโจมตีค่ายกลจิตใจต่อไป

ค่ายกลจิตใจได้รับความเสียหายจึงอยู่ได้ไม่นาน ฟางชิ่งหงจึงวางแผนออกมาอย่างช้าๆโดยไม่ต้อเสียพลังตัวเอง ท้ายที่สุดแล้วเขาโดยค่ายกลจิตใจผนึกเอาไว้ การใช้พลังน้อยลงหนึ่งส่วนจะมีมากขึ้นหนึ่งส่วน

แต่ตอนนี้ลูกกปัดจิตใจถูกคนอื่นควบคุม ไม่ว่าฟางชิ่งหงจะหวงแหนพลังของตนมากแค่ไหนก็ไม่อาจปล่อยให้ผู้อื่นบงการตนได้ตามใจชอบได้

“แกรกแกรกแกรก...”

ลูกปัดจิตใจทั้งสามส่งเสียงแตกพร้อมกัน รอยแตกบนพื้นผิวเริ่มมากขึ้น

สีหน้าเฉินเฟยเคร่งขรึม พลังของฟางชิ่งหงแข็งแกร่งกว่าที่คิดไว้มาก หลังจากควบคุมค่ายกลจิตใจแล้วเฉินเฟยก็ตระหนักได้ว่าค่ายกลจิตใจแข็งแกร่งเพียงใด แม้มันจะอยู่ในสภาพเสียหายแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่นักยุทธ์รรมดาจะต้านทาน

แต่ฟางชิ่งหงโดนผนึกมาหลายปีแล้ว การโจมตีค่ายกลจิตใจจึงทำให้ค่ายกลจิตใจเสียหายหนักขึ้น

ค่ายกลจิตใจที่ได้รับความเสียหายมากขึ้นได้ขัดขวางการควบคุมค่ายกลจิตใจของเฉินเฟย เดิมทีมันผนึกรุกคืบด้วยความเร็วสูง แต่ความเร็วก็เริ่มช้าลง

ดวงตาฟางชิ่งหงเป็นประกาย เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในค่ายกลจิตใต ขณะที่พยายามโจมตีผนึกอย่างต่อเนื่องก็พยายามหาทางหลุดพ้นจากควบคุมของค่ายกลนี้

“ไป!”

เฉินเฟยหายใจเข้าลึกและใช้มือทั้งสองปิดเข้าหากัน พลังภายในและพลังจิตใจถ่ายเทลงในลูกปัดจิตใจอย่างรวดเร็ว

ตอนแรกเฉินฟยค่อนข้างห่วงตัวเอง แต่เมื่อได้ค่ายกลจิตใจนี้มาเฉินเฟยจึงไม่ต้องการเพียงทำให้ฟางชิงหงตกต่ำลง แต่ยังต้องการรักษาค่ายกลจิตใจนี้ไว้ด้วย

ค่ายกลแข็งแกร่งเช่นนี้ แม้จะอยู่ในสภาพเสียหายแต่หากใช้งานอย่างดีก็ควรกวาดล้างระดับขัดเกลาอวัยวะภายในได้อย่างง่ายดาย หรือแม้แต่ระดับขัดเกลาทวารหากประมาทขึ้นมายังต้องพบกับความทรมาณเล็กน้อย

แต่การต่อต้านของฟางชิ่งหงทำให้ความคิดนี้ของเฉินเฟยหายไป

ในดินแดนประหลาดแห่งนี้ หากต้องการรักษาค่ายกลจิตใจและหลีกเลี่ยงฟางชิ่งหงไปพร้อมกันย่อมทำไม่ได้ สุดท้ายแล้วเขายังต้องการรักษาชีวิตของตัวเองอยู่

ในโลกนี้ไม่มีสิ่งที่สมบูรณ์แบบมากมาย การได้พบสักอย่างนั้นถือว่าโชคดีมากแล้ว

หลังจากเฉินเฟยควบคุมค่ายกลจิตใจได้อย่างเต็มที่ พลังจิตใจฟางชิ่งหยวนที่ติดอยู่กับลูกปัดจิตใจจึงหลุดออกไป ผนึกที่ชะลอความเร็วลงเริ่มมุ่งหน้าไปยังสุสานในภูเขาด้านหลังอีกครั้ง

“แกรกแกรกแกรก...”

รอยร้าวบนลูกปัดจิตใจทั้งสามมากขึ้นเรื่อยๆราวกับพวกมันกำลังจะแตกในอีกไม่ช้า

“เปิด!”

ฟางชิ่งหงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว พลังมากมายระเบิดออกจากร่างฟางชิ่งหง ระลอกคลื่นขนาดใหญ่หมุนวนออกไปกระทบกับผนึกโดยมีฟางชิ่งหงเป็นจุดศูนย์กลาง ผนึกสั่นสะเทือนอย่างแรง

ลูกปัดจิตใจสั่นเทา เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงสถานะของลูกปัดจิตใจแล้วถึงกับหนังหัวชาวาบ ลูกปัดจิตใจได้รับความเสียหายมากกว่าที่คิดไว้

เฉินเฟยไม่กล้าลังเลและใส่พลังภายในกับพลังจิตใจทั้งหมดลงในลูกปัดจิตใจ

ในท้ายที่สุดผนึกก็ไม่แตก แต่ลูกปัดจิตใจถูกทำลาย

ฟางชิ่งหงขมวดคิ้วแน่น ขณะที่กำลังจะโจมตีต่อเขาก็เห็นสุสานด้านนอกผ่านพลังจิตใจที่แผ่ออกไป สีหน้าฟางชิ่งหงเปลี่ยนไปทันใด เมื่อเขาคิดจะทำอะไรบางอย่างผนึกก็พุ่งเข้าไปในสุสานแล้ว

ในสุสาน เงาประหลาดมองผนึกที่หลุดเข้ามา แต่ก่อนที่จะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นผนึกก็ถูกปลดออกและมีร่างหนึ่งปรากฏขึ้น

เมื่อเห็นฟางชิ่งหง ดวงตาสีแดงเข้มของร่างเงาก็ส่องแสงวาบ มันจำมนุษย์คนนี้ได้ ไม่คิดเลยว่าหลังจากผ่านไปหลายปีจะได้กลับมาพบกันอีกครั้งในวันนี้

ฟางชิ่งหงมองราชาประหลาดแล้วกำหมัดแน่น ความโกรธในใจแทบพุ่งขึ้นฟ้า

ใคร เป็นใครกัน!

ฟางชิ่งหงคำนวนไว้ทุกอย่างจึงไม่มีแผนสำรอง ตอนนี้เขากลับต้องมาเผชิญหน้ากับราชาประหลาด

ความแค้นเก่าใหม่ควรค่อยๆชำระ แต่กลายเป็นว่าต้องมาชำระเมื่อเผชิญหน้ากัน แต่ถึงอย่างนั้นฟางชิ่งหงก็ไม่พลังมากพอที่จะชำระความแค้นราชาประหลาดแบบซึ่งหน้า

ห่างออกไปสองสามลี้ ใบหน้าเฉินเฟยซีดเซียวและกำลังจะล้มลง เมื่อมองเศษลูกปัดจิตใจในมือสีหน้าเฉินเฟยก็เต็มไปด้วยควาเมสียดาย

เพื่อทะลวงเข้าไปสุสานราชาประหลาดในตอนท้ายจึงต้องใช้พลังสุดท้ายของค่ายกลจิตใจ ทำให้เหลือเพียงเศษเสี้ยวที่อยู่ในมือ เฉินเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและเก็บมันไว้ในช่องมิติ

แม้ว่าค่ายกลจิตใจจะพังไปแล้วแต่ชิ้นส่วนเหล่านี้ยังดีอยู่ บางทีอาจนำมันไปใช้ซ้ำได้และหลอมเป็นอาวุธอื่น

“ตู้ม!”

เฉินเฟยเพิ่งเก็บของเข้าช่องมิติก็เกิดเสียงดังโครมครามมาจากส่วนลึกของดินแดนประหลาด ทั่วทั้งดินแดนประหลาดเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เฉินเฟยเห็นรอยแตกขนาดใหญ่ปรากฏบนท้องฟ้า

ดินแดนประหลาดซ่อมแซมรอยแตกอย่างรวดเร็ว แต่เฉินเฟยยังคงรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในดินแดนประหลาด ความรู้สึกเย็นทั่วร่างกายเบาบางลง

“เริ่มสู้กันแล้ว!”

เฉินเฟยอดไม่ได้ที่จะยิ้ม สิ่งแปลกประหลาดในระยะไกลเหล่านั้นเหมือนกำลังฉุนเฉียว เฉินเฟยจึงไม่กล้าอยู่ที่นี่นานและวิ่งไปที่ประตูเมือง

“ศิษย์น้องเฉิน ทางนี้!”

เฉินเฟยได้เจอศิษย์ร่วมสำนักหลายคนในระหว่างทางและพวกเขาทั้งหมดต่างรีบไปที่ประตูเมือง เมื่อเฉินเฟยมาถึงประตูเมืองก็เห็นเก่อหงเจี๋ยทั้งสามโบกมือเรียก

“ศิษย์น้องเฉินรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น?” จางฟางฉยงมีความสุขมากที่เห็นเฉินเฟยกลับมาอย่างปลอดภัย

“ศิษย์น้องเฉิน เจ้าต้องไม่รู้แน่ว่าโจรชั่วนั่นน่ารังเกียจยิ่งนัก มันปล่อยพวกเราด้วยเท้าหน้าแล้วจับพวกเราด้วยเท้าหลัง” มู่หลางเทาพูดด้วยความกลัว

เมื่อเขาถูกจับอีกครั้ง มู่หลางเทาคิดว่าเขาและคนอื่นต้องตายแน่ การเผชิญหน้ากับคนไม่ซื่อสัตย์เช่นนี้ไม่มีหวังแม้แต่น้อย

แต่คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะได้กลับออกมาอีกครั้ง ในเวลานั้นไม่มีอะไรที่พวกเขาทั้งสี่ทำได้สิ่งนี้จึงเป็นเรื่องน่ายินดีนัก

“ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน แต่คนคนนั้นน่าจะต่อสู้อยู่กับราชาประหลาด”

เฉินเฟยชำเลืองมองระยะไกล เมื่อครู่ทั่วดินแดนประหลาดได้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง แม้จะไม่มีการระเบิดเหมือนครั้งแรกแต่เฉินเฟยรู้สึกได้ว่าการต่อสู้นั้นรุนแรงขึ้น

เก่อหงเจี๋ยทั้งสามพยักหน้าและไม่ถามอีก พวกเขารู้อยู่แก่ใจว่าที่รอดมาได้ครั้งนี้อาจเป็นเพราะความสัมพันธ์ที่แยกกันไม่ออกของเฉนิเฟย

แม้ไม่เห็นตัวเองทั้งสี่จะสบายดี แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นลู่ไห่เยวียนทั้งสอง เกรงว่าสองคนนั้นจะโชคร้ายมากกว่าโชคดี

“ผนึกแตกแล้ว!”

ขณะที่ดินแดนประหลาดยังคงสั่นไหว ทันใดนั้นมีคนตะโกนอย่างตื่นเต้น ทุกคนหันไปมองและพบว่าตอนนี้ทางเข้าออกเกิดระลอกคลื่น

สีหน้าผู้คนตื่นเต้นเล็กน้อย การเปลี่ยนแปลงในดินแดนประหลาดทำให้ผู้คนด้านในหวาดกลัวและไม่รู้ว่ามันจะส่งผลกระทบต่อพวกเขาเมื่อใด หากเลือกได้แน่นอนว่าเป็นการดีกว่าที่จะหนีออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

สองร่างปรากฏขึ้นในตำแหน่งทางออกพร้อมกับแรงกดดันแข็งแกร่งที่ครอบคลุมทุกทิศทาง นั่นทำให้ใจของผู้คนจมดิ่งราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตามธรรมชาติของตัวเอง

ซุนชวนเห็นว่าจำนวนศิษย์สำนักโดยรอบลดลงกว่าครึ่ง แต่โชคดีที่ยังไม่ถูกกวาดล้างจนหมด

เมื่อครู่ซุนชวนกังวลว่าจะถูกโจมตีทันทีที่เข้ามาเขาจึงปล่อยลมปราณระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ซึ่งฉินติ่งอวี่ด้านข้างทำเช่นเดียวกัน

“เป็นผู้อาวุโสซุนกับผู้อาวุโสฉิน”

เมื่อเห็นผู้อาวุโสสองคนอยู่ตรงประตูทุกคนจึงรู้สึกโล่งใจ หากมีการเปลี่ยนแปลงในดินแดนประหลาด การมีแข็งแกร่งระดับขัดเกลาทวารสองคนคอยปกป้องที่นี่จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องกังวล

“ดินแดนประหลาดไม่มั่นคง ศิษย์ทุกคนจงออกไปก่อน”

ฉินติ่งอวี่มองไปรอบด้านอย่างแปลกๆ เขาประหลาดใจที่ทำลายผนึกก่อนเวลาได้ และมันยิ่งอธิบายไม่ได้เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงในดินแดนประหลาด

ตามปกติแล้วหากราชาประหลาดต้องการสู้จนตัวตาย สิ่งที่มันทำได้คือลดขนาดของดินแดนประหลาดเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตัวเอง ตอนนี้ยังไม่ทันสู้กันทำไมดินแดนประหลาดถึงจะล่มสลายแล้ว

“ไปดูกันเถอะ”

ซุนกวนไม่เข้าใจเช่นกัน ร่างเขาสั่นไหวหายไปในที่เดิม ฉินติ่งอวี่พยักหน้าตามหลังไป

เหล่าศิษย์ตรงประตูเมืองไม่กล้ารอช้า ที่นี่ไม่ใช่สนามรบของพวกเขาอีกต่อไป ถอยออกมาก่อนดีกว่า ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นคงได้ร้องไห้แบบไม่มีน้ำตา

ในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อประตูเมืองก็ว่างเปล่า ซุนชวนทั้งสองมาถึงด้านหลังเมืองและเห็นสุสาน ในขณะนี้อากาศที่นั่นมีรอยย่นและยังมีรอยแยกหลายจุดกระจายอยู่ทั่วสุสาน

“ราชาประหลาดกำลังสู้อยู่?”

ซุนชวนรู้มานานแล้วว่าราชาประหลาดซ่อนตัวอยู่ในสุสาน แต่ซุนชวนไม่กล้าก้าวเข้าไปเพราะรอยต่อของดินแดนประหลาดยังไม่ถูกทำลาย คิดไม่ถึงว่าตอนนี้จะมีใครบางคนเดินนำหน้าเขาไปก่อน

ใครกันที่กล้าขนาดนี้ ถึงกลับกล้าเข้าไปสู้กับราชาประหลาด นี่เป็นเพียงการผูกแขนตัวเองไว้กับราชาประหลาด ช่างกล้าเสียจริง

“คาดว่าการปิดผนึกดินแดนประหลาดคงเป็นฝีมือของคนผู้นั้น”

ฉินติ่งอวี่ขมวดคิ้วและไม่คิดจะเข้าไป

คนที่กล้าเผชิญหน้ากับราชาประหลาดยต้องแข็งแกร่งมาก แม้ตอนนี้พวกเขาจะมีสองคนมันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะรีบเร่ง รอให้สู้กันเสร็จก่อนแล้วพวกเขาค่อยเข้าไปดีกว่า

“สหายสองคนด้านบน ช่วยลงมาปราบสิ่งแปลกประหลาดด้วยกันได้หรือไม่ ข้าบุกเข้ามาที่นี่โดยไม่ได้ตั้งใจและถูกใช้ประโยชน์จากสิ่งแปลกประหลาดนี้ หวังว่าสหายจะยื่นมาเข้ามาช่วย”

เสียงฟางชิ่งหงดังมาจากด้านล่าง เขาทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เดิมทีบาดเจ็บอยู่แล้วและตอนนี้ยังต้องสู้กับราชาประหลาดในสถานที่แบบนี้อีก

เมื่อสัมผัสได้ถึงการมาถึงของซุนชวนทั้งสอง ฟางชิ่งหงจึงรีบขอความช่วยเหลือ

ตราบเท่าที่ซุนชวนทั้งสองลงมาดึงตัวราชาประหลาดไปเล็กน้อย ฟางชิ่งหงจะใช้จักจั่นทองคำลอกคราบหนีไปทันที

“ท่านแข็งแกร่งไร้ที่เปรียบเช่นนี้ ข้าจะกล้าเข้าไปมาส่วนร่วมได้อย่างไร”

ฉินติ่งอวี่หัวเราะเบา เขาสามารถรับรู้ถึงจุดอ่อนในคำพูดฟางชิ่งหงแล้ว บางทีเขาอาจถูกราชาประหลาดทุบตีจริงหรืออาจเป็นเพียงการแสดง

แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรพวกเขาก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ พวกเขาเป็นคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวซึ่งครอบครองดินแดนประหลาดนี้มาช้านาน แต่จู่ๆกลับมีผู้ฉกฉวยเข้ามา แค่ไม่ร่วมมือกันฆ่าก็ดีแล้ว แต่นี่ยังต้องการให้ไปช่วยอีก มันจะเป็นไปได้อย่างไร!

“สิ่งแปลกประหลาดตัวนี้เจ้าเล่ห์ เพื่อป้องกันไม่ให้มันหลบหนีและไปทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เราสองคนจะเป็นต้องเฝ้าระวังอยู่ข้างนอก” ซุนชวนพูดเสียงดัง

“ข้ามีร่างกายพิเศษ หากพ่ายแพ้มันข้าจะถูกกลืนกินแน่นอน ในเวลานั้นความสามารถของสิ่งแปลกประหลาดจะแข็งแกร่งมากและจะมีปัญหาไม่รู้จบ!”

ฟางชิ่งหงก่นด่าอยู่ในใจแต่ยังคงส่งเสียงอ้อนวอน

ซุนชวนทั้งสองมองหน้ากันและไม่ตอบสนองต่อฟางชิ่งหง ไม่ว่าเป็นจริงหรือไม่พวกเขาจะเพียงเฝ้ามองแบบนี้ ไม่ว่าสุดท้ายแล้วใครจะชนะก็อย่าแม้แต่จะคิดออกจากที่นี่

เครื่องมือค่ายกลหลายอย่างปรากฏในมือฉินติ่งอวี่ เขาเริ่มจัดวางค่ายกลรอบสุสาน

หนึ่งเค่อต่อมา ด้วยเสียงคำรามอย่างโกรธเคืองของฟางชิ่งหง สุสานทั้งหมดเปิดออกและมีลำแสงพุ่งออกมา แต่มันถูกค่ายกลของฉินติ่งอวี่หยุดไว้ มองดูแล้วนั่นคือฟางชิ่งหง