ตอนที่ 301 กลัวจนตัวสั่น

“บนนั้น?”

เฉินเฟยมองภูเขาป้านผิงซึ่งมีเมฆบดบังแล้วขมวดคิ้ว

หลังมอบหินเขียวเข้มให้อสูรหนู อสูรหนูก็พาเฉินเฟยมาที่ตีนเขาป้านผิดและเดินไปรอบด้านสักพัก

“จี๊ด!”

อสูรหนูพยักหน้า ดวงตาสีเข้มมองเฉินเฟยเหมือนถามว่าจะทำอย่างไรต่อ อสูรหนูไม่อยากขึ้นไป ภูเขาป้านผิงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ต้องห้ามสำหรับคนนอกดินแดนลับ แต่รวมถึงสิ่งมีชีวิตเจ้าถิ่นในดินแดนลับด้วย

เว้นแต่จะมีความจำเป็นจริงๆ สัตว์อสูรทั่วไปแทบไม่กล้าก้าวเข้าไปแม้แต่ครึ่งก้าว

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า บนภูเขาป้านผิงมีสมบัติอย่างไม่ต้องสงสัย แต่มันอันตรายเกินไปที่เฉินเฟยจะขึ้นไปคนเดียว

ภูเขาป้านผิงต้องขึ้นไปอยู่แล้ว แต่ต้องไปกับคนอื่นด้วย เมื่อมีอันตรายจะได้แบ่งเบากัน แม้ผลเก็บเกี่ยวจะน้อยลงก็ยังคุ้มค่า

“ไปหาสมุนไพรวิญญาณ โดยเฉพาะพวกที่ช่วยเพิ่มจิตวิญญาณ”

เฉินเฟยมองอสูรหนู เนื่องจากตอนนี้ไม่ได้ขึ้นภูเขาป้านผิง ดังนั้นการหาวัตถุวิญญาณจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ

“จี๊ด!”

อสูรหนูพยักหน้า ร่างมันเป็นภาพติดตาวูบไหวไปข้างหน้า

หลังเฉินเฟยมอบโอสถให้กิน อสูรหนูได้แสดงความสามารถฟื้นตัวอันน่าทึ่งของมัน แม้อาการบาดเจ็บจะไม่หายสนิท แต่ในความเร็วของมันได้ไปถึงหกถึงเจ็ดส่วนของจุดสูงสุดเดิมแล้ว

ความเร็วนี้เหนือกว่านักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นต้นไม่น้อย ท้ายที่สุดแล้วไม่ใช่นักยุทธ์ขัดเกลาทวารทุกคนจะเก่งด้านท่าร่าง

เฉินเฟยก้าวเท้าตามหลังอสูรหนูอย่างง่ายดาย หนึ่งคนหนึ่งหนูเดินทางหลายสิบลี้จนกระทั่งหยุดอยู่หน้าหนองน้ำ

กลิ่นคาวหวานตลบอบอวนในอากาศ สีหน้าเฉินเฟยขยับเล็กน้อย เขาเหยียดมือขวาออก พายุควบแน่นบนฝ่ามือ

วิชารวมลม วิชารวมลมระดับรู้แจ้งทำให้เฉินเฟยสามารถควบคุมการไหลของอากาศภายในช่วงหนึ่งได้ง่ายดาย

เดิมทีมันเป็นพายุไร้สี แต่เมื่ออากาศโดยรอบถูกดูดเข้ามา พายุก็คล้ำลงอย่างต่อเนื่อง กลิ่นคาวหวานรุนแรงขึ้นทันใด

หนองน้ำมีพิษและเป็นพิษร้ายแรงอย่างยิ่ง หากคนธรรมดามาที่นี่คงได้ตายก่อนสูดหายใจ แม้แต่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในที่อวัยวะภายในได้รับการปรับปรุงก็ไม่อาจอยู่ที่นี่นานนัก

ไม่อย่างนั้นความเร็วในการสลายสารพิษของอวัยวะภายในจะไม่เร็วเท่าพิษแทรกซึม สุดท้ายแล้วยังตายเพราะพิษได้

บริเวณหนองน้ำมีร่องรอยการเหยียบย่ำ เห็นได้ชัดว่ามีคนมาที่นี่ แต่พอรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงจากไป

“จี๊ด!”

อสูรหนูร้องไปที่หนองน้ำ หนองน้ำอันเงียบสงบเริ่มผันผวนราวกับมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างตื่นขึ้นตามเสียงร้องของอสูรหนู

“ใต้นั้นคืออะไร? อสูรพืชหรือสัตว์อสูร?”

เฉินเฟยรับรู้ได้ถึงความผันผวนของหนองน้ำ หนองน้ำนี้พิเศษเล็กน้อย มันปิดกั้นการตรวจสอบของพลังจิตวิญญาณเฉินเฟย การรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ด้านล่างนั้นจึงเป็นเรื่องยาก

อสูรหนูแสดงท่าทางอยู่พักหนึ่ง แต่เฉินเฟยไม่เข้าใจความหมายของอสูรหนู ทันใดนั้นหนวดยื่นออกมาจากหนองน้ำและเข้าคว้าตัวอสูรหนูกับเฉินเฟยเร็วดั่งสายฟ้า

“ปัง!”

ม่านพลังดำปิดกั้นการโจมตีของหนวด พลังกระบี่โคจรบนม่านพลัง หนวดครึ่งแรกถูกตัดเป็นสองชิ้นตกลงพื้น

เฉินเฟยมองพื้น พวกมันเกือบจะเป็นหนวดเนื้อ ขณะนี้มันพยายามดิ้นลงไปในหนองน้ำ สุดท้ายเคลื่อนตัวเข้าไปในหนองน้ำและหายไป

ดวงตาเฉินเฟยเบิกกว้าง นี่มันพลังชีวิตแบบไหน? หลังจากลงหนองน้ำแล้วสามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้หรือ?

“จี๊ด!”

อสูรหนูกระโดดขึ้นมาบนไหล่เฉินเฟย มองหนวดที่โกรธเกรี้ยวด้วยดวงตาสีเข้ม

ใต้หนองน้ำมีสิ่งดีๆ แต่น่าเสียดายที่มันถูกสัตว์อสูรยึดครองไปแล้ว อสูรหนูเคยมาที่นี่หลายครั้ง แต่มันไม่สามารถเอาชนะสัตว์อสูรใต้หนองน้ำได้

อสูรหนูมีความเร็ว พลังโจมตีและพลังการฟื้นฟูที่ดี ในบรรดาสัตว์อสูร พรสวรรค์นี้ดีที่สุดแน่นอน อย่างไรก็ตามอสูรหนูไม่อาจทำอะไรสัตว์อสูรใต้หนองน้ำได้

แม้กระทั่งครั้งหนึ่งอสูรหนูยังเกือบถูกลากเข้าไปฆ่าในหนองน้ำ ตั้งแต่นั้นมาอสูรหนูไม่กล้ามาที่นี่อีกเลย

แต่ตอนนี้มันยอมรับเฉินเฟยเป็นเจ้านาย เฉินเฟยบอกให้ค้นหาสมุนไพรวิญญาณ อสูรหนูจึงพาเฉินเฟยมาที่นี่โดยไม่ลังเล อสูรหนูคิดเรื่องสมุนไพรวิญญาณใต้หนองน้ำนานแล้ว

“พัฟพัฟพัฟ!”

หนองน้ำส่งเสียงทื่อ หนวดอีกสามอันลอยออกมาจากใต้หนองน้ำ บนพื้นผิวหนวดมีเมือกติด หากมองให้ดีจะเห็นปากเล็กอยู่เต็มไปหมด แค่เห็นมันก็ทำให้กลัวจนตัวสั่น

“ฟิ้ว!”

หนวดเดิมพันกับหนึ่งในนั้น สี่หนวดเกว่งไปมากลางอากาศและพุ่งเข้าหาเฉินเฟยด้วยพลังมหาศาล ก่อนที่มันจะเข้าใกล้ กลิ่นคาวหวานก็อบอวลไปทั่วบริเวณ

ต้นไม้ใกล้ๆบริเวณนี้ถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นคาวหวาน ใบไม้สีเขียวมรกตเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและสุดท้ายกลายเป็นสีดำ

ต้นไม้รอบหนองน้ำมีความต้านทานพิษนี้สูง แต่เมื่อเผชิญกับพิษรุนแรงอย่างกะทันหันจึงไม่อาจต้านทาน

“ปัง!”

สี่หนวดกระแทกม่านพลังด้านหน้าเฉินเฟยโดยไม่มีลำดับใดเป็นพิเศษ ม่านพลังสั่นเล็กน้อยและสะท้อนกลับ

นี่คือหลักการของโล่กระบี่ดาวประดับราตรีและกระบี่หนาม แม้เมื่อครู่เฉินเฟยจะไม่ได้ตั้งใจใช้มัน แต่ท่ากระบี่ระดับรู้แจ้งได้หลอมรวมอยู่ในกระดูกไปแล้ว

มันจะแสดงออกมาในเวลาที่เหมาะสมตามธรรมชาติ บางครั้งแม้จะไม่ได้รับคำสั่งจากสมอง แต่ร่างกายจะตอบสนองไปก่อน

สี่หนวดถูกกระแทกอย่างแรง ผลลัพธ์เป็นเช่นเดียวกับหนวดแรก สี่หนวดขาดออกโดยตรง มันพ่นเมือกออกมาแล้วหล่นลงพื้น

กลิ่นคาวหวานในอากาศรุนแรงขึ้น ดินและหินบนพื้นเริ่มส่งเสียงซื่อซื่อเพราะกำลังสึกกร่อน

สี่หนวดที่ขาดร่นเหวี่ยงไปกลางอากาศแล้วถอยกลับเข้าไปในหนองน้ำ หนองน้ำในระยะร้อยหมี่สั่นอย่างรุนแรง นกที่อยู่ไม่ไกลกระพือปีกบินสูงพยายามออกห่างจากที่นี่

“จี๊ดจี๊ด!”

อสูรหนูเขย่าเสื้อบนไหล่เฉินเฟยเบาๆเพื่อเตือนให้เฉินเฟยให้ความสนใจ เฉินเฟยพยักหน้าเล็กน้อย สัตว์อสูรด้านล่างน่าจะเอาจริงแล้ว

“ตู้ม!”

ทันใดนั้นหนองน้ำระเบิดออก โคลนดำนับไม่ถ้วนกระจายไปทุกทางราวกับฝนดำตกมาจากท้องฟ้า

ร่างใหญ่ลุกขึ้นจากก้นหนองน้ำ เฉินเฟยเงยหน้ามอง สิ่งที่ดึงดูดสายตาเขาคือปากขนาดใหญ่ที่คำรามขึ้นฟ้า

รอบปากใหญ่โตนั้นมีหนวดเต็มไปหมด ไม่เพียงบริเวณปากเท่านั้น มันอยู่ทั่วทั้งตัวของสัตว์อสูรเหมือนเป็นขนของมัน

ตอนเห็นครั้งแรกสัตว์อสูรตัวนี้เหมือนไส้เดือนมาก แต่เป็นรุ่นที่ใหญ่กว่าและพัฒนาขึ้น

“โฮก!”

ทันใดนั้นปากใหญ่พุ่งเข้าหาเฉินเฟยพร้อมกับเสียงคำราม ก่อนที่มันจะเข้าใกล้ ลมปราณน่ารังเกียจก็พุ่งเข้ากระทบใบหน้า เมื่อเทียบกับกลิ่นคาวหวานแล้วกลิ่นนี้ดีกว่าเล็กน้อย

“ตู้ม!”

เช่นเดียวกับมังกรดินกลิ้งไปมาแล้วเกิดแผ่นดินไหว พื้นดินที่โดนอสูรไส้เดือนโจมตีหายไปทันที ส่วนหนึ่งจมลง และส่วนหนึ่งเข้าไปในปากอสูรไส้เดือน

เสียงบดเขี้ยวดังขึ้น ฟันแหลมคมสลับไปกันมานับไม่ถ้วนขยับไปมา ต่อให้โยนเหล็กเข้าไปในปากแบบนี้ก็อาจถูกบดในทันที ไม่มีเหลือให้เคี้ยวรอบสอง

ร่างเฉินเฟยปรากฏกลางอากาศ ก้มมองอสูรไส้เดือนจากตำแหน่งสูง ในขณะนี้ร่างอสูรไส้เดือนที่โผล่ออกมานอกหนองน้ำมีความยาวสิบหมี่ และใต้หนองน้ำนั้นยังเหลือส่วนที่ไม่โผล่ออกมา

“ไปเอาสมุนไพรวิญญาณมา ข้าจะจับมันไว้!”

เฉินเฟยโยนอสูรหนูลงไปในหนองน้ำ อสูรหนูปรับท่าทางกลางอากาศและกลายเป็นแสงดำหายไป

ราวกับอสูรไส้เดือนรับรู้ถึงความผิดปกตินี้จึงกำลังจะไปจับอสูรหนู ทันใดนั้นค่ายกลกระบี่ดำเข้าปกคลุมอสูรไส้เดือน สนามพลังอันทรงพลังกดทับมัน

อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับร่างใหญ่โตของอสูรไส้เดือน สนามพลังที่ปรากฏอย่างกะทันหันทำให้อสูรไส้เดือนหยุดเพียงชั่วขณะ ส่วนต่อจากนั้นไม่มีผลใด

“ตู้ม!”

ลูกปัดกระบี่หกสิบเม็ดชนหนวดอสูรไส้เดือน หนวดดูอ่อนแอเล็กน้อยและถูกลูกปัดกระบี่ตัดขาด แต่หลังจากหนวดที่ขาดเหล่านั้นตกบนร่างอสูรไส้เดือน พวกมันก็ผสานเข้ากับร่างกายโดยตรง

และหนวดขนาดเหล่านั้นงอกขึ้นมาใหม่ภายในไม่กี่ลมหายใจ ชดเชยส่วนที่ขาดไปโดยไม่เหลือบาดแผลแม้แต่น้อย

อย่างไรแล้วการโจมตีของลูกปัดกระบี่ทำให้อสูรไส้เดือนโกรธอย่างเห็นได้ชัด ร่างใหญ่โตของมันเหยียดตรง ผิวนอกเริ่มหดตัว ความมันวาวมืดลง ความแข็งของมันเพิ่มขึ้นสองสามเท่าในทันที

หนวดเหล่านั้นไม่ลอยไปมาอีกต่อไปและกลายเป็นเส้นเกาะแน่นกับเปลือกอสูรไส้เดือน ลมปราณกดข่มแผ่ไปรอบด้านทำให้หัวใจเต้นรัวอย่างไม่อาจควบคุม

“ปังปังปัง!”

ผิวของอสูรไส้เดือนที่โดนลูกปัดกระบี่โจมตีเกิดเสียงทื่อเท่านั้น ไม่ได้ทำให้เปลือกของอสูรไส้เดือนแตก หนวดที่กลายเป็นเส้นอ่อนตัวลงและดูดซับพลังหลังจากถูกโจมตี

“ปัง!”

ปากใหญ่ของอสูรไส้เดือนพุ่งเข้าหาเฉินเฟย แรงดูดมหาศาลเกิดขึ้นทันที ทรายหินปลิวว่อน สิ่งสกปรกและต้นไม้รอบตัวลอยเข้าปากอสูรไส้เดือนและถูกบดเป็นชิ้นๆด้วยฟันแหลมคม

“ควบแน่น!”

เฉินเฟยมองปากอสูรไส้เดือนแล้วชี้กระบี่เฉียนหยวนไปข้างหน้า ลูกปัดกระบี่หกสิบเม็ดสลายไปพร้อมกัน กลายเป็นลำแสงดำขนาดใหญ่พุ่งเข้าโจมตีปากอสูรไส้เดือน

“ตู้ม!”

การดูดของอสูรไส้เดือนถูกขัดโดยตรง แต่การโจมตีของเฉินเฟยไม่ได้สร้างความเสียหายให้อสูรไส้เดือนมากนัก แน่นอนว่าส่วนปากเป็นส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดในร่างกายอสูรไส้เดือน การโจมตีอย่างง่ายย่อมไม่อาจทำอะไรมันได้

“จี๊ด!”

ทันใดนั้นเสียงอสูรหนูดังขึ้น ภาพติดตาสีดำแวบขึ้นมา อสูรหนูขึ้นมาบนไหล่เฉินเฟยโดยถือดอกบัวไว้ในมือของมัน