“เก๋อเซี่ยตั้งใจจะเข้ามายุ่งเรื่องนี้สินะ”
เยี่ยนเต๋อฉวนหรี่ตามองเฉินเฟย รอบด้านดูเหมือนจะเย็นลงด้วยคำพูดเยี่ยนเต๋อฉวน
“ทลาย!”
เฉินเฟยตะโกนเสียงดัง อากาศที่เหมือนจะควบแน่นรอบด้านพังทลายลงทันที พอมองรอบตัวอีกครั้งก็ไม่เห้นวี่แววอากาศเย็นลง ทุกอย่างเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น
สีหน้าเยี่ยนเต๋อฉวนเปลี่ยนไป การลากคนเข้าภาพลวงตาอย่างเงียบงันเป็นวิชาลับของนักควบคุมความประหลาดอย่างพวกเขา คาดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะทำลายมันก่อนจะแสดงผล
“ในเมื่อยื่นมือเข้ามาสอด เช่นนั้นจงตายเสีย!”
เยี่ยนเต๋อฉวนตะโกนอย่างโกรธเคือง มือประหลาดนับสิบปรากฏขึ้นด้านหลัง เยี่ยนเต๋อฉวนชี้มือขวาไปข้างหน้า มือประหลาดหายไปทันใด เมื่อมันปรากฏขึ้นอีกครั้งก็กระจายอยู่รอบตัวเฉินเฟย
เฉินเฟยยังคงสงบ ซือหยวนไห่เคยใช้ท่านี้ผนึกการเคลื่อนไหวซือเสวี่ยชินเพื่อสร้างโอกาสให้เฉินเฟยโจมตี
ตอนนี้เขาได้สัมผัสมันกับตัวเอง อากาศหนาวเย็นรอบตัวเหมือนแช่แข็งจิตวิญญาณผู้คนได้
แต่มันต่างจากเมื่อครู่ ความเย็นครั้งนี้เป็นของจริง เฉินเฟยสัมผัสได้ว่าเลือดลมของเขาถูกระงับ ผิวหนังกล้ามเนื้อกระดูกเริ่มแข็งตัว
หากไม่มีสิ่งใดมาหยุดยั้ง สิ่งที่รอเฉินเฟยอยู่คือการกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งเช่นเดียวกับซือเสวี่ยชิน
โล่กระบี่หนาม!
กระบี่ยาวในมือเฉินเฟยหายไปและกลายเป็นโล่กระบี่มากมายล้อมรอบตัวเฉินเฟย เมื่อมือประหลาดเข้ามาใกล้ก็จะถูกโล่กระบี่ป้องกันไว้ แรงโต้กลับทำให้มือประหลาดกระเด็นออกไป
เมื่อเทียบกับมือประหลาดที่แตกสลายด้วยการโจมตีครั้งเดียว มือประหลาดในตอนนี้แข็งแกร่งกว่ามาก แต่พอถูกโจมตีด้วยโล่กระบี่หนามมือประหลาดก็หยุดนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะเกิดรอยแตกขึ้นพร้อมกัน
นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับมือประหลาดทุกอัน แม้มันจะฟื้นฟูทันทีแต่รูปแบบผนึกอันสมบูรณ์ก็แสดงข้อบกพร่องออกมา
ร่างกายเฉินเฟยสั่นไหวพุ่งออกมาจากช่องว่างของมือประหลาดนับร้อย พอเข้าถึงตัวเยี่ยเต๋อฉวนก็แทงกระบี่ออกไป
หกกระบี่!
หลังทะลวงระดับขัดเหลาไขกระดูก ทั้งพละกำลังและร่างกายล้วนทำให้หกกระบี่เป็นกระบวนท่าปกติของเฉินเฟย ตอนนี้เฉินเฟยสามารถใช้มันได้อย่างง่ายดายแทนที่จะใช้มันแล้วหมดแรงเหมือนเมื่อก่อน
“ปัง!”
กระบี่กระทบมือประหลาดยักษ์ แรงกระแทกทำให้เฉินเฟยถอยหลังเล็กน้อย รูขนาดใหญ่ปรากฏบนมือประหลาดนั้น
“โฮก!”
มือประหลาดส่งเสียงคำรามเจ็บปวด เส้นผมเฉินเฟยปลิวไสวไปด้านหลัง เคล็ดสงบต้นกำเนิดเริ่มหมุนเวียนเองอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันผลจากเสียงคำราม
หลังจากหยุดคำราม มือประหลาดนับร้อยก็พุ่งเข้าหาฉินเฟยอีกครั้งและปิดล้อมเฉินเฟยไว้
ร่างเฉินเฟยสั่นไหว ในบ้านแห่งนี้เหมือนมีเฉินเฟยหลายคนอยู่ เฉินเฟยอยู่ทั้งบนหลังคา ผนังลานบ้าน และหินประดับ
มือประหลาดหยุดชะงัก มันไม่อาจบอกได้ทันทีว่าคนไหนคือเฉินเฟยตัวจริง
เยี่ยนเต๋อฉวนขมวดคิ้ว นักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกคนนี้รับมือยากยิ่งนัก เมื่อครู่นี้ยังผ่านมือประหลาดนับร้อยมาถึงตัวเขาได้
หากไม่ใช่รอบตัวมีการป้องกันตัว เกรงว่าเยี่ยนเต๋อฉวนคงตกอยู่ในอันตราย!
เจ็ดกระบี่!
ทันใดนั้นร่างหนึ่งปรากฏขึ้นข้างเยี่ยนเต๋อฉวน แสงกระบี่แทงร่างเยี่ยนเต๋อฉวนด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
“สงบ!”
เมื่อเห็นความน่ากลัวของแสงกระบี่ เยี่ยนเต๋อฉวนก็ใช้มือทำผนึก ทันใดนั้นลมปราณเยือกเย็นระเบิดออกมาจากร่างเยี่ยนเต๋อฉวน กระบี่ในมือเฉินเฟยทะลุกระแสลมเย็นได้ แต่ยิ่งเข้าไปใกล้เท่าไหร่เขาก็ยิ่งลังเลที่จะฝ่าเข้าไป
เฉินเฟยขมวดคิ้ว กระบี่ยาวในมือเขาระเบิดเป็นเศษกระบี่นับไม่ถ้วนและระเบิดความเย็นโดยรอบ เฉินก้าวเท้าขวาถอยถีบตัวพุ่งผ่านลมปราณเยือกเย็น ทันใดนั้นกระบี่ยาวอีกเล่มปรากฏขึ้นในมือและเขาแทงมันออกไป
“ปัง!”
มือประหลาดยักษ์ตกมาจากท้องฟ้าโจมตีจุดที่เฉินเฟยยืนอยู่ บ้านทั้งหลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มือประหลาดลอยขึ้นแต่กลับไม่มีตัวคนอยู่ข้างใต้
ในช่วงเวลาวิกฤตินี้เฉินเฟยได้หลบหลีกมาอยู่มุมหนึ่งของบ้าน
เฉินเฟยหายใจออกจ้องมองเยี่ยนเต๋อฉวน การต่อสู้ในตอนนี้ดูซับซ้อน แต่แท้จริงแล้วมันสามารถสิ้นสุดได้ในพริบตา
เมื่อเทียบกับซือหยวนไห่ เยี่ยนเต๋อฉวนคนนี้แข็งแกร่งกว่า มีวิธีควบคุมความประหลาดมากมาย การเข้าใกล้อีกฝ่ายเป็นเรื่องยากสำหรับเฉินเฟย
แน่นอนว่าเยี่ยนเต๋อฉวนฆ่าเฉินเฟยไม่ได้เช่นกัน
แม้พลังของมือประหลาดยักษ์จะน่าทึ่ง แต่ความเร็วของมันช้าเกินไปสำหรับเฉินเฟย ส่วนการผนึกการเคลื่อนไหวด้วยมือประหลาดนับร้อย ด้วยโล่กระบี่หนามเฉินเฟยจึงไร้เทียมทาน
แต่เฉินเฟยรู้สึกได้ว่าเยี่ยนเต๋อฉวนยังมีไพ่ตายที่ยังไม่ได้ใช้ เช่นเดียวกับเฉินเฟยที่ไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมด
ทั้งสองฝ่ายระแวงกันไม่น้อย หากจะสู้ก็ต้องสู้สุดชีวิต ในเวลานั้นไม่รู้ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ
เฉินเฟยเกิดความคิดที่จะใช้ช่วงเวลานิรันดร์โจมตี ตราบใดที่จับเยี่ยนเต๋อฉวนไว้ได้ครู่หนึ่ง เฉินเฟยจะตัดหัวอีกฝ่ายด้วยกระบี่เดียวได้แน่นอน
แต่การใช้ช่วงเวลานิรันดร์มีข้อเสียเปรียบ มันไม่สามารถใช้กับผู้ที่มีพลังจิตใจแข็งแกร่งเกินไป ไม่อย่างนั้นจะทำให้ผลย้อนกลับ
เท่าที่เฉินเฟยสังเกตมา นักควบคุมความประหลาดมีพรสวรรค์ด้านพลังจิตใจ ไม่อย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่จะผนึกสิ่งแปลกประหลาดไว้ในร่างกาย
หากเฉินเฟยโจมตีด้วยวิชาจิตใจ บางทีเยี่ยนเต๋อฉวนอาจไม่หยุดนิ่ง ในทางกลับกันอาจเป็นเฉินเฟยที่หยุดนิ่งเองและสุดท้ายจะตกสู่ความตาย
“เจ้าเป็นศิษย์สำนักนิกายใด?”
เยี่ยนเต๋อฉวนมองเฉินเฟยอย่างหวาดกลัว เป็นเช่นเดียวกับที่เฉินเฟยคิดไว้ เยี่ยนเต๋อฉวนมีไพ่ลับมากมาย หากใช้ในเวลาเหมาะสมมันจะเป็นตัวชี้ขาดทันที
แต่จังหวะแบบนั้นหาไม่ง่ายนักเพราะเฉินเฟยเคลื่อนไหวเร็วเกินไป เยี่ยนเต๋อฉวนจึงควบคุมเฉินเฟยในเวลาที่กำหนดไม่ได้ซึ่งทำให้ไพ่ลับของเขาไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
แต่เยี่ยนเต๋อฉวนไม่เต็มใจจะถอยกลับเช่นกัน
เยี่ยนเต๋อฉวนต้องเดินทางหลายพันลี้เพื่อตามหาซืออี้หนาน ตอนนี้ความสำเร็จใกล้เข้ามาแล้ว เยี่ยนเต๋อฉวนจะยอมถอยกลับได้อย่างไร
“สำนักกระบี่เซียนเมฆา! อีกไม่นานศิษย์พี่ของข้าจะมาแล้ว คอยดูเถอะว่าเจ้าจะไปได้หรือไม่” เฉินเฟยพูดอย่างภูมิใจพร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
ใบหน้าเยี่ยนเต๋อฉวนเปลี่ยนไป เป็นไปไม่ได้ที่นักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกทั่วไปจะมีพลังเช่นนี้ใน มีเพียงสำนักกระบี่เซียนเมฆาในบริเวณใกล้เคียงเท่านั้นที่ฝึกฝนศิษย์แบบนี้ได้
เมื่อนึกถึงอำนาจของสำนักกระบี่เซียนเมฆาเยี่ยนเต๋อฉวนก็รู้สึกเกรงกลัว แม้เขาจะเพิ่งมาถึงเมืองเซียนเมฆาได้ไม่นาน แต่ผู้ฝึกตนทั่วไปย่อมมีช่องทางข่าวสารของตนเอง
เป็นธรรมดาที่เยี่ยนเต๋อฉวนจะรู้เรื่องสำนักกระบี่เซียนเมฆา หากคนจากสำนักกระบี่เซียนเมฆาตามหลังมาจริงก็คงใช้เวลาไม่นานนัก หากมีคนอย่างเฉินเฟยเพิ่มเข้ามาอีกเยี่ยนเต๋อฉวนคงไม่ได้จากไป
“นี่เป็นเรื่องภายในนิกายของเรา ข้าหวังว่าท่านจะหยุดแทรงแซง!”
เยี่ยนเต๋อฉวนคว้าศิษย์น้องสองคนขึ้นมาและหายตัวไปในพริบตา เขาไม่กล้ารั้งรออยู่ที่นี่ต่อ แต่ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้จบลงแล้ว
เฉินเฟยเห็นเยี่ยนเต๋อฉวนจากไปจึงถอนหายใจ ไม่คิดเลยว่าจะลงเอยด้วยการใช้ชื่อสำนักกระบี่เซียนเมฆาทำให้ผู้อื่นหวาดกลัว
ชื่อของผู้มีอำนาจนี้โด่งดังนัก
เฉินเฟยกระโดดขึ้นและไล่ตามร่องรอยของซืออี้หนาน
ซืออี้หนานแบกซือหยวนไห่ไว้บนหลังและหนีไปอย่างเร่งรีบ เด็กอายุสิบปียังไม่รู้ว่าต้องปกปิดร่องรอยตัวเองอย่างไร
เฉินเฟยใช้เคล็ดสงบต้นกำเนิดสังเกตสิ่งต่างๆอย่างละเอียดและอาศัยร่องรอยนี้ติดตามไปจนถึงบ้าน
เมื่อเขากระโดดขึ้นมาบนกำแพง ภาพรอบตัวก็เปลี่ยนไป เขาถูกรายล้อมไปด้วยเสียงนกร้องและกลิ่นหอมดอกไม้ ไม่รู้ตัวเลยว่ามาถึงสวรรค์ตั้งแต่เมื่อใหร่
แสงแวบผ่านดวงตาเฉินเฟย ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาหายไป ซืออี้หนานถือมีดสั้นพยายามจะฆ่าเขา แต่พอเห็นว่าเป็นเฉินเฟย สีหน้ากังวลของนางก็หายไปและเกือบทรุดตัวลงพื้น
“พี่ใหญ่เฉิน...”
“หยุดพูดเถอะ รีบย้ายที่กันก่อน”
เฉินเฟยโบกมือเดินเข้าไปในบ้าน อุ้มซือหยวนไห่ไว้บนหลังและจับมือของซืออี้หนานเดินออกไป
เฉินเฟยสามารถใช้ร่องลอยไล่ตามมาได้ เยี่ยนเต๋อฉวนย่อมทำได้เช่นกัน แม้แต่กลุ่มลาดตระเวนของเมืองเซียนเมฆาที่เห็นการเคลื่อนไหวนั้นก็อาจไล่ตามมา
ดังนั้นที่นี่จึงไม่ปลอดภัยอีกต่อไป พวกเขาจำเป็นต้องย้ายไปที่อื่น
หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยคนอื่นปรากฏตัวที่บ้านซึ่งเป็นหนึ่งในบ้านที่เฉินเฟยเพิ่งเช่า
เฉินเฟยวางซือหยวนไห่ไว้บนเตียง คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบเศษลูกปัดจิตใจออกมาวางไว้ที่สี่มุมของเตียงซือหยวนไห่
ชิ้นส่วนลูกปัดจิตใจถูกพิสูจน์แล้วว่ามีผลบางอย่างในการปกปิดลมปราณในโลกจิตประหลาด
เฉินเฟยไม่รู้ว่าเยี่ยนเต๋อฉวนใช้วิธีใดในการติดตามซือหยวนไห่ แต่หากปิดกั้นลมปราณของซือหยวนไห่เพียงเล็กน้อย แม้อีกฝ่ายจะหาเจอแต่ก็คงต้องใช้เวลา
“เอาสิ่งนี้ติดตัวไปด้วย”
เฉินเฟยนำชิ้นส่วนบางอันไปให้ซืออี้หนาน
ซืออี้หนานรับชิ้นส่วนลูกปัดจิตใจและจำได้ว่ามันเป็นสิ่งที่ปรากฏในโลกจิตประหลาด ดังนั้นนางจึงรับมันด้วยความซาบซึ้ง แต่ทันใดนั้นนางก็แสดงสีหน้าหมดหนทาง
ซืออี้หนานเดินไปที่เตียงซือหยวนไห่ด้วยสีหน้าสับสน
เรื่องเยี่ยนเต๋อฉวนได้รับการแก้ไขชั่วคราว แต่เรื่องการช่วยซือหยวนไห่ถูกขัดจังหวะเช่นกัน ในช่วงเวลาอันสั้นได้สูญเสียโอกาสสุดท้ายที่จะเข้าโลกจิตประหลาด
หากมีเวลามากพออาจจะเข้าไปยังโลกจิตประหลาดต่อได้ แต่ซือหยวนไห่ในตอนนี้ทนไม่ไหวอีกแล้ว บางทีซือหยวนไห่อาจตายในวันพรุ่งนี้หรือวันมะรืน
เฉินเฟยตบไหล่ซืออี้หนาน ขณะมองรูปร่างซีดเซียวของซือหยวนไห่บนเตียงก็ขมวดคิ้ว ควรทำอย่างไรต่อไปดี?
“ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่ามีโอกาสสามครั้ง ทำไมถึงมีเพียงสามครั้ง?” เฉินเฟยมองซืออี้หนานและถามเสียงต่ำ
“การควบคุมหยกประหลาดต้องใช้พลังของข้า แต่ตอนนี้ข้าอ่อนแอเกินไปจนไม่มีพลังพอที่จะควบคุมมันอีก” ซืออี้หนานเงยหน้ามองเฉินเฟยและยื่นหยกประหลาดให้
“เจ้าใช้พลังอะไรในการใช้หยกประหลาด”
เฉินเฟยมองหยกประหลาดในมือ รูปลักษณ์หยกประหลาดดูไม่มีอะไรผิดปกติ มันไม่ต่างจากหยกธรรมดา
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved