ตอนที่ 101 ปลุกคุณสมบัติเศษ

[วิชายุทธ์: คำอธิบายอาวุธวิญญาณ(เริ่มต้น1/3000)]

“หากเป็นวิชายุทธ์เกี่ยวข้องกับจิตใจมันจะฝึกยากกว่า และข้อกำหนดความชำนาญจะต่างกัน”

เฉินเฟยมองระบบแล้วสั่งทำให้เป็นแบบง่าย

“คำอธิบายอาวุธวิญญาณ...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...คำอธิบายอาวุธวิญญาณ → วาดแผนผังความคิด!”

เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้ ตามจริงแล้วคำอธิบายอาวุธวิญญาณต้องใช้จิตใจคัดลอกแผนผังความคิด แต่ตอนนี้เขาทำให้ง่ายขึ้นจนกลายเป็นวาดแผนผังความคิดแทน

การเชื่อมต่อด้วยความเร็วมือ เฉินเฟยเคยกลัวที่ไหน

แต่ตอนนี้เฉินเฟยยังไม่สามารถคฝึกฝนความชำนาญคำอธิบายอาวุธวิญญาณได้ พลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสามขาดความชำนาญอีกเพียงเล็กน้อย เฉินเฟยจำเป็นต้องฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดก่อนจะทำอย่างอื่น สุดท้ายแล้วพรุ่งนี้เขาต้องไปเรียนรู้พลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่

เฉินเฟยหยิบโอสถเส้นลมปราณใส่ปาก เพียงครู่เดียวพลังเย็นแผ่ไปทั่วร่างกายเขา พลังภายในเริ่มเพิ่มขึ้นในเส้นลมปราณด้วยการหมุนเวียนพลังเข้าใจต้นกำเนิด

กล้ามเนื้อสั่นเท้าและหดเกร็ง สภาวะนี้กินเวลานานกว่าสองชั่วยามจึงจะหยุดลง

เฉินเฟยลืมตาขึ้น รู้สึกถึงพลังพลุ่งพล่านในร่างกาย สำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสามแล้ว

เฉินเฟยลุกขึ้นยืน คันธนูยาวปรากฏขึ้นในมือ ทันใดนั้นพลังในร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าปกติได้ปะทุขึ้น

กำลังมหาศาล!

เฉินเฟยถือคันธนูในมือซ้ายและดึงสายธนูด้วยมือขวา ในเวลานี้ธนูยาวซึ่งเคยต้องใช้แรงมากมายในการดึงกลับดึงได้อย่างง่ายดาย

เฉินเฟยดึงสายธนูจนสุดอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ผ่อนลง เฉินเฟยทำแบบนี้อยู่หลายสิบครั้งแต่ไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่น้อย และพลังที่พลุ่งพล่านในร่างกายยังไม่มีทีท่าจะลดลง

ตามบันทึกของวิชายุทธ์ การปลุกคุณสมบัติพิเศษกำลังมหาศาลจะอยู่ได้นานถึงหนึ่งเค่อ ในช่วงเวลานี้ตราบใดที่ไม่หักโหมมากเกินไป แรงกายจะไม่ลดลง

“ธนูนี้อ่อนด้อยแล้ว ได้เวลาหาธนูที่ดีกว่า”

ใบหน้าเฉินเฟยแสดงรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าการปลุกคุณสมบัติพิเศษกำลังมหาศาลได้เพิ่มพลังต่อสู้ของเฉินเฟยอย่างมาก

แต่มันยังอีกยาวไกลนัก พลังเข้าใจต้นกำเนิดยังมีขั้นสี่และขั้นห้า ขั้นห้าสามารปลุกกระดูกเหล็กซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษอีกอย่างหนึ่ง

และยังมีอาวุธกึ่งวิญญาณอีกสองชิ้น ตราบใดที่เฉินเฟยเพิ่มความชำนาญอาวุธวิญญาณจนสมบูรณ์ ในเวลานั้นเขาจะใช้อาวุธกึ่งวิญญาณสองอันนี้ได้

คิดได้ดังนั้นเฉินเฟยจึงเก็บธนูแล้วเดินไปที่โต๊ะ

บนโต๊ะมีพู่กัน หมึก กระดาษ และหินหมึกเตรียมไว้ นอกจากศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวยังมีคนธรรมดาและนักยุทธ์จำนวนมากที่มีฐานฝึกฝนต่ำคอยรับใช้ศิษย์เหล่านี้

เฉินเฟยฝนหมึกสักพักก็รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ ทำไมไม่ใช้น้ำแทนหมึกล่ะ?

คิดได้ดังนั้นเฉินเฟยจึงหยิบพู่กันจุ่มน้ำใสด้านข้างและเริ่มวาดลวดลายบนกระดาษ

ในฐานะนักยุทธ์หรือนักยุทธ์มือกระบี่ มือเฉินเฟยจึงมั่นคงมาก ดังนั้นเฉินเฟยจึงร่างรูปแบบคำอธิบายอาวุธวิญญาณในครั้งเดียว

“คำอธิบายอาวุธวิญญาณ+1”

เฉินเฟยดูข้อความแจ้งเตือนบนแผงด้วยรอยยิ้ม วิธีนี้ใช้ได้ เวลาที่เหลือไม่ได้พูดอะไรอีก มุ่งตรงกับการทำสิ่งปวดตับ

ตลอดคืนนี้เฉินเฟยไม่ได้หลับตาและยังวาดลวดลายอยู่อย่างนั้นโดยใช้น้ำเปล่า

เฉินเฟยไม่หยุดจนกระทั่งดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า บิดเอวอย่างขี้เกียจจนกล้ามเนื้อกระดูกเฉินเฟยดังกร็อบแกร็บ การนอนดึกเช่นนี้ยากกว่าการฝึกพลังภายในเล็กน้อย

แต่สำหรับเฉินเฟย การอยู่ต่อแบบนี้อีกสองสามวันไม่ใช่ปัญหา มากสุดเขาเพียงต้องหาเวลานอนเพื่อพักฟื้นร่างกาย

เมื่อฐานฝึกฝนพัฒนาขึ้น ความอดทนของเฉินเฟยจะแข็งแกร่งขึ้นอีก คาดว่าการนอนดึกต่อเนื่องหลายคืนจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่

[วิชายุทธ์: คำอธิบายอาวุธวิญญาณ(เชี่ยวชาญ5879/10000)]

ตอนนี้เป็นเวลาเช้าแต่ฉือเต๋อเฟิงยังไม่มา เฉินเฟยเก็บพู่กันกระดาษ หยิบลูกปัดเก็บปราณหยวนจากกระเป๋ามาวางไว้ตรงหน้า

เมื่อวานเก็บลูกปัดไว้กับตัวตลอดทั้งคืน เฉินเฟยไม่รู้สึกถึงปราณหยวนมากนัก มากสุดเพียงรู้สึกจะมีร่องรอยความเย็นมองไม่เห็นแทรกซึมอยู่ในจุดที่วางลูกปัดเก็บปราณหยวน

ถ้าพูดถึงประโยชน์ของร่องรอยปราณหยวนบนร่างกาย เฉินเฟยไม่ได้รู้สึกอะไรเลย แต่ถึงอย่างนั้นความก้าวหน้าของพลังภายในบนระบบเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย

แม้มันจะไม่ได้มากมาย แต่หากรวมกันเป็นเวลาหลายปีมันควรมีผลอยู่บ้าง

เฉินเฟยมองลูกปัดเก็บปราณหยวนและนึกภาพสัญลักษณ์ในใจ ครู่ต่อมา ลูกปัดเก็บปราณหยวนภายใต้การมองของเฉินเฟยเปลี่ยนไปอย่างมาก

สีเหลืองดินหายไป มันกลายเป็นแสงวงกลมขนาดใหญ่ปิดล้อมเฉินเฟย

เฉินเฟยมองไปรอบด้านพบว่าเครื่องเรือนในห้องหายไป สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเขากลายเป็นกลุ่มหมอกแทน

หมอกปราณปกคลุมไปทั่วบริเวณ เฉินเฟยมองไม่เห็นระยะไกล

เฉินเฟยก้มดูตัวเองพบว่าเขาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ซึ่งยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง

“ที่นี่คงเป็นภายในจิตใจ หรือข้าอาจคิดไปเอง?”

เฉินเฟยเกิดสับสน แต่ทันใดนนั้นเฉินเฟยทิ้งเรื่องนี้ไว้ทันที เพราะในเวลาไม่นานเฉินเฟยรู้สึกว่าจิตใจตัวเองอ่อนล้า

ก่อนหน้านี้ไม่ได้นอนมาทั้งคืนเฉินเฟยยังไม่รู้สึกอะไรมาก แต่ในเวลานี้จิตใจเขากลับอ่อนล้า

“เก็บ!”

เฉินเฟยพูดเสียงต่ำ สัญลักษณ์ภายในความคิดสั่นไหว วงแสงรอบตัวสั่นเล็กน้อย หมอกโดยรอบถูกกระตุ้นและค่อยๆเข้าใกล้วงแสง

เมื่อปราณหมอกหรือปราณหยวนเข้าสู่ร่างกายเฉินเฟย พลังเข้าใจต้นกำเนิดในตัวเฉินเฟยก็เริ่มหมุนเวียนเอง

ความรู้สึกเต็มไปด้วยความุสขเกิดขึ้นในใจ ความรู้สึกในการดูดซับปราณหยวนทำให้เฉินเฟยตัวเบาสบาย

แม้การฝึกพลังภายในตามปกติจะไม่ได้รู้สึกอึดอัด และแท้จริงแล้วยังรู้สึกได้ถึงการเติมเต็ม แต่เขายังไม่เคยรู้สึกเสพติดเท่านี้มาก่อน

ในขณะเดียวกันจิตใจอ่อนล้าของเฉินเฟบค่อยๆบรรเทาลง จิตใจยังคงถูกใช้งานแต่ใช้ในอัตราน้อยลง

หากตอนนี้เฉินเฟยทนได้เพียงครึ่งชั่วยาม การดูดซับปราณหยวนในเวลานี้จะทำให้เขาอยู่ได้นานขึ้นอีกหน่อย

ความรู้สึกนี้ราวกับว่าจะคงอยู่ตลอดไปชั่วนิรันดร์ เวลาผ่านไปในพริบตา ความรู้สึกในจิตใจฉีกขาดฉับพลันและพาเฉินเฟยกลับสู่ความเป็นจริง

ใบหน้าเฉินเฟยซีดขาวเล็กน้อย เขาไม่มีความรู้สึกไม่สบายตัวแต่รู้สึกปวดแปล๊บที่หัว เห็นได้ชัดว่านี่เป็นอาการจิตใจอ่อนล้า

“ว่ากันว่าบนภูเขาไม่มีดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ผู้ที่มีฐานฝึกฝนขั้นสูงอาจบรรลุปี้กู่[1]ด้วยการดูดซับปราณหยวน”

ในตอนเช้านี้เฉินเฟยรู้สึกหิว แต่ในเวลานี้เขากลับรู้สึกอิ่ม มันน่าจะเป็นผลมาจากปราณหยวน

เฉินเฟยมองระบบโดยไม่รู้ตัว พอเห็นข้อมูลระดับหลอมกระดูกเขาถึงกับตาเบิกกว้าง

ในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ การบ่มเพาะพลังภายในของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นสามร้อยคะแนน

แนวคิดนี้คืออะไร?

โดยปกติแล้วเฉินเฟยสามารถกินโอสถเหนือสามัญได้เจ็ดเม็ดต่อวัน และด้วยพลังภายในที่เพิ่มขึ้นซึ่งมาพร้อมกับการสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิด หลังผ่านไปทั้งวันการบ่มเพาะจะเพิ่มเพียงสองร้อยคะแนนเท่านั้น

ในเวลานี้ดูดซับปราณหยวนไม่ถึงหนึ่งเค่อก็แซงหน้าการเติบโตในแต่ละวันที่เฉินเฟยใช้ฝึกฝนก่อนหน้านี้

จากการคำนวนเดิมที่เฉินเฟยจะทะลวงระดับหลอมกระดูกสู่ขัดเกลาไขกระดูก ด้วยการสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดอย่างต่อเนื่องเฉินเฟยจึงมั่นใจว่าจะทะลวงระดับขัดเกลากระดูกได้ภายในหนึ่งปี

หากพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่และขั้นห้ามีผลต่อฝึกฝนอย่างแน่ชัด เวลาจะสั้นลงไปอีก แต่อาจต้องใช้เวลาเจ็ดหรือแปดเดือน

แต่ในเวลานี้ลูกปัดเก็บปราณหยวนทำให้เวลานี้สั้นลงอีกครึ่งหนึ่ง เฉินเฟยสามารถทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกได้ในเวลาไม่ถึงสามสี่เดือน

ไม่สิ มันอาจเร็วกว่านั้นเล็กน้อย

คำอธิบายอาวุธวิญาณอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ ตราบใดที่เฉินเฟยฝึกมันถึงระดับรู้แจ้ง การใช้ลูกปัดเก็บปราณหยวนในอนาคตจะใช้จิตใจน้อยลง และเวลาที่ใช้ลูกปัดเก็บปราณหยวนจะนานขึ้น

นอกจากนี้เฉินเฟยยังมีเคล็ดชำระต้นกำเนิดซึ่งเป็นวิชาพิเศษที่เสริมสร้างจิตใจ การฝึกมันจะทำให้เฉินเฟยใช้ลูกปัดเก็บปราณหยวนได้นานขึ้น

ปัญหาเดียวในตอนนี้คือลูกปัดเก็บปราณหยวนเม็ดนี้เหมือนจะใช้ไม่ได้แล้ว

เฉินเฟยมองลูกปัดเก็บปราณหยวนในมือ จากเดิมที่มีสีดินเหลืองตอนนี้มันเหมือนเสียความชุ่มชื้นและดูเหี่ยวย่น เห็นได้ชัดว่าลูกปัดเก็บปราณหยวนมีข้อจำกัดนารใช้งาน เวลานี้ได้แต่รอให้ลูกปัดเก็บปราณหยวนฟื้นฟู

เมื่อนึกถึงสิ่งที่เฟิงซิวผู่ที่พูดว่าผลของลูกปัดเก็บปราณหยวนไม่มีต่อจุดทวาร เฉินเฟยจึงถอนหายใจด้วยความเสียใจ

หากมีลูกปัดเก็บปราณหยวนมากกว่านี้เฉินเฟยคงนำมันมาใช้ต่อ และด้วยพลังจิตใจที่เพียงพอ การบ่มเพาะของเฉินเฟยจะพุ่งทะยาน

น่าเสียดายที่เฉินเฟยมีเพียงอันเดียวและไม่มีใครยอมให้เฉินเฟยยืมลูกปัดเก็บปราณหยวนเพราะทุกคนต้องการใช้มันเช่นกัน

ใช้เวลาครึ่งชั่วยามกว่าอาการปวดหัวของเฉินเฟยจะทุเลาลง

เฉินเฟยไม่เสียเวลาโดยเปล่าและวาดลวดลายต่อ

ตอนนี้เขารู้ผลของลูกปัดเก็บปราณหยวนแล้ว แต่เฉินเฟยไม่มีเหตุผลที่จะขี้เกียจ เขาจะใช้เวลาทุกส่วนเพื่อฝึกฝนคำอธิบายอาวุธวิญญาณให้ถึงรู้แจ้ง จากนั้นจะได้ใช้ลูกปัดเก็บปราณหยวนได้ถึงขีดสุดในทุกวัน

ประมาณสามสี่เดือนอาจได้ทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูก ไม่มีอะไรใหเไม่พอใจ

“ก๊อกก๊อกก๊อก!”

ขณะที่เฉินเฟยกำลังวาดภาพอย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เฉินเฟยมองไปนอกหน้าต่างและเห็นว่าฉือเต๋อเฟิงมาแล้ว

เปิดประตูออกไป เฉินเฟยขมวดคิ้วขณะมองฉือเต๋อเฟิงนอกประตู

“เกิดอะไรขึ้น?” ฉือเต๋อเฟิงถือถุงสมุนไพรมองเฉินเฟยอย่างสงสัย

“ทำไมผิวเจ้าถึงแย่ลง เจ้าไปหอแดงมัวเมาอีกแล้วหรือ?”

การอยู่ด้วยกันเมื่อสองสามวันก่อนเฉินเฟยยุ่งอยู่กับการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ตอนที่เจอกันทุกวันจึงไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ แต่วันนี้เฉินเฟยเห็นทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติกับสถานะของฉือเต๋อเฟิง

ไม่ว่าเขาจะเพ่นพ่านไปรอบๆหรือไปหอแดงมัวเมามากแค่ไหน แต่นักยุทธ์หลอมกระดูกไม่ควรอ่อนแอเช่นนี้

ลมหายในของฉือเต๋อเฟิงในตอนนี้ทำให้เฉินเฟยรู้สึกว่าเขาดีไม่เท่านักยุทธ์ขัดเกลากล้าเนื้อและอาจด้อยกว่าด้วยซ้ำ

“ตอนมาวันนี้ข้ารู้สึกหายใจไม่ค่อยออกเช่นกัน ช่วงนี้จึงพักบ้างแล้ว”

ฉือเต๋อเฟิงรู้สึกแปลกๆเช่นกัน ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจมัน แต่ตอนนี้เฉินเฟยเอ่ยปากเตือนเขาจึงพบสิ่งผิดปกติ สำหรับหอแดงมัวเมา ฉือเต๋อเฟิงไม่ได้ไปที่นั่นหลายวันแล้ว

ปี้กู่[1] วิธีการฝึกอย่างหนึ่งของนักพรตเต๋าโดยหลีกเลี่ยงการกินธัญพืชทั้งห้าชนิด