ตอนที่ 349 พลิกฟ้า

ซิงซินเจาที่กำลังวิ่งมาหยุดเท้ากะทันหัน ในสายตาเนตรกระบี่หวนคืน ซิงซินเจาเห็นลมปราณแปลกหน้าสองคน ลมปราณสองสายในสายตาเนตรกระบี่หวนคืนหนาแน่นมาก เห็นได้ชัดว่าผู้มาเยือนนั้นแข็งแกร่ง

“มีคนคอยช่วยจริงๆ!” ใบหน้าซิงซินเจามืดมน คิดอยู่ครู่หนึ่ง ฝีเท้าวูบไหวไล่ตามต่อ

หลังวิ่งไปไม่กี่ลี้ จิตวิญญาณซิงซินเจารับรู้ได้ถึงลมปราณทั้งสอง สีหน้าซิงซินเจาฮึกเฮิม ไล่ตามอีกฝ่ายได้ง่ายดาย ดูเหมือนความแข็งแกร่งของสองคนนั้นจะธรรมดา

ซิงซินเจาขยับเท้า ร่างกลายเป็นภาพติดตาไล่ตามเร็วขึ้น แต่ซินซิงเจาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อกำลังเข้าใกล้ สองลมปราณนั้นทำให้เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ก่อนซิงซินเจาจะคิดได้ก็เห็นเงาสามร่างด้านหน้า ในเวลานี้ระยะห่างระหว่างสองฝ่ายมีไม่ถึงหนึ่งลี้

ความไม่สบายใจในใจซิงซินเจารุนแรงขึ้น เมื่อกำลังจะหยุดเท้า ทันใดนั้นเห็นสองร่างปรากฏตรงหน้า

ในระยะหนึ่งลี้ ซิงซินเจากำลังจะก้าวไปต่อ แต่ตอนนี้สองคนนั้นพุ่งกลับมาในทางตรงข้าม เพียงพริบตาเดียว ระยะห่างสองฝ่ายก็น้อยกว่าร้อยหมี่

ในระยะนี้ซิงซิงเจาเห็นหน้าตาของทั้งสองได้อย่างชัดเจน ใบหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที

ใช่แล้ว ซิงซินเจารู้ว่าฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนหน้าตาเป็นอย่างไร ในหอกระบี่หวนคืนมีวิชามรดกสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวถึงหกชุด เขาจะไม่สนใจสมาชิกสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวได้อย่างไร

ซิงซินเจาคิดถึงสถานการณ์ทุกอย่างที่ทั้งสองฝ่ายได้พบกัน แต่สิ่งเดียวที่คาดไม่ถึงคือจะพบกันในสถานการณ์เช่นนี้

ที่สำคัญกว่านั้นการบ่มเพาะสูงสุดสองคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมาที่นี่พร้อมกันได้อย่างไร โจวจื่อซุนยังไม่เท่าไหร่ ฉวีชิงเซิงเจ้าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวกล้าออกนอกเมืองเซียนเมฆาในสถานการณ์แบบนี้ด้วยหรือ

ซิงซินเจากกระทืบเท้าขวาถอยกลับอย่างรวดเร็ว เมื่อต้องเผชิญกับระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสองคน ซิงซินเจาเพียงคนเดียวย่อมไม่กล้ารับมือ เป็นธรรมดาที่จะถอยหนีทันที

“ไอ้หัวขโมย เจ้าจะไปไหน!”

โจวจื่อซุนตะโกนด้วยความโกรธ นับตั้งแต่ได้ยินสิ่งที่เฉินเฟยพูด ในใจโจวจื่อซุนก็เต็มไปด้วยความโกรธ วิชามรดกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกสำนัก

หากสูญเสียวิชาไปหนึ่งชุด หลายสำนักจะพยายามเต็มที่เพื่อนำมันกลับมา แต่หอกระบี่หวนคืนเก็บซ่อนวิชาหกชุดของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเอาไว้

ฉวีชิงเซิงจ้องมองซิงซินเจา ชี้กระบี่วิญญาณในมือไปข้างหน้า ค่ายกลกระบี่สีดำเข้าปกคลุมไปทางซิงซินเจา

สีหน้าซิงซินเจาเปลี่ยนไป กระบี่วิญญาณในมือระเบิดแสงสลัว เงากระบี่ยักษ์ลวงตาพุ่งขึ้นฟ้า สกัดค่ายกลกระบี่จ้งหยวนไม่ให้มันเข้ามา

ซิงซินเจาใช้ประโยชน์จากช่องว่างนี้ถอยออกไปอย่างบ้างคลั่ง

สองคนอยู่ในขอบเขตเดียวกัน ถ้าการบ่มเพาะต่างกันไม่มากและมีระยะห่างเพียงพอ หากหนึ่งในนั้นต้องการถอยหนีก็มีโอกาสสูงที่จะออกไปได้

ซิงซินเจาโชคดีมี่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติจึงเว้นระยะห่างเอาไว้

เดินหนีสวรรค์ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเป็นสิ่งที่ดี แต่มรดกท่าร่างของหอกระบี่หวนคืนไม่เลวเช่นกัน ดังนั้น ซิงซินเจาจึงมั่นใจว่าเขาจะถอยได้อย่างสมบูรณ์ ท้ายที่สุดแล้วฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนไม่ใช่นักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นสูงสุด

“จงอยู่ซะ!”

โจวจื่อซุนตะโกนดังลั่น ตัวเขาเหมือนกลายเป็นกระบี่ไร้เทียบเคียง พริบตาเดียวข้ามระยะหลายร้อยหมี่มาถึงตัวซิงซินเจา

ช่วงเวลาถัดมา โจวจื่อซุนกระแทกเข้าซิงซินเจา

“ตู้ม!”

เสียงระเบิดดังขึ้น เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงพลังปะทะมหาศาลแม้จะยืนอยู่ไกล

โจวจื่อซุนทะลวงระดับรวมทวารล้มเหลวส่งผลให้จิงชี่อ่อนลง แต่โจวจื่อซุนได้รับประโยชน์จากการทะลวงระดับเล็กน้อย การระเบิดพลังในตอนนี้คือหนึ่งในนั้น

ระดับรวมทวารจะรวมจุดทวารทั้งหมดในร่างกายเป็นหนึ่งเดียว นั่นเป็นพลังที่ทรงพลังอย่างยิ่งซึ่งเหนือกว่าระดับขัดเกลาทวาร

โจวจื่อซุนทะลวงระดับล้มเหลว แต่เขาเข้าใจความลึกลับของการรวมจุดทวาร เมื่อครู่ที่ข้ามระยะทางร้ายหมี่ โจวจื่อซุนใช้กระบี่วิญญาณยักษ์บังคับรวมพลังในจุดทวารแล้วระเบิดออกมา

ท่านี้ก่อนจะทำร้ายศัตรูต้องทำร้ายตัวเองก่อน แต่โจวจื่อซุนไม่สนใจเรื่องนี้ อายุขัยของเขาเหลืออีกไม่มาก การบาดเจ็บนี้จึงไม่ร้ายแรงแต่อย่างใด

และเพราะตระหนักถึงการเชื่อมโยงจุดทวารเป็นหนึ่งเดียวเล็กน้อย พูดได้ว่าพลังต่อสู้ของโจวจื่อซุนแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้คนที่นี่

กระบี่เข้าปะทะกัน ซิงซินเจาถอยหลังไป เพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถตัดสินความต่างได้ แม้จะไม่แพ้แต่เป็นที่ชัดเจนว่าเสียเปรียบ

ในขณะที่ซิงซินเจากำลังปลดปล่อยพลัง ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนได้เข้าปิดล้อมซิงซินเจาอย่างสมบูรณ์ คราวนี้ซิงซินเจาหนีไม่พ้น

ซิงซินเจารับรู้สถานการณ์โดยรอบ ดวงตาเบิกกว้างแล้วคำรามเสียงดัง พลังหยวนในร่างกายเดือดพล่านทันที เมื่อเผชิญกับการปิดล้อมของยอดฝีมือระดับเดียวกันสองคน หากไม่สามารถหลบหนี สิ่งที่ทำได้คือสู้กลับ

สุยเหวินกงอยู่ห่างเพียงไม่กี่ลี้ หากต้านทานได้สักพักสุยเหวินกงจะมาที่นี่ ในเวลานั้นจะมีระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสองคนเท่านั้น มันไม่ง่ายที่จะตัดสินผู้ชนะ

“ฆ่า!”

โจวจื่อซุนตะโกนดังลั่น กระบี่วิญญาณยักษ์ยกขึ้น ราวกับพลิกฟ้า พลังมหาศาลเข้าปกคุลมทุกทาง

สำหรับกระบี่วิญญาณยักษ์ โจวจื่อซุนฝึกฝนมาตลอดชีวิตจนเข้าใจมันอย่างลึกล้ำ วิชากระบี่ที่เขาใช้นั้นอยู่เหนือขอบเขตที่กระบี่วิญญาณยักษ์ควรมี

เฉินเฟยในระยะไกลกระพริบตาปริบ กระบี่วิญญาณยักษ์ของเขาใกล้ถึงระดับรู้แจ้งแล้ว หากไม่รวมช่องว่างในการบ่มเพาะ เฉินเฟยพบว่ากระบี่วิญญาณยักษ์ที่โจวจื่อซุนใช้ในขณะนี้แตกต่างอยู่เล็กน้อย

แน่นอนว่าไม่ใช่โจวจื่อซุนฝึกกระบี่วิญญาณยักษ์ผิด แต่กระบี่วิญญาณยักษ์ที่โจวจื่อซุนแสดงออกมานั้นมีแนวทางของโจวจื่อซุนแฝงอยู่

สำหรับคนในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว กระบี่วิญญาณยักษ์และกระบี่จ้งหยวนถือเป็นจุดสูงสุดของการบ่มเพาะและจุดสูงสุดของวิชา หากต้องการก้าวหน้าต่อก็ไม่มีทางไป

ต้องไปหาวิชาอื่นมาผสานหรือออกไปจากเส้นทางนี้

หลายปีก่อนการบ่มเพาะของฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนยังคงเท่าเดิม หลังผ่านไปหลายปีมันยังคงเท่าเดิม

การหาวิชาฉบับสมบูรณ์นั้นยากเกินไป และยังเป็นเรื่องของโชคด้วย

โจวจื่อซุนต้องการหาเส้นทางด้วยตัวเอง เขาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ภายใต้กระบี่วิญญาณยักษ์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวิธีนี้ยากเกินไปและโจวจื่อซุนไม่ได้ผลลัพธ์มากนัก

แต่ผลลัพธ์เล็กน้อยนี้เองที่ทำให้เฉินเฟยมีความรู้สึกว่ามันแตกต่าง

“ตู้ม!”

ในค่ายกลกระบี่จ้งหยวน เสียงแตกดังขึ้นอย่างไม่มีสิ้นสุด เฉินเฟยยังได้ยินเสียงคำรามซิงซินเจาซึ่งค่อยๆเบาลง

ตอนนี้ลมปราณซิงซินเจาซึ่งเหมือนไฟโหมกระหน่ำลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรแล้วเขาอยู่การป้องกันและไม่ได้โจมตีทุกกระบวนท่า แม้เขาจะแสดงความพ่ายแพ้ แต่การจะฆ่ายังมีหนทางอีกยาวไกล

ขอบเขตการบ่มเพาะเท่ากัน ฝ่ายหนึ่งป้องกันโดยสมบูรณ์ เป็นเรื่องยากที่จะโจมตีและฆ่า ในขณะนี้ความคิดซิงซินเจาเหนียวแน่นมาก ท้ายที่สุดลมปราณสุยเหวินกงปรากฏอยู่ไม่ไกลแล้ว

ตราบใดที่ยืนหยัดได้อีกสักพัก สุยเหวินกงก็จะมาถึง ในเวลานั้นด้วยจำนวนระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายและความแข็งแกร่งเท่ากัน ในการต่อสู้แท้จริงจึงไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

มีโอกาสสูงที่จะแพ้ทั้งสองฝ่าย ซิงซินเจารู้สึกได้ว่าพลังของโจวจื่อซุนลดลงเมื่อเทียบกับตอนแรก

คนที่กดดันเขามากที่สุดในตอนแรก ในขณะนี้เริ่มกดดันน้อยลง

แต่น่าเสียดายที่มีฉวีชิงเซิงอยู่เคียงข้าง ซิงซินเจาจึงไม่มีโอกาสหนีออกไป

ซิงซินเจารู้ถึงสภาพของโจวจื่อซุน ฉวีชิงเซิงย่อมรู้เช่นกัน หลังทะลวงระดับล้มเหลวในครั้งนั้น สภาพร่างกายโจวจื่อซุนก็ถดถอยลง

โดยปกติสามารถรักษาการบ่มเพาะระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายเอาไว้ได้ นอกจากนั้นยังมีพลังต่อสู้ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย แต่พลังต่อสู้นี้อยู่ได้ไม่นานนัก สิ่งข้างต้นอาจไม่ชัดเจนเมื่อเผชิญกับศัตรูต่ำกว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

แต่หากเป็นการสู้กับระดับเดียวกับ โจวจื่อซุนสามารถแสดงพลังระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้

ไม่รู้ว่าเฉินเฟยปรากฏตัวห่างจากสนามต่อสู้สิบหมี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ในจุดนี้เขาสัมผัสได้ถึงลมปราณและแรงกดดันที่แผ่มาจากระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสามคนได้อย่างชัดเจน

ผมเฉินเฟยปลิวไปตามลม เสื้อผ้าบนร่างกายถูกกดทับแนบชิดร่างกาย

ภายในค่ายกลกระบี่จ้งหยวน กระบี่วิญญาณซิงซินเจาตั้งทแยงป้องกันการโจมตีจากรอบด้านอย่างต่อเนื่อง หางตาเหลือบไปเห็นเฉินเฟยอยู่นอกค่ายกล ในดวงตาเต็มไปด้วยเคร่งขรึมทันที

คนนี้เองที่ทำให้ข้าตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายและน่าอับอายเช่นนี้ หากมีโอกาสซิงซินเจาจะฆ่าเฉินเฟยแน่นอน ไม่มีทางเมตตาเด็ดขาด!

เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของซิงซินเจา เหลือบมองซิงซินเจาและรับรู้ถึงลมปราณสุยเหวินกงที่เข้ามาใกล้ ช่วงเวลาถัดไป ในทะเลจิตสำนึกเฉินเฟย โคจรเคล็ดพันไหมถึงขีดสุด พลังจิตวิญญาณเดือดพล่านทันที

ตัดจิต!

แสงกระบี่มองไม่เห็นพุ่งจากทะเลจิตสำนึกเฉินเฟยเข้าไปในค่ายกลกระบี่ในพริบตาและมาอยู่ตรงหน้าซิงซินเจา ซิงซินเจารู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ พลังจิตวิญญาณในทะเลจิตสำนึกหดตัวฉับพลัน

“ฟู่ม!”

ซิงซินเจารู้สึกว่าทะเลจิตสำนึกสั่นไหวและจิตวิญญาณเกิดรูโหว่ ความเจ็บปวดยิ่งกว่าโดนเฉือนผิวหนังหลายเท่าระเบิดในทะเลจิตสำนึก

ความเจ็บปวดนี้ไม่นับว่าเป็นอะไรเลยสำหรับซิงซินเจา หากเป็นยามปกติซิงซินเจาคงไม่แม้แต่ขมวดคิ้ว

แม้แต่การบาดเจ็บจิตวิญญาณนี้ก็ไม่นับว่าเป็นอะไร บางครั้งการโจมตีด้วยทักษะจิตวิญญาณอาจเป็นดาบสองคม ทำร้ายทั้งผู้อื่นและตนเอง อีกฝ่ายบาดเจ็บและตัวเองโดนสะท้อน

แต่ในขณะนี้ซิงซินเจากำลังแกว่งกระบี่วิญญาณป้องกันการโจมตี การบาดเจ็บกะทันหันของจิตวิญญาณทำให้ซิงซินเจาหยุดนิ่งชั่วขณะ

นี่เป็นการหยุดชั่วขณะ แต่ในการต่อสู้ดุเดือด การหยุดชั่วขณะถือเป็นข้อบกพร่อง

หากฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนคนใดคนหนึ่งใช้ทักษะจิตวิญญาณตอนนี้ หนึ่งในนั้นจะหยุดนิ่ง แม้อีกฝ่ายจะคว้าโอกาสนี้ได้ แต่ยากจะกำหนดผลลัพธ์อยู่ดี

แต่ในขณะนี้ฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนยังปลอดภัยเช่นเดิม ด้วยประสบการณ์ร่วมกันหลายปี โจวจื่อซุนอัดพลังกระบี่วิญญาณยักษ์เข้าค่ายกระบี่จ้งหยวนของฉวีชิงเซิง

“ชิ้ง!”

พลังกระบี่จ้งหยวนในมือฉวีชิงเซิงเพิ่มขึ้นทันที ซิงซินเจาต้องการป้องกันแต่สายเกินไป ดังนั้นจึงทำได้เพียงหลีกเลี่ยง

ครู่ต่อมา แขนที่มีส่วนเล็กๆของสะบักลอยขึ้นไปในอากาศ หมอกเลือดกระจายไปทั่ว

ห่างเพียงเส้นผม ซิงซินเจาจะโดนกระบี่นั้นฟันหัว

“อ๊าก!”

ซิงซินเจาร้องดังลั่น จุดทวารทั่วร่างขยายออกแล้วหดตัวลง รอยแตกกระจายไปทั่วจุดทวาร ช่วงเวลาต่อมา พลังมหาศาลพุ่งสูง ซิงซินเจากลายเป็นแสงกระบี่ฉีกค่ายกลกระบี่หายไป

เฉินเฟยเงยหน้ามอง แสงกระบี่ปกคลุมสุยเหวินกงในระยะไกลและหายไปจากเขตแดนนี้พร้อมกัน