ตอนที่ 168 หวาดหวั่น

“ตู้ม!”

เสียงระเบิดดังขึ้น หยูโต้วซานไม่อาจหลบการโจมตีนี้ ร่างกายเขาถูกกระแทกจากด้านหน้าจนเลือดเนื้อแตกกระจายไปบริเวณโดยรอบ

ใบหน้าเจียวเซี่ยงหยวนซีดลง เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้จะจะใช้วิชานี้ต่อเนื่องไม่ได้ แต่ตอนนี้การทำสำเร็จในกระบวนท่าเดียวถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว

ร่างเฉินเฟยวูบไหว กระบี่ในมือโบกสะบัด การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น มันไม่ใช่ครั้งสองครั้งที่หยูโต้วซานถูกทุบจนแหลกเป็นชิ้น สิ่งสำคัญคือจะทำให้พลังจิตใจในเลือดเนื้อสลายไปได้หรือไม่

หากทำไม่ได้หยูโต้ซานจะฟื้นฟูได้อีก

หากเกิดสถานการณ์นี้ขึ้นเฉินเฟยต้องคิดเรื่องหนีแล้วจริงๆ เพราะนั่นหมายความว่าหยูโต้วซานกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจจัดการและไร้เทียมทานในขอบเขตขัดเกลาทวาร

“ชิ้ง!”

เฉินเฟยฟันกระบี่ไปมา เส้นด้ายพลังจิตใจบนกระบี่ปะทะกับพลังจิตใจในเลือดเนื้อ เฉินเฟยรู้สึกว่าจิตใจเขาสั่นคลอน เขาพยายามลบพลังจิตใจออกจากเลือดเนื้อหยูโต้วซาน

“อ๊าก!”

หยูโต้วซานเปล่งเสียงร้องเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเขาจะถูกทุบตีอย่างไรก็ไม่แสดงอาการใด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการร้องด้วยความเจ็บปวดเลย

เจียวเซี่ยงหยวนมีความสุขทันทีเมื่อได้ยินเสียงร้องของหยูโต้วซาน มีแค่คนที่สู้กับหยูโต้วซานเท่านั้นที่จะเข้าใจความลำบากนี้

มันเหมือนกับว่าไม่ได้เห็นแสงแห่งชัยชนะ และถ้าผ่อนคลายเล็กน้อยก็จะตกลงเหวทันที หากเป็นคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีความตั้งใจมากพอคงจะหนีไปนานแล้ว

“ทุกคน ฆ่าศัตรูของตัวเองเสร็จแล้วให้รวมพลังจิตใจฆ่ามันด้วย!”

เฉินเฟยตะโกนเสียงดัง พลังจิตใจของสัตว์อสูรกระต่ายตัวนี้มากกว่าตัวอื่นอย่างเห็นได้ชัด แม้เฉินเฟยจะใช้พลังจิตใจได้ดีกว่าคนอื่น แต่ปริมาณไม่ได้มากกว่ากันนัก

ด้วยพลังของเฉินเฟย ต่อให้เขาใช้พลังจิตใจจนหมดก็อาจฆ่าชิ้นส่วนของหยูโต้วซานทั้งหมดไม่ได้

กัวหลินซานเป็นคนแรกที่รีบวิ่งไปหา ฟันกระบี่กว้างในมือใส่เลือดเนื้อสุดแรง

การฟันกระบี่เพียงครั้งเดียวก้อนเนื้อก็สั่นไหวอย่างรุนแรง มันต้องการหลบหนีแต่ไม่มีกำลังมากพอ ใบหน้ากัวหลินซานซีดลงเล็กน้อยซึ่งเป็นผลมาจากการปะทะพลังจิตใจ

“ทนทานยิ่งนัก ลองอีกครั้ง!”

กัวหลินซานคำรามด้วยความโกรธ พลังจิตใจไหลเข้ากระบี่กว้างและฟันชิ้นเนื้อเดิมต่อไป ครั้งนี้ก้อนเนื้อสั่นไหวก่อนจะหยุดนิ่งไป แต่ใบหน้ากัวหลินซานซีดเซียวเช่นกัน

เจียวเซี่ยงหยวนเข้ามาด้านข้าง ป้องกันไม่ให้เลือดเนื้อหยูโต้วซานรวมตัวกันอีก หากมีแววว่ามันจะรวมตัวกัน เขาจะใช้กระบี่ดาวตกโจมตีทันที

เลือดเนื้อหยูโต้วซานจดจำพลังจิตใจของเจียวเซี่ยงหยวนได้แล้ว ดังนั้นผลของการสลายพลังจิตใจจึงไม่ดีนัก แต่ผลจากการโจมตีกายภาพไม่ได้ลดลง

เฉินเฟยจัดการกับเลือดเนื้อทุกจุด ในขณะเดียวกันยังมีผู้อื่นเข้าร่วมด้วย ปริมาณเลือดเนื้อที่หยูโต้วซานควบคุมได้เริ่มลดลงเรื่อยๆ

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างไม่รู้จบ เสียงกรีดร้องนี้ทำให้สัตว์อสูรกระต่ายตัวอื่นเกิดความโกลาหล

หลังจากรู้เบื้องหลังแท้จริงของสัตว์อสูรกระต่ายเหล่านี้ ความสามารภที่สัตว์อสูรกระต่ายพึ่งพาก็ไม่อาจปกป้องพวกมันได้อีกต่อไป

การเคลื่อนไหวแข็งทื่อกลายเป็นจุดบอดร้ายแรงเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู เมื่อพลังจิตใจสลายไป สัตว์อสูรกระต่ายก็ถูกฆ่าตาย เริ่มมีคนเข้ามาทำลายพลังจิตใจของหยูโต้วซานมากขึ้น เลือดเนื้อที่หยูโต้วซานควบคุมได้ก็น้อยลง

ใบหน้าทุกคนเริ่มปรากฏรอยยิ้ม พวกเขาคิดว่าคงถึงเวลาตายของตัวเองแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าจะเกิดการพลิกผันจะพลิกผันเช่นนี้

ตอนนี้พวกเขาต้องการกวาดล้างสัตว์อสูรกระต่ายทั้งหมด ไม่มีใครตาย ส่วนใหญ่เพียงได้รับบาดเจ็บ

สิ่งสำคัญคือหลังจากนั้นพวกเขาจะแบ่งป้ายเหล็กที่สัตว์อสูรกระต่ายนำมากด้วยประมาณสามสิบอัน ด้วยเหล็กจำนวนนี้ อย่างน้อยทุกคนจะได้รับคนละหนึ่งอัน

บางคนแอบมองเฉินเฟย พูดได้ว่าเฉินเฟยมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ครั้งนี้ หากไม่ใช่เพราะเฉินเฟยคนทั้งกลุ่มคงถูกทำลาย ซึ่งคาดเดาเรื่องต่อจากนั้นได้เลย

พอนึกถึงป้ายเหล็กที่เฉินเฟยได้รับบางคนก็เริ่มอิจฉา

แต่รางวัลของกลุ่มต้องแบ่งตามผลงาน หากลำเอียงเล็กน้อยจะถูกวิจารณ์และสุดท้ายอาจทำให้กลุ่มสลายตัว

เจียวเซี่ยงหยวนเข้าใจสิ่งนี้ คนอื่นๆก็เช่นกัน

และความแข็งแกร่งที่เฉินเฟยแสดงออกมาในตอนนี้ทำให้หลายคนหวาดกลัว ด้วยพลังที่ลูกธนูแสดงให้เห็น คาดว่าใครก็ตามที่อยู่ในขอบเขตการขัดเกลาไขกระดูกถูกโจมตีคงไม่รอด

หรือต่อให้เป็นขอบเขตขัดเกลาอวัยวะภายใน หากไม่อยู่ในขั้นปลายหรือขั้นสูงสุด เมื่อถูกเฉินเฟยกำหนดเป็นเป้าหมายย่อมต้องโดนลูกธนูทะลวงผ่านโดยตรงซึ่งไม่มีโอกาสหลบหนีด้วยซ้ำ

มีความแข็งแกร่ง ทำผลงานเยอะ และป้ายเหล็กมากมาย แน่นอนว่าย่อมไม่มีใครแสดงความเห็นและไม่กล้าแสดงความเห็นด้วย

เจิ้งจิ้งอันขบฟันแน่นแต่ไม่กล้าพูดไร้สาระ

เขาเคยดูถูกเฉินเฟยเพราะฐานฝึกฝนต่ำ แม้เฉินเฟยจะมีอาจารย์ขอบเขตขัดเกลาทวาร แต่ไม่อาจซ่อนความจริงที่ฐานฝึกฝนยังดีไม่เท่าเจิ้งจิ้งอัน

แต่ตอนนี้ในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว เจิ้งจิ้งอันอาจถูกเฉินเฟยโจมตีอย่างรุนแรง ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ว่า เจิ้งจิ้งอันจะกล้าหาญแค่ไหนก็ต้องหยุดความบาดหมางไว้ก่อน

ตอนนี้เมื่อเทียบกับพื้นหลังแล้วเขาไม่ดีเท่าอีกฝ่าย เทียบพลังต่อสู้เขาก็ยังไม่ดีเท่า แล้วแบบนี้จะเอาอะไรไปสู้ หากยังดิ้นรนต่อไปเขาจะเป็นคนเดียวที่ทุกข์

เจิ้งจิ้งอันเป็นคนใจแคบแต่ไม่ใช่คนโง่ ไม่มีคนโง่คนใดที่พัฒนาฐานฝึกฝนของตนมาถึงขอบเขตขัดเกลาอวัยวะภายในและผ่านการทดสอบนิสัยของสำนักได้

โดยปกติแล้วเขาจะอวดดีและใช้อำนาจบาตรใหญ่

“ฆ่าไม่ได้ พวกเจ้าฆ่าข้าไม่ได้!”

ทันใดนั้นเสียงหยูโต้วซานดังมาจากเลือดเนื้อ เลือดเนื้อบางส่วนที่กำลังดิ้นรนหยุดขยับทันที หยูโต้วซานรวมพลังจิตใจทั้งหมดไว้ในตำแหน่งเดียว

“ปัง!”

โหมวหยวนชางแทงกระบี่ใส่ แต่ทันใดนั้นเขากระอั่กเลือดออกมาเต็มปากและตัวกระเด็นปลิวไปข้างหลัง ใบหน้าเขาซีดลงมาก มันเป็นผลจากการปะทะพลิงจิตใจแต่โดนสะท้อนกลับ

คนอื่นๆตกใจจนอดไม่ได้ที่จะชะลอการโจมตีลง ขอบเขตขัดเกลาอวัยวะภายในมีพลังจิตใจครึ่งชั่งกับแปดตำลึง[1] อย่างมากเมื่อไปถึงขอบเขตขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุด พลังจิตใจจะแข็งแกร่งขึ้นแต่ไม่ได้มากมายนัก

แม้แต่โหมวหยวนชางได้รับบาดเจ็บจากการตีกลับ หากพวกเขายังโจมตีต่อไปผลลัพธ์คงไม่ดีไปกว่ากัน

พลังจิตใจเป็นปัจจัยสำคัญในการทะลวงขอบเขตขัดเกลาทวาร มันจะกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างแท้จริง หากรากฐานได้รับความเสียหายมันจะส่งผลให้เกิดความล้มเหลวในการทะลวงขอบเขตขัดเกลาทวารในอนาคต

“ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าเจ้าอยากฆ่าข้างั้นมาตายด้วยกัน!”

เสียงหยูโต้วซานบ้าคลั่ง เลือดเนื้อสั่นเทาอย่างรุนแรง ในเวลาต่อมาเลือดเนื้อดระเบิดออก เลือดมากมายกระจายทุกทิศทางพร้อมกับความผันผวนจิตใจ

ทุกคนตกใจและถอยหนีอย่างบ้าคลั่ง

สถานการณ์น่าเศร้าของโหมวหยวนชางยังคงติดตาพวกเขาอยู่ หากสัตว์อสูรกระต่ายตัวนี้ลากไปตายด้วยจริง ไม่แน่ว่ามันจะสามารถฆ่าพวกเขา แต่ถ้าเป็นการทำลายพลังจิตใจมันจะเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย

ท่องหนีสุญตา!

เฉินเฟยไม่ขยับเท้า ร่างกายท่อนบนของเขากลายเป็นเงามากมายหลบการโจมตีจากเลือด

แม้น้ำเสียงของสัตว์อสูรกระต่ายจะเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง แต่พลังจิตใจที่ผันผวนกลับสงบมาก ความสงบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ต้องการตายควรมี

“อ๊ะ!”

เฉินเฟยที่เพิ่งรอดพ้นจากการโจมตีของเลือดได้เห็นหยูโต้วซานกลายเป็นเงาเลือดหนีไปไกล แน่นอนว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการเปิดทางให้ตัวเองหนี

การเอาชีวิตรอดเป็นสัญชาตญาณแรกของสิ่งมีชีวิตเสมอ สัตว์อสูรกระต่ายเป็นสิ่งมีชีวิตเช่นกัน แน่นอนว่ามันไม่เต็มใจรอความตายอยู่ตรงนั้น หากมีโอกาสหนีมันจะไม่ปล่อยโอกาสนั้นไปแน่นอน

“จะหนีหรือ!”

ร่างกายฟู่จ้าวซิงวาบไหว เขาต้องการปิดกั้นเส้นทางหยูโต้วซาน แต่เขามีเวลาเพียงที่จะยกที่ดินผืนหนึ่งออกไป

“ศิษย์พี่ฟู่ สัตว์อสูรกระต่ายตัวนี้ใช้รูปแบบเผิงโบยบินอีกแล้ว” ศิษย์น้องของฟู่จ้าวซิงกระซิบ

“ข้าเห็นแล้ว” สีหน้าฟู่จ้าวซิงน่าเกลียด ความรู้สึกของการเสียศิษย์น้องและถูกเรียนรู้วิชาของตัวเองมันช่างแย่ยิ่งนัก

สิ่งสำคัญคืออีกฝ่ายใช้วิธีการเก่าและใหม่เพื่อบรรลุสิ่งเดียวกันโดยไม่ต้องใช้อาวุธกึ่งวิญญาณ

เมื่อเห็นเงาเลือดกำลังมาคนกลุ่มหนึ่งก็พยายามหยุดยั้งมัน แต่ฟันได้เพียงหางเงาเท่านั้นและไม่อาจหยุดยั้งมันได้ เจียวเซี่ยงหยวนใชกระบี่ฟันจนเกิดภาพติดตาและติดตามเงาเลือดอย่างใกล้ชิด

แต่ในไม่ช้าเจียวเซี่ยงหยวนก็หยุดเท้าลง

กระบวนท่ากระบี่นี้ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับการระเบิดพลังในระยะสั้น ความเร็วของมันน่าประทับใจมาก แต่ถ้าต้องการใช้เป็นเวลานาน พลังภายในและพละกำลังของเจียวเซี่ยงหยวนยังเพิ่มตามไม่ทัน

ทุกคนยอมแพ้ มีเพียงเฉินเฟยที่กลายภาพเงาติดตามหยูโต้วซานในชั่วพริบตา ทั้งสองไล่ตามกันและหายไปจากสายตาทุกคน

“ท่าร่างศิษย์น้องเฉินรวดเร็วยิ่งนัก!”

คนอื่นๆจำได้ว่าก่อนหน้านี้เจียวเซี่งหยวนชื่นชมท่าร่างของเฉินเฟย ในตอนนั้นบางคนไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงและคิดว่าท่าร่างของตนไม่แย่ไปกว่าเฉินเฟย

ตอนนี้พอนำมาเปรียบเทียบกัน แบบนี้จะเปรียบเทียบได้อย่างไร แม้แต่เจียวเซี่ยงหยวนซึ่งอยู่ในขอบเขตขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดยังด้อยกว่าเฉินเฟยในด้านท่าร่าง

เจียวเซี่ยงหยวนไม่พูดอะไร เขาขมวดคิ้วมองจุดที่เฉินเฟยหายไป

ถ้าหลังจากนี้หยูโต้วซานหนีไปได้ หลังจากนี้พักหนึ่งอาจมีสัตว์อสูรกระต่ายจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้น

พวกเขาทุกคนรู้วิธีฆ่าสัตว์อสูรกระต่ายเหล่านี้ แต่นักยุทธ์คนอื่นในดินแดนลับยังไม่รู้ ถ้าหยูโต้วซานแอบไปพัฒนากลุ่มจนมีหลายสิบคน สิ่งต่างๆคงแย่ลง

เฉินเฟยใช้ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณสุดกำลัง แต่เขาทำได้เพียงติดตามหยูโต้วซานจากระยะไกลโดยไม่ทิ้งระยะห่างมากกว่าเดิมแต่ไม่อาจตามทัน

อย่างไรก็ตามเฉินเฟยไม่รีบร้อน เพื่อจะคว้าโอกาสเอาชีวิตรอดสัตว์อสูรกระต่ายตัวนี้จึงใช้พลังเกือบทั้งหมดแล้ว ตอนนี้อย่างน้อยสุดยังเหลือต้นกำเนิดอีกเพียงเล็กน้อย

ต้นกำเนิดไม่ได้รับพลังเพิ่มจากภายนอก ยิ่งใช้มีแต่ยิ่งน้อยลง ตราบใดที่เฉินเฟยไม่หลงทางสุดท้ายเขาจะฆ่ากระต่ายตัวนี้ได้อยู่ดี

“ปล่อยข้าไป ข้าจะพาเจ้าไปหาป้ายเหล็กพวกนั้น ข้ารู้ว่าพวกเจ้าต้องการป้ายเหล็ก!”

หยูโต้วซานเหมือนจะรู้ว่าตกอยู่ในอันตรายดังนั้นจึงตะโกนบอกเฉินเฟย มันแตกต่างกับความดื้อด้านก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

บอกได้คำเดียวว่าเมื่อชีวิตถูกคุกคามหลายสิ่งหลายอย่างจะเปลี่ยนไป

“ได้ ข้าสัญญา!” เฉินเฟยพูดเสียงดัง

“เจ้าโกหก!”

สัตว์อสูรกระต่ายตะโกนด้วยความโกรธ ส่วนเฉินเฟยก็พูดไม่ออก ทันใดนั้นเขาจำได้ว่าสัตว์อสูรกระต่ายใช้พลังจิตใจตามสัญชาตญาณ โดปกติแล้วมันจะแยกแยะได้ว่าเฉินเฟยรับแบบส่งๆหรือจริงใจ

[1]ครึ่งชั่งกับแปดตำลึง พอๆกัน