ไป๋เต๋าเซียงเปลี่ยนสีหน้าทันที กล้าใช้กระบี่วิญญาณตัวเองเดิมพันว่าเฉินเฟยชนะแบบนี้ เขาโดนเฉินเฟยฟันหนึ่งกระบี่มาด้วยหรือ?
มีเพียงผู้ที่เคยสัมผัสความแข็งแกร่งของเฉินเฟยเป็นการส่วนตัวเท่านั้นที่สามารถเข้าใจว่าเฉินเฟยผิดปกติแค่ไหน มันไม่มีอะไรเหมือนระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นที่เขาเป็นเลย
“เจ้ามาช้าไป นี่เป็นเพียงธุรกิจเล็กๆ ของใหญ่เช่นนี้ไม่อาจรับได้” ไป๋เต๋าเซียงพูดแล้วลุกเดินไปที่อื่น
ตอนนี้เพิ่มมีคนหลายสิบเดิมพันว่า หากเนี่ยจื้อหยางเดิมพันว่าเฉินเฟยชนะ ไป๋เต๋าเซียงจะสูญเสียทุกอย่าง
“อย่าเพิ่งไป พวกเราเป็นเจ้ามือร่วมกันเถอะ!”
เสียงเนี่ยจื้อหยางดังก้องในหูไป๋เต๋าเซียง ไป๋เต๋าเซียงจึงหยุดชะงัก ตอนนี้ไป๋เต๋าเซียงมั่นใจแล้วว่าเนี่ยจื้อหยางโดนเฉินเฟยทุบตีมาแน่ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีความตั้งใจแบบนี้
พอคิดได้แบบนั้นก็อดหันไปมองเนี่ยจื้อหยางไม่ได้ โดนทุบตีด้วยคนเดียวกันนับว่าเป็นโชคชะตา
“เป็นเจ้ามือร่วมกัน? แบ่งกันคนห้าส่วน?” ไป๋เต๋าเซียงพูดผ่านเสียง แม้กำไรจะถูกแบ่งปัน แต่หากทำธุรกิจกับระดับขัดเกลาทวารส่วนใหญ่สำเร็จ ผลกำไรก็เยอะอยู่ดร
“คนละห้าส่วน!” เนี่ยจื้อหยางยิ้มและพยักหน้าบรรลุข้อตกลง
ทั้งสองนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นด้วยกัน ขณะที่พวกเขากำลังจะตะโกนออกมา พวกเขาเห็นเฟิงซิวผู่กำลังเดินมาหา ไป๋เต๋าเซียงกับเนี่ยจื้อหยาวมองหน้ากันแล้วรู้สึกไม่ทันที
“ข้าเดิมพันฝั่งศิษย์ข้าด้วยศิลาหยวนห้าสิบก้อน รับหรือไม่?” เฟิงซิวผู่พูดด้วยรอยยิ้ม
“เลิกแล้วเลิกแล้ว!” ไป๋เต๋าเซียงแทบพ่นเลือดเก่าออกมาเต็มปาก นี่มันเกิดอะไรขึ้น? การหาเงินมันยากขนาดนี้เลยหรือ!
สีหน้าเนี่ยจื้อหยางน่าเกลียดเช่นกัน ในขณะเดียวกันเขาก็เห็นว่ามีคนหลายคนในหอตำรากำลังเดินมาทางนี้เช่นกัน การเดิมพันยังไม่ทันเริ่มก็ต้องล้มเลิกก่อนแล้ว
ไป๋เต้าเซียงคืนเงินทั้งหมดที่คนอื่นเดิมพันไว้อย่างซื่อสัตย์ การประลองยังไม่เริ่มขึ้น การป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเดิมพันก่อนเริ่มการประลองถือว่าผิดกฎ
หลังจากนี้หากเฉินเฟยชนะจริง ผู้เดิมพันเดิมจะรู้สึกว่าจงใจหลอกลวงพวกเขา สิ่งนี้ต่างจากหลายคนวางเดิมพันพร้อมกันจึงหยุดให้วางเดินมพันก่อนเริ่มประลอง
การทำให้กลุ่มระดับขัดเกลาทวารขุ่นเคืองเพื่อศิลาหยวนหลายสิบก้อนไม่ใช่เรื่องดี ธุรกิจนี้ไม่อาจทำได้
ไป๋เต๋าเซียงคืนศิลาหยวนทั้งหมดด้วยสีหน้าหดหู่ เดิมทีคิดว่าการโดนเฉินเฟยฟันหนึ่งกระบี่จะสามารถทำเงินได้เล็กน้อยจากที่นี่ ตอนนี้ดูเหมือนว่าตัวเองคงได้เจ็บตัวเปล่า
เรื่องตลกฝั่งไป๋เต๋าเซียงสงบลงในเวลาชั่วครู่ ตอนนี้ทุกสายตาจับจ้องเฉินเฟยและเสิ่นถูฉาง
ไม่เพียงแค่ระดับขัดเกลาทวารเท่านั้น แต่ระดับรวมทวารของสำนักกระบี่เซียนกำลังเฝ้าดูสนามประลองอย่างตั้งใจ เขาต้องการดูว่าเฉินเฟยกับเสิ่นถูฉางที่ทะลวงระดับขัดเกลาทวารแล้วใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน
นอกสนาม เสิ่นถูฉางถือกระบี่ใหญ่ และด้วยวิชากระบี่เต่าดำเสิ่นถูฉางจึงตัวใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แรงกดดันยังแผ่ไปทุกทาง
เสิ่นถูฉางและวิชากระบี่เต่าดำเข้ากันได้ดีมาก แม้เขาจะทะลวงระดับขัดเกลาทวารได้เพียงปีกว่า แต่เสิ่นถูฉางเริ่มต้นวิชากระบี่เต่าดำและเข้าใจมันต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าเป็นพรสวรรค์หรือความเข้าใจ เสิ่นถูฉางคือตัวเลือกอันดับต้น ดังนั้นสำนักกระบี่เซียนเมฆาจึงพยายามบ่มเพาะเสิ่นถูฉาง
เป็นธรรมดาที่จะมอบโอสถหลิงเสวี่ย แม้กระทั่งโอสถหลิงเสวี่ยอันล้ำค่า สำนักกระบี่เซียนเมฆายังมอบให้เสิ่นถูฉางมากมายเพื่อให้การบ่มเพาะและพลังจิตวิญญาณของเขาก้าวหน้าเร็วขึ้น
“เริ่มได้!” เมื่อเห็นทั้งสองพร้อมแล้ว กัวฮวายหยูจึงส่งสัญญาณ
“ตึง!”
พอกัวฮวายหยูพูดจบ เสิ่นถูฉางก็ถีบเท้าคู่พุ่งเข้าหาเฉินเฟย ทันใดนั้นราวกับมีสัตว์ร้ายขนาดใหญ่คำรามอยู่ด้านหลังเสิ่นถูฉาง
ผู้ชมที่ได้เห็นเภาพนี้ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที เมื่อเทียบกับลมปราณของเสิ่นถูฉาง แม้จะมีช่องว่างระหว่างพวกเขาแต่ไม่ได้มากเท่าที่คิดไว้
ต้องรู้ว่าเสิ่นถูฉางเพิ่งทะลวงระดับเพียงปีกว่าจึงทำได้เพียงเท่านี้ หากเขาฝึกฝนไปอีกสองสามปีย่อมตามพวกเขาทันแน่นอน
คลื่นหลังดัผลักคลื่นหน้า เรื่องนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดไม่น้อย
หลายคนมองทางสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและพบว่าคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีสีหน้าจริงจัง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาประหลาดใจกับความแข็งแกร่งของเสิ่นถูฉาง
สีหน้าเฉินเฟยนิ่งสงบ มองเสิ่นถูฉางวิ่งเข้ามาพร้อมกับแทงกระบี่มาด้านหน้า มันเหมือนกับว่าเต่าดำกำลังจ้องมอง ลมปราณดุร้ายพุ่งเข้าสู่จิตวิญญาณเฉินเฟย
“ตึง!”
ทันใดนั้นพื้นดินสั่นสะเทือน รอยแตกขยายออกมาจากเท้าทั้งสอง กระบี่เฉียนหยวนในมือเฉินเฟยถูกห่อหุ้มด้วยพลังหยวนสีดำ กระบี่ถูกยกทแยงป้องกันกระบี่ของเสิ่นถูฉาง
ความแข็งแกร่งของเสิ่นถูฉางไม่เลวเลยสำหรับระดับขัดเกลาทวารใหม่ เขาเป็นหนึ่งในคนที่โดดเด่นแน่นอน น่าเสียดายที่เสิ่นถูฉางมาสู้กับเฉินเฟย
เฉินเฟยคนเดียวสังหารนักยุทธ์ระดับเดียวกันของสำนักฉางหงสามคน หากเฉินเฟยเอาจริง การฆ่าเสิ่นถูฉางคงใช้ไม่เกินสองกระบี่
แต่เป็นไปไม่ได้ที่เฉินเฟยจะแสดงพลังเช่นนั้น มันไม่ใช่ปัญหาการทำให้สำนักกระบี่เซียนเมฆาเสียหน้า แต่การพัฒนาของเขาจะทำให้ทุกคนหวาดกลัว
ไม้เด่นเกินไพรลมพัดหักโค่น[1] มันเป็นเพียงการประลอง เฉินเฟยไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ดังนั้นสิ่งที่เฉินเฟยต้องคิดคือจะชนะเสิ่นถูฉางอย่างสมเหตุสมผลอย่างไร
การแสดงความสามารถเป็นเรื่องปกติ แต่การแสดงมากเกินไปเป็นปัจจัยหนึ่งของความไม่มั่นคงในสายตาของคนอื่น
“ดี!”
พอเห็นเฉินเฟยป้องกันการโจมตีของตัวเองได้อย่างง่ายดาย เสิ่นถูฉางจึงรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น เขาไม่อยากให้เฉินเฟยแพ้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว ไม่อย่างนั้นเขาคงจะผิดหวัง
“วี๊ด!”
เสิ่นถูฉางเหวี่ยงกระบี่ใหญ่ ใบกระบี่ตัดผ่านจนเกิดเสียง ลมแรงพัดมา เพียงเห็นภาพนี้ก็บอกได้ว่ากระบี่เล่มนั้นทรงพลังเพียงใด
“เคร้ง!”
เฉินเฟยพลิกข้อมือป้องกันกระบี่ใหญ่ที่เข้ามาจากด้านข้าง ลมแรงพัดเสื้อทำให้เกิดเสียงผ้าโบกสะบัด
เสิ่นถูฉางหัวเราะเสียงดัง พลังบนตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับตอนเริ่มต้น พลังและลมปราณล้วนเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น
วิชากระบี่เต่าดำ เมื่อเปรียบเทียบข้อบกพร่องบางอย่างที่พบในระดับปรับแต่งร่างกาย หลายสิ่งล้วนถูกสร้างมาเพื่อระดับขัดเกลาทวาร เช่นเดียวกับการสะสมพลังหลังจากถูกโจมตีตั้งแต่แรกและโต้กลับในครั้งเดียว
ตอนนี้เสิ่นถูฉางไม่จำเป็นต้องยืนนิ่งให้ทุบตีอีก ตราบใดที่โจมตี เสิ่นถูฉางสามารถเพิ่มพลังและการป้องกันของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง
นี่คือวิชาชั้นยอดที่ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเมื่อต่อสู้ หากอีกฝ่ายไม่ขัดจังหวะโจมตีของเสิ่นถูฉาง แม้ตอนแรกสามารถป้องกันได้ แต่สุดท้ายจะถูกบดขยี้ด้วยพลังมหาศาล
เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเสิ่นถูฉาง ดวงตาเขาผันผวนเล็กน้อย เมื่อเทียบกับกระบี่จ้งหยวน วิชากระบี่เต่าดำลึกซึ้งกว่ามาก น่าเสียดายที่เป็นวิชาของสำนักกระบี่เซียนเมฆา เฉินเฟยจึงไม่มีโอกาสได้เห็นภาพรวมทั้งหมด
“ตู้ม!”
เพียงพริบตาเดียวทั้งสองสู้กันไปสิบกระบวนท่า พลังของเสิ่นถูฉางครอบคลุมทั่วบริเวณ ลมปราณกดข่มส่งผลต่อจิตวิญญาณเฉินเฟยอย่างต่อเนื่อง
หากเป็นนักยุทธ์ที่มีจิตวิญญาณอ่อนแอ เกรงว่าการเผชิญกับลมปราณแบบนี้คงทำให้รู้สึกอึดอัด แต่สำหรับเฉินเฟย ไม่ต้องพูดถึงสยบจิตสยบมังกรสารเลย แค่เคล็ดพันไหมก็เพียงพอรับมือผลกระทบจากลมปราณนี้แล้ว
ผู้ชมหลายคนขมวดคิ้วเล็กน้อย การประเมินเสิ่นถูฉางในใจพวกเขาดีขึ้นไปอีกขั้น
นี่เพิ่งผ่านมาปีกว่า เมื่อเวลาผ่านไป ตราบใดที่เสิ่นถูฉางรักษาความก้าวหน้าแบบนี้ไว้ได้ ในอนาคตรอบเมืองเซียนเมฆาจะมีพื้นที่ของเสิ่นถูฉาง
“ฮ่าฮ่าฮ่า พี่เฉิน รับเต่าดำล่วงหล่นของข้าซะ!”
พลังของเสิ่นถูฉางเพิ่มขึ้นถึงจุดสูงสุด พลังน่าสะพรึงกลัวตรึงเฉินเฟยเอาไว้ป้องกันไม่ให้เขามีโอกาสนี
เฉินเฟยรู้สึกถึงพลังที่ตรึงร่าง เดินหนีสวรรค์สามารถหลบหนีได้ พลังของกระบี่จ้งหยวนสามารถโต้กลับได้เช่นกัน พูดอีกอย่างคือตราบใดที่เฉินเฟยเต็มใจ กระบี่นั้นจะไม่มีทางโดนเฉินเฟย
วิชากระบี่เต่าดำนั้นละเอียดอ่อน แต่ความเข้าใจของเสิ่นถูฉางตื้นเขินอยู่บ้าง หากให้เฉินเฟยเผชิญหน้ากับเสิ่นถูฉาง ระดับความเข้าใจวิชายุทธ์นั้นล้ำกว่ามากจนไม่อาจเอาทั้งสองมาเปรียบเทียบกัน
แม้แต่การบ่มเพาะซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐานเฉินเฟยยังเหนือกว่าเสิ่นถูฉางมาก ตั้งแต่ต้นจนจบ ช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายชัดเจนอย่างยิ่ง แต่เสิ่นถูฉางไม่เข้าใจสิ่งนี้เลย
“ตู้ม!”
เสิ่นถูฉางฟันกระบี่ลงมา เขาโจมตีไม่โดนตัวเฉินเฟยแต่โดนม่านพลังสีดำ ม่านพลังสั่นไหวอย่างต่อเนื่องทำให้แรงกระแทกเบี่ยงเบนไปด้านข้าง
“ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว!”
ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนก่อตัวปิดล้อมเสิ่นถูฉาง ในค่ายกลมรลูกปัดกระบี่เพียงยี่สิบเม็ด พวกมันล้วนโจมตีกระบี่ใหญ่ของเสิ่นถูฉางด้วยพลังมหาศาล
“ค่ายกลกระบี่จ้งหยวน!”
ในฐานะวิชายุทธ์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เมื่อค่ายกลกระบี่ปรากฏทุกคนรอบข้างจึงจำได้ทันที สิ่งที่ทำให้ผู้ชมประหลาดใจคือจำนวนลูกปัดกระบี่ในค่ายกล
วิธีที่ง่ายสุดในการสังเกตระดับความเข้าใจค่ายกลกระบี่จ้งหยวนคือจำนวนลูกปัดกระบี่ ยิ่งมีจำนวนมากค่ายกลยิ่งทรงพลัง
ดวงตาผู้อาวุโสหลายคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเต็มไปด้วยความประหลาดใจ สิ่งที่พวกเขาฝึกฝนคือกระบี่จ้งหยวน ที่สำคัญกว่านั้นระดับวิชาที่พวกเขาเข้าใจในตอนนี้เหมือนจะไม่ได้ดีกว่าเฉินเฟยมากนัก
ใบหน้าเฟิงซิวผู่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งของเฉินเฟย แต่เป็นเพราะเฉินเฟยรู้วิธีซ่อนความสามารถของตัวเอง ไม่ให้คนอื่นรู้ถึงความแข็งแกร่งแท้จริงของตัวเอง ด้วยวิธีนี้เท่านั้นจึงสามารถช่วยชีวิตตัวเองในช่วงเวลาวิกฤตได้
ฉวีชิงเซิงพยักหน้าเล็กน้อย แสดงความแข็งแกร่งเท่านี้นับว่าพอแล้ว
“ปังปังปัง…”
ภายในค่ายกลกระบี่ เสิ่นถูฉางแกว่งกระบี่ใหญ่ไปรอบตัวตลอดเวลาเพื่อป้องกันการโจมตีของลูกปัดกระบี่รอบด้าน
ลูกปัดกระบี่ยี่สิบเม็ดโจมตีไม่จบสิ้นและยังใช้ท่ากระบี่ต่างๆ หากอ่อนแอกว่านี้สักหน่อยคงได้รับบาดเจ็บจากลูกปัดกระบี่เหล่านี้ เสิ่นถูฉางคิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะเข้าใจกระบี่จ้งหยวนขนาดนี้
เช่นเดียวกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันในสนามประลองของสำนักกระบี่เซียนเมฆา ตอนนี้ระดับความเข้าใจของวิชานี้น่าประหลาดใจแบบนั้นเช่นกัน
เดิมทีเสิ่นถูฉางคิดว่าความเร็วที่ตัวเองเข้าใจวิชานั้นเร็วแล้ว ปรากฎว่าเฉินเฟยเร็วกว่าตัวเองอีก กระบี่จ้งหยวนไม่ดีเท่ากระบี่เต่าดำ แต่ถ้าไม่อาจยืนหยัดต่อความเข้าใจอันลึกซึ้งของคนอื่นได้ สถานการณ์จะเปลี่ยนไปทันที
[1]ไม้เด่นเกินไพรลมพัดหักโค่น เป็นผู้แตกต่างจากคนอื่น สุดท้ายก็จะถูกคนอื่นเล่นงาน
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved