ตอนที่ 262 เดินหนีสวรรค์

วิธีหลอมโอสถหยาบกระด้างในตอนนั้นสร้างภาพจำลึกซึ้งแก่ฉินจิ้งหลัน พูดอีกอย่างคือคนที่เห็นแบบนั้นล้วนไม่มีใครจำไม่ได้

ตอนนี้มันกลายเป็นวิธีหลอมแบบนักหลอมโอสถคนอื่น เป็นเพราะเฉินเฟยไม่มั่นใจหรือเปล่า?

เฉินเฟยไม่รู้ว่าฉินจิ้งหลันกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่เช่นนั้นเขาคงหัวเราะออกมาแน่

วิธีหลอมโอสถแบบเดิมซึ่งคล้ายกับการย่างนั้นทำเพื่อเร่งเวลา ท้ายที่สุดเขาต้องหลอมโอสถจำนวนมากทุกวัน ดังนั้นจึงต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการหลอม

เมื่อเวลาผ่านไปจึงแก้ไขวิธีหลอมโอสถบางส่วน

แต่นี่เป็นครั้งแรกที่หลอมโอสถหลิงเสวี่ย เฉินเฟยจึงคอยระมัดระวังอยู่เสมอแม้ความเข้าใจทั้งหมดจะอยู่ภายในใจก็ตาม

เปลวไฟแผดเผาเตาหลอม พลังจิตวิญญาณปรับเปลี่ยนคุณสมบัติทางยาของสมุนไพรวิญญาณในเตาอย่างต่อเนื่อง การปรับเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หากไม่มีประสบการณ์มากพออาจทำให้เตาระเบิดได้ง่าย

มันคือเตาระเบิดของจริง เตาหลอมโอสถจะถูกพลังงานในสมุนไพรระเบิด

ฉือกวนชิงด้านข้างมองวิธีหลอมโอสถของเฉินเฟยแล้วพยักหน้าเล็กน้อย จนถึงตอนนี้วิธีหลอมของเฉินเฟยเป็นไปตามมาตรฐาน กลิ่นหอมสมุนไพรจากเตายังบริสุทธิ์มากเช่นกัน

นั่นหมายความว่าโอสถหลิงเสวี่ยกำลังเป็นไปในทิศทางถูกต้อง พอดูจากการไม่รีบร้อนของเฉินเฟยในขณะนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงในเตาหลอม

“พรสวรรค์!”

ฉือกวนชิงแอบคิดอยู่ในใจ ด้วยความเร็วเช่นนี้ เป็นไปได้ว่าเฉินเฟยจะหลอมโอสถหลิงเสวี่ยได้จริง อายุยังน้อยแต่การบ่มเพาะไม่ล้าหลังและเทียบเท่าการหลอมโอสถ ไม่เกินจริงเลยที่จะบอกว่ามีพรสวรรค์

ในขณะที่กำลังมอง ทันใดนั้นฉือกวงชิงพบว่าไฟใต้เตาหลอมแรงขึ้น เมื่อเทียบกับการไปทีละขั้นเมื่อครู่ ฉือกวงชิงเห็นว่าการเคลื่อนไหวของเฉินเฟยเริ่มหยาบกระด้าง

เฉินเฟยไม่เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ เขาเพียงปรับจังหวะการหลอมโอสถตามความรู้สึกของตัวเอง

แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาหลอมโอสถหลิงเสวี่ย แต่หลังจากได้หลอมจริง ทุกอย่างก็เป็นไปตามธรรมชาติราวกับเคยหลอมโอสถหลิงเสวี่ยมาเป็นพันครั้ง

นักหลอมโอสถคนอื่นยากจะมีประสบการณ์หลอมโอสถแบบนี้เพราะสมุนไพรวิญญาณมีไม่มาก เกรงว่ามีเพียงนักหลอมโอสถของสำนักกระบี่เซียนเมฆาที่ทำแบบนั้นได้

เพราะมันเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะรู้สึกว่าเรียบนิ่งเกินไป เฉินเฟยจึงเปลี่ยนวิธีหลอมไปเป็นแบบเมื่อก่อนโดยไม่รู้ตัว

เพียงพริบตาเดียวเปลวไฟก็ปกคลุมเตาหลอมจนมิด

ฉือกวงชิงมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า เขาเห็วเฉินเฟยน้อย เปลวไฟที่อยู่ด้านล่างพุ่งสูงขึ้นจนลามมาถึงตรงนี้แล้ว

สิ่งที่ฉือกวงชิงไม่อาจยอมรับคือภายใต้ไฟที่รุนแรงเช่นนี้ การเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางยาในเตาหลอมยังดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ

เพียงแต่ขั้นตอนการหลอมโอสถเร็วขึ้น

เดิมทีต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วยามในการหลอมโอสถหลิงเสวี่ยหนึ่งเตา นักหลอมโอสถเก่าบางคนที่มีอารมณ์เชื่องช้าอาจใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วยามครึ่งในการหลอมจนเสร็จ

แต่ด้วยวิธีหลอมของเฉินเฟยในตอนนี้ ต้องใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยามในการหลอมโอสถหลิงเสวี่ย

ฉินจิ้งหลันไม่ได้กังวลเรื่องเฉินเฟยอีกต่อไปแล้ว แต่ผู้ดูแลด้านข้างรู้สึกเช่นเดียวกับฉือกวนชิง เขาตกใจกับภาพเฉินเฟยหลอมโอสถจนไม่รู้จะพูดอะไร

“ปัง!”

ครึ่งชั่วยามผ่านไปในพริบตา เมื่อเฉินเฟยเปิดฝาเตา กลิ่นหอมสมุนไพรเข้มข้นก็ตลบอบอวล เมื่อสูดดมจะรู้สึกมึนเมา เห็นได้ชัดว่าเฉินเฟยหลอมโอสถหลิงเสวี่ยสำเร็จ

ฉือกวนชิงเดินเข้าไป เห็นเฉินเฟยนำโอสถหลิงเสวี่ยสี่เม็ดออกจากเตาหลอมจึงแสดงสีหน้าอย่างสมบูรณ์

เฉินเฟยไม่เพียงหลอมโอสถสำเร็จแต่ยังหลอมได้ถึงสี่เม็ด ฉือกวนชิงสามารถหลอมโอสถหลิงเสวี่ยได้เช่นกัน แต่เขาต้องอยู่ในสถานะดีเท่านั้นจึงทำแบบนี้ได้

โดยปกติจะหลอมได้สองถึงสามเม็ด

ดังนั้นด้วยระดับของฉือกวงชิง การรับภารกิจหลอมโอสถหลิงเสวี่ยจึงไม่ปลอดภัยนัก ฉือกวนชิงมักรับภารกิจหลอมโอสถอื่นมากกว่า

ตอนนี้ฉือกวนชิงกำลังสับสนว่าวิธีหลอมโอสถรุนแรงแบบนั้นเป็นประโยชน์ต่อการหลอมโอสถหรือเปล่า? ไว้ไปลองทำดูสักครั้งดีหรือไม่?

“แบบนี้ถือว่าผ่านหรือไม่?” เฉินเฟยเอ่ยถามเมื่อเขาฉือกวนชิงเหม่อลอย

“ผ่านแน่นอน!”

ฉือกวนชิงกลับมามีสติและพูดด้วยรอยยิ้ม “หากแบบนี้ยังไม่ผ่าน ข้าเกรงว่าในสมาคมคงมีนักหลอมโอสถระดับหกไม่มากนัก ยินดีด้วย เจ้าผ่านการประเมินนักหลอมโอสถระดับหกแล้ว!”

“ขอบคุณ!” เฉินเฟยยิ้ม

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยมาที่โต๊ะรับรอง หยิบป้ายที่เพิ่งเปลี่ยนเมื่อสี่เดือนก่อนออกมาและเปลี่ยนเป็นป้ายนักหลอมโอสถระดับหก

ในขณะเดียวกันยังมีขวดโอสถเพิ่มเข้ามาอยู่ในแขนเสื้อ นั่นคือโอสถหลิงเสวี่ยที่เพิ่งหลอม นอกจากโอสถหนึ่งเม็ดที่ต้องส่งมอบ โอสถหลิงเสวี่ยอีกสามเม็ดที่เหลือตกเป็นของเฉินเฟย

เท่ากับว่าเฉินเฟยใช้ศิลาหยวนหนึ่งก้อนแลกกับโอสถหลิงเสวี่ยสามเม็ด ถือว่าเป็นกำไรมหาศาล

บางครั้งการลงมือปฏิบัติก็ทำเงินได้มากมาย

ฉือกวนชิงกับเฉินเฟยพูดคุยกันสักพักก่อนแยกทาง เมื่อเทียบกับก่อนการประเมิน ทัศนคติของฉือกวงชิงเปลี่ยนไปเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด

“คุณชาย ท่านต้องการพักก่อนหรือไม่?” ฉินจิ้งหลันด้านข้างถามด้วยความกังวล ท้ายที่สุดเขาเพิ่งหลอมโอสถ การหลอมโอสถเป็นสิ่งที่ต้องใช้สมาธิ

นักหลอมโสอถหลายคนไม่ได้หลอมโอสถจำนวนมากทุกวันเพราะมันใช้สมาธิมากเกินไป ต้องคอยใส่ใจความขัดแย้งและการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของยาในเตาหลอมตลอดเวลา หากเสียสมาธิเล็กน้อยอาจทำให้โอสถกลายเป็นของไร้ประโยชน์

การหลอมโอสถธรรมดายังเป็นเช่นนั้น การหลอมโอสถวิญญาณจะแย่ยิ่งกว่า

“ไม่เป็นไร ไปพักในห้องหลอมสักหน่อยก็ใช้ได้แล้ว” เฉินเฟยส่ายหน้า นั่นแค่หลอมโอสถหลิงเสวี่ยเตาเดียว เป้าหมายของเฉินเฟยในวันนี้คือหลอมโอสถหลิงเสวี่ยห้าเตาตามภารกิจ

ฉินจิ้งหลันจึงยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นเฉินเฟยดูไม่เหนื่อยล้า หยิบสมุนไพรโอสถหลิงเสวี่ยหนึ่งชุดและพาเฉินเฟยไปห้องหลอมโอสถ

เมื่อเห็นเฉินเฟยไม่มีความต้องการอื่น แม้ฉินจิ้งหลันต้องการอยู่ต่อ แต่นางรู้ว่านั่นเป็นเรื่องผิดปกติเว้นแต่จะมีการประเมิน สิ่งสำคัญที่สุดในการหลอมโอสถคือความสงบ

“คุณชาย ข้าจะรออยู่นอกประตู หากท่านต้องการอะไรสามารถเรียกข้าได้เสมอ” ฉินจิ้งหลันพูดอย่างนุ่มนวล

“รบกวนเจ้าแล้ว”

“คุณชายเกรงใจแล้ว” ฉินจิ้งหลันโค้งคำนับเล็กน้อย ปิดประตูห้องหลอมโอสถอย่างเบามือและยืนรออยู่นอกห้อง

ห้องหลอมโอสถตกอยู่ในความเงียบทันที

เฉินเฟยตรวจสอบสมุนไพรวิญญาณและเตาหลอม ไม่พบปัญหาใดจึงเริ่มหลอม

ครึ่งชั่วยามต่อมา ขณะที่ฝาเตาหลอมถูกยกขึ้น โอสถหลิงเสวี่ยเตาใหม่ก็เสร็จสมบูรณ์ เฉินเฟยเหลือบมองในเตาหลอมแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ในเตามีโอสถหลิงเสวี่ยเพียงสามเม็ด

เฉินเฟยหยิบโอสถหลิงเสวี่ยสามเม็ดออกมาตรวจสอบอย่างระวัง

โอสถหลิงเสวี่ยแต่ละเม็ดมีสีเต็มเปี่ยม การหลอมครั้งนี้ไม่มีปัญหา พูดได้ว่าโดดเด่นเลยทีเดียว แต่สุดท้ายมีโอสถเพียงสามเม็ดแทนที่จะเป็นสี่เม็ดเหมือนก่อนหน้า

วิธีหลอมของเฉินเฟยไม่มีปัญหา แต่โอสถหลิงเสวี่ยระดับสมบูรณ์แบบไม่อาจหลอมได้สี่เม็ดทุกเตา มันมีความผันผวนซึ่งเฉินเฟยเตรียมใจกับเรื่องนี้แล้ว

ตามที่นักหลอมโอสถบางคนกล่าวไว้ มันเป็นเรื่องของสถานะและไม่เกี่ยวกับทักษะการหลอม

สีหน้าเฉินเฟยกลับมาสงบ เขาลุกขึ้นเปิดประตูห้อง ยื่นโอสถหลิงเสวี่ยทั้งสามเม็ดให้ฉินจิ้งหลัน

ฉินจิ้งหลันอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นเฉินเฟยหลอมโอสถหลิงเสวี่ยสำเร็จอีกครั้งและมีจำนวนเพียงพอ

ฉินจิ้งหลันเก็บโอสถและรีบวิ่งไปโต๊ะรับรอง นางต้องมอบโอสถและนำสมุนไพรวิญญาณชุดใหม่ไปให้

ครู่ต่อมา ฉินจิ้งหลันกลับมาพร้อมกล่องหยกในมือ ภายในกล่องนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรวิญญาณ

สองชั่วยามผ่านไปในพริบตา เฉินเฟยหลอมโอสถหลิงเสวี่ยอีกสี่เตาได้สำเร็จ เขาค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ สามในสี่เตาสุดท้ายหลอมโอสถหลิงเสวี่ยได้สี่เม็ด หมายความว่าเฉินเฟยได้รับโอสถเพิ่มอีกสามเม็ด

เฉินเฟยกล่าวลากับฉินจิ้งหลาน แต่คราวนี้ฉินจิ้งหลันไม่เต็มใจจากไป

เฉินเฟยจึงตกลงกับฉินจิ้งหลันว่าหากมีภารกิจหลอมโอสถหลิงเสวี่ยในสมาคม ให้ฉินจิ้งหลันใช้นกพิราบส่งข้อความให้เฉินเฟยเพื่อที่เขาจะมาสมาคม

ฉินจิ้งหลันรู้แล้วว่านางจะได้พบเฉินเฟยบ่อยครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

หลังออกจากสมาคม เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งและไปร้านค้าสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเซียนเมฆาเพื่อขายโอสถหลิงเสวี่ยที่มีอยู่หกเม็ด

โอสถหลิงเสวี่ยหกเม็ดสามารถประหยัดเวลาบ่มเพาะของเฉินเฟยได้สิบแปดวัน หากเป็นสถานการณ์ปกติเฉินเฟยคงกลับไปกินเพื่อเพิ่มระดับบ่มเพาะ อย่างไรแล้วระดับบ่มเพาะคือรากฐาน

แต่ตอนนี้การฝึกเดินหนีสวรรค์ค่อนข้างช้า นอกจากเงินที่เฉินเฟยเก็บไว้ก่อนหน้านี้ การขายโอสถหลิงเสวี่ยหกเม็ดนี้เพียงพอแล้วที่จะทำให้เดินหนีสวรรค์เป็นแบบง่าย

อย่างไรก็มีวิธีหาโอสถแล้ว เขาเลือกได้ว่าจะใช้เองหรือขายมัน

ในทางกลับกันความเร็วในการฝึกฝนเดินหนีสวรรค์ที่ช้าลงทำให้เฉินเฟยรู้สึกอึดอัดไม่น้อย

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยมอบป้ายให้ฉือเต๋อเฟิง

ใบหน้าฉือเต๋อเฟิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นป้ายใหม่

แม้ฉือเต๋อเฟิงจะรู้อยู่แล้วว่าเฉินเฟยเป็นสัตว์ประหลาดที่ไม่ธรรมดา แต่เขายังประหลาดใจอยู่ดีที่เฉินเฟยผ่านการประเมินนักหลอมโอสถระดับหกเร็วขนาดนี้

“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เจ้าใช้ป้ายนี้แลกสมุนไพรของโอสถทะยานเนินเขากับสมาคม ค่าผลงานในนั้นมีพอให้ใช้” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม

วันนี้เขาหลอมโอสถหลิงเสวี่ยห้าเตาและทำสำเร็จทั้งหมด เฉินเฟยจึงได้ค่าผลงานหนึ่งหมื่นห้าพันคะแนนในครั้งเดียว ค่าผลงานเหล่านี้ไว้ใช้แลกสมุนไพรของโอสถทะยานเนินเขาเพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายราคาพิเศษให้ร้านค้าในเมืองอีก

“ได้!”

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาฉือเต๋อเฟิงรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งที่ต้องซื้อสมุนไพรด้วยราคาพิเศษ เมื่อก่อนฉือเต๋อเฟิงเคยตั้งแผงลอยเช่นกัน ความรู้สึกที่เห็นได้ชัดว่าโดนโกงแต่ทำอะไรไม่ได้ช่างแย่ยิ่งนัก

แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นคำสั่งของเฉินเฟย แม้ฉือเต๋อเฟิงจะเป็นทุกข์ที่ถูกร้านขายสมุนไพรโกงแต่ก็ทำได้เพียงอดทน โชคดีที่ตอนนี้สามารถแลกกับสมาคมนักหลอมโอสถได้แล้ว

การได้รับค่าผลงานของสมาคมโอสถเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งแลกเปลี่ยนเป็นของคุณภาพสูงและราคาต่ำซึ่งถือได้ว่าเป็นช่องทางการซื้อมั่นคง

ไม่กี่เค่อต่อมา เฉินเฟยกลับมาถึงสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ในห้องลับของบ้าน เฉินเฟยมองแผงระบบด้วยความตื่นเต้น

เงินจากการขายโอสถหลิงเสวี่ยบวกกับเงินบางส่วนที่เก็บจากการหลอมโอสถในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และเงินที่เหลือจากการขายวัตถุจิตวิญญาณก่อนหน้านี้รวมได้ทั้งหมดสามแสนตำลึงและเกินมาเล็กน้อย

“ค้นพบวิชายุทธ์ ต้องการใช้เงินสามแสนตำลึงทำให้เดินหนีสวรรค์เป็นแบบง่ายหรือไม่?”

“เดินหนีสวรรค์...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...เดินหนีสวรรค์ → ท่องหนีสุญญตา!”