เฉินเฟยขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดเจ้าของร้าน ตระกูลหรวนถูกสะสางบัญชีเพราะเขา?
ในความคิดเฉินเฟย สามคนนั้นจากกองทัพหยาซานที่พบนอกเมืองซ่างอู๋ โดยเฉพาะซูเหยียนซินซึ่งถูกกระบี่ตัดจิตแทง
จิตวิญญาณบาดเจ็บ การบาดเจ็บนี้ไม่ร้ายแรงแต่ก็ไม่เล็ก หากจัดการไม่ดีจะส่งผลต่อการฝึกฝนในอนาคต
ดังนั้นซูเหยียนซินจึงไม่พอใจ พอรู้ว่าตระกูลเหรวนเกี่ยวข้องกับเฉินเฟยจึงสะสางกับตระกูลหรวนโดยตรง
ในสายตาตระกูลอื่นในเมืองฉินไห่ ความสัมพันธ์ระหว่างเฉินเฟยกับตระกูลหรวนใกล้ชิดกันมาก บางทีคนในตระกูลหรวนคงคิดแบบนั้นเช่นกัน
ตอนอยู่นอกเมืองซ่างอู๋ คนของกองทัพยาซานรู้ว่าเขาไม่ง่ายที่จะยุ่งด้วย แต่แล้วพวกเขายังทำแบบนี้เพื่อระบายความโกรธ?
ดูเหมือนจะมีเหตุผลอื่นซ่อนอยู่!
เฉินเฟยใช้นิ้วเคาะโต๊ะ เจ้าของร้านที่ยืนอยู่ด้านข้างไม่กล้าหายใจแรง พอรู้ตัวตนของเฉินเฟยแล้วนึกถึงกองทัพ หยาซาน เจ้าของร้านรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองช่างน่าสังเวชนัก
หากคนของกองทัพหยาซานรู้ว่าเฉินเฟยอยู่ที่นี่ เขาที่เพิ่งบอกข้อมูลไปอาจโดนกองทัพหยาซานสะสางบัญชีหรือแม้กระทั่งลากเอี่ยวไปถึงตระกูลเบื้องหลัง
ผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารถามหาข้อมูล เขาจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร?
ต่อให้จำตัวตนเฉินเฟยได้ตั้งแต่แรก เจ้าของร้านก็จะตอบคำถามเฉินเฟยอย่างเชื่อฟัง กองทัพหยาซานนั้นน่ากลัว แต่เฉินเฟยซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารไม่น่ากลัวหรือ?
ไม่ว่าจะเลือกอย่างไรผลลัพธ์ก็เหมือนกัน
“ตอนนี้คนตระกูลหรวนอยู่ที่ไหน?” เฉินเฟยหยุดเคาะนิ้วแล้วมองเจ้าของร้าน
แม้เจ้าของร้านจะพยายามบังคับสีหน้าและสงบสติอารมณ์ แต่เฉินเฟยพบว่าอารมณ์ของเจ้าของร้านผันผวน หลังคิดอยู่สักพักเฉินเฟยก็รู้ว่าเจ้าของร้านควรรู้ตัวตนของตัวเองแล้ว
ตระกูลหรวนถูกสะสางบัญชีเพราะเฉินเฟย หากร้านนี้หรือแม้แต่ตระกูลเบื้องหลังมีส่วนเกี่ยวข้อง บางทีอาจไม่ถึงขั้นสะสางบัญชี แต่คาดว่าต้องหลั่งเลือดไม่น้อย
“ถูกขังอยู่ในค่ายทหารทางตอนใต้ของเมือง” เจ้าของร้านกลืนน้ำลายและพูดเสียงเบา
“คนในตระกูลทั้งหมดอยู่ที่นั่น?”
“มีบางคนถูกฆ่าตาย ที่เหลือล้วนอยู่ที่นั่น” เจ้าของร้านส่ายหน้าแล้วตอบ
เฉินเฟยขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม เมื่อถูกปิดล้อมด้วยกลุ่มทหาร สิ่งโหดร้ายไร้มนุษยธรรมย่อมเกิดขึ้นและแทบไม่มีใครสนใจสิ่งเหล่านี้
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ คนตระกูลหรวนลุกขึ้นต่อต้านเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตามด้วยความแข็งแกร่งของตระกูลหรวน พวกเขานับว่ามีอำนาจในเมืองฉินไห่ แต่พอเผชิญหน้ากับกองทัพหยาซาน มันไม่ต่างจากตั๊กแตนตำขวางรถม้า หากกล้าต่อต้านจะถูกฆ่าอย่างแน่นอนโดยไร้ซึ่งเรื่องไม่คาดฝัน
ในสายตากองทัพหยาซาน ตราบใดที่เป้าหมายในการปิดล้อมเหล่านี้กล้าต่อต้านก็แค่ยับยั้งโดยตรง พวกเขาไม่สนใจเหตุผล ต้องการเพียงผลลัพธ์
กระบวนการไม่สำคัญ!
“ดี นี่คือเงินค่าข้อมูล”
ตำลึงเงินบางส่วนปรากฏขึ้นบนโต๊ะ เฉินเฟยลุกขึ้น เหลือบมองเจ้าของร้านและหายไป
เจ้าของร้านมองเงินบนโต๊ะแล้วรู้สึกว่าเงินนี้ช่างร้อนนัก เจ้าของร้านเห็นสายตาเฉินเฟยก่อนจะจากไป เห็นได้ชัดว่ากำลังเตือนไม่ให้พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด
หากข่าวเฉินเฟยปรากฏตัวที่นี่ไปถึงหูกองทัพหยาซาน เฉินเฟยจะลงโทษเจ้าของร้านกับตระกูลที่อยู่เบื้องหลัง
เจ้าของร้านไม่รู้ว่ากองทัพหยาซานจะสังหารเฉินเฟยได้หรือเปล่า แต่พูดตามหลักเหตุผลแล้วกองทัพหยาซานมีระดับขัดเกลาทวารมากมาย แต่หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันและเฉินเฟยปลอดภัย หลังจากนั้นพวกเขาจะเป็นคนที่ต้องเดือดร้อน
“เถ้าแก่ คนคนนั้นออกไปแล้ว” หลางจิ่วซานเดินเข้าห้องน้ำชาแล้วพูดอย่างระวัง
“สั่งลงไป อย่าให้ใครพูดเรื่องในวันนี้เด็ดขาด หากข้ารู้ว่าใครพูดถึงเรื่องนี้จะบังคับใช้กฎตระกูล เข้าใจหรือไม่!” เจ้าของร้านมองหลางจิ่วซานแล้วพูดอย่างเฉียบแหลม
คนอื่นอาจไม่รู้ตัวตนเฉินเฟย แต่เจ้าของร้านต้องการให้แน่ใจว่ามีคนรู้เรื่องนี้น้อยที่สุด ด้วยวิธีนี้ถึงจะปลอดภัย
“ขอรับ ข้าจะไปบอกทันที” หลางจิ่วซานทึ่งกับทัศนคติของเจ้าของร้านและรีบออกไปสั่งการ ผู้คุ้มกันเหล่านั้นพยักหน้าตกลงโดยไม่กล้าโต้แย้ง
บนท้องถนน ร่างเฉินเฟยวูบไหวราวกับผี คนธรรมดาไม่อาจเห็นหลังเฉินเฟย
ผ่านไปสักพัก เฉินเฟยมาถึงทางใต้ของเมือง นี่คือสถานที่ที่ทหารเมืองฉินไห่ประจำการอยู่ในตอนแรก ตอนนี้กองทัพหยาซานเข้ายึดครองที่นี่ จำนวนผู้คนก็เพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
ก่อนจะเข้าไปใกล้ เฉินเฟยรับรู้ได้ถึงเลือดลมนับไม่ถ้วนผสมปนเปกัน แม้จะต่างกันแต่มีการโคจรอย่างเป็นระเบียบ
เฉินเฟยมองท้องฟ้า อีกสักพักจะค่ำแล้ว ในการลอบเข้าไปที่นี่ ความมืดยามราตรีเป็นร่มที่ดีที่สุด
โดยเฉพาะในสถานที่พลุกพล่านเช่นนี้ ความมืดยามราตรีจะบดบังการมองเห็นของผู้คนจำนวนมาก แม้แต่ทหารที่ฝึกยุทธ์ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้
เฉินเฟยยืนอยู่ในความมืด บนร่างกายไร้ซึ่งลมปราณราวกับหายไป หากไม่เห็นด้วยตาตัวเองยากจะคิดว่ามีคนยืนอยู่ตรงนี้
เวลาผ่านไป ท้องฟ้ามืดลง ม่านราตรีเข้าปกคลุมโดยสมบูรณ์ ในความมืด ร่างหนึ่งก้าวออกจากร่างเฉินเฟย ร่างนั้นวูบไหวหายไปในความมืด
กองทัพหยาซานก่อตั้งโดยสำนักหยาซาน วินัยทหารเหล่าค่อนข้างเข้มงวดซึ่งต่างจากกองทัพกบฏทั่วไป ในเวลานี้เข้าสู่ยามราตรี แต่ทั้งภายในและภายนอกค่ายทหารยังคงมีคนยืนเฝ้าและลาดตระเวนโดยไม่หย่อนยาน
ร่างแยกเฉินเฟยเป็นเหมือนผี วูบไหวทุกการมองเห็นในแต่ละมุม หลีกเลี่ยงจุดตรวจตราทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย เพียงครู่เดียวก็มาถึงส่วนลึกของค่ายทหาร
เมื่อมาถึงที่นี่ ลมปราณในบริเวณนี้ลึกล้ำขึ้น หลายคนอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ในขณะเดียวกันเฉินเฟยรับรู้ได้ถึงลมปราณระดับขัดเกลาทวารสองสายจากค่ายหลักด้านหน้า
ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางหนึ่งคน ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นหนึ่งคน ส่วนผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารคนอื่นของกองทัพหยาซานอยู่ที่คฤหาสน์เจ้าเมืองฉินไห่
ร่างแยกเฉินเฟยหลีกเลี่ยงค่ายหลักและเริ่มค้นหาสถานที่ตระกูลหรวนถูกคุมขัง
เฉินเฟยไม่จำเป็นต้องช่วยคนตระกูลหรวนที่เหลือ แต่ต้องพาหรวนเฉียวจวิน ฉู่เหวินเหนียน และฉู่หลันออกไป
หลังเดินไปมาในค่ายทหาร เฉินเฟยหยุดเท้าชั่วขณะ ในที่สุดรับรู้ได้ถึงลมปราณที่แตกต่างออกไป ใต้เท้าเฉินเฟยถูกขุดออก ด้านล่างนั้นมีคนถูกขังอยู่ไม่น้อย
ภายในคุกน้ำ
ใบหน้าฉู่เหวินเหนียนซีดเซียว ลมหายใจเหมือนเส้นด้าย เขาใกล้ตายอยู่ร่อมร่อแล้ว
ฉู่เหวินเหนียนพยามอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องฉู่หลันไม่ให้ถูกทหารกองทัพหยาซานพาตัวไป ฉู่เหวินเหนียนไม่กล้าโจมตีทหารกองทัพหยาซาน ไม่อย่างนั้นคงโดนลงดาบนับไม่ถ้วน
ในเวลานั้นไม่เพียงแค่เขาจะตาย แต่ฉู่หลันจะต้องตายด้วย
ดังนั้นฉู่เหวินเหนียนจึงกอดฉู่หลันไว้แน่นหนาและรับการโจมตีทั้งหมดของทหารกองทัพหยาซาน แม้การบ่มเพาะฉู่เหวินเหนียนจะไม่แย่ แต่เขาแก่แล้วและไม่สามารถสู้กลับ ทำได้เพียงอดทนรับการโจมตีเท่านั้น แต่ทนได้ที่ไหนกัน
สุดท้ายเป็นฉู่หลันที่เฉือนแก้มงดงามme.shตัวเองเสียโฉม สิ่งนี้ทำให้ทหารตกใจและหยุดมือ
ทั้งฉู่เหวินเหยียนและฉู่หลันต่างรอดชีวิต แต่อาการบาดเจ็บของฉู่เหวินเหนียนร้ายแรงเกินกว่าจะรักษาได้ด้วยตัวเอง นอกจากนั้นคุกน้ำแห่งนี้ยังเย็นและเปียก คนส่วนใหญ่ล้วนตายเมื่อเข้าไป
ฉู่เหวินเหนียนเข้ามาที่นี่ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส ทุกวันนี้เขายังทนอยู่ได้เพราะการบ่มเพาะ แต่หลังจากทนอยู่นาน ฉู่เหวินเหยียนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
สิ่งเดียวที่ทำให้ฉู่เหวินเหนียนลังเลที่จะจากไปคือหลานสาว ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ หากเขาตาย นั่นจะเป็นการโจมตี้ร้ายแรงต่อฉู่หลัน
ฉู่หลันรับเรื่องนี้ไม่ได้แน่นอน ในเวลานั้นจิตใจนางจะพังทลาย และด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้ฉู่หลันต้องเดินตามเขาไปในที่สุด
นั่นเป็นสิ่งที่ฉู่เหวินเหนียนไม่อยากเห็น เขายอมให้ตัวเองตายและอยากให้ฉู่หลันอยู่ดีเช่นกัน
“แค่กแค่กแค่ก!”
ฉู่เหวินเหนียนไอหนักราวกับต้องการไอปอดตัวเองออกมา มุมปากเกิดฟองเลือด ในการไอตอนท้าย ฉู่เหวินเหยียนไม่มีแรงแม้แต่จะหยุด มีเพียงลำคอที่ยังขยับไปมา
“ท่านปู่เป็นอย่างไรบ้าง?”
ดวงตาฉู่หลันเต็มไปด้วยน้ำตา หลังผ่านไปหลายวันน้ำตาก็แทบจะแห้งเหือด แต่เมื่อเห็นท่านปู่เป็นเช่นนี้ มันเหมือนมีดคมแทงหัวใจซึ่งกระตุ้นน้ำตาตลอดเวลา
นี่คือญาติที่อยู่กับนางมาตลอดชีวิต ฉู่หลันไร้หนทางที่จะช่วยฉู่เหวินเหนียน ในคุกน้ำแห่งนี้ คนตระกูลหรวนหลายคนทนไม่ไหวและยอมตายอย่างสงบ
ฉู่เหวินเหนียนเหมือนจะเป็นคนต่อไป
“ปังปังปัง!”
หยานฉือกวงบนคุกน้ำกระทืบเท้า เสียงดังก้องไปทั่ว ผู้คนใต้คุกน้ำตกใจและเวียนหัวมากขึ้น
“ไอ้แก่ ไอมันทั้งวัน ทำไมไม่ไอให้ตายไปสักที! ถ้าได้ยินเสียงไออีกครั้งข้าจะแทงเจ้าให้ตาย!”
หยานฉือกวงมองต่ำฉู่เหวินเหยียนด้วยสีหน้าชั่วร้ายแล้วหันไปมองฉู่หลันด้วยสายตาปราถนา แต่พอเห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนใบหน้าฉู่หลันก็อดไม่ได้ที่จะขดปากรังเกียจ
ฉู่เหวินหนียนปิดปากแน่น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงระงับอาการไอในลำคอ ฉู่เหวินเหนียนเห็นเจตนาฆ่าในสายตาหยานฉือกวง อีกฝ่ายตั้งใจจะฆ่าจริงๆ
เพื่อฉู่หลัน ฉู่เหวินเหยียนต้องอดทนต่อไป
ฉู่เหวินเหนียนมีความหวังหนึ่งอยู่ในใจซึ่ง นั่นก็คือเฉินเฟย แม้ในช่วงสามปีที่ผ่านมาเฉินเฟยจะปรากฏตัวเพียงครั้งเดียว แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งเดียวที่ฉู่เหวินเหนียนหวังได้คือเฉินเฟย
ตราบใดที่เฉินเฟยปรากฏตัว ฉู่หลันจะได้รับการช่วยเหลือ
ฉู่เหวินเหนียนไม่สนใจตัวเอง เพียงหวังว่าฉู่หลันจะไม่เป็นไร ตราบใดที่ฉู่หลันปลอดภัย ฉู่เหวินเหนียนไม่ลังเลที่จะปล่อยให้ตัวเองตายตอนนี้
ฉู่หลันเห็นสายตาหยานฉือกวงแล้วตัวสั่น นางกอดแขนฉู่เหวินเหนียนเอาไว้แน่น
“พี่ใหญ่เฉิน ท่านอยู่ที่ไหน!” ฉู่หลันกระซิบด้วยเสียงที่มีเพียงนางที่ได้ยิน
เมื่อเห็นว่าฉู่เหวินเหนียนกับฉู่หลันเหมือนขดตัวเหมือนนก หยานฉือกวงก็ยิ้มอย่างมีชัย พอเงยหน้าก็เห็นร่างหนึ่งปรากฏตรงหร้า
หยานฉือกวงคิดว่าเป็นสหาย แต่พอมองให้ดีกลับเป็นใบหน้าไม่คุ้นเคย
ดวงตาหยานฉือกวงเบิกกว้าง เมื่อกำลังจะตะโกนก็รู้สึกชาวาบที่คอ ฟ้าดินหมุนไปมา จากนั้นเห็นร่างกายที่คุ้นเคย
ทำไมร่างนั้นถึงไม่มีหัว?
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved