ตอนที่ 285 คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว

เฉินเฟยมองค่ายกลตรงหน้า ยื่นกระบี่เฉียนหยวนกดบนม่านแสง ระลอกคลื่นเล็กน้อยปรากฏบนม่านแสงนั้น

การบุกทะลวงจะทำให้ค่ายกลเกิดการเปลี่ยนแปลง ในเวลานั้นการเคลื่อนไหวนี้คงดังขึ้นอีกเล็กน้อย คาดว่าจะดึงดูดระดับขัดเกลาทวารคนอื่นให้มาทันที

ในเวลานั้นย่อมเกิดการต่อสู้พร้อมกับตัวแปรมากมาย สุดท้ายแล้วจะสามารถแย่งชิงสิ่งของไปได้หรือไม่นั้นยังคงเป็นคำถาม พลังต่อสู้ของเฉินเฟยไม่ได้แย่ การเผชิญกับระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสองสามคนไม่ใช่ปัญหา แต่หากมีมากกว่านี้คงรับไม่ไหว

เฉินเฟยชี้นิ้วไปด้านหน้า ไหมกระบี่ดำปรากฏหน้าม่านแสงทำให้เกิดระลอกคลื่น ความสว่างของม่านแสงเปลี่ยนไปมาระหว่างสว่างขึ้นและมืดลง ปราณหยวนเริ่มสะเทือน

“ไม่ดีแล้ว!”

เฉินเฟยขมวดคิ้วดึงไหมกระบี่กลับ หากเป็นสำนักฉางหงในยามปกติ ด้วยความผันผวนแบบนี้จะดึงดูดคนของสำนักฉางหงให้มาตรวจสอบทันที

แต่ตอนนี้สำนักฉางหงล่มสลายจึงไม่มีใครมาที่นี่ สำหรับคนจากสำนักอื่น หากไม่มีตัวกลางที่ควบคุมสำนักฉางหงย่อมไม่อาจรับรู้ถึงที่นี่ได้

แต่หากเฉินเฟยเพิ่มความแรงโจมตีต่อไป นั่นคงเป็นเรื่องยากที่คนอื่นจะไม่สังเกตุเห็น

“ยังเข้าใจเรื่องค่ายกลน้อยเกินไป”

เฉินเฟยลูบคาง นึกถึงสิ่งที่เรียนรู้มาทั้งหมดแล้วเหยียดมือวางบนม่านแสง

ระลอกคลื่นกระเพื่อมบนม่านแสง ในขณะเดียวกันแรงต้านก็นูนออกมาจากจุดสัมผัส ในทะเลจิตสำนึกของเฉินเฟย เคล็ดพันไหมกำลังโคจรถึงขีดสุดโดยรับรู้การเปลี่ยนแปลงในค่ายกลอย่างต่อเนื่อง

เฉินเฟยไม่สามารถทะลวงแนวป้องกันและย่องเข้าไปเงียบเชียบ แต่หากเป้าหมายคือการไม่ให้คนจากสำนักอื่นรับรู้ การเคลื่อนไหวในขอบเขตเล็กยังสามารถลองทำได้

ระลอกคลื่นบนม่านแสงเริ่มใหญ่ขึ้น เฉินเฟยรวบรวมข้อมูลมากขึ้นเช่นกัน ครู่ต่อมา มือเฉินเฟยส่องแสงดำ

ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนปุกคลุมด้านหน้า ไม่เพียงเท่านั้นค่ายกลมังกรคชสารยังถูกฝังไว้ที่ขอบค่ายกลกระบี่จ้งหยวนเพื่อรักษาความมั่นคงของการเปลี่ยนแปลงปราณหยวนโดยรอบ

“ทำลาย!”

เฉินเฟยลืมตาทันใด ในดวงตามีแสงสลัววาบผ่าน แสงกระบี่ดำเจาะเข้าม่านแสงทำให้เกิดช่องโหว่

ม่านแสงสั่นไหวอย่างรุนแรง เฉินเฟยกระโดดเข้าไปในม่านแสงและถอนพลังออก ม่านแสงกลับคืนสู่สภาพเดิมทันที อย่างไรก็ตามม่านแสงไม่ได้สงบอย่างสมบูรณ์และสั่นด้วยความถี่หนึ่งแทน

“มันส่งข้อมูลไปโลกภายนอกจริงด้วย น่าเสียดายที่ไม่มีคนของสำนักฉางหงได้รับข้อมูลนี้”

เฉินเฟยรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในค่ายกลแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ค่ายกลนี้ค่อนข้างทรงพลัง ไม่ได้หมายถึงการป้องกันแข็งแกร่ง แต่เป็นความสามารถในการเตือนภัยอันยอดเยี่ยม

แม้จะมีคนเข้ามาโดยบังเอิญ แต่ค่ายกลนี้ยังคงแจ้งเตือนและส่งข้อมูลนี้ต่อไป

เฉินเฟยถอนสายตาออก ร่างกายวูบไหวรีบไปยังสถานที่แสงส่องเข้ามา

เพียงครู่เดียวเฉินเฟยมาถึงหน้าศิลาหลายแผ่น สิ่งที่ถูกเก็บไว้คือมรดกของสำนักฉาง เช่นเดียวกับการสืบทอดวิชาของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว สำนักฉางหงสืบทอดวิชาด้วยแผ่นหินเช่นกัน

แผ่นหินนี้จะแสดงหลักการทั้งหมดของวิชา เห็นได้ชัดว่ามันเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้วิชามากกว่าการบอกด้วยคำพูด

“สำนักฉางหงมีมรดกสี่ชุด ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นหอก แล้ววิชาชุดนี้คืออะไร?”

ด้านหน้าเฉินเฟยมีแผ่นหินห้าอัน ลมปราณที่แผ่มาจากแผ่นศิลาสี่อันรุนแรงและครอบงำ เห็นได้ชัดว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นวิชาหอก

สำหรับแผ่นหินด้านข้าง ลมปราณที่แผ่ออกมาไม่เพียงคมกริบ แต่ยังให้ความรู้สึกผสมผสาน

เฉินเฟยนึกถึงข้อมูลวิชาของสำนักฉางหง ดูเหมือนจะไม่มีวิชาหอกแบบนี้

เฉินเฟยเดินเข้าไปสังเกตแผ่นหินนั้น ทันใดนั้นวิชากระบี่จ้งหยวนและเดินหนีสวรรค์ที่โคจรอย่างราบรื่นในร่างกายเฉินเฟยก็สั่นไหวเล็กน้อย

การสั่นไหวนี้เล็กน้อยมากและสงบลงทันที หากไม่ใส่ใจอาจไม่พบความแปลกประหลาดเมื่อครู่

แต่เฉินเฟยฝึกกระบี่จ้งหยวนกับเดินหนีสวรรค์ถึงระดับสมบูรณ์จึงรู้รายละเอียดทั้งหมดของวิชา ดังนั้นเฉินเฟยจึงเห็นปรากฏการณ์นี้ทันที

“มันไม่ใช่การเตือนอันตราย กลับกันแล้วเป็นเหมือนการสั่นพ้องหากัน? วิชาสองชุดนี้สั่นพ้องหากัน…”

เฉินเฟยลืมตาขึ้น มองแผ่นหินด้านหน้า คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้ววางมือสัมผัส

ครู่ต่อมา ภาพหนึ่งไหลเข้าสู่ทะเลจิตสำนึก ในขณะเดียวกันวิชากระบี่จ้งหยวนและเดินหนีสวรรค์เริ่มสั่นไหวอย่างต่อเนื่อง

คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว!

มรดกในแผ่นหินนี้เป็นข้อดีทั้งหมดของคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวที่สูญหายไปของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวหลอมวิชาสี่ยอดสามชีพจรเพื่อให้ได้พลังต่อสู้สูงสุด อย่างไรก็ตามไม่เพียงแค่สี่วิชาที่เหลือของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่สมบูรณ์ แม้แต่การผสานวิชาทั้งหมดของคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวก็หายไปเช่นกัน

เฉินเฟยคาดไม่ถึงว่าจะได้มาเจอการผสานวิชาของคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวในที่แห่งนี้

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยลืมตาขึ้น มองแผ่นศิลาตรงหน้าด้วยความเสียดาย

มันเป็นการผสานวิชาของคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว แต่การผสานวิชาชุดนี้ได้รับความเสียหาย คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวฉบับสมบูรณ์มีทั้งหมดเจ็ดขั้นซึ่งสามารถผสานวิชาเจ็ดชุดเข้าด้วยกัน

คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวในแผ่นศิลานี้มีเพียงสองขั้นแรกที่สมบูรณ์ ในขั้นสามนั้นเสียหายและฝึกฝนได้เพียงบางส่วน

เมื่อเฉินเฟยฝึกคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวสองขั้นแรกจนสมบูรณ์ เขาสามารถผสานวิชาของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวได้สองชุด ในชุดที่สามอาจผสานได้เพียงบางส่วนซึ่งไม่มั่นคง

“ครั้งนั้นสำนักเผชิญหายนะรุนแรงเกินไป วิชายุทธ์ที่ค้นพบยังได้รับเสียหาย”

เฉินเฟยส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ แต่การได้รับส่วนหนึ่งของคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวก็เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการเพิ่มความแข็งแกร่งของเฉินเฟย

อย่างน้อยการฝึกคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวสองขั้นแรก เฉินเฟยสามารถผสานกระบี่จ้งหยวนและกระบี่วิญญาณยักษ์เข้าด้วยกัน เฉินเฟยอยากรู้เกี่ยวกับกระบี่วิญญาณยักษ์มาโดยตลอด แต่ด้วยความขัดแย้งของวิชาจึงไม่มีโอกาสได้ฝึกมัน

ไม่เพียงแค่เฉินเฟยที่สามารถฝึกฝน เมื่อนำกลับไปยังสำนัก ผู้อาวุโสคนอื่นในสำนักสามารถฝึกฝนได้เช่นกัน

ด้วยการผสานกระบี่จ้งหยวนกับกระบี่วิญญาณยักษ์ จุดทวารที่สามารถเปิดได้ในตอนท้ายย่อมเพิ่มขึ้น มันยังเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มพลังต่อสู้ของสำนักด้วย

“ตู้ม!”

เฉินเฟยกำหมัดต่อยแผ่นหิน

พลังละเอียดอ่อนขยายไปยังขอบแกนกลางด้านใน แผ่นหินสั่นไหวและแตกเป็นก้อนหินจำนวนนับไม่ถ้วน

เฉินเฟยยื่นมือขวา หินส่องแสงตกลงมาในมือ

เฉินเฟยมองหินในมือ นี่คือแกนกลางของวิชามรดก หินแตกหักส่วนอื่นเป็นค่ายกลคอยส่งพลังงานให้แกนกลาง

เฉินเฟยดึงกล่องไม้จากช่องมิติและโยนแกนกลางวิชามรดกลงไป จากนั้นเก็บกล่องไม้เข้าช่องมิติ

“ทำไมระบบถึงไม่มีข้อความให้ซื้อช่องมิติอันที่สอง?”

เฉินเฟยมีคำถามนี้ทุกครั้งที่ใช้ช่องมิติ น่าเสียดายที่แผงระบบเป็นวัตถุตายแล้วซึ่งไม่ให้คำตอบใดเลย เฉินเฟยจึงไม่รู้วิธีแลกเปลี่ยนช่องมิติอันที่สอง

เฉินเฟยเดินไปหาแผ่นหินด้านข้าง เขามาที่นี่เพื่อรับวิชามรดกของสำนักฉาง คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวเป็นเพียงเรื่องน่าประหลาดใจ แต่เฉินเฟยไม่คิดจะทิ้งวิชาหอกสี่ชุดนั้น

ครึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยยกมือออก มองแผ่นศิลาด้วยสีหน้าแปลกๆ กลายเป็นว่ามรดกของวิชามรดกได้รับความเสียหาย

จะพูดว่าเสียหายก็ไม่ถูก ต้องบอกว่าวิชาหอกถูกแก้ไขมากกว่า

หอกทลายศูนย์สามารถเปิดจุดทวารแปดสิบห้าจุด การฝึกฝนจุดทวารยี่สิบเจ็ดจุดแรกถูกต้องทั้งหมด แต่จุดทวารที่ยี่สิบแปดถูกแก้ไข

ต่อจากนั้นตั้งแต่จุดทวารยี่สิบเก้าก็เป็นปกติ

คำโกหกแบบไหนเปิดโปงยากที่สุด? เก้าจริงหนึ่งเท็จ เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นจริง แค่ปรับรายละเอียดปลีกย่อยก็ทำให้คนแยกแยะไม่ออกแล้ว

ในวิชายุทธ์ คิดได้เลยว่าแบบนี้อันตรายอย่างยิ่ง

วิธีฝึกฝนจุดทวารแปดสิบสี่จุดของหอกทลายศูนย์เป็นของจริง มีเพียงจุดเดียวที่ถูกแก้ไข ผู้ที่ไม่เคยเห็นหอกทลายศูนย์ของจริงคงไม่มีทางแยกแยะได้

ถ้าหอกทลายศูนย์ฉบับแก้ไขนี้ถูกนำไปฝึก เมื่อฝึกจุดที่ยี่สิบแปดคงได้ธาตุไฟเข้าแทรก

“มากไปแล้ว!”

เฉินเฟยคิดในใจ วิชาหอกแบบนี้ไม่คุ้มค่าให้นำกลับสำนัก เหตุใดไม่ทิ้งไว้ที่นี่และใช้มันหลอกคนจากสำนักอื่นล่ะ?

แน่นอนว่าแม้คนสำนักอื่นจะนำวิชากลับไปก็ไม่ได้นำไปฝึกฝนทันที หลังจากเข้าใจชัดเจนแล้วถึงจะถ่ายทอดให้ศิษย์

คนอื่นควรคิดถึงวิธีการของสำนักฉางหงได้เช่นกัน พูดอีกอย่างคือเมื่อทุกสำนักต้องเผชิญกับความเป็นความตาย หากมีเวลาเพียงพอก็จะทำลายมรดกของตนเองหรือดัดแปลงมันเพื่อทำร้ายผู้อื่น

เฉินเฟยหันไปมองมรดกอีกสามชุด ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินเข้าไป ในเมื่อมาแล้วก็ดูไปเลยดีกว่า หลักการของวิชายุทธ์มีค่าให้ทำความเข้าใจ

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยดูตำราทั้งหมดของแผ่นศิลาทั้งสาม ไม่น่าแปลกใจที่มรดกอีกสามชุดถูกแก้ไขเช่นกัน เพียงแค่ย้ายไปยังจุดทวารอื่น

เฉินเฟยส่ายหน้า เหลือบมองแผ่นหินที่ทำลายเมื่อครู่ คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วยื่นมือออกไป ลำแสงดำกวาดไปทั่ว ทำลายแผ่นหินเหล่านั้นจนหมด

ร่างเฉินเฟยวูบไหวกลายเป็นภาพติดตาวิ่งไปทั่วถ้ำ

ถ้ำมีขนาดไม่ใหญ่นัก บริเวณใจกลางคือแผ่นหินเหล่านี้ ในเวลานี้เฉินเฟยเจอทางเดินเทียมแล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นเส้นทางที่คนของสำนักฉางหงใช้เข้าออก

“ฟู่ม!”

ภาพติดตาสลายไป เฉินเฟยยืนนิ่งโดยคิดว่าจะไปไหนต่อดี ทันใดนั้นเขารับรู้ได้ว่าค่ายกลนอกถ้ำกำลังสั่นสะเทือน ดูเหมือนจะมีคนพบสถานที่แห่งนี้แล้ว

เฉินเฟยไม่ต้องการพบกับคนอื่น ในสถานที่อื่น กระบี่เฉียนปล่อยแสงดำ เมื่อตัดค่ายกลได้แล้วเฉินเฟยจึงกระโดดออกไป

ไม่ไกลจากสนามประลอง ร่างเฉินเฟยโผล่ขึ้นมาจากพื้น

ผ่านมานานแล้วนับตั้งแต่ก้าวเข้าสำนักฉางหง คาดว่าทรัพยากรของสำนักฉางหงคงถูกค้นพบหมดทุกอย่าง วิชามรดกถูกค้นพบช้าเพราะมันได้รับความสนใจน้อยที่สุด