ตอนที่ 153 ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

ยังเหลืออีกยี่สิบเก้าวัน หากเฉินเฟยต้องการป้ายเหล็กก็ค่อยๆวางแผนไปก็ได้

แม้ดินแดนลับจะอันตรายมากกว่าที่บันทึกไว้ แต่มันมีสิ่งดีมากมายเช่นกัน อย่างน้อยในบันทึกก่อนหน้านี้ หากต้องการวัตถุวิญญาณจำเป็นต้องไปสถานที่สุดอันตรายอย่างเขาป้านผิง

ด้วยเหตุนี้เมื่อครู่จึงพบกับผลแดงชาดในป่าทึบ

เฉินเฟยเปิดห่อด้านหลังแล้วดูผลแดงชาดด้วยรอยยิ้ม

จะให้ดีที่สุดคือต้องได้ผลแดงชาดสามผล แต่พลังของต้นผลแดงชาดทำให้เฉินเฟยได้รับความเข้าใจใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ก่อนหน้านี้ที่ต้นผลแดงชาดฆ่าผู้คนมันไม่ได้ใช้พลังมากมาย อาจเป็นเรื่องตลกสำหรับมันเลยก็ว่าได้ จนกระทั่งเฉินเฟยพยายามเด็ดผลแดงชาด ต้นผลแดงชาดจึงถูกบังคับให้ใช้พลังถึงขีดสุด

สลัดความคิดกวนใจออกไป เฉินเฟยสังเกตผลแดงชาดอย่างรอบคอบ

ผลแดงชาดน่าอัศจรรย์เช่นกัน หลังเฉินเฟยดึงลูกธนูออก ผลแดงชาดก็ฟื้นฟูจุดที่เสียหายจนกลับสู่สภาพเดิม

“ผลแดงชาดนี้น่าจะเป็นเหมือนผลไม้กลายพันธ์”

เฉินเฟยหยิบผลแดงชาดขึ้นมาแล้วพูดพึมพำ

ตามที่เฉินเฟยรู้มา หลังจากผลแดงชาดสุกงอมแล้วควรรีบเก็บทันที ไม่อย่างนั้นพลังงานของผลแดงชาดจะถูกต้นไม้ดูดซับ สุดท้ายมันอาจเหลือเพียงเปลือกที่เหี่ยวย่น

หลังเก็บแดงชาดแล้วควรรีบกินทันที ไม่อย่างนั้นฤทธิ์ยาของผลแดงชาดจะลดลงหนึ่งส่วนทุกหนึ่งชั่วยาม จนท้ายที่สุดจะเหลือฤทธิ์ยาเพียงสามส่วน ซึ่งแบบนี้เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างยิ่ง

เมื่อเทียบเวลาที่เก็บผลแดงชาด ผลแดงชาดในมือเฉินเฟยยังไม่สูญเสียฤทธิ์ยาและยังเป็นสีแดงมากขึ้น ฤทธิ์ยาของมันยังมีมากอยู่เสมอ

เฉินเฟยมองผลแดงชาดแล้วนึกถึงต้นผลแดงชาด สีหน้าเขาลังเลเล็กน้อย หลังผลแดงชาดกลายพันธ์แบบนี้มันยังสามารถกินโดยตรงได้อยู่หรือไม่?

เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปอกมัน น้ำผลไม้สดไหลออกมา เฉินเฟยใช้มือเปล่ารองเอาไว้

เขาไม่กินมันเช่นกัน แค่มองมันแบบนี้

น้ำผลไม้บนนิ้วเฉินเฟยเริ่มซึมเข้าผิวหนังทีละน้อย

วัตถุวิญญาณไม่เพียงกินได้อย่างเดียว ยังสามารถดูดซับผ่านผิวหนังได้ด้วย

เฉินเฟยกังวลว่าจะมีสิ่งผิดปกติในผลแดงชาด ด้วยวิธีดูดซับช้าๆแบบนี้ หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นจะหยุดได้ทันที

ร่างกายที่อยู่ในการควบคุมของสยบมังกรคชสารสามารถทำแบบนั้นได้

น้ำซึมเข้าไปเรื่อยๆ เฉินเฟยรู้สึกได้ถึงความร้อนในนิ้ว ตอนแรกมันค่อนข้างปกติ แต่ต่อมามันเหมือนกับการเอามือไปโดนไฟ

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป ความร้อนแบบนี้อยู่นอกเหนือระดับของวัตถุวิญญาณ เฉินเฟยยังเห็นผิวหนังของนิ้วมือมีแนวโน้มจะละลาย

พลังภายในในเส้นลมปราณเฉินเฟยเพิ่มขึ้นและพยายามปรับแต่งความร้อนที่แผดเผาตรงนิ้ว แต่มันทำช้ามาก โชคดีที่พลังของสยบมังกรจคชสารเข้ามาฉีกความร้อนออกเป็นชิ้นทันทีแล้วรวมเข้ากับร่างกาย

“ฟู่ว!”

แม้พลังงานร้อนแรงนี้จะถูกฉีกแยกแล้ว แต่เฉินเฟยยังคงรู้สึกเจ็บในขณะที่มันผสานเข้ากับร่างกาย

ความเจ็บปวดนี้ต่างจากความเจ็บปวดใดในอดีต มันเหมือนกับว่าเซลล์ที่เล็กที่สุดกำลังโดนอบอยู่

โชคดีที่ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นและหายไปเร็ว เพียงพริบตาเดียวอาการปวดแสบปวดร้อนก็หายไป ในขณะเดียวกัน ร่างกายเฉินเฟยผ่อนคลายลงราวกับชั้นความกดดันถูกนำออกไป

ในเวลาเดียวกันความอบอุ่นแผ่ซ่านจากภายในสู่ภายนอก พลังภายในเริ่มหมุนเวียน เฉินเฟยรู้สึกได้ว่ามันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

เฉินเฟยดูนิ้วตัวเองซึ่งกลับมาเป็นปกติแล้ว

เฉินเฟยมองดูผลแดงชาดอีกครั้ง บริเวณที่มีรอยขีดข่วนฟื้นฟู หากไม่มีสิ่งใดรบกวนมันจะกลับคืนสู่สภาพเดิมในไม่ช้า

“ถ้าไม่มีสยบมังกรคชสาสร นักยุทธ์ธรรมดาจำเป็นต้องปรับแต่งมันก่อนกิน ไม่อย่างนั้นหากกินเข้าไปโดยตรงร่างกายจะละลาย” เฉินเฟยพึมพำ

การละลายนี้ไม่ได้เกิดจากอุณหภูมิสูง ตามความเข้าใจของเฉินเฟยในชาติก่อน มันเหมือนกับว่าเซลล์ในร่างกายไม่สามารถทนต่อฤทธิ์ยากลายพันธุ์ได้ ดังนั้นเซลล์จึงพังทลายลงทำให้ร่างกายสลายตัว

โชคดีที่เฉินเฟยมีสยบมังกรคชสาร แม้เขาจะยังกินมันทั้งหมดไม่ได้ แต่การกินทีละน้อยไม่ใช่ปัญหา

เฉินเฟยดูระดับกับพลังภายในบนระบบ หลังฝึกฝนวิชายุทธ์ต่างๆนานกว่าหนึ่งเดือน เฉินเฟยบรรลุความก้าวหน้าระดับขัดเกลาไขกระดูกมากกว่าหนึ่งส่วน

ตอนนี้ไม่รู้ว่าการกินผลแดงชาดจะปรับปรุงพลังภายในได้เท่าไหร่

เฉินเฟยจมสู่การบ่มเพาะโดยสมบูรณ์และไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก เฉินเฟยสัมผัสถึงการเติบโตของพลังภายในตลอดเวลา และการบ่มเพาะยังก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ

ห่างออกไปหลายสิบลี้

กัวหลินซานวิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง แม้ว่าจะไม่มีเสียงอยู่ข้างหลังแต่กัวหลินซานก็ไม่กล้าหยุด หลังวิ่งไปอีกครึ่งชั่วยาม กัวหลินซานนั่งพักตรงก้อนหิน

กัวหลินชานหลั่งเหงื่อราวกับสายฝน สูดหายใจเข้าลึกสองสามครั้งก่อนจะปรับลมหายใจให้มั่นคง

กัวหลินซานยังรู้สึกหวาดกลัวเมื่อนึกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

มีระดับขัดเกลาอวัยวะภายในทั้งหมดห้าคน และหนึ่งในนั้นยังเป็นนักยุทธ์ขัดเกลาวอวัยวะภายในสูงสุดของหอเป๋ย์โต่ว

ผลคือด้วยคนดังกล่าว หลังฆ่าสัตว์อสูรปกป้องและกำลังจะเก็บหญ้าวิญญาณ ไส้เดือนตัวหนึ่งก็ทะลุออกมาจากพื้นแล้วกลืนนักยุทธ์สามคนในคำเดียวโดยไม่อาจต่อต้าน

ในเวลานั้นกัวหลินซานมองปากอันใหญ่โตของไส้เดือน คิดว่าตัวเองติดอยู่ในภาพลวงตาและไม่สามารถหลุดพ้นจออกมา

ไม่อย่างนั้นมันจะมีไส้เดือนที่ใหญ่และเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร นักยุทธ์อีกคนหนึ่งที่อยู่ใกล้กว่าก็ถูกไส้เดือนกินหลังจากวิ่งได้ไม่กี่ก้าว

สิ่งที่กัวหลินซานตอบสนองเร็วสุดคือหันหลังวิ่งทันที

โชคดีที่ไม่นานนี้ท่าร่างถูกเฉินเฟยกระตุ้น หลังจากทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน กัวหลินซานก็ไปหาท่าร่างมาฝึกฝน

มันไม่ดีเท่ากับฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณ แต่เต็มไปด้วยการระเบิดพลังซึ่งค่อนข้างสอดคล้องกับคุณลักษณะกัวหลินซาน หลังจากนั้นไม่กี่เดือนเขาก็ฝึกได้สำเร็จ

บางทีไส้เดือนขี้เกียจไล่ตามหรืออาจเป็นเพราะเหตุผลอื่น แต่มันช่วยกัวหลินซานเอาไว้จริงๆ

กัวหลินซานไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เขาค่อนข้างหวาดกลัว ไม่ว่าสภาพจิตใจจะแข็งแกร่งแค่ไหนเขาก็ยังรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับดินแดนลับนี้

กัวหลินซานเคยเห็นสัตว์อสูรมาก่อน การมีสัตว์อสูรในดินแดนลับเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นมันไส้เดือน สิ่งแบบนี้กลายเป็นสัตว์อสูรได้อย่างไร แถมขนาดของมันยังเกินจริงขนาดนี้

เมื่อเทียบกับมันแล้ว สัตว์อสูรธรรมดาตัวเล็กไปเลย

“อันตรายยิ่งนัก ไม่รู้ศิษย์น้องจะเป็ฯอย่างไรบ้าง หวังว่าศิษย์น้องจะวิ่งหนีทันทีเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติ!”

กัวหลินชานถอนหายใจ นึกถึกนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในทั้งสี่ที่ร่วมเดินทางด้วยกันแล้วส่ายหัว

ภายในถ้ำ

กวงติ้งป๋อกำลังเอนหลังพิงกำแพงด้วยลมหายใจอ่อนแรง ตอนโดนสัตว์อสูรงูกระแทกใส่ หากกวงติ้งป๋อไม่พลิกตัวเกรงว่าคงโดนกิน

แม้สุดท้ายแล้วเขาจะไม่ถูกกินเข้าไปในท้องงู แต่การชนครั้งนั้นทำให้กวงติ้งป๋อบาดเจ็บสาหัส หากไม่มีใช่เพราะเกราะอ่อนที่สวมอยู่เขาคงตายแล้ว

“ศิษญ์พี่ เนื้อพร้อมแล้ว ท่านมากินเถอะ”

หยูโต้วซานกำลังพลิกกระต่ายบนกองไฟ กระต่ายตัวใหญ่มาก ตัวมันยาวเกือบหนึ่งหมี่ ไม่รู้ว่ามันโตมาใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร

“ดี!”

กวงติ้งป๋อมองน้ำมันหยดลงในเปลวไฟส่งเสียงช่าช่า กลิ่นหอมเนื้อเหมือนจะบรรเทาความเจ็บปวดบนร่างกายได้ กวงติ้งป๋อจึงยิ้มออกมา

โชคดีที่เขาพาหยูโต้วซานมาด้วย ไม่อย่างนั้นคงบอกไม่ได้จริงๆว่าในเวลานั้นเขาจะมีแรงวิ่งหนีอยู่ไหม

“ศิษย์พี่ รับไป!” หยูโต้วซานหั่นเนื้อกระต่ายชิ้นใหญ่แล้วเดินไปหากวงติ้งป๋อ

“ขอบคุณ”

กวงติ้งป๋อผ่อนคลายและเงยหน้ามองหยูโต้วซาน ทันใดนั้นเขาเห็นดวงตาหยูติ้งป๋อดำสนิทเหมือนสระน้ำไร้ก้น

กวงติ้งป๋อสะดุ้งโหยง ในขณะเขากำลังจะบังคับตัวเองให้ละสายตา ความเจ็บปวดเฉียบพลันเกิดขึ้นที่อกซ้ายและรู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลาย

“ปัง!”

หอกในมือกวงิต้งป๋ฮพุ่งไปข้างหน้าทันใด แต่มันโจมตีไม่โนอะไร หยูโต้วซานถอยห่างไปหลายหมี่ก่อนแล้ว

“ทำไม…”

กวงติ้งป๋อพ่นเลือดออกมาเต็มปาก ใบหน้าซีดลงราวกับกระดาษ หัวใจเขาแหลกสลายแล้ว กวงติ้งป๋อไร้ซึ่งโอกาสในการมีชีวิตอยู่ต่อ

“เจ้ากินเนื้อข้า ข้าก็อยากกินเนื้อของเจ้าเช่นกัน ไม่ยุติธรรมหรือ?”

หยูโต้วซานเอียงหัว ม่านตาเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง หากมองใกล้ๆจะเหมือนกับดวงตากระต่าย

กวงติ้งป๋อที่ได้ยินคำพูดนี้ถึงกับตกใจ เมื่อมองตาหยูโต้วซานอีกครั้งก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง กวงติ้งป๋อหันไปมองเนื้อกระต่ายซึ่งความยาวเกือบหนึ่ง เงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วหัวเราะ เขาไอและอาเจียนเป็นเลือดขณะหัวเราะจนกระทั่งหมดลมหายใจ

เมื่อเห็นกวงติ้งป๋อตาย หยูโต้วซานก็ยิ้มอย่างแปลกๆและเดินไปหากวงติ้งป๋อ

ภายใต้แสงไฟจากกองไฟ เงาหยูโต้วซานบนกำแพงภูเขากลายเป็นกระต่ายและกำลังแทะบางอย่างอยู่

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อบ่มเพาะ ผ่านไปห้าวันในพริบตา ในที่สุดเฉินเฟยได้ปรับแต่งผลแดงชาดจนหมด พลังภายในของระดับขัดเกลาไขกระดูกเพิ่มขึ้นจากหนึ่งส่วนเป็นสี่ส่วนห้า

ใบหน้าเฉินเฟยเต็มไปด้วยความสุข เขารู้สึกได้ว่าสภาพร่างกายดีขึ้นกว่าเดิม

ผลแดงชาดกลายพันธุ์ไม่เพียงช่วยเพิ่มพลังภายในอย่างน่าอัศจรรย์ แม้แต่ร่างกายยังถูกปรับปรุงขึ้น สิ่งที่เห็นชัดสุดคือความชำนาญของสยบมังกรคชสารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ก่อหน้านี้การเพิ่มความชำนาญญสยบมังกรคชสารทำได้เพียงใช้การปราณหยวนเท่านั้น ตรงนี้จึงเห็นความมหัศจรรย์ของผลแดงชาดได้

เฉินเฟยยืนขึ้น ยืดเส้นยืดสายจนกระดูกดังลั่น

ความก้าวหน้าของระดับขัดเกลาไขกระดูกเกือบถึงครึ่งซึ่งช่วยเฉินเฟยประหยัดเวลาไปหลายเดือน หากเขากินผลแดงชาดที่เหลืออีกสองผลได้ ต่อให้พิจารณาถึงผลการต้านยา เฉินเฟยยังใกล้เข้าสู่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน

หากช่วงนี้เจอวัตถุวิญญาณอย่างอื่นที่กินได้อีก บางทีเฉินเฟยอาจทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในในดินแดนลับแห่งนี้

คิดได้ดังนั้นเฉินเฟยจึงจัดระเบียบตัวเองและตัดสินใจไปดูต้นผลแดงชาดอีกรอบ

ไม่จำเป็นต้องได้มันมาก็ได้ ขอแค่ไปดูจากไกลๆ

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยเข้าใกล้ต้นผลแดงชาดตามแบบเดิม

ก่อนที่เขาจะเห็นต้นแดงชาด ทันใดนั้นมีเสียงบดขยี้จากสิ่งขนาดใหญ่ดังขึ้น ความรู้สึกถูกจับตามองส่งผลต่อหัวใจเฉินเฟยทันที