ตอนที่ 230 หนึ่งกระบี่วิญญาณหลุด

พวกเขาโจมตีม่านพลังนี้มาสองวันแล้ว

ก่อนหน้านี้สวี่หวังเลี่ยงทั้งหกไปดักจับและฆ่าแมงมุมวิญญาณ กระบวนการนี้ใช้เวลานานมาก แต่มันให้ผลลัพธ์ที่ดีเช่นกัน

แมงมุมวิญญาณทั้งหมดในถ้ำถูกทั้งหกฆ่า แม้แต่แมงมุมวิญญาณตัวสุดท้ายซึ่งแข็งแกร่งที่สุดยังไม่อาจทำอะไรพวกเขาได้

นอกจากบาดเจ็บเล็กน้อย ทั้งหกแทบไม่มีบาดแผลและยังได้รับสมุนไพรอายุมากมาไม่น้อย

การพบศพในสุดทางทำให้น่าประหลาดใจขึ้นไปอีก สวี่หวังเลี่ยงทั้งหกคาดไม่ถึงว่าจะได้เจอของดีเช่นนี้

แต่ไม่ว่าทั้งหกโจมตีอย่างไรก็ไม่สามารถทำลายม่านพลังได้ แถมมันไม่สั่นคลอนเลยด้วยซ้ำ สิ่งนี้ทำให้สวี่หวังเลี่ยงทั้งหกตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวพวกเขาเป็นกังวลเช่นกัน

ทั้งหกรู้ว่าม่านพลังนี้คือค่ายกล พวกเขาพยายามหาส่วนต่อของค่ายกลนี้โดยคิดว่าจะทำลายส่วนต่อและปล่อยให้ม่านพลังแตกสลายไปเอง

น่าเสียดายที่สวี่หวังเลี่ยงทั้งหกมีความรู้เรื่องค่ายกลน้อยเกินไปจึงไม่สามารถเห็นได้ว่าม่านพลังนี้เกิดจากจุดไหน

พวกเขาจึงใช้วิธีโง่ที่สุดนั่นคือโจมตีม่านพลัง พยายามทำลายม่านพลังโดยตรงแล้วนำกล่องดำออกมา

สิ่งเดียวที่ทำให้คนทั้งหกรู้สึกโชคดีคือม่านพลังนี้ไม่มีการโจมตีกลับ เป็นเพียงการป้องกันอย่างแท้จริงไม่อย่างนั้นค่ายกลที่ผู้แข็งแกร่งคนนี้สร้างขึ้นย่อมโหดร้ายนัก เกรงว่าทุกคนในที่นี้คงตายกันหมด

เมื่อพบว่าม่านพลังไม่โจมตีกลับ พวกเขาจึงกล้าโจมตีมันอย่างไร้ศีลธรรม น่าเสียดายที่ผลลัพธ์มีเพียงน้อยนิดจนน่าหงุดหงิด

“ใคร!”

โค่วเหรินจีหันไปมองด้านหลัง ตะโกนเสียงดังและหยุดโจมตี

“ข้า...ข้าเอง”

หลิงฮั่นจุนเดินไปสองสามก้าวด้วยความลำบากใจและกุมมือคำนับให้พวกโค่วเหรินจี ต้องทำท่าทางต่ำต้อยเข้าไว้ ยอดฝีมือตรงหน้าล้วนเป็นระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน การฆ่าเขาเป็นเรื่องง่ายดายนัก

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

โค่วเหรินจีขมวดคิ้ว เขาจำชายคนนี้ได้ ตอนอยู่ในเมืองซิ่งเฝินเขาเรียกหลิงฮั่นจุนมากสถานการณ์ต่างๆ

ก่อนมาที่นี่คิดว่าหลิงฮั่นจุนอ่อนแอเกินไปและเป็นตัวถ่วง เขาจึงปล่อยให้หลิงฮั่นจุนอยู่ในเมืองซิ่งเฝิน แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่?

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ทำไมไม่อยู่ในเมืองซิ่งเฝิน?” สวี่หวังเลี่ยงต่อว่าเสียงทุ้ม

“ข้า…ข้า...”

หลิงฮั่นจุนไม่รู้จะตอบอย่างไร เขามองไปข้างหลังอย่างช่วยไม่ได้ ในเงามืด มีร่างหนึ่งเดินมาช้าๆจนกระทั่งปรากฏให้พวกสวี่หวังเลี่ยงเห็น นั่นคือเฉินเฟย

ก่อนหน้านี้หลิงฮั่นจุนเตือนเฉินเฟยว่าพวกสวี่หวังเลี่ยงอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในและยังมีคนอีกไม่น้อย หากพูดออกไปตามตรงอาจทำให้เกิดความขัดแย้งได้

หลิงฮั่นจุนอยากให้เฉินเฟยตายเพื่อเขาจะได้หลุดพ้นจากปัญหานี้ แต่หากเขาถูกจับได้ว่าอยู่ตรงกลาง เขาอาจถูกฆ่าในความขัดแย้งด้วย แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย

“เจ้าเป็นใคร!?”

พวกสวี่หวังเลี่ยงตื่นตัวทันที เมื่อครู่พวกเขาสัมผัสได้เพียงลมปราณหลิงฮั่นจุนเท่านั้น ไม่รู้ว่าเลยด้านหลังยังมีอีกคน

เพียงควบคุมลมปราณได้ นั่นก็มากพอทำให้ผู้คนหวาดกลัวแล้ว

แต่พวกสวี่หวังเลี่ยงที่กำลังระวังตัวไม่กังวลมากนัก ฝั่งเขามีระดับขัดเกลาอวัยวะภายในหกคน และทุกคนยังอยู่ในขั้นสูงสุด

ด้วยระดับบ่มเพาะเช่นนี้ หากไม่ใช่ระดับขัดเกลาทวารย่อมไม่อาจสู้พวกเขา!

เฉินเฟยไม่ตอบคำถามสวี่หวังเลี่ยง เพียงมองร่างที่นั่งสมาธิอยู่บนพื้นและกล่องดำ

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกาย ในกล่องนั้นน่าจะเป็นส่วนหลังของวิชาสยบมังกรคชสาร ดูเหมือนศพนี้กำลังมองหาผู้สืบทอดวิชาสยบมังกรคชสารอยู่

“กล้าดีนัก!”

เมื่อเห็นเฉินเฟยเมินเฉย โค่วเหรินจีซึ่งโกรธจากม่านพลังอยู่แล้วจึงหัวเราะด้วยความโกรธ ร่างกายวูบไหวเข้าหาเฉินเฟยแล้วตวัดดาบฟันใส่

ใบหน้าเฉินเฟยเหมือนคนอายุเพียงยี่สิบ ในสายตาพวกเขา แค่บ่มเพาะถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในด้วยอายุเท่านี้ก็ถือว่ามีพรสวรรค์

ระดับขัดเกลาทวาร?

จุดทวารของระดับขัดเกลาทวารจะสะท้อนปราณหยวน ลมปราณกับพลังจะยิ่งใหญ่มหาศาล ต่อให้อยู่ไกลก็ยังสัมผัสได้ โค่วเหรินจีทั้งหกสัมผัสถึงพลังนั้นไม่ได้

แต่ถึงอย่างนั้นโค่วเหรินจีก็ไม่ประมาท ดาบนี้เป็นเพียงการทดสอบ พลังสามส่วนถูกใช้และพลังเจ็ดส่วนถูกเก็บไว้ในมือ หากเกิดอะไรขึ้นจะสามารถลงมือหรือถอยกลับได้โดยไม่มีปัญหา

“ชิ้ง!”

กระบี่เฉียนหยวนถูกชักออกจากฝัก สีดำแผ่ขยายไปยังตัวกระบี่เฉียนหยวนในพริบตา พลังอันหนักหน่วงปลดปล่อยมาจากร่างเฉินเฟย

เวลาต่อมา เฉินเฟยฟันกระบี่เฉียนหยวนไปทางดาบโค่วเหรินจี

“ไม่ดีแล้ว!”

เมื่อกระบี่เฉียนหยวนถูกชักออก สีหน้าโค่วเหรินจีพลันเปลี่ยนไป หลังจากร่างเฉินเฟยและกระบี่เฉียนหยวนปลดปล่อยลมปราณออกมา นั่นแทบทำให้วิญญาณโค่วเหรินจีหลุดออกจากร่าง

โค่วเหรินจีไม่กล้าป้องกันและพยายามถอยหนีสุดชีวิต แต่ก็พบว่ามีสนามพลังกดทับตัวเองอยู่

หากต้องการหลุดพ้นจากมัน แน่นอนว่าทำได้แต่ต้องใช้เวลาครู่หนึ่ง แต่เฉินเฟยย่อมไม่ให้เวลาขนาดนั้น กระบี่เฉียนหยวนอยู่ใกล้เพียงเอื้อม

สีหน้าสวี่หวังเลี่ยงทั้งห้าเปลี่ยนไป พวกเขาวูบไหวรีบเข้าไปหาเฉินเฟยเพื่อช่วยโค่วเหรินจี

แต่สวี่หวังเลี่ยงทั้งห้าอยู่ห่างจากเฉินเฟยพอสมควร ในยามปกติอาจไปถึงได้ในพริบตา แต่ตอนนี้มันเป็นเหมือนช่องว่าง

“ตู้ม!”

โค่วเหรินจีโดนดาบกระแทกใส่และกระแทกลงพื้นอย่างแรง ถ้ำสั่นสะเทือนเล็กน้อย บนพื้นปรากฏหลุมหนึ่ง โค่วเหรินจีนอนสิ้นลมอยู่ในนั้น

เพียงกระบี่เดียวก็สังหารโค่วเหรินจีซึ่งเป็นระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุดทันที

กระบี่นั้นทำให้คนที่เหลือหวาดกลัวอย่างยิ่ง ซึ่งรวมถึงหลิงฮั่นจุนที่ประเมินพลังเฉินเฟยไว้สูงมากจนยับยั้งชั่งใจตัวเองได้

หลิงฮั่นจุนรู้ว่าเฉินเฟยแข็งแกร่ง แต่คิดไม่ถึงว่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ เพียงกระบี่เดียวสามารถฆ่านักยุทธ์ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุด

“เจ้าเป็นใครกันแน่!?”

สวี่หวังเลี่ยงทั้งห้าเข้าปิดล้อม นี่คงเป็นวิธีเดียวที่น่าจะพอต้านทานการโจมตีของกระบี่เฉินเฟย

เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่ระดับขัดเกลาทวาร แต่พลังที่แสดงออกมานั้นเกินจริงจนสวี่หวังเลี่ยงทั้งห้าไม่เข้าใจ พวกเขาเป็นระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุดเช่นกัน แต่ทำไมพลังถึงแตกต่างมากขนาดนี้!

“ที่แห่งนี้เป็นของข้าแล้ว” เฉินเฟยชี้กล่องดำและมองสวี่หวังเลี่ยงทั้งห้า

“พวกเราเจอที่นี่ก่อน!” สวี่หวังเลี่ยงกัดฟันแน่น

เฉินเฟยแข็งแกร่งยิ่งนัก แต่พวกเขามีกันห้าคน หากพวกเขาระวังให้ดีอาจยังพอมีหวัง และกระบี่เมื่อครู่ เฉินเฟย ซึ่งเป็นระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุดจะสามารถได้ใช้ต่อเนื่องหรือ?

เฉินเฟยมองสวี่หวังเลี่ยง นี่เป็นคนที่เฉินเฟยต้องเงยหน้ามองเมื่อเขาเข้าเมืองซิ่งเฝินครั้งแรก หลังจากนั้นเขาก็ต้องซ่อนตัวเพราะกลัวโดนจับ

ตอนนี้ผ่านมาหนึ่งปีกว่า การบ่มเพาะพวกเขาล้วนเท่ากัน แต่พลังต่อสู้ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันแม้แต่น้อย

“ข้าไม่ได้ถามความเห็น หากไม่จากไปจะได้เฝ้าอยู่ที่นี่!” เฉินเฟยพูดอย่างสงบ

“ฆ่ามัน!”

สวี่หวังเลี่ยงคำรามเสียงต่ำ ทั้งห้าวูบไหวตั้งค่ายกลล้อมสังหารเฉินเฟย

ตามจริงแล้วค่ายกลนี้ดีที่สุดสำหรับหกคน แต่โค่วเหรินจีถูกฆ่าก่อนจึงไม่มีโอกาสนั้น

แม้จะมีเพียงห้าคน แต่ค่ายกลนี้ยังคงเชื่อมโยงพลังของทั้งห้าเข้าด้วยกันได้ แน่นอนว่าไม่อาจรวมพลังห้าคนให้คนคนเดียว

สิ่งนั้นอาจทำได้หากเป็นค่ายกลชั้นยอดและใช้ร่วมกับอาวุธวิญญาณ ค่ายกลนี้สามารถดึงพลังของทั้งห้าคนโดยไม่พลาดแม้แต่ส่วนเดียว

ในการปิดล้อม หากจัดระเบียบตำแหน่งไม่ดีอาจทำให้ดึงพลังของทุกคนไม่ได้ หรือถ้าแย่กว่านั้นมันอาจส่งผลสะท้อนกลับ

ค่ายกลนี้สามารถดึงพลังของทุกคนโดยไม่ให้ขัดแย้งและล้อมฆ่าคนหนึ่งได้พร้อมกัน

หลิงฮั่นจุนซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่ง มองสวี่หวังเลี่ยงทั้งห้าล้อมสังหารเฉินเฟย เขาแอบเอาใจช่วยสวี่หวังเลี่ยงทั้งห้าอยู่ในใจโดยหวังว่าจะฆ่าเฉินเฟยสำเร็จ

ช่วงเวลานิรันดร์!

โลกหยุดนิ่งชั่วขณะ เฉินเฟยมองการเปลี่ยนแปลงค่ายกลของทั้งห้ารวมและเชื่อมโยงระหว่างลมปราณ เป็นค่ายกลที่ไม่เลวเลย การปิดล้อมสังหารศิษย์แท้จริงของสำนักธรรมดามีโอกาสสำเร็จไม่น้อย

แม้จะปิดล้อมล้มเหลว ทั้งห้าคนยังมีโอกาสสูงที่จะหลบหนีพ้นโดยไม่ได้รับอันตราย

น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเขากำลังสู้กับเฉินเฟย

สีดำบนกระบี่เฉียนหยวนเริ่มรวมจากตัวกระบี่ไปยังใบกระบี่ ครู่ต่อมามันหายไปจากใบกระบี่และรวมกันที่ปลายกระบี่

นี่ไม่ใช่การประลองและที่นี่ไม่ใช่สำนักกระบี่เซียนเมฆา เฉินเฟยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการฆ่าพวกสวี่หวังเลี่ยง

ลมปราณอันน่าหวาดหวั่นแผ่มาจากร่างเฉินเฟย หัวใจสวี่หวังเลี่ยงทั้งห้าเต้นรัว เฉินเฟยเหมือนเปลี่ยนจากมนุษย์กลายเป็นสัตว์อสูรยักษ์จ้องมองพวกเขา

“ฆ่า!”

สวี่หวังเลี่ยงทั้งห้าตะโกนเสียงดัง สายเกินกว่าจะถอยได้แล้ว การอยู่ในทางแคบเช่นนี้ทำได้เพียงสู้สุดชีวิตถึงจะมีความหวังริบหรี่

“ตู้ม!”

ถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก้อนหินเหนือหัวบ้างก้อนหล่นลงมา

หลิงฮั่นจุนมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยตาเบิกกว้าง

เห็นแสงสีดำวูบไหว สวี่หวังเลี่ยงทั้งห้ารีบวิ่งเข้าหาเฉินเฟยจากนั้นก็ลอยกระเด็นกลับหัวไปกระแทกผนังถ้ำ

เฉินเฟยยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว

สวี่หวังเลี่ยงเลือดเต็มปาก เขาจับร่างตัวเองแล้วมองเฉินเฟย พยามยามจะพูดอะไรบางอย่างแต่กระอั่กเลือดออกมาก่อนทำให้คำพูดค้างอยู่ตรงคอ ร่างกายล้มกระแทกและสิ้นลมหายใจ

ไม่เพียงสวี่หวังเลี่ยงตาย อีกสี่คนล้วนตายเช่นกัน

แม้แต่เสิ่นถูฉางยังต้องตายหากป้องกันกระบี่นี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ฝึกตนทั่วไปเหล่านี้เลย ไม่ว่าจะมีกี่คนก็ไร้ประโยชน์

หลิงฮั่นจุนตัวสั่นอยู่ที่มุมถ้ำ เขาก้มหน้าลงไม่กล้ามองเฉินเฟยอีก

เพียงสองกระบี่ ยอดฝีมือขัดเกลาทวารขั้นสูงสุดซึ่งอยู่เหนือผู้อื่นตายไปแบบนี้ แถมยังตายหกคนในคราวเดียว

เฉินเฟยไม่สนใจหลิงฮั่นจุนและเดินไปหากล่องดำบนพื้น พอเหลืออีกไม่กี่ก้าวก็มีแสงวาบขึ้น ตรงหน้าเฉินเฟยมีม่านพลังขวางไว้