ตอนที่ 175 แช่แข็งจิตใจ

ตอนที่เฉินเฟยปรับแต่งผลแดงชาดก่อนหน้านี้ เขาจะดูดซับทีละน้อยเพราะกลัวว่าพลังในผลแดงชาดจะหลอมละลายร่างกาย

ดังนั้นเฉินเฟยจึงใช้เวลาหลายวันในการปรับแต่งผลแดงชาด

ตอนนี้ได้รับผลแดงชาดครึ่งใหญ่ เฉินเฟยย่อมปรับแต่งมันได้เหมือนเมื่อก่อน แต่ความเร็วยังช้าเกินไปซึ่งต้องใช้เวลาอีกสองสามวัน บางทีเฉินเฟยกับปาข่าอาจเจอวัตถุวิญญาณในช่วงระหว่างนี้

การได้รับผลแดงชาดสำเร็จทำให้หัวใจเฉินเฟยพองโต มีผู้ช่วยแข็งแกร่งเช่นนี้ดีกว่านักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในหลายคนนัก

ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด อย่างน้อยในระดับปรับแต่งร่างกายก็ยากจะเห็นร่างกายที่มีพลังป้องกันเหมือนปาข่า แม้แต่นักยุทธ์จากหอเป๋ย์โต่วก็เช่นกัน

เฉินเฟยใช้สมุนไพรของปาข่าทำเป็นน้ำสมุนไพรและละลายผลแดงชาดลงไป

ฤทธิ์ยาของผลแดงชาดยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่ผลกระทบต่อร่างกายลดลงมากเนื่องจากการใช้สมุนไพรอายุหลายสิบปี

“ฮู่ว!”

พ่นลมหายใจร้อน ผิวสีแดงของเฉินเฟยค่อยๆกลับเป็นปกติซึ่งใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วยาม ฤทธิ์ยาส่วนใหญ่ที่มากพอจะท่วมตัวเฉินเฟยได้รวมเข้ากับพลังภายใน

ด้วยการกลั่นเบื้องต้น ความก้าวหน้าในระดับขัดเกลาไขกระดูกเพิ่มขึ้นสองส่วน ในเวลานี้ระดับขัดเกลาไขกระดูกก้าวหน้าถึงเจ็ดส่วนแล้ว

เฉินเฟยต้องใช้เวลาหนึ่งวันในการดูดซับส่วนที่ยังไม่ได้รับการกลั่น เมื่อถึงเวลานั้นคาดว่าความก้าวหน้าของระดับจะเพิ่มอีกครึ่งหนึ่ง

แม้เฉินเฟยจะปล่อยให้ร่างกายดูดซับโดยไม่ต้องกลั่น แต่มันจะใช้เวลานานกว่านี้ซึ่งคาดว่าต้องใช้ประมาณสิบวัน

เฉินเฟยลืมตาเห็นปาข่ากำลังจ้องมองตัวเอง

“เมื่อครู่ข้าคิดว่าเจ้าจะตายเสียแล้ว”

พอเห็นว่าเฉินเฟยสบายดี ปาข่าเลยถอนหายใจอย่างโล่งอก

ผลแดงชาดครึ่งเล็กไม่ได้ส่งผลกระทบใดต่อปาข่า ดังนั้นปาข่าจึงไม่คิดว่าร่างกายเฉินเฟยจะตอบสนองรุนแรงเช่นนี้หลังจากกินผลแดงชาดที่เหลือ

ท้ายที่สุดแล้วนี่เป็นพ่อครัวที่ปรากฏตัวออกมา ปาข่าเพิ่งได้ลิ้มลองรสชาติเพียงสามอย่างเท่านั้น โดยเฉพาะน้ำสมุนไพรเมื่อครู่ที่ทำจากผลแดงชาด ปาข่าจะไม่มีวันลืมมัน

ปาข่าหวังว่าชีวิตอันแสนอร่อยนี้จะดำเนินต่อไป เนื่องจากไม่รู้ว่าต้องเตรียมน้ำสมุนไพรอย่างไรจึงเป็นธรรมดาที่เขาต้องพึ่งเฉินเฟย

เฉินเฟยยังมีรอยยิ้มบนใบหน้า ปาข่าไม่แน่ใจว่าเฉินเฟยกินผลแดงชาดอย่างไม่ระวังได้อย่างไร

แม้เมื่อครู่ลมปราณเฉินเฟยดูอันตรายนัก แต่หากมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นเฉินเฟยสามารถใช้สยบมังกรคชสารดูดซับฤทธิ์ยาในร่างกายได้

หากไร้ซึ่งความมั่นใจแบบนี้เฉินเฟยจะกล้ากินมันต่อหน้าปาข่าได้อย่างไร

ทั้งสองฝ่ายเพิ่งรู้จักกันไม่นานและร่วมงานกันเพียงสองครั้ง จากนิสัยของเฉินเฟย เขาจะไม่ยอมฝากชีวิตไว้กับทางเลือกของคนอื่น

เว้นแต่มันไม่มีทางเลือก

“เจ้าชอบน้ำสมุนไพรเมื่อครู่หรือไม่?” เฉินเฟยถามกลับ

“มันอร่อยยิ่งนัก”

ดวงตาปาข่าเป็นประกายทันใด แต่เขาส่ายหัวทันทีด้วยความเสียใจ “แต่ผลไม้อันนี้มีเพียงผลเดียว ต้นไม้นั่นยังถูกข้าทำร้ายไปด้วย คาดว่าเร็วๆนี้คงไม่ออกผลแดงชาดอีก”

“ของดีไม่ได้มีแค่ผลไม้อัรนั้น ตราบใดที่เป็นวัตถุวิญญาณกินได้ ข้าสามารถใช้มันเตรียมน้ำสมุนไพรให้เจ้าได้สัมผัสราชาติอันแตกต่าง”

เฉินเฟยเริ่มหลอกล่อทีละขั้น เฉินเฟยไม่ได้อวดแต่อย่างใด ตราบใดที่มันกินได้เฉินเฟยก็กล้าปรุงมัน

ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่เฉินเฟยใช้คือรสชาติเดิมของวัตถุวิญญาณ การใช้สมุนไพรอื่นเป็นการกระตุ้นคุณสมบัติทางยาของวัตถุวิญญาณมากกว่า

เช่นเดียวกับการปรุงอาหาร แท้จริงแล้ววิธีการปรุงอาหารระดับสูงคือการฟื้นฟูรสชาติของอาหาร

ดวงตาปาข่าเป็นประกาย ดวงตาเล็กๆของเขาขยับไปมา หากเป็นจริงอย่างที่เฉินเฟยพูด รอบตัวเขานั้นมีตัวเลือกให้มากมาย

ไม่ต้องไปไหนไกลเลย พูดถึงต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ที่อยู่ใกล้สุดกันดีกว่า ตามจริงแล้วมันออกผลเช่นกัน แต่ปาข่าไม่ค่อยคิดถึงผลของมัน

นอกจากความแข็งแกร่งของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์แล้ว ผลไม้ยังไม่ค่อยอร่อย มันแห้งและเย็นจัด ด้วยร่างกายของปาข่า หลังจากกินผลไม้นั้นเขาจะรู้สึกอึดอัดหลายวัน

แน่นอนว่าเนื่องจากเป็นผลไม้ที่เกิดจากวัตถุวิญญาณมันจึงมีพลังรุนแรง แต่ปาข่าไม่อยากทนทุกข์ทรมาน ดังนั้นหากไม่ใช่เพราะความบังเอิญปาข่าก็ไม่เคยกินมันเป็นครั้งที่สอง

“มีเป้าหมายแล้วหรือ?”

เฉินเฟยเลิกคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าปาข่า หากต้องการทำความคุ้นเคยกับดินแดนลับ คนพื้นเมืองย่อมรู้ดีที่สุด

เฉินเฟยอยู่ในดินแดนมาหลายวันและใช้เวลาส่วนใหญ่ในการกลั่นวัตถุวิญญาณ เขาเลยไม่ได้ไปสถานที่หลายแห่งและไม่รู้ว่ามีวัตถุวิญญาณอยู่ที่ไหนบ้าง

“ผลไม้นั่นรสชาติไม่อร่อย แต่ข้าเชื่อเจ้า รอสักสองวันแล้วกัน ข้าจะไปลองดู”

ปาข่าเลียปาก นึกถึงรสชาติของผลแดงชาดและคิดว่าจะลองพูดดีๆกับต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ก่อน

ปาข่ากับต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ค่อนข้างคุ้นเคยกันดี แน่นอนว่าเป็นมิตรภาพแบบที่เกิดขึ้นหลังการต่อสู้ ปาข่าตัดสินใจใช้สมุนไพรแลกกับผลไม้ของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์

ปาข่าสามารถกินสมุนไพรเพิ่มพลังและเสริมสร้างร่างกาย ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ย่อมมีความสามารถดูดซับสมุนไพรเหมือนกับปาข่า

“ได้ ข้าจะรอเจ้านำมันกลับมา”

เฉินเฟยยิ้ม คราวนี้เขาไม่ต้องวิ่งไปหาด้วยตัวเองแล้ว ดูเหมือนว่าน้ำสมุนไพรผลแดงชาดเมื่อครู่จะกระตุ้นปาข่าได้มากนัก

มันทำให้ปาข่ากระตือรือร้นที่จะหาประสบการณ์รับรสชาติ

ร่างปาข่าหายไปสายตาเฉินเฟย เฉินเฟยมองไปรอบตัวและพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เขานั่งคุกเข่าบนพื้นและเริ่มปรับแต่งฤทธิ์ยาที่เหลืออยู่ในร่างกาย

สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นแต่กลับรู้สึกถึงการกัดกร่อนแปลกๆ มันแพร่กระจายในร่างกายเฉินเฟย พลังภายในของเขาเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ

น่าเสียดายที่ไม่ได้ผลแดงชาดสองผล แต่ตอนนี้หลังดูดซับผลแดงชาดครึ่งหนึ่ง ฐานฝึกฝนของเฉินเฟยได้ใกล้เคียงกับระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน

แม้เฉินเฟยจะไม่ได้อะไรจากดินแดนลับอีก แต่หลังออกจากดินแดนลับเฉินเฟยต้องใช้เวลาอีกสองสามเดือนในการทะลวงระดับขัดเกลาอวัยะภายใน

ต้องรู้ก่อนว่านับตั้งแต่ที่เฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกมันยังผ่านไปไม่ถึงสามเดือน พูดได้ว่าเฉินเฟยสามารถเลื่อนจากระดับหลอมกระดูกไปสู่ขัดเกลาอวัยวะภายในด้วยเวลาครึ่งปี

นั่นคือการอยู่ในดินแดนลับนี้ทำให้ความก้าวหน้าของเฉินเฟยดูสมเหตุสมผล

ไม่อย่างนั้นความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเฉินเฟยจะดึงดูดความสนใจจากภายนอกแน่นอน จากนั้นจะมีปัญหามากมายตามมา

โชคดีที่ตอนนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นแล้ว

หลังออกจากดินแดนลับ เฉินเฟยรวบรวมป้ายเหล็กได้ห้าแผ่นและสำเร็จภารกิจทดสอบศิษย์แท้จริง ตราบใดที่เขากลับไปและผ่านการทดสอบจิตใจ เฉินเฟยจะกลายเป็นศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

ศิษย์แท้จริงคือศิษย์ที่เป็นแก่แท้ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว คนส่วนใหญ่จะไม่กล้ายั่วยุเฉินเฟย

ในขณะที่กลั่นฤทธิ์ยาในร่างกาย ความชำนาญของสยบมังกรคชสารก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นเช่นเดียวกับที่เฉินเฟยกลั่นผลแดงชาดครั้งแรก

ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ทำให้เฉินเฟยค่อนข้างติดใจ

“ตู้ม!”

ทันใดนั้นเกิดเสียงระเบิดดังมาจากระยะไกล เฉินเฟยลืมตาขึ้นและได้ยินเสียงคำรามของปาข่า แต่ในไม่ช้า เสียงนั้นก็เงียบลง

ผ่านไปสองวันโดยไม่รู้ตัว เห็นได้ชัดว่ากระบวนการรับผลไม้ของปาข่าไม่ราบรื่น ปาข่ากับต้นฉัตรเจ้าเล่ห์น่าจะสู้อีกครั้งและการต่อสู้ยังดุเดือดมาก

หนึ่งเค่อต่อมา ในที่สุดเฉินเฟยก็เห็นร่างปาข่าจากระยะไกล ผ่านไปไม่นานปาข่าก็กลับมาถึง

เฉินเฟยมองร่างน่าอนาถของปาข่าโดยเฉพาะรากบนหัวเขาซึ่งเหี่ยวเฉาไปอีกอัน

ด้วยฐานฝึกฝนของเฉินเฟยในเวลานี้ไม่อาจพูดได้ว่าเพียงแค่ผ่านตาก็ไม่เคยลืม แต่การจดจำรายละเอียดของเขายังดีมาก

หลังโจมตีต้นผลแดงชาด เฉินเฟยเห็นว่ารากอันหนึ่งของปาข่าหลุดไป ตอนนี้หลังกลับมาจากต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ก็หายไปอีกอัน

เห็นได้ชัดปาข่ากับต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ระเบิดความโกรธออกมา ไม่อย่างนั้นปาข่าคงไม่ดึงพลังออกมาจากราก

“ครั้งนี้ไม่มีทางเลือกจริงๆ ข้าตั้งใจจะแลกสมุนไพรกับผลไม้ แต่ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์นั่นกลับปฏิเสธ!”

ปาข่ามีสีหน้าโกรธเคืองพูดเสียงดัง “ทำไมต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ถึงปฏิเสธกัน ผลไม้พวกนั้นทั้งฝาดและไม่อร่อย นอกจากข้าแล้วใครจะอยากกินอีก มันเอาแต่ปฏิเสธที่จะแลกเปลี่ยน ชัดแล้วว่ามันทำให้กลายเป็นเรื่องยาก!”

“พวกเจ้าสู้กันหรือ?” เฉินเฟยค่อนข้างตลก

ปาข่าในเวลานี้กลายเป็นคนเสพติดโดยสมบูรณ์ สัตว์อสูรตัวอื่นที่ให้ไม่ร่วมมือต่างทำให้กลายเป็นเรื่องยากสำหรับเขา หากเป็นเมื่อก่อนถ้าแลกผลไม้ไม่ได้ปาข่าคงจากไป

ตอนนี้พวกเขาเกิดความขัดแย้งจนสู้กัน จุดนี้แสดงให้เห็นว่าปาข่าอยากดื่มน้ำสมุนไพรที่เฉินเฟยทำมากแค่ไหน

“ข้าคุ้นเคยกับต้นไม้นั่นดี ทั้งใบทั้งผลถูกข้าดึงมาแล้ว”

ปาข่าพูดแบมือออกขณะที่พูด ภายในนั้นมีผลไม้ของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์อยู่ เฉินเฟยหยิบมันอย่างอยากรู้ มันค่อนข้างต่างจากสิ่งที่เฉินเฟยจินตนาการไว้

ผลไม้นี้มีลักษณะเหมือนถั่วที่เชื่อมต่อกันทีละลูกและมีขนาดเล็ก ฝ่ามือขนาดเล็กของปาข่ายังเก็บผลไม้นี้ได้ ทุกคนสามารถจินตนาการถึงขนาดของมันได้เลย

นอกจากผลไม้ที่ปาข่าพูดถึง ยังมีใบของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์อีกสองสามใบ

ผลไม้ให้ความรู้สึกเย็นแต่พอสัมผัสกลับมีอุณหภูมิปกติ แต่ใบไม้เหล่านี้น่าทึ่งยิ่งนัก ราวกับว่าพวกมันเพิ่งถูกนำออกมาจากสถานอุณหภูมิต่ำกว่าลบสิบองศา เมื่อสัมผัสพวกมันจะรู้สึกเย็นมาก

“เจ้าทำของอร่อยได้หรือไม่?” ปาข่าถามอย่างคาดหวัง

“ได้สิ!” เฉินเฟยตอบรับ หากเขาบอกว่าทำไม่ได้ปาข่าคงบ้าคลั่งแน่

เฉินเฟยเริ่มทดสอบคุณสมบัติทางยาของผลไม้และใบไม้อย่างระวัง

ครึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยค่อนข้างประหลาดใจที่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง

ราวกับว่าพลังจิตใจถูกแช่แข็ง แต่นี่ไม่ใช่สถานะเชิงลบเพราะเฉินเฟยสามารถรู้สึกถึงความคิดขึ้นลงได้อย่างแม่นยำ