เฉินเฟยยืนนิ่งไม่ขยับ ในสถานการณ์ปกติ หากเจอเหตุการณ์แบบนี้เขาคงลองขึ้นไปดูว่าเจ้าสาวประหลาดถูกนักยุทธ์คนอื่นฆ่าแล้วหรือยัง
แต่เฉินเฟยไม่เคลื่อนไหว เขาอยากรู้จริงๆแต่รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือถ้าเจ้าสาวประหลาดถูกฆ่า แล้วกระท่อมมุงจากหลังนั้นคืออะไร ทำไมมันยังตั้งอยู่ตรงนั้น
อะไรก็ตามที่แปดเปื้อนด้วยสิ่งแปลกประหลาดล้วนจัดการไม่ง่าย
เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกระโดดลง วิ่งอ้อมเลี่ยงภูเขามุ่งหน้าไปยังเมืองเซียนเมฆา พริบตาเดียวเฉินเฟยก็หายไป
ลมยามค่ำคืนพัดผ่าน กิ่งก้านพลิ้วไหวตามสายลม ในที่สุดดวงจันทร์ซึ่งถูกเมฆบดบังก็ปรากฏ แสงจันทร์ขาวนวลส่องลงมา กระท่อมมุงจากอันเงียบสงบบนยอดเขาสั่นเทา ประตูกระท่อมมุงจากเปิดออกเล็กน้อย
หลังประตูเหมือนมีรองเท้าลายปักสีเข้มคู่หนึ่งยืนอยู่อย่างคลุมเครือ
หลังออกห่างภูเขาไกลกว่าสิบลี้ เฉินเฟยพบสถานที่สำหรับก่อไฟพักผ่อน
เฉินเฟยอยู่ในสภาพค่านข้างดี แม้จะเดินทางเป็นเวลานานแต่ก็ได้กินอาหารไปไม่น้อย ไม่อย่างนั้นเมื่อครู่นี้คงได้ทำตามความคิดแปลกๆของตัวเอง
แต่ทัศนวิสัยตอนกลางคืนจะถูกบดบังซึ่งอาจทำให้เกิดอันตราย ดังนั้นหาที่พักผ่อนก่อน รอจนพระอาทิตย์ขึ้นแล้วค่อยออกเดินทาง
“แป๊ะ!”
ไม้ฟื้นส่งเสียงแตก แสงไฟส่องแก้มเฉินเฟยค่อยๆขจัดความเย็นรอบตัว
เฉินเฟยนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นช่วงนี้และสิ่งที่ต้องทำหลังกลับไปถึงสำนัก
เขาต้องเรียนรู้เดินหนีสวรรค์ นี่คือข้อบกพร่องของเฉินเฟยในตอนนี้ สำหรับกระบี่จ้งหยวน ตอนแรกสำนักถ่ายทอดให้เพียงส่วนหนึ่ง แต่หลังจากเฉินเฟยเป็นผู้นำศิษย์แท้จริง ทางสำนักก็ถ่ายทอดส่วนที่เหลือให้
ตอนแรกให้เรียนรู้บางส่วนเพราะกลัวว่าจิตสำนึกของลูกศิษย์ยังไม่สามารถทนรับได้ และยังจำเป็นต้องสังเกตุศิษย์สักระยะหนึ่ง
แต่แล้วเฉินเฟยก็กลายเป็นผู้นำศิษย์แท้จริง หากแม้แต่เฉินเฟยยังวางใจไม่ได้ แล้วศิษย์แท้จริงคนอื่นจะเป็นอย่างไร?
ในส่วนของการรวมคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวให้ครบชุด เฉินเฟยยังทำไม่ได้ นอกจากไม่มีเบาะแสแล้ว ที่สำคัญคือเขาไม่มีเงิน
สิ่งที่ทำให้เฉินเฟยมีความคิดรวมคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวคือความเชื่อมั่นจากระบบ แต่ระบบต้องใช้เงิน ซึ่งตอนนี้เฉินเฟยมีเงินในกระเป๋าไม่มากนัก
เฉินเฟยเคยหลอมโอสถขายและทำเงินได้มาก ในเวลาสิบเดือนเฉินเฟยเก็บเงินได้มากกว่าสามแสนตำลึง รายได้เท่านี้ถือว่าดีมากแล้ว
แต่ในเวลานั้นเขาสร้างรายได้ด้วยวิธีนี้เพราะไม่ต้องฝึกวิชายุทธ์และมีเวลาว่างมากขึ้น ดังนั้นเขาจึงหลอมโอสถได้มากกว่าเดิม
หลังกลับไปสำนักต้องฝึกกระบี่จ้งหยวน เดินหนีสวรรค์ และสยบมังกรคชสาร เวลาในการหลอมโอสถจะน้อยลงซึ่งทำให้รายได้ลดลงไปด้วย
สิ่งที่น่าอึดอัดกว่านั้นคือต่อให้เฉินเฟยเรียนรู้เดินหนีสวรรค์ เขาก็ไม่มีเงินทำให้เดินหนีสวรรค์เป็นแบบง่าย บางทีอาจต้องใช้เวลาสองสามเดือนในการเก็บเงินถึงจะทำให้เป็นแบบง่ายได้
แต่มันน่าอึดอัดไม่น้อยที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้ทันทีในเมื่อเห็นวิชายุทธ์แล้ว นอกจากนี้ยังมีการแยกแยะและทำให้เป็นแบบง่ายของสยบมังกรคชสารซึ่งต้องใช้เงินมหาศาล
ทันใดนั้นเฉินเฟยรู้สึกว่าตัวเองช่างยากจนเหลือเกิน ความต้องการเงินของเขาเพิ่มถึงจุดสูงสุดทันที
การหลอมโอสถระดับปรับแต่งร่างกายไม่เพียงพอต่อความต้องการเงินที่เพิ่มขึ้น มีแต่ต้องหลอมโอสถระดับขัดเกลาทวารเท่านั้น
แต่จะหาวัตถุวิญญาณได้ที่ไหนก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่
เฉินเฟยหยิบฟืนด้านข้างโยนเข้าไปในกองไฟ ในขณะเดียวกันก็เริ่มใช้กระบี่จ้งหยวน ไม่นานนี้เฉินเฟยพัฒนานิสัยในการเพิ่มความชำนาญกระบี่จ้งหยวนทุกครั้งที่มีเวลาว่าง
ในขณะที่โคจรกระบี่จ้งหยวน ความเข้าใจที่ควรปรากฏในใจก็ไม่ปรากฏ เฉินเฟยอดไม่ได้ที่จะตกใจ จากนั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป
“ตกอยู่ในภาพลวงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!”
เฉินเฟยเงยหน้ามองไปรอบตัว ต้นไม้ที่ควรมองเห็นได้ชัดเจนในระยะไกลกลับพร่ามัว
ดวงจันทร์บนท้องฟ้าถูกเมฆดำปกคลุม แสงจันทร์ไม่สามารถส่องลงมา บริเวณโดยรอบมืดลง ไฟบนพื้นที่ควรจะอบอุ่นกลับทำให้รู้สึกหนาวเย็น
“สงบ!”
เฉินเฟยหลับตาลง ต้นไม้จิตวิญญาณกลางทะเลจิตสำนึกสั่นอย่างรุนแรง เคล็ดพันต้นกำเนิดตรวนใจโคจรอย่างรวดเร็ว ครู่ต่อมา พลังสีแดงเข้มปรากฏในทะเลจิตสำนึก
เฉินเฟยมองพลังสีแดงเข้ม กิ่งก้านต้นไม้จิตวิญญาณแกว่งไปมาและห่อหุ้มพลังสีแดงเข้มไว้ด้วยกัน
เฉินเฟยลืมตาขึ้น บอลพลังสีแดงเข้มลอยออกมาจากหน้าผาก เฉินเฟยคว้ามันไว้ในมือ
บอลพลังนี้ทำให้เฉินเฟยรู้สึกเย็นผิดปกติเหมือนกำลังจับน้ำแข็งหมื่นปี แม้พลังหยวนจะปิดกั้นไว้แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แผ่ออกมา
เฉินเฟยมองไปรอบด้าน เห็นฟืนบนพื้นดับไปนานแล้ว
เฉินเฟยถูกพลังสีแดงเข้มนี้ชักนำโดยไม่รู้ตัวและมองว่าภาพลวงตานั้นเป็นความจริง แม้แต่การโคจรกระบี่จ้งหยวนยังเป็นภาพลวงตา ดังนั้นความเข้าใจจึงไม่ปรากฏในใจเขา
“เป็นกระท่อมมุงจากเมื่อครู่หรือ?”
เฉินเฟยมองพลังสีแดงเข้มในมือแล้วขมวดคิ้ว กระท่อมมุงจากเก่งกาจขนาดนั้นเชียว? กองคาราวานเซียนเมฆาเข้าออกได้อย่างไร แม้แต่เฉินเฟยังถูกโจมตีโดยไม่รู้ตัว กองคาราวานเซียนเมฆาก็น่ารอด
“หรือเจ้าสาวประหลาดกดพลังของกระท่อมมุงจาก? สิ่งแปลกประหลาดตัวจริงคือกระท่อมมุงจากหรือมงกุฎฟีนิกซ์กันแน่?”
เฉินเฟยคาดเดาอยู่ในใจ หรือจะมีระดับขัดเกลาทวารโชคร้ายถูกมงกุฎฟีนิกซ์กับสายสะพายเข้าครอบงำจึงกลายเป็นเจ้าสาวประหลาด?
เฉินเฟยเปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นสิ่งแปลกประหลาด โชคดีที่เมื่อครู่เฉินเฟยเจอสิ่งผิดปกติและเริ่มตรวจสอบทันที
ไม่เช่นนั้นคงบอกได้ยากว่าเฉินเฟยจะหนีไปได้หรือไม่ ท้ายที่สุดเขายังถูกหลอกโดยไม่รู้ตัว
“เกิดอะไรขึ้นกับสิ่งแปลกประหลาดกันแน่ ตัวนี้แข็งแกร่งกว่าตัวก่อน หรือเป็นเพราะโลกวุ่นวายขึ้น?”
เฉินเฟยขยี้พลังในมืออย่างและนึกถึงข้อมูลที่ได้ยินในเมืองฉินไห่และเมืองซิ่ง หลังผ่านมาเป็นเวลานาน ราชวงศ์ไม่เพียงไม่สงบลงแต่ยังทวีความรุนแรงมากขึ้น นั่นจึงทำให้ผู้คนตกอยู่ในความยากลำบาก
เฉินเฟยมองย้อนไปยังทิศทางกระท่อมมุงจาก คิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นวูบไหวไปทางเมืองเซียนเมฆา
เฉินเฟยตั้งเป้าหมายว่าจะไปรับวิชาเคล็ดพันไหมจากสมาคมนักหลอมโอสถ เมื่อครู่โดนโจมตี แต่เคล็ดพันต้นกำเนิดตรวนใจกลับไม่ตอบสนอง
แม้เป็นเพราะบอลพลังนั้นอยู่ในสถานะนิ่งสงบ แต่ต่อให้ไม่มีกระบี่จ้งหยวน หลังจากนี้ไม่นานเฉินเฟยก็จะรู้อยู่ดีว่าตัวเองตกอยู่ในภาพลวง
แต่หลายครั้งที่การต่อสู้ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย บางครั้งเวลาเพียงเล็กน้อยนี้สามารถกำหนดผลลัพธ์ได้แล้ว
เฉินเฟยไม่เคยคิดว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะตายโดยไม่รู้ตัวแบบนั้น
ปัญหาหนึ่งคือวิธีแลกวิชาเคล็ดพันไหมจากสมาคมนักหลอมโอสถต้องใช้ค่าผลงานมหาศาล มันยากยิ่งกว่าการหาเงิน
หรือจะลองใช้สยบมังกรคชสารส่วนหลังอย่างสยบจิตเพื่อดูว่าทดแทนสถานการณ์นี้ได้หรือไม่
สำหรับกระท่อมมุงจากหลังนั้น เฉินเฟยทำได้เพียงรอจนกว่าพลังจิตวิญญาณแข็งแกร่งก่อนแล้วค่อยกลับมาตอบแทนเรื่องในวันนี้
แสงอาทิตย์เริ่มส่องพื้น หลังเดินทางทั้งคืน ในที่สุดเฉินเฟยก็มาถึงประตูภูเขาของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
เขาไม่ได้มาที่นี่สักพักแล้ว ตอนนี้พอได้เห็นประตูภูเขาจึงทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน เฉินเฟยรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
อาจารย์กับศิษย์พี่กัวอยู่ที่นี่ ศิษย์พี่หญิงจางกับศิษย์พี่เก๋อก็เช่นกัน สำนักและพวกเขาในโลกนี้กลายเป็นสิ่งผูกพันเฉินเฟย
“ศิษย์พี่เฉิน?”
เมื่อเฉินเฟยเดินเข้าประตูภูเขา ศิษย์สำนักก็เห็นเฉินเฟยและตะโกนทักอย่างไม่แน่ใจ ภาพลักษณ์ของเฉินเฟยเปลี่ยนไปมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
เพื่อขจัดความลุ่มหลงในจุดทวาร เฉินเฟยได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการบ่มเพาะบนยอดเขาสืบทอด ดังนั้นศิษย์ส่วนใหญ่จึงจำได้เพียงภาพลักษณ์ของเฉินเฟยในเวลานั้น
ตอนนี้เขาทะลวงระดับขัดเกลาทวาร พลังหยวนที่ขัดเกลาร่างกายทำให้อารมณ์ของเฉินเฟยเปลี่ยนไปและทำให้ยากต่อการระบุตัว
เฉินเฟยพยักหน้าเล็กน้อยแล้วหายตัวไป
“ไม่ได้เห็นศิษย์พี่เฉินตั้งนาน บางคนบอกว่าศิษย์พี่เฉินออกไปฝึกฝน บางคนบอกว่าเขากำลังเก็บตัว แต่ลมปราณศิษย์พี่เฉินเหมือนผู้อาวุโสเลย”
ศิษย์คนนี้เกาหัวด้วยความสับสน แต่ทันใดนั้นดวงตาก็เบิกกว้างและคิดถึงความเป็นไปได้หนึ่ง เฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวารแล้ว!
“ข่าวใหญ่ ข่าวใหญ่!”
ศิษย์คนนี้ไม่แน่ใจ แต่เขายังคงตื่นเต้นมาก นับตั้งแต่เฉินเฟยไปถึงตำแหน่งศิษย์แท้จริงอันดับสองของสำนักกระบี่เซียนเมฆา เฉินเฟยแทบจะกลายเป็นธงในใจศิษย์ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
ทุกคนตั้งตารอเฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวารเพื่อจะได้เดินตามรอยเส้นทางอัจฉริยะ
เมื่อไม่กี่วันก่อนมีข่าวจากสำนักกระบี่เซียนเมฆาว่าเสิ่นถูฉางที่อยู่ในระดับเดียวกับเฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวารหลังจากสะสมกำลังมาหนึ่งปี เขากลายเป็นศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาคนแรกที่ทะลวงระดับขัดกลาทวาร
และตอนนี้เหมือนเฉินเฟยจะทะลวงระดับเช่นกัน?
ศิษย์คนนั้นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวิ่งกลับไปสำนัก เขากำลังจะโถงสืบทอด หากเฉินเฟยทะลวงระดับสำเร็จต้องฃมีการบันทึกในห้องโถงสืบทอดแน่นอน
เฉินเฟยไม่รู้ถึงความตื่นเต้นของศิษย์คนนั้น ตอนนี้เขาวูบไหวจนมาถึงนอกบ้านเฟิงซิวผู่
“ศิษย์เฉินเฟยขอเข้าพบอาจารย์!” เฉินเฟยยืนอยู่นอกประตูและกุมมือพูด
ทันใดนั้นร่างหนึ่งปรากฏขึ้นนอกลานบ้าน นั่นคือเฟิงซิวผู่
เฟิงซิวผู่มองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เขากำลังจะพูด สีหน้าเขาแข็งค้างทันที ทันใดนั้นดวงตาก็เป็นประกาย
“อาจารย์ ศิษย์ทะลวงระดับสำเร็จแล้ว!” เฉินเฟยกุมมือคำนับเฟิงซิวผู่
“ดีดีดี!”
เฟิงซิวผู่เดินไปตบไหล่เฉินเฟยและหัวเราะเสียงดัง เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความไร้กังวลและมีความสุขถึงที่สุด
เฉินเฟยมองรอยยิ้มของเฟิงซิวผู่และอดยิ้มไม่ได้
ครึ่งชั่วยามต่อมา ข่าวการทะลวงระดับและกลายเป็นผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารของเฉินเฟยกระจายไปทั่วสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
หนึ่งชั่วยามต่อมา ข่าวนี้กระจายไปทั่วสำนักโดยรอบ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved