ตอนที่ 333 อาศัยเพียงเจ้า

เฉินเฟยฝึกกระบี่จ้งหยวนถึงระดับรู้แจ้งทำให้ร่างกายโคจรวิชาตามสัญชาตญาณ เฉินเฟยจึงไม่ต้องใช้พลังจิตวิญญาณในการใช้งาน

นี่เป็นสภาวะของนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นปลายหรือแม้แต่ระดับขัดเกลาทวารขั้นสูงสุดหลังจากฝึกวิชาถึงระดับรู้แจ้ง นักยุทธ์ในขั้นนี้จึงฝึกฝนเร็วกว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นและขั้นกลาง

ข้อจำกัดแท้จริงในการแข็งแกร่งขึ้นของผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลายหรือขั้นสูงสุดคือความละเอียดอ่อนของวิชาฝึกฝนหลัก

อย่างเช่นวิชากระบี่จ้งหยวนสามารถเปิดแปดสิบจุดทวาร หลังเปิดแปดสิบจุดทวารจะไม่มีทางก้าวหน้าต่อ ต้องเปลี่ยนไปใช้วิชาอื่นที่ดีกว่าหรือลองเสี่ยงทะลวงระดับรวมทวาร

ในร่างกายเฉินเฟยมีสยบมังกรคชสาร เมื่อปราณหยวนไหลเข้าสู่ร่างกาย พวกมันจะไม่มีเวลาสลายไปและถูกสยบมังกรคชสารกักเก็บไว้อย่างแน่นหนา จากนั้นจึงถูกดูดซับด้วยกระบี่จ้งหยวน

ดังนั้นหลังก้าวสู่ระดับขัดเกลาทวารความเร็วในการฝึกฝนของเฉินเฟยไม่เพียงไม่ช้าลงแต่ยังเร็วขึ้น

มันไม่สมเหตุสมผล ทว่าเป็นเรื่องธรรมชาติเช่นกัน

เวลาผ่านไป ในวันที่หก วิญญาณทะยานคู่ของเฟิงซิวผู่มีการเคลื่อนไหว กัวหลินซานจึงมาตามเฉินเฟย จากนั้นอาจารย์และลูกศิษย์ได้ออกนอกเมืองเซียนเมฆามาสามสิบลี้ ตรงจุดนั้นมีหินลมเคลื่อนขนาดใหญ่

ในช่วงฤดูลมของทุกปี หินลมเคลื่อนจะสั่นตลอดเวลาและส่งเสียงทื่อ ในเวลานั้นผู้คนจำนวนมากจากเมืองเซียนเมฆาจะมาท่องเที่ยวที่นี่

ตอนนี้ยังไม่ใช่ฤดูลมจึงไม่มีใครอยู่

เฟิงซิวผู่มองวิญญาณทะยานคู่ในมือ ตอนนี้มันสั่นเล็กน้อย ความเร็วในการสั่นยังคงเร็วขึ้น เห็นได้ชัดว่าวิญญาณทะยานคู่อีกอันอยู่ไม่ไกลนัก

เฉินเฟยด้านหลังเฟิงซิวผู่มองไปรอบด้าน สถานที่นี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงในเมืองเซียนเมฆา เพียงแต่เฉินเฟยไม่มีเวลามาที่นี่ ในขณะนี้มองไปรอบตัว เห็นภาพหญ้าเติบใหญ่นกโผบิน

ทันใดนั้นสีหน้าเฟิงซิวผู่เปลี่ยนไปเล็กน้อยและหันไปมองด้านหน้า ในทางนั้น เฉินเฟยรับรู้ได้ถึงลมปราณมากมายเข้ามาทางนี้อย่างรวดเร็ว

เมื่อเทียบกับเฉินเฟย เฟิงซิวผู่รับรู้สถานการณ์นี้ได้ช้ากว่า

กัวหลินซานด้านข้างเห็นภาพนี้ ดวงตาพลันเบิกกว้าง ศิษย์น้องเล็กรับรู้การมาของผู้อื่นได้เร็วกว่าอาจารย์ เห็นได้ชัดว่าพลังจิตวิญญาณของศิษย์น้องเล็กเหนือกว่าอาจารย์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากัวหลินซานหมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝน แต่เขาได้ยินการกระทำมากมายของเฉินเฟยเช่นกัน กัวหลินซานคิดว่าในอนาคตเฉินเฟยน่าจะเหนือกว่าเฟิงซิวผู่

แต่กัวหลินซานไม่เคยคิดเลยว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้ พลังจิตวิญญาณไม่อาจแสดงถึงพลังต่อสู้ได้ แต่มันเป็นส่วนสำคัญของพลังต่อสู้

ด้วยอัตราก้าวหน้าเช่นนี้ วันที่ศิษย์น้องเล็กจะเหนือกว่าอาจารย์คงอยู่ไม่ไกลแล้วใช่ไหม?

ทันใดนั้นกัวหลินซานพลันนึกถึงตัวเอง เขายังติดอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในและยังไม่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดด้วยซ้ำ ตอนที่พบศิษย์น้องเล็กครั้งแรกเขาอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกสูงสุด

ก่อนที่กัวหลินซานจะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลายร่างในระยะไกลก็เริ่มชัดเจน กัวหลินชานรู้สึกว่าอารมณ์ของอาจารย์เพิ่มพูนขึ้น

เห็นได้ชัดว่าในบรรดาสามคนที่อยู่ห่างไกล หนึ่งในนั้นคือสหายของอาจารย์

เฉินเฟยมองทั้งสามในระยะไกลเข้ามาใกล้ ดวงตาขยับไปมา มีคนได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ร้ายแรง เฟิงซิวผู่ด้านหน้าเดินไปสองก้าว หลังตระหนักได้ถึงสถานการณ์ ร่างกายวูบไหวรีบตรงเข้าไปหา

“ศิษย์น้องเล็ก พวกเรารีบไปตามเถอะ”

กัวหลินซานหันไปมองเฉินเฟย เฉินเฟยพยักหน้าและตามหลังเฟิงซิวผู่พร้อมกับกัวหลินซาน

“เกิดอะไรขึ้น?”

เฟิงซิวผู่หยุดเท้าและมองเกิงเยี่ยนหลินสหายของตัวเอง ไม่เพียงใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง บนร่างกายยังเต็มไปด้วยรอยเลือด จิงชี่เสินอยู่ในสภาพไม่ค่อยดีนัก

“มีบางอย่างเกิดขึ้น สุดท้ายข้าก็มาถึงที่นี่ได้”

เกิงเยี่ยนหลินเห็นเฟิงซิวผู่แล้วรู้สึกโล่งใจ เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วพูด “นี่คือภรรยากับลูกหมาของข้า!”

เกิงเยี่ยนหลินพูดแล้วแนะนำคนรอบตัวทั้งสองให้รู้จัก โดยเฉพาะตอนแนะนำลูกชาย ในดวงตาเขาเต็มไปด้วยความภูมิใจ

“ได้พบพี่เฟิงแล้ว” ภรรยาของเกิงเยี่ยนหลินโค้งคำนับเฟิงซิวผู่เล็กน้อย

“ได้พบกัยลุงเฟิงแล้ว พ่อของข้ามักเล่าเรื่องของท่านให้ฟังเสมอ” เกิงหยุนเฟยมองเฟิงซิวผู่และกุมมือทำความเคารพ

“ดี”

เฟิงซิวผู่พยักหน้าเล็กน้อยให้ทั้งสอง จากนั้นมองเกิงเยี่ยนหลินแล้วพูด “อาการบาดเจ็บของเจ้าไม่ร้ายแรง กลับสำนักกันก่อน หากมีอะไรจะพูดก็เอาไว้พูดตอนกลับไปถึง”

เฉินเฟยมองทั้งสามจากด้านหลัง เกิงเยี่ยนหลินมีหนวดเคราเหมือนง้าวต่างกับเฟิงซิวผู่ที่เกลี้ยงเกลา ส่วนการบ่มเพาะนั้นแทบจะเหมือนกับเฟิงซิวผู่ ทั้งสองอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น

การบ่มเพาะของภรรยาเกิงเยี่ยนหลินยังไม่ถึงระดับขัดเกลาทวาร เป็นเพียงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ดังนั้นจึงสามารถเห็นสัญญาณบ่งบอกอายุของนาง

สำหรับลูกชายเกิงหยุนเฟย เขามีอายุใกล้เคียงกับเฉินเฟย การบ่มเพาะเหมือนกับกัวหลินชานซึ่งอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในแต่อยู่ในขั้นต้นเท่านั้น

“สหายคนนี้คือ?”

เกิงหยานหลินหันไปมองเฉินเฟย ลมปราณระดับขัดเกลาทวารของเฉินเฟยถูกเปิดเผยอย่างไม่ต้องสงสัย และเฉินเฟยยังดูเด็กมาก

แม้การบอกอายุแท้จริงจากรูปลักษณ์ภายนอกของระดับขัดเกลาทวารจะเป็นเรื่องยาก แต่เขารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง เช่นบุคลิคของเฉินเฟยต่างจากรุ่นเขากับเฟิงซิวผู่โดยสิ้นเชิ้ง

เห็นได้ชัดว่าในด้านของอายุ เฉินเฟยควรอายุน้อยกว่าพวกเขา

“เกือบลืมแนะนำไปเลย”

เฟิงซิวผู่ตบหน้าผาก นั่นเป็นเพราะความกังวลและความสับสนจึงทำให้ลืม เฟิงซิวผู่นำกัวหลินซานไปข้างหน้าและพูด “นี่คือศิษย์คนโตของข้า กัวหลินซาน”

“สวัสดีอาจารย์ลุงเกิง!” กัวหลินซานกุมมือพูด

“ลมปราณกระชับหนานแน่น วางรากฐานได้ดี”

เกิงเยี่ยนหลินพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม แต่สายตาส่วนใหญ่เพ่งไปที่เฉินเฟย เกิงเยี่ยนหลินไม่เข้าใจว่าทำไมเฟิงซิวผู่ไม่แนะนำเฉินเฟยก่อน

ท้ายที่สุดอีกฝ่ายเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกัน ดังนั้นต้องได้รับการเคารพและแนะนำก่อน เว้นแต่...

ดวงตาเกิงเยี่ยนหลินเบิกกว้าง เขามองเฟิงซิวผู่อย่างไม่อยากเชื่อ เฟิงซิวผู่อดยิ้มไม่ได้ เฟิงซิวผู่รู้ว่าสหายของเขาเดาเหตุผลได้แล้ว

“ศิษย์คนเล็กที่ข้ารับไว้เมื่อไม่กี่ปีก่อน เฉินเฟย!” เฟิงซิวผู่พูดอย่างภูมิใจ ใครก็ตามที่สามารถสั่งสอนลูกศิษย์ระดับขัดเกลาทวารได้ย่อมแสดงท่าทางเช่นนี้

ดวงตาเกิงเยี่ยนหลินเบิกกว้างโดยสมบูรณ์ นักยุทธ์ระดับเดียวกันตรงหน้าคือลูกศิษย์ของเฟิงซิวผู่จริงๆ แม้เขาจะเดาบางอย่างได้ แต่เมื่อเฟิงซิวผู่พูดออกมาเกิงเยี่ยนหลินก็ไม่อยากเชื่อ

ภรรยาเกิงเยี่ยนหลินมองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจ เกิงหยุนเฟยมีสีหน้าประหลาดใจเหมือนเกิงเยี่ยนหลิน

ศิษย์ที่ยอมรับเมื่อไม่กี่ปีก่อน นั่นแสดงให้เห็นว่าเฉินเฟยอายุน้อยมาก

ตอนนี้พอเกิงหยุนเฟยมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเฉินเฟย เขารู้สึกว่าระดับขัดเกลาทวารคนนี้ดูเด็กมาก แต่ตอนนี้ตระหนักได้แล้วว่าไม่ใช่เพราะดูเด็กแต่นั่นเป็นอายุจริง

เฟิงซิวผู่รู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นสีหน้าของสหาย จากนั้นพาเฉินเฟยมาข้างหน้า นอกจากแสดงความจริงใจแล้วยังเป็นการโอ้อวดเล็กน้อยด้วย

“ไปเถอะ กลับสำนักกัน” เฟิงซิวผู่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วพูด

“ได้ ไปที่สำนักก่อน”

เกิงเยี่ยนหลินหยุดแสดงสีหน้าประหลาดใจและไอ ใบหน้าซีดลงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าอาการบาดเจ็บร้ายแรงกว่าที่ปรากฏบนพื้นผิว

เฟิงซิวผู่ขมวดคิ้ว แม้เขาอยากรู้เหตุผล แต่สิ่งสำคัญคือต้องพากลับไปรักษาก่อน เรื่องนี้สามารถถามในภายหลังได้

หลายร่างวูบไหวกลับไปประตูสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยพลันขมวดคิ้วเล็กน้อย ในการรับรู้ของเฉินเฟยมีลมปราณแผดเผาไล่ตามมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว

ลมปราณนั้นแผดเผาราวกับไฟ เต็มไปด้วยความรุนแรงและก้าวร้าว แม้แต่ปราณหยวนฟ้าดินยังกระเพื่อมเล็กน้อยเพราะลมปราณนี้

เฟิงซิวผู่กับเกิงเยี่ยนหลินต้องใช้เวลาสักพักจึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านหลัง เฟิงซิวผู่ขมวดคิ้ว สีหน้าเกิงเยี่ยนหลินเปลี่ยนไปอย่างมาก

“ตามมาเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร นี่ยังไม่ถึงหนึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ!” เกิงหเยี่ยนหลินไม่อยากจะเชื่อ

“สามี เกิดอะไรขึ้นหรือ?” ใบหน้าภรรยาเกิงเยี่ยนหลินซีดลง

“พ่อ คนชั่วนั้นไล่ตามมาแล้วหรือ?” ดวงตาเกิงหยุนเฟยแสดงความตื่นตระหนก

“คนที่ทำร้ายเจ้า?” เฟิงซิวผู่หันไปมองเกิงเยี่ยนหลิน

“ข้าจะหยุดเขาไว้ โปรดพาภรรยากับลูกหมาข้าไปก่อน” เกิงเยี่ยนหลินพูดจบ ร่างกายพลันหยุดนิ่งและตั้งใจจะหันกลับไปด้านหลัง

“หลินซาน เจ้าพาพวกเขาไปยังสำนักแล้วไปแจ้งผู้อาวุโสอู๋” เฟิงซิวผู่พูดอย่างกังวลและกำลังจะไล่ตามเกิงเยี่ยนหลินไป

“พ่อ ข้าจะอยู่กับท่านด้วย!” เกิงหยุนเฟยพูดเสียงดัง

“เจ้าจะอยู่ที่นี่ทำไม อยู่ไปรังแต่จะทำให้ข้าเสียสมาธิ รีบไปเร็ว!”

เกิงเยี่ยนหลินคำรามเสียงดัง จากนั้นมองเฟิงซิวผู่และพูดอย่างกังวลใจ “ซิวผู่ เจ้าพาพวกเขากลับไป คนคนนั้นเป็นระดับขัดเกลาขั้นกลาง พวกเราหยุดเขาไม่ได้ เจ้าพาพวกเขากลับไปยังพอมีความหวังอยู่!”

เฟิงซิวผู่ตกตะลึง ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนทั่วไป เมื่อก้าวสู่ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง พลังต่อสู้ก็ยังแข็งแกร่งมาก เพราะนี่เป็นการพิสูจน์เช่นกันว่าวิชาที่อีกฝ่ายฝึกฝนนั้นไม่สมบูรณ์ อย่างน้อยก็ไม่สมบูรณ์หรือทรงพลังนัก

ในจุดนี้ พลังต่อสู้ของผู้ฝึกตนทั่วไปที่ก้าวสู่ระดับขัดเกลาทวารนั้นไม่แย่ไปกว่าระดับขัดเกลาทวารของสำนัก คนเหล่านั้นได้เปรียบกว่ามากเมื่อเทียบระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น

“จะไปไหน? วันนี้ไม่มีใครได้ไปไหนทั้งนั้น!”

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้น เห็นได้ชัดว่าลมปราณยังอยู่ห่างไกล แต่ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคนแล้ว โฉวหยวนเฉิงมองเกิงเยี่ยนหลินและคนอื่นด้วยสายตาหยอกล้อพร้อมรอยยิ้มโหดร้าย

รับสินบนแล้วปิดหูปิดตา

โฉวหยวนเฉิงใช้วิธีนี้หลอกลวงผู้คนนับไม่ถ้วน จนถึงตอนนี้ไม่เคยทำพลาดสักครั้ง เมื่อใดที่ได้เห็นสีหน้าตกตะลึงของคนอื่น โฉวหยวนเฉิงก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“อาจารย์ ท่านไปก่อนเถิด ข้าจะหยุดเขาสักพักแล้วจะตามท่านไปทีหลัง” เฉินเฟยมองโฉวหยวนเฉิงและพูดอย่างสงบ

“หยุดข้า? ฮ่าฮ่าฮ่า! อาศัยเพียงเจ้า?” โฉวหยวนเฉิงมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเฉินเฟยและหัวเราะดังลั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย