ตอนที่ 145 ใช้กลยุทธ์

เมืองเซียนเมฆา ภายในลานบ้านตระกูลเจิ้ง

เจิ้งจิ้งอันมาหาชายวัยกลางคนและพูดเสียงเบา “ท่านลุง เฉินเฟยไม่ยอมมอบโอสถแรกเริ่มให้ เขาไม่ดื่มสุราคารวะแต่ดื่มสุราจับกรอก![1]”

“พวกเรารู้เรื่องนี้ช้าเกินไป”

เจิ้งกวนเหวินส่ายหัว “ใครจะคิด ปรมาจารย์นักหลอมโอสถแบบนี้มาจากสำนัก”

“ข้าเพิ่งได้ข้อมูลจากคนรับใช้ว่าเฉินเฟยออกจากโรงเตี๊ยมไปที่สมาคมนักหลอมโอสถแล้ว หากเขาซ่อนตัวอยู่ในสมาคมไม่ยอมออกมา พวกเราเราคงลงมือกับเขาได้ยาก”

เจิ้งจิ้งอันเดินไปมาอย่างหงุดหงิด โอสถแรกเริ่มเป็นของล้ำค่าและมีจำนวนน้อยนิด ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหามัน คนที่ได้ไปยังเป็นศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอีก โอกาสที่จะได้มันมายิ่งน้อยลง

“ตอนนี้ไม่ได้มีแค่เราที่จับตามองเขา เขาอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกเท่านั้น หากไม่มีคนอื่นมาช่วยคงเก็บโอสถแรกเริ่มนี้ไว้ได้ยาก” เจิ้งกวนเหวินพูดด้วยรอยยิ้ม

“ข้ากลัวว่าในเวลานั้นจะมีคนอื่นได้โอสถแรกเริ่มไปมากกว่า!” เจิ้งจิ้งอันขมวดคิ้ว

“ไม่ดีแล้ว ไม่ดีแล้ว เฉินเฟยออกภารกิจกับสมาคมนักหลอมโอสถให้ส่งข้อความถึงเฟิงซิวผู่”

ทันใดนั้นผู้คุ้มกันประตูก็วิ่งเข้ามาและพูดกับเจิ้งกวนเหวินทั้งสอง

สีหน้าเจิ้งกวนเหวินทั้งสองเปลี่ยนไป ตอนพวกเขารู้ว่าเฉินเฟยไปที่สมาคมนักหลอมโอสถเพียงคิดว่าเฉินเฟยต้องการลี้ภัย คิดไม่ถึงว่าจะไปออกภารกิจเช่นนี้

“เขาน่าจะรู้แล้วว่าข้อความถูกขัดขวางเลยขอให้สมาคมนักหลอมโอสถส่งข้อความแทน ช่างเป็นเด็กเจ้าเล่ห์นัก!”

เจิ้งกวนเหวินขมวดคิ้ว ตอนนี้เขายังสงบสติอารมณ์ได้เพราะโอสถแรกเริ่มยังไม่อยู่ในมือเฉินเฟย ส่วนข้อความที่เฉินเฟยส่งออกไปล้วนถูกทุกฝ่ายขัดขวางไว้จริง

เมื่อโอสถแรกเริ่มถูกส่งมอบในวันพรุ่งนี้ ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันบังคับเฉินเฟยให้ตัดสินใจเลือก

การบ่มเพาะไม่สูงกว่าระดับขัดเกลาไขกระดูก เมืองเซียนเมฆาจึงไม่ปลอดอย่างแท้จริง เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดบางอย่างขึ้น

แต่หากเฟิงซิวผู่มาถึงเมืองเซียนเมฆา นั่นจะกลายเป็นปัญหาใหญ่

ครอบครองอาวุธวิญญาณกระบี่ทิวเขามรกต แม้ตอนนี้จะอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในแต่ก็ยังเหนือกว่าขัดเกลาอวัยวะภายในธรรมดาแน่นอน เกรงว่าแม้จะปิดล้อมด้วยระดับขัดเกลาอวัยวะภายในหลายคนก็ไม่พอให้เฟิงซิวผู่ฟันกระบี่สักครั้ง

“ท่านลุง ท่านจะส่งคนไปขัดขวางคนรับภารกิจหรือไม่?” เจิงจิ้งอันพูด

“ข้อความนี้ไม่อาจขัดขวาง สมาคมนักหลอมโอสถมีช่องทางส่งข้อความของตนเอง ไม่จำเป็นต้องส่งคนไป” เจิ้งกวนเหวินส่ายหัว

ต่อให้เข้าไปขัดขวางได้เจิ้งกวนเหวินก็ไม่ยอมรับเรื่องนี้อยู่ดี การกำหนดเป้าหมายเฉินเฟยกับการกำหนดเป้าหมายสมาคมนักหลอมโอสถเทียบกันไม่ติด

เกรงว่าคงไม่มีใครทำแบบนั้นเพื่อโอสถแรกเริ่มเช่นกัน

เมื่อร้อยปีก่อนสมาคมนักหลอมโอสถอาจเป็นเพียงกลุ่มผู้เชี่ยวชาญหลอมโอสถที่รวมตัวกันเพื่อรักษาความอบอุ่น แต่ตอนนี้ได้กลายเป็นสัตว์ร้ายที่มีส่วนร่วมกับสำนักนิกายโดยรอบอย่างมาก

ไม่อย่างนั้นหากเว่ยซิงซานจัดการยอดโอสถของสำนักกระบี่เซียนเมฆาได้ไม่ดี แล้วเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าสมาคมนักหลอมโอสถและพัฒนาสมาคมได้อย่างไร

“ภารกิจต่อไปของสำนักสามารถมอบหมายให้เฟิงซิวผู่ออกไปสักหลายวันได้หรือไม่?” เจิงจิ้งอันถาม

“หากเป็นเมื่อก่อนคงทำได้ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บของบิดาเจ้าอิทธิพลของตระกูลเจิ้งภายในสำนักจึงถดถอยลง หากไม่มีเหตุผลอันควรการขยับเฟิงซิวผู่คงเป็นไปไม่ได้”

เจิ้งกวนเหวินคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ส่ายหัว ในเวลานี้ต่างจากเมื่อก่อน ตระกูลเจิ้งตกต่ำลงซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงต้องการโอสถแรกเริ่มเม็ดนี้นัก

เพราะโอสถแรกเริ่มมีโอกาสฟื้นฟูตระกูลเจิ้งกลับสู่ความรุ่งเรืองเหมือนก่อนหน้าแทนที่จะเป็นถดถอยลงอย่างเช่นตอนนี้

“แล้วต้องทำอย่างไร!”

เจิ่งจิ้งอันรู้จักเฟิงซิวผู่เช่นกัน หากเฟิงซิวผู่มาถึงเมืองเซียนเมฆา เกรงว่าคนที่จับตามองโอสถแรกเริ่มนี้คงได้แต่ยับยั้งตัวเอง

ไม่อย่างนั้นหากไม่มียอดฝีมือระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจำนวนหนึ่งปิดล้อมก็คงชนะเฟิงซิวผู่ไม่ได้ และยังต้องเตรียมใจที่จะมีคนมากมายโดนเฟิงซิวผู่สังหาร

เจิ้งกวนเหวินขมวดคิ้วไม่ตอบ

“หากเฉินเฟยไม่ได้กินโอสถเริ่มแรกเองก็ต้องมอบให้เฟิงซิวผู่ไม่ใช่หรือ?” เจิ้งจิงอันพูดขึ้น

เจิ้งกวนเหวินสะดุ้งแล้วพยักหน้า ความเป็นไปได้นี้สูงมาก เฟิงซิวผู่ถดถอยเพราะอาการบาดเจ็บ หากกินโอสถแรกเริ่มจะมีโอกาสฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและกลับสู่ระดับขัดเกลาทวาร

ระดับขัดเกลาทวารสามารถปกป้องความเจริญของตระกูลได้นับร้อยปี เฟิงซิวผู่นั้นอยู่ตัวคนเดียว หากเขากลับสู่ระดับขัดเกลาทวาร ลูกศิษย์ก็จะได้รับผลประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วน

เจิ้งกวนเหวินรู้สึกอิจฉาความโชคดีของเฟิงซิวผู่ขึ้นมาทันที ตามข้อมูลที่ได้มา เฉินเฟยเพิ่งเป็นลูกศิษย์เฟิงซิวผู่ได้ไม่กี่เดือนเท่านั้น

เพียงไม่กี่เดือนต่อมาเฉินเฟยก็เต็มใจมอบโอสถแรกเริ่มให้เฟิงซิวผู่แล้ว ต้องมีโชคแบบไหนกันถึงจะได้ลูกศิษย์เช่นนี้?

เจิ้งกวนเหวินมีลูกศิษย์หลายคนเช่นกัน แต่นอกจากรับรู้ว่าเขาประสบปัญหาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้

สถานการณ์เช่นนี้ช่างแตกต่าง

“ใช้นกอัสนีส่งข้อความถึงคนในตระกูล ให้พวกเขาตามหาเฟิงซิวผู่ บอกว่าข้าอยู่ที่ภูเขาหลู่หยาและขอความช่วยเหลือจากเขา หากทำสำเร็จข้าจะมอบลำนำหลอมเทพให้” เจิ้งกวนเหวินพูดอย่างเคร่งขรึม

“ลำนำหลอมเทพ? ฐานฝึกฝนของเฟิงซิวผู่เหมือนจะใช้วิชานี้ไม่ได้” เจิ้งจิ้งอันถามอย่างสงสัย

ลำนำหลอมเทพเป็นสิ่งที่สอนในตระกูลเจิ้งเท่านั้น แม้แต่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวก็ไม่มี

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ได้บังคับให้ผู้ที่อยู่ภายใต้สำนักส่งวิชาของตนให้สำนัก แน่นอนว่าหากยินดีมอบให้ก็จะได้รับผลตอบแทนที่เพียงพอ

เมื่อฝึกลำนำหลอมเทพถึงระดับลึกซึ้งจะสามารถกระตุ้นพลังจิตใจบำรุงพลังภายในได้ เป็นการใช้พลังเทพเร่งความเร็วในการบ่มเพาะของนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกาย

พลังเทพแข็งแกร่งความเร็วในการบ่มเพาะยิ่งเร็ว เนื่องจากเป็นการกระตุ้นพลังจิตใจมันจึงมีผลบรรเทาพลังจิตใจด้วย มันจึงถือได้ว่าเป็นวิชาลับที่ไม่เลว

แต่ลำนำหลอมเทพจะให้ผลน้อยลงสำหรับระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน และไม่ให้ผลใดเลยเมื่อเหนือกว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ด้วยฐานฝึกฝนของเฟิงซิวผู่ในตอนนี้ลำนำหลอมเทพย่อมไม่ช่วยอะไร

“เอาไว้ให้ลูกศิษย์ของเขาไง”

เจิ้งกวนเหวินถอนหายใจ มองเจิงจิ้งอันและพูดเสียงทุ้มลึก “เมื่อข้าล่อเฟิงซิวผู่ออกไปแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเจ้าว่าจะเอาโอสถแรกเริ่มมาอย่างไร”

“โอสถแรกเริ่มไม่พ้นเงื้อมือข้าแน่!”

เจิ้งจิ้งอันพูดเสียงดังโดยมีประกายเย็นชาในดวงตา หากในเวลานั้นเฉินเฟยยังโง่เขลาอยู่ ก็อย่างตำหนิข้าที่ใช้อุบายบางอย่าง

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฟิงซิวผู่มาที่ภูเขาหลู่หยาและเห็นเจิ้งกวนเหวิน

“เจ้าต้องการอะไร?” เฟิงซิวผู่ถามโดยตรง

“ข้าพบที่ซ่อนของสัตว์อสูร ในนั้นควรมีหญ้าขนนกอยู่ เมื่อถึงเวลาให้ร่วมมือกับข้าสังการสัตว์อสูรตัวนั้น หลังจบเรื่องนี้ข้าจะให้ลำนำหลอมเทพที่เจ้าต้องการ” เจิ้งกวนเหวินมองเฟิงซิวผู่และพูดด้วยรอยยิ้ม

“ข้าจะถ่ายทอดลำนำหลอมเทพให้ลูกศิษย์ พวกเจ้าตระกูลเจิ้งไม่สามารถจำกัดได้” เฟิงซิวผู่พูดเสียงทุ้ม

“นั่นเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นการเก็บเกี่ยวหญ้าขนนกและสัตว์อสูรจะแบ่งให้เจ้าเพียงสองส่วน”

เจิ้งกวนเหวินถอนหายใจ ในฐานะอาจารย์แล้วควรอุทิศตัวค้นหาวิชาที่เหมาะสมสำหรับลูกศิษย์ เมื่อลูกศิษย์มีโอกาสก็จะตอบแทนอาจารย์

พูดตามตรง เจิ้งกวนเหวินอิจฉาความรู้สึกแบบนี้เช่นกัน น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถอุทิศตัวแบบนี้ให้ลูกศิษย์ของตัวเอง

“ได้ นำทางไป” เฟิงซิวผู่รู้สึกว่าสายตาเจิ้งจิ้งอันดูแปลกล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ใส่ใจ

“รังสัตว์อสูรอยู่ด้านใน”

เจิ้งกวนเหวินชี้ทิศทาง ร่างเขาสั่นไหวหายไป

เจิ้งกวนเหวินไม่ได้เป็นคนเจอรังสัตว์อสูรตัวนี้แต่เป็นสมาชิกตระกูลเจิ้ง เดิมทีเขาจะหาโอกาสเป็นผู้นำปิดล้อม แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ทำ

ตอนนี้จึงนำมาใช้ประโยชน์ได้

ตั้งแต่การสำรวจไปจนถึงการสังหารสัตว์อสูรต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองวัน วันพรุ่งนี้ภารกิจของสมาคมจะสิ้นสุดลงหากไม่มีเรื่องไม่คาดฝันอื่น

เจิ้งกวนเหวินหวังว่าเจิ้งจิ้งอันจะทำตามความคาดหวังเขาได้โดยไม่สนว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม ตราบใดที่ไม่มีหลักฐานเหลืออยู่ ต่อให้เฉินเฟยโดนฆ่าตายก็ไม่ใช่ปัญหา

แม้สุดท้ายเขาจะโดนสงสัย แต่การได้โอสถแรกเริ่มและได้รับพลังระดับขัดเกลาทวารกลับคืนมาย่อมจบเรื่องทั้งหมดได้

เมืองเซียนเมฆา ที่พักอาศัยของสมาคมนักหลอมโอสถ

เฉินเฟยใช้ค่าผลงานหนึ่งร้อยคะแนนเพื่อให้สมาคมส่งข้อความ เฉินเฟยไม่ได้ไปที่อื่นและรออยู่ในสมาคม

เฉินเฟยเดินไปทั่วสมาคม ฟังนักหลอมโอสถคนอื่นพูดคุยถึงวิธีหลอมโอสถซึ่งเขาได้ประโยชน์มาเล็กน้อย ฉินจิ้งหลันเดินตามเฉินเฟยอย่างเงียบๆโดยมองแผ่นหลังเฉินเฟยพร้อมกับแสดงรอยยิ้มโง่เขลา

“ในเวลานี้เฟิงซิวผู่ไม่ได้อยู่ในสำนักจึงยังไม่ได้รับข้อความของเจ้า อาจใช้เวลาสักสองวัน”

หลังเดินไปรอบๆอยู่นานเฉินเฟยจึงเดินชมสมาคมนักหลอมโอสถจนครบ เมื่อกลับมาโต๊ะรับรองก็มีคนรายงานสถานะภารกิจของเฉินเฟย

“ไม่อยู่ในสำนัก?”

เฉินเฟยเปลี่ยนสีหน้า ปฏิกิริยาแรกของเขาคือเฟิงซิวผู่อาจถูกคนอื่นล่อลวงและจงใจป้องกันไม่ให้เฟิงซิวผู่มาที่เมืองเซียนเมฆา

“โลกนี้ไม่มีช่องทางสื่อสารแบบเรียลไทม์ การตามหาตัวคนยากเกินไป”

เฉินเฟยสาปแช่งอยู่ในใจและไม่รู้ว่าเฟิงซิวผู่หายไปไหน

“สมาคมมีที่พักให้หรือไม่?” เฉินเฟยเกิดความคิดหนึ่งและหันไปถามฉินจิ้งหลัน

“มีเจ้าค่ะ แต่ถ้าต้องการพักอยู่ในสมาคมต้องจ่ายค่าผลงานทุกวัน”

แม้ฉินจิ้งหลันจะแปลกใจกับคำถามของเฉินเฟย แต่นางยังคงพยักหน้า

สมาคมมีห้องพักจำนวนมาก บางครั้งนักหลอมโอสถหลายคนจะพักอยู่ในสมาคมเมื่อต้องการค้นคว้า

นอกจากนี้ยังมีนักหลอมโอสถสันโดษมากมายที่ไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ พวกเขาพูดคุยหัวข้อร่วมกับนักหลอมโอสถคนอื่นได้เท่านั้น ดังนั้นจึงใช้ชีวิตอยู่แต่ในสมาคม

มีเพียงไม่กี่คนที่ซ่อนตัวจากศัตรู

สมาคมนักหลอมโอสถจัดหาที่พักพิงให้ได้ ทั้งหมดนี้อยู่ในความรับผิดชอบ นั่นคือเมื่อเจ้ามีปัญหาและถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง สมาคมจะยืนหยัดช่วยเจ้าเอง มีนักหลอมโอสถบางคนที่ซ่อนตัวอยู่ในสมาคมและไม่ออกไปไหน

อย่างไรแล้วภายในสมาคม ตราบใดที่มีค่าผลงานเพียงพอสิ่งของส่วนใหญ่ล้วนจัดหาให้ได้ การใช้ชีวิตวัยเกษียณไม่มีปัญหาเลย

“พักหนึ่งวันต้องใช้ค่าผลงานเท่าไหร่?” เฉินเฟยถาม

“ห้องพักธรรมดาสิบคะแนนต่อวัน” ฉินจิ้งหลันตอบ

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกาย ราคาแบบนี้เขาอยู่ได้แน่นอน สูตรโอสถที่ขายขาดครั้งก่อนยังเหลือค่าผลงานพันกว่าคะแนน ดังนั้นสามารถอยู่ที่นี่ได้อีกนาน

[1]ไม่ดื่มสุราคารวะแต่ดื่มสุราจับกรอก ไม่เต็มใจเริ่มทำบางสิ่งด้วยตนเอง ต้องถูกบังคับให้ทำจึงยอมทำ