ตอนที่ 179 ฆ่าด้วยการโจมตีครั้งเดียว

ดวงตาเฉินเฟยเบิกกว้าง พลังนั่นมันอะไรกัน ในกลุ่มนักยุทธ์พวกนั้นนอกจากระดับขัดเกลาไขกระดูกไม่กี่คน ที่เหลือล้วนเป็นนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายใน

ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในที่เข้าดินแดนลับล้วนเป็นเมล็ดพันธุ์แท้จริงจากสี่สำนัก ท่าร่างและวิชายุทธ์ที่ได้ร่ำเรียนเป็นของชั้นยอดทั้งนั้น แต่เมื่อครู่กลับไม่สามารถต้านทานได้เลย

ไม่สิ ไม่ต้องพูดถึงการต้านทานเลย เพียงคนเหล่านั้นเห็นบางอย่างผิดปกติก็ยังไม่ทันรู้ตัวว่าโดนอะไรโจมตีด้วยซ้ำ

ต้นผลแดงชาดนั้นแข็งแกร่ง แต่นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในยังพอต้านทานมันได้ เพียงอยู่ที่ว่าต้านทานได้นานแค่ไหน

แต่หนูปฐพีตัวนี้เกินไปหน่อยหรือไม่ เป็นเพียงสัตว์อสูรระดับหนึ่งจริงหรือ?

ขณะที่เฉินเฟยตกตะลึง หนูปฐพีก็ไม่หยุดฆ่าและวิ่งไปหาดอกบัวฝันหวาน ในระหว่างทาง ตราบใดที่มีนักยุทธ์ทุกคนจะถูกแยกส่วนด้วยการโจมตีครั้งเดียวโดยไม่ได้แม้แต่เคลื่อนไหว

“ทุกคน สู้มัน!”

เล่ยหยิงเฉาตะโกนเสียงดัง เขาอยู่ในตำแหน่งที่หนูปฐพีกำลังวิ่งเข้ามาจึงไม่มีเวลาหลบเพื่อโต้กลับ

มือจับเหล็ก!

เล่ยหยิงเฉาเหยียดมือไปข้างหน้า พลังอันหนักหน่วงปกคลุมทุกทิศทาง

แม้ท่านี้จะใช้ไม่ได้กับเฉินเฟย แต่ไม่ได้หมายความว่ามือจับเหล็กจะไม่ดี พูดได้ว่าในเวลานั้นเล่ยหยิงเฉาประมาทเฉินเฟยเกินไป

มือจับเหล็กเน้นไปทางสกัดกั้นการโจมตีคุกคามชีวิต ที่เล่ยหยิงเฉาถูกจัดให้มาเฝ้าระวังก็เพราะมือจับเหล็กมีส่วนด้วย

“ปัง!”

มือจับเหล็กทำให้ความเร็วของเงาดำช้าลง ในที่สุดเล่ยหยิงเฉาก็เห็นว่าสิ่งที่เข้ามาโจมตีคืออะไร

ตัวเล็ก สีดำ มีฟันคู่ที่กรามบนล่าง ดวงตามีสีดำสนิทเหมือนสระน้ำไร้ก้น

นอกจากดวงตาคู่นั้น สัตว์อสูรตรงหน้าไม่ต่างไปจากหนูธรรมดาเลย ในด้านขนาดยังเล็กกว่ามาก มันอยู่ในขอบเขตมือเล่ยหยิงเฉา

แต่ถึงอย่างนั้น ในระหว่างทางมาอสูรหนูที่ดูไม่มีพิษภัยตัวนี้ได้ฆ่านักยุทธ์ติดต่อกันไม่ต่ำกว่าเจ็ดคน และในนั้นยังเป็นนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นต้นสองคนด้วย

ทุกคนที่ตายล้วนถูกแยกส่วนจนหมดโอกาสรักษา หมอกเลือดกระจายไปทั่วบริเวณจนทำให้ผู้ที่พบเห็นต้องหวาดกลัว

“ปัง!”

เล่ยหยิงเฉาเพิ่งเห็นตัวอสูรหนู แต่ครู่ต่อมาพลังที่ไม่อาจจินตนาการได้เข้าโจมตีมือเล่ยหยิงเฉา

มือจับเหล็ก จับเหล็กทลายหินง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ เล่ยหยิงเฉามั่นใจพลังของตัวเองอย่างมากและกล้าปะทะสัตว์อสูรทั่วไป

แต่พลังที่เขาภูมิใจหนักหนาเหมือนไม่ใช่สิ่งสำคัญอันใดเมื่ออยู่ต่อหน้าหนูปฐพี การป้องกันของเล่ยหยิงเฉาถูกทำลายทันที สองมือถูกเหวี่ยงออกไปอีกด้านด้วยแรงมหาศาล

ดวงตาดำของหนูปฐพีไม่สั่นไหว ร่างหยุดนิ่งไม่ขยับ สองเท้าก้าวไปบนความว่างเปล่าและพุ่งเข้าหาเล่ยหยิงเฉา

“ติ๊ง!”

เสียงเหล็กปะทะกันดังขึ้น ลูกธนูยิงโดนตัวหนูปฐพี ลูกธนูเริ่มแตกกระจายตั้งแต่หัวลูกธนู หนูปฐพีหยุดนิ่งชั่วขณะหลังถูกโจมตี แต่บนตัวมันไม่มีแม้แต่จุดขาว

ดวงตาหม่าเสวี่ยเฟยเบิกกว้าง ลูกธนูเมื่อครู่หม่าเสวี่ยเฟยง้างไว้นานกว่าสิบลมหายใจก่อนยิง

โดยปกติแล้วท่านี้จะใช้ยากในการต่อสู้ตัวต่อตัว นอกจากจะใช้เวลาง้างนานแล้วหม่าเสวี่ยเฟยยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

วิชาธนูนี้จะทำให้ตนตกเป็นเป้าหมายมีชีวิตและถูกอีกฝ่ายฆ่าทันที

แต่ในการต่อสู้แบบกลุ่ม วิชานี้ถือเป็นตัวเลือกยอดเยี่ยม ไม่ใช่แค่พลังเจาะทะลวงของลูกธนูจะเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด แต่พลังยังเกินจริงอย่างยิ่ง

หากเป็นสถานการณ์ปกติ สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูงสุดที่โดนโจมตีด้วยลูกธนูนี้จะต้องบาดเจ็บ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลบได้โดยไม่บาดเจ็บ

แต่น่าเสียดายที่หนูปฐพีโดนยิงแล้วแต่ไม่เกิดรอยขาวบนขนด้วยซ้ำ

“เปิด!”

ในที่สุดเล่ยหยิงเฉาก็มีโอกาสหายใจ เมื่อเสียงตะโกนดังขึ้น ร่างกายเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง ลมปราณในตัวเพิ่มขึ้นทันใด

วิชาสละชีพ!

กระบวนท่าไม่สมบูรณ์อันหนึ่งที่เล่ยหยิงเฉาได้มาโดยบังเอิญ มันจะเพิ่มพละกำลัง ความเร็ว และการป้องของร่างกายได้สามส่วนเป็นระยะเวลาหนึ่ง

เล่ยหยิงเฉาในสถานะนี้จะมีพลังทำลายและแรงกดดันมากกว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุด

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นกระบวนท่าไม่สมบูรณ์ วิธีการในบันทึกจึงไม่ครบถ้วน หลังจากใช้กระบวนท่านี้ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเล่ยหยิงเฉาจะลดลง ไม่เพียงเท่านี้ มันยังเผาแก่นเลือดหรือแม้กระทั่งอายุขัย

ดังนั้นต่อให้เล่ยหยิงเฉารอดตาย อายุขัยก็จะลดลงไม่น้อย ในขณะเดียวกันระดับจะลดลงและอาจตกไปอยู่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นกลาง เขาต้องใช้เวลาฝึกฝนเพื่อฟื้นฟูกลับมาอีกครั้ง

ข้อจำกัดเหล่านี้นำไปสู่ความจริงที่ว่าเล่ยหยิงเฉาจะใช้วิชาสละชีพที่ไม่สมบูรณ์ในช่วงเวลาเป็นตายแบบนี้เท่านั้น

หากเมื่อครู่ลูกธนูของหม่านเสวี่ยเฟยมาไม่ทัน เล่ยหยิงเฉารู้ว่าตัวเองไม่รอดแน่ และจะเป็นเช่นเดียวกับนักยุทธ์ที่ตายไปก่อนหน้านี้

เล่ยหยิงเฉาที่ใช้วิชาสละชีพไม่คิดจะทำอะไรกับหนูปฐพี เพียงต้องการเอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อน ปล่อยให้คนอื่นสู้โต้กลับจากนั้นค่อยไปปิดล้อมอสูรหนูร่วมกัน

ร่างกายเล่ยหยิงเฉาในระหว่างใช้วิชาสละชีพน่ากลัวนัก ตอนใช้มือจับเหล็กอันเดียวกัน พละกำลังและแรงกดดันยังเพิ่มขึ้นมากมาย

พื้นที่ด้านหน้าเหมือนถูกบีบ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นในอากาศหรือหญ้าที่รอยอยู่ล้วนหยุดนิ่ง ในขณะนี้มีเพียงมือของเล่ยหยิงเฉาที่พุ่งไปข้างหน้าคว้าอสูรหนู

“ปัง!”

เสียงระเบิดดังขึ้น ทุกสิ่งตรงหน้าเกือบหยุดนิ่ง แต่แค่เกือบเท่านั้น แม้อสูรหนูจะได้รับผลกระทบเล็กน้อย แต่ผลกระทบยังมีจำกัด

เพียงกระแทกง่ายๆ สองมือของเล่ยหยิงเฉาก็แตกออกจนเลือดอาบ

คราวนี้สองมือของเล่ยหยิงเฉาแตกหักและแสดงให้เห็นช่องว่างของตัวเอง เขาก้าวถอยหลังพ่นเลือดออกมาเต็มปาก

“จี๊ด!”

โดนคนเดิมหยุดไว้ถึงสองครั้ง ดวงตาสีดำของอสูรหนูปรากฏแสงเลือด ครู่ต่อมาอสูรหนูหายตัวไป จากเดิมที่เร็วอยู่แล้วก็เร็วขึ้นอีก

ดวงตาเล่ยหยิงเฉาเบิกกว้าง เลือดทั่วร่างเดือดพล่าน เลือดที่ไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งซึมออกมาจากผิวหนังจนเล่ยหยิงเฉาท่วมเลือดในพริบตา

เล่ยหยิงเฉาเหมือนไม่รู้ตัวและโอบกอดสองมือไว้ด้านหน้า ขมับสีดำเดิมซีดขาวลง เส้นผมสีดำกลับกลายเป็นขาวดั่งหิมะ

ลมปราณเพิ่มขึ้น พลังจิตใจเดือดพล่าน เล่ยหยิงเฉาสัมผัสได้ถึงจุดทวารเล็กน้อย พลังถึงจุดสูงสุด เสียแก่นเลือด และอายุขัยลดลง สิ่งเหล่านี้ทำให้ศักยภาพของเล่ยหยิงเฉาเข้าใกล้ไปอีกระดับ

“ตู้ม!”

เสียงระเบิดดังขึ้น ทันใดนั้นเกิดหมอกเลือดและมีร่างหนึ่งลอยออกไป ห่างไปหลายสิบหมี่ ร่างนั้นกระแทกเข้าต้นไม้ใหญ่จนหักถึงหยุดลง ร่างนั้นคือเล่ยหยิงเฉา

เมื่อเทียบกับสภาวะสูงสุดก่อนหน้า ในเวลานี้แขนของเล่ยหยิงเฉาแตกกระจาย มีรูขนาดใหญ่อยู่กลางอกและสามารถเห็นอวัยวะภายในทำงานได้

ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เล่ยหยิงเฉาถึงกับบาดเจ็บสาหัสจนตาย

สุดท้ายแล้วการขัดขวางของเล่ยหยิงเฉาก็ช่วยซื้อเวลาให้ผู้อื่นได้ช่วงหนึ่ง

เมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงจากที่นี่ หลายสิบร่างจึงรีบวิ่งออกมาจากสระน้ำ ส่วนคนที่เหลือเริ่มโจมตีดอกบัวฝันหวานอย่างบ้าคลั่งแต่ยังคงไม่ทำร้ายตัวดอกบัวฝันหวาน

ดอกบัวฝันหวานไร้ซึ่งพลังแล้ว การปิดล้อมนี้ทำลายรากที่เหลืออย่างรวดเร็ว แม้แต่ใบบัวยังเริ่มแตกสลาย

แต่เหมือนดอกบัวฝันหวานจะรู้ถึงการมาของอสูรหนู พลังจิตใจของมันพุ่งสูงขึ้นมากกว่าครั้งก่อนทันที โล่แสงสีฟ้าขนาดใหญ่สั่นเทาอย่างรุนแรง

หม่าเสวี่ยเฟยยิงธนูใส่อย่างดุเดือดโดยปิดกั้นบนล่างซ้ายขวาของอสูรหนู ในเวลาเดียวกันนักยุทธ์คนอื่นเริ่มเข้ามาปิดล้อม

ห่างออกไปหลายร้อยหมี่ เฉินเฟยควบคุมจี้หยกเพื่อมองภาพตรงนั้น

อสูรหนูตัวนี้แข็งแกร่งยิ่งนัก พลังที่เล่ยหยิงเฉาระเบิดออกมาเมื่อครู่นี้ ต่อให้เป็นเฉินเฟยยังต้องอยู่ห่าง แต่ถึงแข็งแกร่งขนาดนั้นก็ยังโดนหนูปฐพีฆ่า ความเป็นความตายของเล่ยหยิงเฉาไม่ใช่แน่นอนเสียเลย

อย่างไรก็ตาม รอบสระน้ำไม่ได้มีเล่ยหยิงเฉาคนเดียว ยังมีนักยุทธ์อยู่มากมายและส่วนใหญ่อยู่ในระดับขัดเกลาวอวัยวะภายในขั้นต้นหรือแม้แต่ขั้นกลาง และมีอีกหลายคนอยู่ในขั้นสูงสุด

หากนักยุทธ์ไม่กี่คนเผชิญหน้ากับอสูรหนูตัวนี้ มันคงเป็นเรื่องความเป็นความตายที่แน่นอน ผู้คนมากมายจะหลบหนีมากกว่าสู้เผชิญหน้า

แต่ตอนนี้ดอกบัวฝันหวานกำลังจะถูกจับ ในเวลาแบบนี้ย่อมไม่มีใครเลือกจากไป แถมยังมีคนจำนวนมากอีก ไม่ว่าจะเหนื่อยล้าเพียงใดพวกเขาก็ต้องฆ่าอสูรหนูตัวนี้ให้ได้

แม้อสูรหนูตัวนี้จะแข็งแกร่ง แต่เมื่อเผชิญกับการปิดล้อมแบบนี้ ด้วยพลังที่มันแสดงออกมาดูแล้วยากที่จะทำอะไรกับคนอื่น

เฉินเฟยหันหันไปมองปาข่า อสูรหนูไม่ได้แข็งแกร่งถึงขั้นที่ใช้ดอกบัวฝันหวานเป็นแหล่งอาหารได้ เว้นแต่ว่าอสูรหนูตัวนี้ไม่กลัวการกดข่มจิตใจ แบบนี้ถึงจะเป็นไปได้

“มันกำลังจะคลั่งแล้ว”

เหมือนรับรู้ถึงมองของเฉินเฟย ปาข่าหันไปมองเฉินเฟยแล้วชี้สระน้ำ

“จี๊ด!”

เสียงแหลมดังขึ้น นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในหลายสิบคนที่ปิดล้อมอสูรหนูหยุดนิ่งกะทันหัน หากมองให้ดีจะเห็นว่ามีเลือดไหลออกมาจากหูพวกเขา

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเสียงร้องอันแหลมคมดังขึ้น ร่างกายอสูรหนูซึ่งไม่ใหญ่ไปกว่าฝ่ามือก็ตัวหดลงมากกว่าครึ่ง

หลังจากร่างกายหดตัว ความเร็วที่เกินจริงของอสูรหนูก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง พูดได้ว่าการปิดล้อมของคนนับสิบระงับความเร็วของอสูรหนูได้เพียงช่วงหนึ่ง

ตอนนี้อสูรหนูที่แปลงร่างเพิกเฉยต่อการโจมตีของผู้คนนับสิบ มันหหลบการโจมตีของทุกคนเหมือนเดินเล่นอยู่ในสวน

“ปังปังปัง!”

หมอกเลือดระเบิดจากร่างกาย ทุกคนล้วนตัวแข็งทื่อ หากมองให้ดีจะเห็นว่าลำตัวทุกคนมีรูขนาดใหญ่ อวัยวะภายในส่วนใหญ่ล้วนพังทลาย แบบนี้ไม่รอดแน่นอน!