ตอนฟู่จ้าวซิงก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน พอเจอเจียวเซี่ยงหยวนยังทำเหมือนเดิม เป็นไปได้ไหมว่าถ้าไม่โจมตีก่อนมันจะไม่โจมตีกลับ?
แต่ลมปราณที่หยูโต้วซานปล่อยออกมาน่ากลัวเกินไป ในสถานการณ์แบบนั้นมันคงเป็นเรื่องยากที่จะไม่ตอบโต้เว้นแต่จะหลบมันได้ แต่ตอนนี้ทุกคนกำลังจ้องมองอยู่ หากเจียวเซี่ยงหยวนหลีกเลี่ยงจะเสียจังหวะต่อสู้และไม่เกิดการต่อสู้อีก
“เจ้าทำร้ายข้า ข้าสามารถทำร้ายเจ้าเช่นกัน”
เสียงน่าขนลุกดังมาจากลิ่มเลือด สิ่งนี้ทำให้ร่างกายสั่นสะท้าน ครู่ต่อมาลิ่มเลือดรวมตัวกันพยายามเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์อีกครั้ง ในเวลาเดียวกันมือเปื้อนเลือดได้เข้ามาคว้าตัวเจียวเซี่ยงหยวน
“ปัง!”
เจียวเซี่ยงปัดมือเปื้อนเลือดด้วยกระบี่ ก้าวไปตรงหน้าหยูโต้วซานแล้วใช้วิชากระบี่แตกออกอีกครั้ง
หยูโต้วซานใช้วิธีเดียวกันในการต่อสู้ แต่ศัตรูที่ต้องเผชิญหน้านั้นแตกต่างกันไป เจียวเซี่ยงหยวนแข็งแกร่งกว่าฟู่จ้าวซิง ในฐานะศิษย์ขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เคล็ดวิชาเจียวเซี่ยงหยวนได้เรียนรู้จึงล้ำเลิศ
ตอนแรกมือเปื้อนเลือดบังคับให้เจียวเซี่ยงหยวนเปิดฉากได้ แต่มันไม่สามารถทำให้เจียวเซี่ยงหยวนถอยกลับ
“ตู้ม!”
ขณะที่เจียวเซี่ยงหยวนโจมตีด้วยวิชากระบี่ฉีกแยก ก้อนเลือดที่รวมตัวกันระเบิดอีกครั้ง เมื่อเทียบกับครั้งก่อนเจียวเซี่ยงหยวนได้โจมตีรุนแรงขึ้น
พื้นดินสั่นสะเทือนและเกิดหลุมขนาดใหญ่ เลือดเนื้อของหยูโต้วซานกระจายไปทุกที่ ลิ่มเลือดเดิมกลายเป็นฟองเลือด
ขณะที่ชายทั้งสองเริ่มสู้กัน ผู้คนด้านหลังหยูโต้วซานวิ่งกรูเข้ามา
“ฆ่ามัน!”
กัวหลินซานตะโกนเสียงดังรีบพุ่งไปข้างหน้า การต่อสู้ครั้งนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ต่อให้ตอนนี้พวกเขาไม่มีข้อได้เปรียบด้านจำนวนคน แต่ในด้านฐานฝึกฝนพวกเขายังมีระดับขัดเกลาอวัยวะภายในมากกว่า
ดังนั้นใครชนะใครแพ้จะรู้ได้เมื่อสู้เท่านั้น
เฉินเฟยยืนอยู่ด้านหลัง ง้างธนูแล้วยิงออกไป ด้วยลูกธนูเพียงไม่กี่ดอกก็สามารถระเบิดสัตว์อสูรกระต่ายระดับขัดเกลาไขกระดูกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้
พลังของลูกธนูเฉินเฟยไม่ด้อยไปกว่าการโจมตีเต็มกำลังของนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในธรรมดา และตอนนี้ยิงในระยะประชิด ความเร็วลูกธนูยิ่งรวดเร็วนัก
สัตว์อสูรกระต่ายเหล่านั้นไม่ทันได้ตอบโต้ก็ถูกยิงหัว ร่างกายโอนเอนไปมาแล้วล้มลง
เจิ้งจิ้งอันกับคนอื่นมองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจ จากความแรงของลูกธนู มันเป็นเรื่องยากมากที่พวกเขาจะจับมันได้ หากเฉินเฟยกำหนดเป้าหมายเป็นพวกเขา พวกเขาคงจับลูกธนูได้ไม่กี่ดอก
นี่คือพลังที่นักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกควรมีหรือ? ยิ่งไปกว่านั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่สำนักมีทักษะธนูทรงพลังขนาดนี้ ไม่เคยเห็นอาจารย์ลุงคนไหนในสำนักเชี่ยวชาญธนูเลย
แม้แต่เฟิงซิวผู่ยังมีฉายาว่ากระบี่ทิวเขามรกตไม่ใช่ธนูทิวเขามรกต เฉินเฟยได้ทักษะธนูมาจากไหนกัน
เฉินเฟยไม่สนใจสายตาของคนอื่น เขามองสัตว์อสูรกระต่ายระดับขัดเกลาไขกระดูกเหล่านั้น
ครู่ต่อมาต่อมาสีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป ในเวลานี้สัตว์อสูรกระต่ายหลายตัวที่เฉินเฟยเพิ่งยิงหัวไปลุกขึ้นยืนอย่างสั่นเทา หัวของพวกมันค่อยๆฟื้นฟูขณะที่เลือดไหลออกมา
ความเร็วในการฟื้นฟูไม่ได้เกินจริงเท่าหยูโต้วซานแต่ยังฟื้นฟูได้ พูดอีกอย่างคือสัตว์อสูรกระต่ายเหล่านี้มีความสามารถจริง
ไม่เพียงแต่เฉินเฟยเท่านั้นที่เห็น ทุกคนเห็นภาพนี้เช่นกัน ความเยือกเย็นไหลผ่านหัวใจทุกคน
“สายเลือดทำได้ขนาดนี้เลยหรือ? แล้วยังไม่สูญเสียอะไรด้วย?”
เฉินเฟยสับสนแต่ไม่หยุดยิง ครั้งนี้ใช้ลูกธนูห้าดอกระเบิดหัวสัตว์อสูรกระต่ายระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน เฉินเฟยต้องการเห็นความแตกต่างของความเร็วในการฟื้นฟูระหว่างขัดเกลาไขกระดูกกับขัดเกลาอวัยวะภายใน
จากนั้นหนึ่งคนหนึ่งดอก ทำลายร่างสัตว์อสูรกระต่ายระดับขัดเกลาไขกระดูกที่กำลังฟื้นฟู
เจิ้งเจิงอันกับโหมวหยวนชางมองภาพนี้ด้วยตาเกือบถลน ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าอยู่ในจุดที่ป้องกันลูกธนูเฉินเฟยได้สองสามลูก แต่เฉินเฟยได้ทำให้พวกเขาเห็นถึงความจริง
ใช้ลูกธนูเพียงห้าดอกในการฆ่าสัตว์อสูรระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน
แน่นอนว่าสัตว์อสูรกระต่ายเหล่านี้ไม่ได้เกินจริงเท่าหยูโต้วซาน แต่เมื่อเทียบระดับขัดเกลาไขกระดูกแล้วมันฟื้นตัวเร็วกว่าไม่น้อย
แต่มันเป็นถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ไม่มีทางที่ลูกธนูห้าดอกจะจัดการได้ สิ่งนี้เหมือนการสาดน้ำเย็นใส่หน้าพวกเขา
เฉินเฟยไม่ได้ใส่การเปลี่ยนแปลงความคิดของคนอื่น ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่กับสัตว์อสูรกระต่ายเหล่านี้
ด้วยพลังจิตใจที่เพิ่มขึ้นสามส่วน ทักษะธนูของเฉินเฟยจึงพัฒนาสู่ระดับที่สูงขึ้น
ก่อนหน้านี้ได้เพียงการต่อสู้ระยะประชิดเท่านั้น เฉินเฟยจะตรวจจับจุดอ่อนและข้อบกพร่องที่ศัตรูแสดงออกมาอย่างเฉียบคม ด้วยเหตุนี้ถึงจะสังหารด้วยการโจมตีครั้งเดียวได้
ตอนนี้พลังจิตใจเพิ่มขึ้น แม้จะไกลเล็กน้อยเฉินเฟยก็สามารถเห็นข้อบกพร่องได้ง่ายกว่าเดิม นั่นเป็นผลให้ภัยคุกคามจากธนูเพิ่มขึ้นมาก
ไม่เช่นนั้นจะเป็นเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่เขาช่วยกัวหลินซาน เฉินเฟยจะใช้ธนูยับยั้งผู้อื่นจนสุดท้ายค่อยใช้วิชากระบี่แก้ปัญหา
ในเวลานี้กัวหลินซานกำลังสู้กับซุนจงไห่ ซุนจงไห่คนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป แต่กัวหลินซานยังคงพัวกันกับซุนจงไห่และพยายามป้องกันอย่างเต็มที่
เมื่อเผชิญหน้ากับซุนจงไห่ที่ถูกสัตว์อสูรกระต่ายยึดร่าง กัวหลินชานไม่ได้แสดงความรู้สึกสุข ทุกข์ หรือกลัวแต่อย่างใด
“เคร้ง!”
เสียงเหล็กปะทะดังขึ้น ทุกคนหันไปมองแลยพบว่ามันดังมาจากเจียวเซี่ยงหยวน
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเจียวเซี่ยงหยวนถูกโจมตีกลับ เมื่อถึงจุดหนึ่งหยูโต้วซานได้ฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิม แต่เจียวเซี่ยงหยวนบาดเจ็บมากขึ้น
เจียวเซี่ยงหยวนมองหยูโต้วซานอย่างเคร่งขรึม ความสามารถในการเรียนรู้ของสัตว์อสูรกระต่ายตัวนี้ดีเกินไป หลังใช้วิชาไปสองครั้งหยูโต้วซานก็มองออกและทำลายมันได้
สิ่งนี้บังคับให้เจียวเซี่ยงหยวนเปลี่ยนวิชาเพื่อให้มีผลต่อหยูโต้วซาน
แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าได้เกิดขึ้น แม้วิชาใหม่ตะทำร้ายหยูโต้วซานได้ แต่ทุกครั้งที่หยูโต้วซานบาดเจ็บเขาจะฟื้นฟูทันทีราวกับว่าความเสียหายเมื่อครู่เป็นของปลอม
ความคิดของเจียวเซี่ยงหยวนคล้ายคลึงกับเฉินเฟย ไม่ว่าจะฟื้นฟูได้หนึ่งครั้งสิบครั้งหรือร้อย มันจะต้องใช้พละกำลังในการฟื้นฟู
แต่หลังจากสู้จนถึงตอนนี้เจียวเซี่ยงหยวนก็เริ่มสั่นคลอน
แม้จะไม่ได้นับจำนวนครั้ง แต่เจียวเซี่ยงหยวนสร้างบาดแผลสาหัสแก่หยูโต้วซานอย่างน้อยหลายสิบครั้งแล้ว แม้สัตว์อสูรกระต่ายจะไม่มีจุดบอดแต่มันควรเสียแรงจากการฟื้นฟูเหล่านี้อยู่เสมอ
แต่เจียวเซี่ยงหยวนมองไม่เห็นการเสียแรงนี้เลย ความเร็วและความแข็งแกร่งจากการโจมตีของหยูโต้วซานยังคงมีเท่ากับตอนแรก และในขณะที่การต่อสู้ดำเนินไป เจียวเซี่ยงหยวนรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งมากขึ้น
จะสู้ได้อย่างไรหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป?
สัตว์อสูรกระต่ายได้รับบาดเจ็บแต่มันกลับไม่ได้บาดเจ็บจริงราวกับเป็นอมตะ แต่ถ้าเจียวเซี่ยงหยวนได้รับบาดเจ็บ เขาจะบาดเจ็บจริงและสูญเสียทั้งพลังภายในและแรงกายมหาศาล
เจียวเซี่ยงหยวนตระหนักได้ว่าเขาไม่อาจชนะอีกฝ่ายได้ อย่างน้อยเจียวเซี่ยงหยวนไม่เห็นโอกาสชนะ
เจียวเซี่ยงหยวนค้นพบความจริงเรื่องนี้ คนอื่นก็เช่นกัน
แม้พวกเขาจะไม่ได้เผชิญหน้ากับหยูโต้วซานซึ่งเป็นสัตว์อสูรกระต่ายที่แข็งแกร่งที่สุด แต่สัตว์อสูรกระต่ายตัวอื่นมีความสามารถในการฟื้นฟูเช่นกัน พวกมันไม่เกินจริงเท่าหยูโต้วซานแต่ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าเจียวเซี่ยงหยวน
ทั้งสองมีความสมดุลซึ่งกันและกัน สถานการณ์ของพวกเขาคล้ายกับเจียวเซี่ยงหยวนอย่างน่าประหลาด ตอนนี้ทุกคนแทบจะทนไม่ไหว เมื่อเวลาผ่านไปผู้ชนะจะต้องเป็นสัตว์อสูรกระต่ายแน่นอน
บางคนเริ่มคิดหาทางหนี แต่พอพิจารณาถึงความเร็วที่สัตว์อสูรกระต่ายแสดงออกมา ดูเหมือนว่าการหลบหนีจะเป็นความหวังอันสวยงาม
มันกลายเป็นสถานการณ์สิ้นหวังแล้วหรือ?
เฉินเฟยขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นพุ่งไปที่สัตว์อสูรกระต่ายระดับการขัดเกลาไขกระดูกเพื่อสังเกตกระบวนการฟื้นฟูในระยะใกล้
เหมือนมันรู้สึกถึงลมปราณมนุษย์ แม้หัวสัตว์อสูรกระต่ายจะยังฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่ แต่มันยังโจมตีเฉินเฟยที่อยู่ข้างหน้าได้โดยสัญชาตญาณ
กระบี่ยาวในมือเฉินเฟยวูบไหว มือเท้าสัตว์อสูรกระต่ายแยกจากกันทันที
เฉินเฟยสังเกตอย่างตั้งใจ เหตุใดสายเลือดจึงแข็งแกร่งถึงขั้นฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วโดยไม่สูญเสียพลังแม้แต่น้อย พูดอีกอย่างคือเสียแรงน้อยนิดแต่ฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว
หมายความว่าเมื่อผู้แข็งแกร่งระดับขัดเกลาทวารเข้ามาจะทำได้เพียงห้ามปรามแต่ไม่อาจกำจัด? หากมีสัตว์อสูรกระต่ายมากกว่านี้และฐานฝึกฝนสูงขึ้น พวกมันจะไม่ไร้เทียมทานหลังจากออกไปหรือ?
“ระดับขัดเกลาทวาร…”
พอนึกถึงระดับขัดเกลาทวารความคิดเฉินเฟยก็หยุดชะงัก เมื่อเทียบระดับขัดเกลาทวารกับระดับปรับแต่งร่างกาย ภายนอกของระดับขัดเกลาทวารคือการดูดซับและการควบคุมปราณหยวน ส่วนภายในคือการใช้พลังจิตใจที่ยืดหยุ่น
ดังนั้นหากผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารพบว่าสัตว์อสูรกระต่ายเหล่านี้กำจัดได้ยาก สิ่งแรกที่พวกเขาจะทำคือไม่ใช่ปราบปรามพวกมันแต่เป็นการโจมตีด้วยพลังจิตใจ
เขาทำตามที่คิดไว้ เฉินเฟยโจมตีสัตว์อสูรกระต่ายตรงหน้าเขาด้วยความสามารถจิตใจช่วงเวลานิรันดร์
ร่างสัตว์อสูรกระต่ายหยุดนิ่ง เลือดเนื้อที่กำลังรวมตัวกันหยุดลงเช่นกัน
นี่คือผลของช่วงเวลานิรันดร์ซึ่งสามารถชะลอความคิดอีกฝ่าย ตอนนี้สัตว์อสูรกระต่ายตัวนี้อยู่ในสถานะนี้
เฉินเฟยสังเกตท่าทางอื่นของสัตว์อสูรกระต่ายอย่างรอบคอบ ในความเชื่องช้านี้เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงความผันผวนจิตใจอย่างรุนแรงในเลือดเนื้อ
“นี่เป็นต้นกำเนิดที่ทำให้สัตว์อสูรกระต่ายฟื้นฟูได้?”
เฉินเฟยโจมตีมือกระต่ายที่ขาดต่อไปด้วยความสามารถจิตใจ คราวนี้แขนมันไม่ขยับและหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น
เฉินเฟยรู้สึกว่าแขนนี้ไม่เคลื่อนไหวแล้ว
แววตากระต่ายตรงหน้ากลายเป็นดุร้ายทันที และสีหน้าไม่แยแสการโจมตีอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไป
เช่นเดียวกับเวลาที่คนเจ็บปวด สีหน้ามันเปลี่ยนไปจนถึงขั้นจะตะโกนด้วยซ้ำ
ถ้าคุณตีใครสักคนแล้วคนนั้นไม่สนใจ แสดงว่าคุณทำร้ายเขาไม่ได้ แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเฉินเฟยทำร้ายกระตายได้แล้ว
“เป็นแบบนั้นจริงด้วย!”
ใบหน้าเฉินเฟยปรากฎรอยยิ้มขึ้นมาทันใด เขายกกระบี่หันไปตัดคอกระต่ายในครั้งเดียว บนใบกระบี่ยาว นอกจากพลังภายในแล้วยังมีพลังจิตใจหุ้มอยู่ด้วย
“ชึก!”
เสียงตัดผ่านดังขึ้น พลังจิตใจบนกระบี่หมดลง สัตว์อสูรกระต่ายตรงหน้าเขาตัวแข็งทื่อและล้มลงกับพื้นโดยไม่ขยับอีกต่อไป
เฉินเฟยหันไปมองหยูโต้วซานในระยะไกล ในที่สุดก็เข้าใจว่าทำไมหยูโต้วซานจึงโจมตีด้วยตัวเองหลังจากถูกผู้อื่นโจมตีเท่านั้น
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved