ตอนที่ 151 ถูกศัตรูล้อมสี่ทิศ

ทุกคนตะลึงเมื่อเห็นภาพนี้ พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าต้นผลแดงชาดจะโจมตีโหดเหี้ยมเช่นนี้

คนที่วิ่งเร็วสุดสองคนนั้น คนหนึ่งอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกและอีกคนอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน แต่พวกเขาไม่อาจต้านทานการโจมตีเมื่อครู่ได้เลย

“เป้ง!”

ป้ายเหล็กหล่นกระทบพื้นเกิดเสียงดังชัด

เสียงนี้ปลุกทุกคนให้ตื่นและเริ่มถอยหนีอย่างบ้าคลั่ง

งูตัวนั้นอันตรายแต่ต้นไม้ผลอันตรายยิ่งกว่า พวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องต้นไม้ในดินแดนลับโจมตีคนมาก่อน

“ปัง!”

ทันใดนั้นกิ่งก้านตวัดมาด้านหน้าเฉินเฟย เฉินเฟยกระโดดถอยหลัง กิ่งก้านตีอากาศจนเกิดเสียงดังชัด แค่ได้ยินเสียงก็รู้ถึงความแข็งแกร่งของมันได้เลย

เฉินเฟยไถลถอยกลับไปมากกว่าสิบหมี่ในพริบตาซึ่งออกจากระยะโจมตีของต้นผลแดงชาดอย่างสมบูรณ์ แต่คนอื่นไม่ได้โชคดีแบบนี้

ในเวลานี้ทุกคนล้วนอยู่ในระยะโจมตี เพียงลมหายใจเดียวหลายคนที่วิ่งหนีได้ถูกกิ่งก้านโจมตี จากนั้นไม่นานนักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกตัวติดอยู่กับกิ่งก้าน

ขณะที่กรีดร้องออกมาก็เริ่มกลายเป็นผิวหนัง ต้นไม้ผลแดงชาดสั่นสะบัดกิ่ง ผิวหนังมนุษย์กลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยลอยไป

“ออกไปซะ!”

นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในคำราม กระบี่ในมือเขากลายเป็นแสงวาบปะทะกิ่งไม้ เสียงเหล็กกระทบดังขึ้นและเกิดประกาย

“ปัง!”

สิ่งนี้เหมือนจะทำให้ต้นผลแดงแดงโกรธหนัก กิ่งก้านมากกว่าสิบเข้าโจมตีทันที นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในคนนั้นร้องอย่างเจ็บปวดและหายตัวไป

เมื่อเห็นภาพนี้นักยุทธ์ที่วิ่งช้าลงก็เริ่มวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ท่าร่างอยู่ในระดับปานกลาง

หากไม่รีบหนีตอนนี้เกรงว่าคงไม่เหลือแม้แต่กระดูก

เฉินเฟยยืนอยู่ห่างออกไปหลายสิบหมี่และเฝ้าดูเหตุการณ์ทุกอย่างตรงหน้า เฉินเฟยจะวิ่งหนีเหมือนนักยุทธ์คนอื่นเช่นกัน ตอนนี้เขาหวังด้วยซ้ำว่าพ่อแม่จะให้เท้าเพิ่มอีกสองข้างเพื่อที่เขาจะได้วิ่งเร็วกว่าคนอื่น

แต่ป้ายเหล็กสองอันบนพื้นดึงดูดความสนใจเฉินเฟยไว้

นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในสองคนตายทันที ในขณะเดียวกันยังมีนักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกตายอีกห้าคน ด้านหน้าต้นผลแดงชาดไม่มีใครสู้กลับสักคน

สัตว์อสรูงูเลื้อยกลับมาที่ต้นผลแดงชาด บาดแผลบนหัวที่ได้รับจากลูกธนูถูกกล้ามเนื้อบีบปิดไว้จนหายไป

เกรงว่าคงใช้เวลาไม่ถึงตอนกลางคืนด้วยซ้ำที่เกร็ดจะงอกขึ้นใหม่

เฉินเฟยกลั้นหายใจเหลือบมองงู จากนั้นมองต้นผลแดงชาดที่นิ่งเฉยในขณะนี้ การรวมตัวแบบนี้ล้มล้างสามมุมมองของทุกคนอย่างสมบูรณ์

ใครจะคิดว่านักฆ่าที่ยิ่งใหญ่สุดในที่นี้จะเป็นต้นไม้วิญญาณที่ผลิตผลไม้

เหตุการณ์เสียงดังเมื่อสักครู่นี้กลับมาเงียบสงบ งูยักษ์ฝังหัวเข้าไปในตัวอีกครั้ง หากไร้ซึ่งรอยขีดข่วนบนต้นไม้กับหลุมบนพื้นก็คงบอกไม่ได้เลยว่าที่แห่งนี้เกิดการต่อสู้แบบใด

เฉินเฟยมองย้อนกลับไปและเห็นกวงติ้งป๋อวิ่งหนีไปแล้ว

การกระแทกของงูไม่ใช่เรื่องเล็ก มันแรงพอทำให้นักยุทธ์ทั่วไปตายได้ แต่กวงติ้งป๋อยังเคลื่อนไหวได้แบบนี้ บนร่างกายเขาอาจมีของบางอย่างปกป้องไว้อยู่

สายลมพัดผ่านป่าทึบ กิ่งก้านต้นผลแดงชาดพลิ้วไหวตามลม เศษเสื้อผ้าที่ห้อยอยู่บนกิ่งก้านได้บอกคนอื่นว่าเมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นที่นี่

เฉินเฟยยืนนิ่งโดยมีความคิดมากมายไหลเข้ามาในหัว

เฉินเฟยไม่ได้หนีไป เขามีความคิดเรื่องผลแดงชาดและป้ายเหล็กบนพื้น

ในการทดสอบแท้จริง ผู้ติดตามระดับขัดเกลาไขกระดูกเป็นผู้สนับสนุน แต่ไม่มีใครบอกว่าผู้สนับสนุนเป็นตัวเอกไม่ได้!

ผู้ติดตามสามารถชิงป้ายเหล็กได้เช่นกัน ตราบใดที่ออกไปพร้อมกับป้ายเหล็กห้าอันก็จะผ่านการทดสอบศิษย์แท้จริงด้วย ก่อนหน้านี้ที่กัวหลินซานบอกให้เฉินเฟยเข้าดินแดนลับ นอกจากจะรู้สึกว่ามีโอกาสมากมายในดินแดนลับ เขายังมีความคิดให้เฉินเฟยลองดูด้วย

เฉินเฟยมองป้ายเหล็กบนพื้นและผลแดงชาดด้านบน

การวิ่งไปแถวนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน ต้นผลแดงชาดเป็นเขตมรณะ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงงูยักษ์ระดับสูงสุดขั้นหนึ่งเลย

ด้วยการรวมตัวกันแบบนี้ หากไม่มีการร่วมมือของนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในประมาณสิบคนย่อมไม่อาจทำสำเร็จ และถ้าโชคไม่ดีก็จะเสียกำลังคนไป

เฉินเฟยประเมินตำแหน่งของป้ายเหล็กบนพื้น จากนั้นเงยหน้ามองผลแดงชาดสามผลบนต้นผลแดงชาด

ไม่ว่าจะเป็นภาพลวงตาหรือไม่ เฉินเฟยรู้สึกว่าผลแดงชาดสามลูกนั้นดูสุกงอมมากขึ้น

เฉินเฟยต้องการป้ายเหล็กและยังต้องการผลแดงชาดสามลูกนั้นด้วย

“ลองดูก่อน!”

เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะง้างลูกธนูสองดอกเล็งไปที่ป้ายเหล็กบนพื้น

ตำแหน่งป้ายเหล็กแตกต่างกัน แต่มันไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเฉินเฟย

เฉินเฟยเริ่มคำนวณ ครู่ต่อมาลูกธนูสองดอกพุ่งออกไปเกี่ยวรูบนป้ายเหล็กในพริบตาเดียวแล้วพุ่งโค้งผ่านตัวงู

ร่างงูสั่นเทาตอบสนองแต่ก็สงบลงทันที ส่วนต้นผลแดงชาดไม่มีการเคลื่อนไหวใดเหมือนต้นผลไม้ทั่วไปเพราะลูกธนูไม่ได้พุ่งไปหามัน

“ปัง!”

ลูกธนูสองดอกเจาะเข้าต้นไม้ใหญ่พร้อมกัน ร่างเฉินเฟยสั่นไหวไปอยู่ตรงหน้าลูกธนู เมื่อเห็นป้ายเหล็กด้านบนก็อดยิ้มไม่ได้

ศิษย์แท้จริงต้องรวบรวมป้ายเหล็กห้าอัน ตอนนี้ได้มาสองอันซึ่งสำเร็จภารกิจมาเกือบครึ่ง

“สหาย ยิงได้ดีเลย คนอื่นก็เห็นแล้ว ทำไมไม่แบ่งป้ายเหล็กให้สักอันล่ะ?”

ทันใดนั้นมีเสียงดังมาจากทุกทิศทาง มือเฉินเฟยหยุดชะงัก จากนั้นเขาหยิบป้ายเหล็กมาแล้วมองไปรอบด้านแต่ก็ไม่พบใคร

“เจ้ากับข้าได้ป้ายเหล็กคนละอัน มอบให้ข้าแล้วข้าจะจากไปทันที ข้าจะไม่ผิดคำพูด” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

เสียงยังคงดังมาจากทุกทิศทุกทางแต่ไม่รู้ว่าเสียงนั้นมาจากไหน ในเวลาเดียวกันไม่พบลมปราณซ่อนอยู่รอบตัว เห็นได้ชัดว่าคนคนนี้มีความสามารถในการควบคุมลมปราณเป็นอย่างดี

“ถ้าอยากได้ป้ายเหล็กก็ไปหาเอาเอง ข้ามีไม่พอใช้เช่นกัน”

เฉินเฟยเก็บป้ายเหล็กไว้ในอ้อมแขน มองไปรอบด้านแล้วหันหลังเดินไปทางอื่น

“ข้าขอป้ายเหล็กอันเดียวก็สุภาพพอแล้ว หากไม่คิดว่าเจ้าเก่งธนูทำให้พวกเรายังพอร่วมมือกันได้ เจ้าคิดว่าข้าจะต้องการแค่อันเดียวหรือ? เป็นเพียงระดับขัดเกลาไขกระดูกกลับไม่ตระหนักรู้ตัวเอง!”

เสียงนั้นเปลี่ยนเป็นเย็นชา ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยจิตสังหาร เมื่อคำพูดเหล่านั้นออกมาก็ได่ปิดล้อมทุกทาง

โดนปิดล้อมทุกด้านเหมือนมีศัตรูนับไม่ถ้วนอยู่รอบตัวแต่ยังไม่อาจหาตำแหน่งของศัตรูได้

เฉินเฟยหยุดนิ่งชั่วขณะโดยถือธนูในมือซ้ายและวางลูกธนูไว้บนธนูด้วยมือขวา

“ฮ่าฮ่าฮ่า แกว่งเท้าหาเสี้ยนแล้วยังต้องการลงมือกับข้าอีกหรือ? ดูแล้วก่อนหน้านี้ข้าจะสุภาพมากไปเจ้าถึงได้กล้าเช่นนี้!”

เสียงหัวเราะดังสนั่น ต้นไม้รอบด้านเริ่มสั่นเหมือนจะมีการโจมตีมาจากทุกทาง ความรู้สึกหนาวสั่นเข้ามาในจิตใจทำให้คนอยากยอมแพ้

“ข้าสุภาพกับเจ้ามากไป!”

ใบหน้าเฉินเฟยไร้อารมณ์ ครู่ต่อมาเขาหันกลับไป ลูกธนูในมือกลายเป็นแสงวาบพุ่งแทงทะลุลำต้นต้นไม้

ลำต้นต้นไม้ระเบิดจนขี้เลื้อยฟุ้งกระจาย มันไม่ได้มีเพียงขี้เลื้อยเท่านั้นแต่ยังมีละองเลือดด้วย และร่างหนึ่งได้เดินเซออกมาจากจุดนั้น

“เป็นไปไม่ได้ เจ้าพบข้าได้อย่างไร!”

ฉวีจินไทมองเฉินเฟยอย่างไม่อยากเชื่อ เคล็ดถ้อยคำลวงตาของเขาหลอกนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในได้ไม่น้อย ต่อให้เป็นนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดยังยากที่จะหาตัว

แต่เฉินเฟยกลับยิงเขาโดนในดอกเดียว หากเขาไม่ขยับตัวหลบทันเวลา ลูกธนูนั้นคงทะลวงท้องเขาไปแล้ว

เฉินเฟยไม่พูดอะไร ลูกธนูปรากฏขึ้นในมือ ครู่ต่อมาลูกธนูพุ่งไปหาฉวีจินไท

ฉวีจินไทคำรามอย่างโกรธเคืองและยังยอมแพ้ ขณะที่ร่างเขาสั่นไหวเงาจำนวนมากก็ปรากฏขึ้น หลังจากหลบลูกธนูเฉินเฟยแล้ว เงาหลายตัวพุ่งไปที่ต้นไม้ใหญ่หลายต้นและคนได้หายไปอีกครั้ง

สายลมพัดผ่าสน ผมเฉินเฟยปลิวไสว ทุกอย่างกลับสู่ความสงบ แต่จิตสังหารในอากาศกลับรุนแรงขึ้นราวกับจะมีกระบี่ปรากฎบนคอในเวลาต่อไป

เฉินเฟยรับรู้สภาพแวดล้อม หลังจากฉวีจินไทไม่พูดเฉินเฟยก็หาตำแหน่งไม่เจออีก แม้แต่กลิ่นเลือดยังหายไป

วิชาที่ฉวีจินไทใช้มหัศจรรย์อย่างแท้จริง ในด้านปกปิดลมปราณและซ่อนตัวถือว่าเป็นวิชาน่าอัศจรรย์ที่สุดเท่าที่เฉินเฟยเคยเห็น

วิชายุทธ์แต่ละอย่างล้วนมีข้อจำกัดบางประการ เช่นเดียวกับโล่กระบี่ดาวประดับราตรี มันมีการป้องกันที่ไม่มีใครเทียบและสามารถสร้างโล่กระบี่ปกป้องทั้งร่างกาย แต่พลังโจมตีของโล่กระบี่อ่อนแอมาก

เช่นเดียวกันฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณและท่องหนีสุญญตา วิชายุทธ์แต่ละอย่างมีจุดแข็งและจุดอ่อนเป็นของตัวเอง

แน่นอนมีวิชาที่ครอบคลุมทุกด้านเช่นกัน แต่วิชาแบบนี้แสดงถึงความเป็นกลาง เว้นแต่มันจะเป็นพลังวิเศษ แต่นักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายจะใช้พลังวิเศษได้อย่างไร?

วิชาของฉวีจินไทคือการปกปิดลมปราณและใช้คำพูดกับแรงกดดันข่มขู่ผู้อื่น ในด้านพลังโจมตีแท้จริง ฉวีจินไทอยู่ในขระดับขัดเกลาอวัยวะภายในเท่านั้น การโจมตีจะรุนแรงแค่ไหนเชียว?

เฉินเฟยมองไปรอบตัว ร่างกายเขาสั่นไหวหายไป

ลมพัดผ่านทำให้ใบไม้สั่นไหว

ฉวีจินไทที่เห็นเฉินเฟยหายไปถอนหายใจอย่างโล่งอก ฉวีจินไทสับสนเล็กน้อยตอนเห็นป้ายเหล็กสองอันลอยมาจากระยะไกล ในขณะที่เขาสงสัยว่านี่เป็นโชคลาภแบบใดเฉินเฟยก็ปรากฏตัวขึ้น

เมื่อเห็นเฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก ฉวีจินไทจึงกลายเป็นโลภต้องการป้ายเหล็กทันที

เมื่อมาที่ดินแดนลับ ไม่ว่าจะเป็นศิษย์แท้จริงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในหรือหรือผู้ติดตามระดับขัดเกลาไขกระดูก สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดคือทำภารกิจแท้จริงให้สำเร็จ ป้ายเหล็กย่อมเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จนี้

เฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกเท่านั้น ในเมื่อรับป้ายเหล็กจากอีกฝ่ายได้แล้วทำไมฉวีจินไทจะไม่ทำ?