ตอนที่ 140 ร่างแยกท่องหนีสุญญตา

การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นสุดจากความก้าวหน้าของสยบมังกรคชสารคือเฉินเฟยตัวสูงขึ้น

ก่อนจะเริ่มฝึกยุทธ์เขาเป็นชายผิวเข้มรูปร่างผอมเตี้ย แต่ตอนนี้เขาสูงถึงหนึ่งจุดแปดหมี่

ความสูงนี้ไม่ถือว่าโดดเด่นในหมู่นักยุทธ์แต่ก็ไม่ถือว่าเตี้ย แม้จะอยู่ในสายตาคนทั่วไปก็ยังเป็นความสูงที่สะดวกสบาย

นอกจากความสูงแล้วความผอมยังคงไม่เปลี่ยนแปลง กล้ามเนื้อของเขาอยู่สภาวะที่เหมาะสมสุดสำหรับการระเบิดพลังโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความเร็ว

ลักษณะใบหน้ามีมิติมากขึ้น มันไม่เกินจริงเลยที่จะบอกว่าขอบมุมมีความคม เฉินเฟยมีเสน่ห์มากจนมองเพียงแวบเดียวก็สามารถเห็นเขาท่ามกลางฝูงชนได้

“แข็งแกร่งขึ้นก็พอ ไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องนี้ อย่าใช้วิชายุทธ์ผิดวิธี!”

เฉินเฟยมองตัวเองในน้ำ ลูบคางตัวเองแล้วยกยิ้ม

เฉินเฟยสนใจรูปร่างหน้าตาตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่? ตอนนี้เขาไม่ต้องพึ่งใบหน้าเพื่อหาอาหาร หากเขาดูดีเกินไปมันจะเป็นการเพิ่มปัญหาไม่ใช่หรือ?

เฉินเฟยปรับท่ายืน มองใบหน้าด้านข้างบนผิวน้ำ อืม หล่อใช้ได้เลย

รอยยิ้มบนใบหน้าเฉินเฟยสดใสขึ้น สุดท้ายเขาก็อดหัวเราะไม่ได้ สยบมังกรคชสารไร้ศีลธรรมเกินไป!

ในตอนเย็นของวันที่แปด ในที่สุดเฉินเฟยก็จบชีวิตแบบไปมาสองที่เพราะความชำนาญโอสถปี้กู่ถึงระดับรู้แจ้ง

เฉินเฟยได้กลิ่นข้าวผัดไข่ทุกวันจนเอียน มีเพียงสองสามวันแรกที่เฉินเฟยกินเองบ้างและมอบส่วนที่เหลือทั้งหมดให้ขอทานในเมืองเซียนเมฆา

ใช่แล้ว ในเมืองหรูหราอย่างเมืองเซียนเมฆายังมีกลุ่มขอทานอยู่ และที่นี่มีขอทานมากกว่าที่อื่นด้วยซ้ำ

ข้าวผัดไข่ของเฉินเฟยกระตุ้นให้เกิดกระแสตอบรับอันอบอุ่นจากคนกลุ่มนี้

“จอมยุทธ์น้อย นี่คืออะไร ทำไมมันถึงอร่อยนัก?” ขอทานเฒ่ากินข้าวผัดไข่จนน้ำมันเลอะเต็มปาก ขอทานหนุ่มคนอื่นก็แข่งกันกินด้วย

“ข้าวผัดไข่” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม

“ข้าวผัดไข่?” ขอทานมองข้าวปั้นในมือ แน่นอนว่าเขาเคยกินข้าวผัดไข่ แต่สิ่งที่เขาจับอยู่ตอนนี้กลับกรอบนอกนุ่มในจนทำให้เขาคิดเสมอว่าเป็นข้าวปั้นที่คนรวยกินกัน

ตอนนี้คนรวยเปลี่ยนมาทำข้าวผัดไข่แล้วหรือ? ใส่น้ำมันเยอะขนาดนี้เชียว?

เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าขอทาน เพื่อเพิ่มความชำนาญอย่างรวดเร็ว ข้าวผัดไข่เลยเกือบจุ่มน้ำมันทำให้รูปลักษณ์มันเปลี่ยนไปบ้าง

เนื่องจากผัดข้าวทุกวัน กลิ่นในครัวเฉินเฟยจึงทำให้เด็กข้างบ้านอิจฉา พวกเขายังเริ่มเข้ามาทักทายเฉินเฟยและใช้ดอกไม้แลกกับข้าวปั้น

โอสถปี้กู่ถึงระดับรู้แจ้ง ยังเหลือเวลาอีกประมาณสิบวันความชำนาญพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้าน่าจะไปถึงระดับสมบูรณ์ได้ สยบมังกรคชสารถูกจำกัดให้รับแค่ลูกปัดเก็บปราณหยวนจึงไม่อาจเร่งความเร็วได้ หลังฝึกมาหลายวันท่องหนีสุญญตาก็มาถึงระดับสมบูรณ์

คาดว่าต้องใช้เวลาหกเจ็ดวันในการฝึกท่องหนีสุญญตาให้ถึงระดับรู้แจ้ง

ความแข็งแกร่งของเฉินเฟยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสยบร่างกายสยบมังกรคชสารช้างมังกรถึงระดับเชี่ยวชาญ เฉินเฟยสัมผัสได้ชัดเจนว่าความแข็งแกร่งและความทนทานของร่างกายดีขึ้น

ผลลัพธ์อย่างหนึ่งคือเมื่อใช้กำลังมหาศาลคุณสมบัติพิเศษของพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสาม ความแข็งแกร่งที่เฉินเฟยได้รับลดลง

เห็นได้ชัดว่ากำลังมหาศาลมีขีดจำกัด โดยเฉพาะเมื่อความแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่งแล้วข้อจำกัดนี้จะยิ่งชัดเจน

เฉินเฟยไม่ได้ใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ท้ายที่สุดเฉินเฟยอยู่ในสภาวะใช้กำลังมหาศาลตลอดเวลาหรือแม้แต่รูปแบบขยายกำลังมหาศาล

ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แม้แต่ผู้มีพรรสวรรค์ขัดเกลาไขกระดูกก็ยังไม่มีใครสามารถเชนะเฉินเฟยได้ในด้านของความแข็งแกร่ง สำหรับระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน หากจะใช้พลังบดขยี้เฉินเฟยยิ่งทำไม่ได้

ถ้าให้เฉินเฟยเผชิญหน้ากับซือเสวี่ยชินจากสำนักเพลิงเทพอีกครั้ง เฉินเฟยจะไม่กระเด็นจากการโจมตีครั้งเดียวอีกต่อไป

ถ้าให้เฉินเฟยเผชิญหน้ากับระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ใครแข็งแกร่งหรืออ่อนแอกว่าจะรู้ได้หลังจากสู้จริงเท่านั้น

นี่เป็นการปรับปรุงความแข็งแกร่งอย่างมากสำหรับนักยุทธ์ขัดเลาไขกระดูก บางครั้งมันก็ง่ายแบบนี้ ตราบใดที่ความเร็วไม่แตกต่างกันใครที่มีพลังมากกว่าย่อมได้เปรียบ

สยบมังกรคชสารช่วยลดความห่างชั้นของระดับขัดเกลาอวัยวะภายในให้เฉินเฟย

“รู้สึกอย่างไรบ้าง รูปร่างเจ้าดูเปลี่ยนไปนะ”

ฉือเต๋อเฟิงวางสมุนไพรในมือลงพื้น มองเฉินเฟยขึ้นลงด้วยสีหน้าแปลกๆ รู้สึกอย่างไรบ้าง ดูเหมือนเฉินเฟยจะสูงและดูดีขึ้น ในด้านของอายุเขายังดูอ่อนเยาว์ลง

ฉื่อเต๋อเฟิงมองน้ำพุร้อน หรือน้ำพุร้อนจะให้ผลเช่นนี้? ไว้มาลองสักหน่อยดีไหม?

“ฐานฝึกฝนก้าวหน้าขึ้น” เฉินเฟยมองสมุนไพรบนพื้นแล้วเก็บมันไว้

“วิชายุทธ์ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอัศจรรย์ขนาดนั้นเลย?”

ฉือเต๋อเฟิงประหลาดใจ แต่พอคิดถึงรูปลักษณ์ของกัวหลินชานแล้วก็พบว่าเขาดูดีเช่นกัน พูดอีกอย่างคือก่อนหน้านี้กัวหลินซานค่อนข้างน่าเกลียด ตอนนี้ที่หล่อขึ้นเป็นเพราะผลพลอยได้?

“เปล่า เป็นเพราะวิชาอื่น”

เฉินเฟยโบกมือปัด สยบมังกรคชสารน่าอัศจรรย์เกินไป เขารู้สึกเสมอว่ามันไม่ใช่สิ่งที่นักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายจะเข้าใจ ดังนั้นเฉินเฟยจึงไม่เคยคิดบอกเรื่องวิชานี้ และความเข้าใจของฉือเต๋อเฟิงก็ไม่สามารถเข้าใจความลึกลับของมันได้

“จริงด้วย เมื่อวานข้าไปที่สมาคมและพบว่าภารกิจปรับปรุงโอสถทะนานเนินเขามีการเปลี่ยนแปลง” ฉือเต๋อเฟิงนั่งเก้าอี้แล้วรินชาให้ตัวเอง

“มีอะไรเปลี่ยนแปลง?”

“ข้าลองถามคนอื่นดู พวกเขาบอกว่ามีคนทำตามข้อกำหนดพื้นฐานของภารกิจนี้ได้ ถ้าไม่มีใครคิดสูตรโอสถที่ดีกว่านี้ภายในเดือนหน้า ภารกิจนี้จะสิ้นสุดลง” ฉือเต๋อเฟิงดื่มชาในอึกเดียว

“เร็วนัก!”

เฉินเฟยประหลาดใจ เขาเคยทำภารกิจปรับปรุงสูตรโอสถทะยานเนินเขาเช่นกันจึงรู้ถึงความยากของมัน แม้แต่การผสานโอสถทะยานเนินเขาและโอสถเหนือสามัญระดับรู้แจ้งยังไม่อาจทำสูตรโอสถที่ดีกว่าได้

ตอนนี้มีคนทำสำเร็จแล้ว มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ

ต้องมีผลเหมือนโอสถทะยานเนินเขาเจ็ดส่วน ต้นทุนน้อยลงห้าส่วน นี่เป็นข้อกำหนดพื้นฐานของภารกิจ

เฉินเฟยส่ายหัว บอกได้เพียงมีพยัคฆ์หมอบมังกรซ่อนอยู่ในบรรดานักหลอมโอสถ และโอสถเริ่มแรกได้เปิดเผยผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้น

“ข้าได้ยินมาว่าคนที่ส่งภารกิจเป็นนักหลอมโอสถหนุ่มที่เพิ่งมาจากที่อื่น ตอนนี้มีข่าวลือว่าเขาลึกลับมากจนทำให้เจ้าสมาคมเว่ยซิงซานตื่นตระหนก” ฉือเต๋อเฟิงเล่าทุกอย่างที่รู้

เฉินเฟยพยักหน้า โลกนี้กว้างใหญ่ เป็นธรรมดาที่จะมีอัจฉริยะมากมาย

เฉินเฟยได้ยินมาว่าเจ้าสำนักกระบี่เซียนเมฆาเริ่มฝึกยุทธ์ตอนอายุสิบปี อายุสิบสามปีเข้าระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน อายุสิบห้าปีทะลวงระดับขัดเกลาทวาร หลังจากนั้นก็ขึ้นสู่จุดสูงสุดและก่อตั้งสำนักกระบี่เซียนเมฆา

ตามจริงแล้วผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ได้ด้อยกว่าผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่เซียนเมฆา แต่ผู้สืบทอดไม่ได้ทรงพลังเท่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นผลให้ตามหลังสำนักกระบี่ซียนเมฆาเรื่อยมาจนกระทั่งตอนนี้ไม่อาจเทียบกันได้

“หากเจ้าต้องการทำภารกิจนี้คงต้องเร่งมือ”

ฉือเต๋อเฟิงบอกเตือน เฉินเฟยพยักหน้า

ฉือเต๋อเฟิงนั่งสักพักก่อนจะรับโอสถกลับไป ส่วนเฉินเฟยหลอมโอสถตามปกติ

สองชั่วยามต่อมา เฉินเฟยหยุดมือ เก็บโอสถลงขวดและเริ่มคิดเรื่องการปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขา

เฉินเฟยก็เริ่มปรับปรุงสูตรตั้งแต่โอสถปี้กู่ถึงระดับรู้แจ้งเมื่อสองวันก่อน ตอนนั้นเขาไม่รู้สึกกังวลมากนักเพราะมันเพิ่งเริ่ม

ไม่คาดคิดว่าจะมีคนทำตามข้อกำหนดได้สำเร็จ หากเฉินเฟยยังไม่รีบลงมืออีก โอสถเริ่มแรกคงตกเป็นของคนอื่น

“ติดอยู่ที่ใช้ต้นทุนของโอสถทะยานเนินเขาห้าส่วน อีกอย่างคือวิธีหลอมเพื่อเพิ่มคุณสมบัติทางยาของสมุนไพรให้ถึงขีดสุด” เฉินเฟยพูดกับตัวเอง

ความคิดนี้ไม่มีปัญหา ที่เหลือคือปรับแต่งมันหลายๆครั้งจนกว่าจะได้สูตรโอสถที่น่าพอใจ

วันต่อมา เฉินเฟยเริ่มใช้เวลากับการไปกลับร้านขายสมุนไพรมากขึ้น และบางครั้งยังศึกษาตำราสมุนไพรเพื่อเปรียบเทียบว่าสมุนไพรตัวไหนเหมาะสมกว่า

เมื่อทำการทดสอบ นอกจากทฤษฎีสนับสนุน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้น

เนื่องจากเขาต้องเพิ่มคุณสมบัติทางยาให้ถึงขีดสุด เตาหลอมโอสถที่เฉินเฟยซื้อมาอันแรกจึงถูกทำลาย มันไม่อาจทนต่อความทรมานของวิธีการรุนแรงได้ ดังนั้นเฉินเฟยจึงต้องใช้เงินหลายพันตำลึงเพื่อซื้อเตาหลอมขั้นสูง

หลังเก็บเงินอยู่หลายวันก็ต้องเสียเงินไปอีกครั้ง

เฉินเฟยมีรายได้มากกว่าหนึ่งพันตำลึงต่อวัน เห็นได้ชัดว่าเขาทำเงินได้มากมาย แต่เฉินเฟยเป็นคนน่าอัศจรรย์เช่นกัน เขาไม่อาจเก็บเงินได้นานเพราะจะมีเหตุการณ์ให้จ่ายเงินอยู่เสมอ

โชคดีที่เตาหลอมอันใหม่ใช้งานง่าย ไม่ว่าเฉินเฟยจะใช้วิธีรุนแรงแค่ไหนเตาหลอมก็ทนได้

ในวันที่เจ็ดของการทดสอบสูตรโอสถ ก่อนที่จะได้สูตรโอสถ ท่องหนีสุญญตาของเฉินเฟยได้ถึงระดับรู้แจ้ง

เฉินเฟยยืนอยู่ที่ลานบ้าน ทันใดนั้นร่างเขาสั่นไหว เฉินเฟยหนึ่งคนกลายเป็นห้าคนในพริบตาราวกับว่าเขามีวิชาแยกร่าง และทุกคนล้วนก้าวเดินไปในทางเดียวกัน

มองดูท้องฟ้า มองดูพื้น ลูบกระบี่ ภาพเฉินเฟยทั้งห้านั้นแตกต่างกัน แต่พวกมันดูสมจริงมากจนยากที่จะบอกได้ว่าภาพไหนคือร่างจริงของเฉินเฟย หรือแท้จริงแล้วนั่นเป็นร่างจริงทั้งหมด

“เยี่ยมมาก!”

เฉินเฟยลองใช้ท่องหนีสุญญตาระดับรู้แจ้งสั้นๆ เป็นเหมือนที่เฟิงซิวผู่บอก ท่องหนีสุญญตาเป็นการเคลื่อนไหวในระยะใกล้

แม้เดิมทีท่าร่างของเฉินเฟยจะไม่ธรรมดา แต่เขาสร้างภาพติดตาภายในลานบ้านได้เพียงไม่กี่ภาพเท่านั้น หากระยะห่างน้อยลง เฉินเฟยจะไม่สามารถควบคุมได้ละเอียดขนาดนี้

แต่ตอนนี้เฉินเฟยสร้างภาพติดตาได้อย่างง่ายดายและยังแม่นยำมากกว่าเมื่อก่อน สิ่งนี้ปรับปรุงพลังต่อสู้ของเฉินเฟยอย่างมาก

โดยเฉพาะการต่อสู้แบบกลุ่ม เฉินเฟยสามารถควบคุมความเร็วของเขาได้อย่างแม่นยำและหลบการโจมตีในระยะใกล้ แน่นอนว่าการโต้กลับในครั้งต่อไปย่อมเร็วกว่า

เนื่องจากท่องหนีสุญญตาใส่ใจในรายละเอียด ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณที่ใช้วิ่งระยะไกลจึงได้รับการปรับปรุงเล็กน้อย การปรับปรุงนี้ไม่ใช่การโรยไอซิ่งบนเค้ก แต่เป็นก้าวหน้าไปอีกขั้น

เฉินเฟยแวบไปมาในลานบ้านครู่หนึ่งแล้วหยุดลง ด้วยท่าร่างแบบนี้ เมื่อถึงเวลาประเมินศิษย์แท้จริงของสี่สำนักต่อให้อีกฝ่ายอยู่ในระดับขัดเกลาทวาร เฉินเฟยก็สามารถเข้าสู้และจากไปได้ทุกเมื่อ

ในวันที่สิบของการทดสอบสูตรโอสถ สูตรโอสถยังไม่เป็นที่น่าพอใจ แต่พลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้าได้ถึงระดับสมบูรณ์