ตอนที่ 337 เรื่องไม่คาดฝัน

โฉวหยวนเฉิงมองค่ายกลตรงหน้า การจัดเรียงค่อนข้างละเอียด พลังไม่นับว่ามากมาย แต่มันเชื่อมโยงพื้นดินใต้เท้ากับปราณหยวนรอบตัว

หากเป็นก่อนที่โฉวหยวนเฉิงจะได้รับบาดเจ็บ โฉวหยวนเฉิงสามารถฝ่าค่ายกลนี้ด้วยการโจมตีครั้งเดียว หากดาบวิญญาณไม่ถูกเฉินเฟยเอาไป โฉวหยวนเฉิงจะใช้พลังของอาวุธวิญญาณเพื่อทะลวงค่ายกลแน่นอน

แต่น่าเสียดายที่ทั้งหมดนั้นไม่อาจเป็นจริง อาวุธวิญญาณไม่อยู่และตัวเองยังบาดเจ็บสาหัส ด้วยค่ายกลแบบนี้ โฉวหยวนเฉิงจึงโดนกุมขังอยู่กับที่อย่างสมบูรณ์และไม่สามารถหนีไปไหน

โฉวหยวนเฉิงมองไปไกลพร้อมรอยยิ้มน่ากลัว คิดจะใช้วิธีง่ายๆเช่นนี้ขังข้าไว้ที่นี่หรือ?

โฉวหยวนเฉิงขยับมือขวาเล็กน้อย ทันใดนั้นหลุมเลือดขนาดใหญ่ปรากฏบนแขนซ้าย เลือดไหลออกมาจากบาดแผลอย่างต่อเนื่อง ในไม่ช้าก็เปียกชุ่มพื้นใต้เท้า

เลือดในร่างกายมนุษย์มีปริมาณจำกัด ใช่ว่าจะไร้สิ้นสุด หากสูญเสียเลือดมากเกินไปอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต

แม้จะเป็นนักยุทธ์ที่ความสามารถของร่างกายและการทำงานของเลือดเหนือกว่าคนธรรมดา แต่เมื่อเสียเลือดมากเกินไปก็อาจตายได้เหมือนกัน

แต่ในขณะนี้เลือดที่ไหลจากแขนโฉวหยวนเฉิงเกินกว่าปริมาณเลือดที่คนปกติควรมี นอกจากใบหน้าซีดขาว โฉวหยวนเฉิงไม่มีอาการผิดปกติอื่นราวกับว่าเลือดนั้นไม่ใช่ของตัวเอง

โฉวหยวนเฉิงมองเลือดใต้เท้า เลือดที่สะท้อนในดวงตาโฉวหยวนเฉิงทำให้เขาดูแปลกเป็นพิเศษ

พลังต้นกำเนิดโลหิตเป็นการฝึกฝนพลังของเลือด วิชานี้ชั่วร้ายและยังทรมานผู้ฝึกฝน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่เป็นวิชาที่ทรงพลังอย่างยิ่ง

ในเวลานั้นสหายของโฉวหยวนเฉิงยินดีให้โฉวหยวนเฉิงฝึกฝนกระบี่มหาฟ้าคำรามร่วมกันหลังจากได้รับมันมา แต่โฉวหยวนเฉิงไม่คิดจะเปลี่ยนวิชา

เลือดของโฉวหยวนเฉิงยังคงไหลออก เลือดปกคลุมค่ายกลมังกรคชสารช้าๆ ค่ายกลสั่นเล็กน้อยแต่ความเร็วในการสั่นเริ่มแปลกไป

กลืนกิน หลอมรวม สุดท้ายเก็บไว้ใช้เอง นี่คือหน้าที่ของเลือดเหล่านี้

เวลาผ่านไป ค่ายกลมังกรคชสารเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด ตอบสนองกับลมหายใจของโฉวหยวนเฉิง

โฉวหยวนเฉิงหันไปมองระยะไกลเพื่อป้องกันการกลับมาอย่างกะทันหันของเฉินเฟย ตราบใดที่สัมผัสได้ถึงรูปร่างหน้าตาเฉินเฟย โฉวหยวนเฉิงจะถอนเลือดทันทีและฟื้นฟูค่ายกลสยบมังกรคชสารให้เป็นปกติ

“ครืน!”

ความผันผวนกระเพื่อมจากค่ายกลมังกคชสาร โฉวหยวนเฉิงไม่อาจระงับรอยยิ้มได้อีก

เลือดจากแขนซ้ายไม่ไหลอีกต่อไป ในทางกลับกันเลือดบนพื้นส่องประกายสีเลือดเล็กน้อย จากนั้นลอยขึ้นมาและซึมเข้าสู่ร่างกายโฉวหยวนเฉิง

โฉวหยวนเฉิงยืนขึ้น พลังมหาศาลของค่ายกลมังกรคชสารไม่ปรากฏอีก ค่ายกลนี้ตกอยู่ในมือโฉวหยวนเฉิงโดยสมบูรณ์

โฉวหยวนเฉิงสังเกตการณ์บ่มเพาะของตัวเอง ในขณะนี้การบ่มเพาะยังไม่สามารถฟื้นฟู อาการบาดเจ็บก็เช่นกัน แต่ร่างกายยังคงใช้ฝึกฝนได้

ตราบใดที่ปกปิดร่องรอยอย่างดี โฉวหยวนเฉิงสามารถหลีกเลี่ยงการไล่ล่าของเฉินเฟยในภายหลัง

และตราบใดที่หลบหนีการไล่ล่าได้ ไม่ว่าเป็นอาการบาดเจ็บหรือการบ่มเพาะก็สามารถหาวิธีฟื้นฟู ซึ่งมันดีกว่าตอนนี้ที่ชีวิตและความตายอยู่ในมือคนอื่น

โฉวหยวนเฉิงเหยียดเท้าขวาและกำลังจะออกแรง ทันใดนั้นเกิดอาการใจสั่นในทะเลจิตสำนึก ราวกับการออกแรงจะทำให้โฉวหยวนเฉิงตาย

โฉวหยวนเฉิงมองไปรอบด้านอย่างประหลาดใจ จนกระทั่งเห็นดวงตาคู่หนึ่งในระยะไกล

“จี๊ด!”

อสูรหนูมองโฉวหยวนเฉิงจากระยะไกลแล้วส่งเสียงร้อง

อสูรหนูย่อมถูกเฉินเฟยทิ้งไว้ที่นี่เพื่อป้องกันไม่ให้โฉวหยวนเฉิงใช้กลอุบายอะไรอีก ท้ายที่สุดค่ายกลนั้นไม่มีชีวิต โดยเฉพาะตอนนี้ไม่มีคนควบคุม

ส่วนอสูรหนูยังมีชีวิตอยู่ โฉวหยวนเฉิงบาดเจ็บสาหัสและไม่สามารถฟื้นตัวในเวลาอันสั้นเพราะเฉินเฟยำลายสิบห้าจุดทวาร

เมื่อเป็นเช่นนี้อสูรหนูจึงสามารถกินโฉวหยวนเฉิงจนตายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันทั้งหมด

โฉวหยวนเฉิงทรุดตัวลงพื้น หากเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ อสูรหนูย่อมไม่ใช่เรื่อต้องกังวล เขาสามารถฆ่ามันได้ตามต้องการ

แต่ตอนนี้โฉวหยวนเฉิงทำแบบนั้นไม่ได้ บางทีอสูรหนูอาจฆ่าเขาทันทีด้วยการกระโจนเพียงครั้งเดียว

“ฮึฮึ...ฮ่าฮ่าฮ่า...”

ตอนแรกโฉวหยวนเฉิงแค่หัวเราะเบา แต่สุดท้ายเงยหน้าขึ้นฟ้าแล้วหัวเราะดังลั่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจฝังลึก สุดท้ายก็เป็นเช่นนี้ หนีไม่พ้นอยู่ดี

โฉวหยวนเฉิงเกลียดชัง แต่ความเกลียดชังไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใด

หนึ่งก้านธูปต่อมา เฉินเฟยมาถึงที่นี่ อสูรหนูกระโดดขึ้นไหล่เฉินเฟย โบกมือแสดงท่าทางอยู่ครู่หนึ่งเพื่อเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

เฉินเฟยขมวดคิ้ว คาดไม่ถึงว่าวิชาที่โฉวหยวนเฉิงฝึกฝนจะแปลกประหลาดขนาดนี้ มันอยู่ในระดับนี้แล้วยังมีกระบวนท่าอื่นอีก

เฉินเฟยมองโฉวหยวนเฉิง แสงกระบี่วูบไหว แขนขวาโฉวหยวนเฉิงระเบิดเป็นหมอกเลือด โฉวหยวนเฉิงร้องด้วยความตกใจและกลิ้งไปบนพื้นหลายครั้งก่อนจะหยุด

“ครั้งต่อไปพยายามหนีให้ได้แล้วกัน!”

เฉินเฟยปรากฏตรงหน้าโฉวหยวน ในดวงตาไร้ซึ่งอารมณ์ใด หากไม่ใช่เพราะโฉวหยวนเฉิงยังมีประโยชน์ เฉินเฟยคงฆ่าเขาไปแล้ว

“ไม่...ไม่กล้า!” โฉวหยวนเฉิงเงยหน้ามองเฉินเฟย ดวงตาเต็มไปด้วยความถ่อมตัวและขอความเมตตาราวกับยอมแพ้โดยสมบูรณ์แล้ว

แต่เฉินเฟยรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการเสแสร้ง วิชาที่โฉวหยวนเฉิงฝึกฝนทำให้นิสัยเต็มไปด้วยการกดข่ม บุคคลเช่นนี้จะไม่ยอมจำนนต่อใคร

“สหายคนนั้นของเจ้าอยู่ที่ไหน?” เฉินเฟยมองโฉวหยวนเฉิงแล้วถาม

“เมืองซ่างอู๋ เขาอยู่ที่นั่นเกือบตลอดเวลา” โฉวหยวนเฉิงรีบตอบ

“เมืองซ่างอู๋!” ข้อมูลเมืองซ่างอู๋แวบเข้ามาในใจเฉินเฟย ด้วยความเร็วของเฉินเฟยในตอนนี้ การรีบเร่งไปที่นั่นโดยตรงจะใช้เวลาหนึ่งวันกว่า

พอนึกถึงเมืองฉินไห่ เฉินเฟยก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงตระกูลหรวน ไม่รู้ว่าหรวนเฉียวจวินควบคุมตระกูลหรวนนานกว่าสองปีหรือสุดท้ายจะเป็นเพียงหุ่นเชิด?

เฉินเฟยจับโฉวหยวนเฉิงบนพื้น ร่างกายวูบไหวหายไป

ไม่กี่ชั่วยามต่อมา เฉินเฟยทั้งสองปรากฏในเมืองซิ่งเฝิน ตกกลางคืน เฉินเฟยตัดสินใจพักค้างคืนที่นี่ก่อนจะเดินทางต่อ เฉินเฟยไม่ได้เหนื่อยล้านัก สยบมังรคชสารเพียงพอที่จะรองรับการเร่งรีบระดับนี้

แต่โฉวหยวนเฉิงไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ท้ายที่สุดเขาบาดเจ็บสาหัสและถูกเฉินเฟยจับไว้ตลอดทาง แรงกระแทกแบบนี้ทำให้อึดอัดยิ่งกว่าวิ่งคนเดียว

ก่อนหน้านี้โฉวหยวนเฉิงเคยทำแบบนี้กับคนอื่น คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะโดนกับตัวเอง

เมืองซิ่งเฝินในตอนกลางคืนยังคงคึกคัก เฉินเฟยนั่งอยู่ที่ร้านอาหาร มองผู้คนมาและไปด้านล่าง

การกบฏของกองทัพกบฏดำเนินมาหลายปีแต่ยังไม่สงบลง กลับกันแล้วยังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมืองซิ่งเฝินอยู่ใกล้เมืองเซียนเมฆาจึงได้รับผลกระทบน้อยกว่า

แต่ความสงบนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนนั้นยากที่จะพูด

โฉวหยวนเฉิงนั่งเงียบตรงข้ามเฉินเฟย หลังกินอาหารอย่างซื่อสัตย์ เขาก็อยู่เฉยราวกับว่าเพียงพอแล้วหลังจากเสียแขนไปข้างหนึ่ง

เฉินเฟยยกจอกสุราดื่ม ทันใดนั้นสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย มองบนถนนไกลออกไป เฉินเฟยรับรู้ได้ถึงลมปราณของระดับขัดเกลาทวารจากตรงนั้น

ยิ่งไปกว่านั้นลมปราณของระดับขัดเกลาทวารนี้ยังควบแน่นมากซึ่งต่างจากนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นต้น มันควรเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางขึ้นไป

เมืองซิ่งเฝินไม่มีระดับขัดเกลาทวารถาวร ผู้ฝึกตนทั่วไปแทบจะไม่ก้าวมาที่นี่เพราะมันอยู่ใกล้เมืองเซียนเมฆาเกินไป

ในอดีตหากไม่ไปสำนักกระบี่เซียนเมฆาในฐานะแขกรับเชิญก็ต้องหลีกเลี่ยงจากระยะไกล ไม่เช่นนั้นอาจทำให้สำนักกระบี่เซียนเมฆาขุ่นเคือง

แต่ตอนนี้สถานการณ์ในเมืองเซียนเมฆาซับซ้อนมาก ผู้ฝึกตนทั่วไปย่อมไม่เดินเตร่อยู่ที่นี่

เดิมทีลมปราณอยู่ปลายถนน แต่หลังจากนั้นไม่นานเฉินเฟยถึงกับขมวดคิ้วเมื่อเห็นหน้าตาของบุคคลนั้นชัดเจน

หงหยวนเฟิง!

เฉินเฟยจำหงหยวนเฟิงจากสำนักกระบี่เซียนเมฆาคนนี้ได้อย่างชัดเจน ย้อนกลับไปตอนนั้น เขาเกือบถูกสำนักกระบี่เซียนเมฆาคุมขังเพราะคำพูดของหงหยวนเฟิง

เสินติ่งหยางซึ่งไร้เหตุผลและกดข่มเฉินเฟยในตอนนั้นเป็นลูกศิษย์ของหงหยวนเฟิง เนื่องจากไม่มีทางออกเฉินจึงสังหารเสินติ่งหยาง สุดท้ายทำให้หงหยวนเฟิงโกรธเคือง

แม้หงหยวนเฟิงจะไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าเป็นเฉินเฟยที่สังหารเสินติ่งหยาง อย่างไรแล้วในตอนนั้นเฉินเฟยเป็นเพียงระดับหลอมกระดูกในขณะที่เสินติ่งหยางเป็นระดับขัดเกลาไขกระดูก

ไม่ว่าจะมองอย่างไรศิษย์ระดับขัดเกลาไขกระดูกของสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ควรถูกศิษย์ระดับหลอมกระดูกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวหยวนเฉินสังหาร แต่หงหยวนเฟิงยังต้องการให้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวพาเฉินเฟยไปที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาเพราะต้องการสอบสวน

ท้ายที่สุดหลังจากหลายฝ่ายถงเถียงกัน สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวได้ให้คำอธิบายแก่สำนักกระบี่เซียนเมฆาและส่งเฉินเฟยไปยังดินแดนลมประหลาด

หลังผ่านไปหลายปี เฉินเฟยคาดไม่ถึงว่าการมาเมืองซิ่งเฝินจะได้พบกับหงหยวนเฟิงผู้อาวุโสสำนักกระบี่เซียนเมฆาผู้ซึ่งสามารถตัดสินชีวิตความตายของเขาด้วยคำพูดไม่กี่คำ

เมื่อเฉินเฟยเห็นหงหยวนเฟิง หงหยวนเฟิงก็เห็นเฉินเฟยด้วย ดวงตาหงหยวนเฟิงหรี่ลงเล็กน้อย

ระดับรวมทวารใหม่ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว!

แน่นอนว่าหงหยวนเฟิงจำสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้ เพราะเสินติ่งหยางเป็นศิษย์ที่เขาโปรดปรานมากที่สุด แต่สุดท้ายกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

การลงโทษเฉินเฟยได้รับการตัดสินแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าการบ่มเพาะระดับหลอมกระดูกจะไม่ตายในสถานที่เช่นดินแดนลมประหลาดและยังกลับมาแบบมีชีวิต

เนื่องจากหงหยวนเฟิงอยู่ในระดับขัดเกลาทวาร จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมุ่งเป้าศิษย์ระดับปรับแต่งร่างกายตลอดเวลา ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงถือเป็นอดีต เพียงคาดไม่ถึงว่าหลังจากนั้นเฉินเฟยจะก้าวหน้าขึ้นตลอด และในเวลาไม่กี่ปีได้ก้าวสู่ระดับขัดเกลาทวาร

ด้วยพรสวรรค์แบบนี้ หงหยวนเฟิงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสงสัยว่าเป็นเฉินเฟยที่สังหารเสินติ่งหยางตั้งแต่แรก

แม้ในเวลานั้นเฉินเฟยจะเป็นเพียงระดับหลอมกระดูก แต่ด้วยพรสวรรค์นั้น สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ย่อมกลายเป็นไปได้

แต่เรื่องนี้ผ่านมานานเแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่หงหยวนเฟิงจะใช้เรื่องนี้กสร้างปัญหาในเมืองเซียนเมฆา และเป็นไปไม่ได้ที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวละทอดทิ้งระดับขัดเลกาทวารที่มีพรสวรรค์เช่นนี้

เพียงคาดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้พบเฉินเฟยในเมืองซิ่งเฝิน!

หาโอกาสแล้วสังหาร?

ดวงตาหงหยวนเฟิงหรี่ลง ด้วยการบ่มเพาะของเขา การฆ่าระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นเป็นเรื่องง่ายๆ!