ตอนที่ 143 คนหนุ่มสาวเก่งนำคนรุ่นก่อน

เฉินเฟยเดินเข้าบ่อน้ำพุร้อนเตรียมฝึกสยบมังกรคชสาร

พอสูตรโอสถทะยานเนินเขาลงตัวแล้วเฉินเฟยจึงมีเวลามากขึ้น ตอนนี้เหลือแค่สยบมังกรคชสารที่ต้องเพิ่มความชำนาญและฝึกฝนพลังภายในประจำวัน วิชายุทธ์อื่นล้วนฝึกถึงระดับรู้แจ้ง

เฉินเฟยตัดสินใจรอให้จบภารกิจสมาคมก่อน จากนั้นค่อยหาโอกาสไปหาซือหยวนไห่เพื่อดูว่าสามารถเรียนรู้วิธีเข้าโลกหัวใจประหลาดได้หรือไม่

ยังไม่ต้องพูดถึงการผจญภัยในโลกหัวใประหลาด แค่ฝึกควบคุมพลังจิตใจทุกวันก็ช่วยส่งเสริมฐานฝึกฝนอย่างมาก

วงแสงจากลูกปัดเก็บปราณหยวนแตกสลาย ปราณหยวนไหลเข้าร่างกาย สยบมังกรคชสารแยกปราณหยวนออกจากกันและรวมเข้ากับกระดูก

สยบมังกรคชสารระดับเชี่ยวชาญเริ่มปรับสภาพกระดูกให้เฉินเฟย มันเป็นเช่นเดียวกับปรับแต่งร่างกายห้าระดับของนักยุทธ์ สยบมังกรคชสารทำตามลำดับนั้นเช่นกัน

ในขณะที่กำลังหลับตาฝึกฝน สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปมาเพราะมีเสียงเล็กน้อยดังเข้ามาในหู

ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเฉินเฟยในตอนนี้ดีกว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในธรรมดา แม้เสียงจะเบามากแต่ก็ยังได้ยิน

เฉินเฟยหายไปจากบ่อน้ำพุร้อน เมื่อปรากฏอีกครั้งก็อยู่ที่มุมหนึ่งของลานบ้านและใช้กระบี่แทงใส่หิน

“ติ๊ง!”

เสียงปะทะกระบี่ดังขึ้น พื้นผิวหินเหมือนจะกลายเป็นน้ำ มีร่างหนึ่งโผล่ออกมาจากตรงนั้นและกระโดดออกจากลานบ่อน้ำพุร้อน

เฉินเฟยสั่นไหวมาอยู่ที่หลังคา มองมือสังหารจากระยะไกล ธนูยาวปรากฏบนมือเฉินเฟย ช่วงเวลาต่อมาลูกธนูสามดอกถูกยิงใส่มือสังหาร

ลูกธนูพุ่งตามหลังมือสังหารไปอย่างรวดเร็ว มือสังหารสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ เมื่อหันไปมองก็ถึงกับสะดุ้งโหยงและตวัดมือกลับไปฟันลูกธนู

“ปัง!”

เปลวไฟปะทุขึ้นรอบตัวมือสังหาร

ใบหน้าเฉินเฟยปรากฏรอยยิ้ม เฉินเฟยทำลูกธนูเหล่านั้นเป็นพิเศษ ตามจริงแล้วไฟไม่ได้รุนแรงนัก แต่ที่เป็นแบบนั้นเพราะมีผงพิษติดอยู่ เมื่อมันโดนไฟจึงทำให้การปะทุรุนแรงขึ้น

แต่พูดตามตรงแล้วสิ่งนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์กับผู้เชี่ยวชาญแท้จริงโดยเฉพาะระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน หลังจากอวัยวะภายในได้รับการปรับปรุง ต่อให้โดนวางยาพิษก็สามารถขับพิษได้อย่างรวดเร็วเว้นแต่จะมีพิษมากเกินไป

ในระยะแรกของการโดนพิษอาจมีอาการเวียนหัวปวดหัวหูอื้อ สิ่งนี้อาจทำให้เกิดผลกระทบบางอย่าง

ตามที่คาดไว้ การเคลื่อนไหวของมือสังหารหยุดลงครู่หนึ่ง เฉินเฟยยิงไปอีกหลายสิบดอก หนึ่งในนั้นเจาะเข้าแขนซ้ายมือสังหาร

แต่มือสังหารได้ใช้ประโยชน์จากเวลานี้กระโดดเข้าไปในตรอก หลังจากหลบเลี่ยงไปหลายครั้งก็หายตัวไป

เฉินเฟยไม่ได้ไล่ตามและเก็บธนูกบัย การกระทำของมือสังหารเมื่อครู่ค่อนข้างแปลก โดยเฉพาะหลังจากกระโดดออกจากลานบ้านแล้วไม่ได้หนีเข้าไปในตรอกทันทีแต่วิ่งขึ้นหลังคา

บางทีอีกฝ่ายอาจคิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะมีธนู แต่เห็นได้ชัดว่าท่าทางแบบนั้นดึงดูดให้เฉินเฟยไล่ตามไป

เฉินเฟยกลับมาที่โรงเตี๊ยม ตรวจสอบค่ายกลในห้องเทียนจื่อ พอเห็นว่ามันยังสมบูรณ์ดีเฉินเฟยจึงส่ายหน้า ค่ายกลนี้ป้องกันการสอดแนมเท่านั้น การลอบเข้ามาเช่นนี้ย่อมไม่มีผล

ห่างออกไปหลายลี้

“เจ้าบาดเจ็บหรือ? แล้วคนล่ะ?”

“เฉินเฟยระวังตัวมากจึงไม่ไล่ตามมา ข้าบาดเจ็บจากธนูของมัน ลูกธนูยังย้อมพิษไว้ด้วย ไอ้เด็กนี่มัน…” มือสังหารพูดพร้อมกับเกาผิวหนังด้านหลังซึ่งเต็มไปด้วยแผลพุพอง

ขณะที่เกา มือก็เต็มไปด้วยหนอง ทั้งคันทั้งชาทั้งเจ็บ

พิษนี้ไม่ถึงแก่ชีวิต หากถึงชีวิตก็ควรกำจัดทิ้งเพราะเห็นตำแหน่งพิษนั้นเห็นได้ชัดเจน ในทางกลับกัน พิษนี้มีผลแปลกๆและต้องใช้เวลาในการทำความสะอาดซึ่งมันเจ็บปวดเช่นกัน

“เจ้าพบอะไรบ้าง?”

“ไม่พบอะไรเลย ข้าถูกพบตัวทันทีที่ลอบเข้าไป”

“อืม เจ้าไปพักเถอะ ข้าจะกลับไปรายงาน”

เสียงเงียบลง เหลือเพียงคำด่าอย่างต่อเนื่องของมือสังหาร

เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินเฟยมาสมาคมนักหลอมโอสถ

“คุณชาย ท่านมาส่งภารกิจหรือ?” ฉินจิ้งหลันมองเฉินเฟย นางกระพริบปริบ

“ใช่ โปรดรายงานด้วย” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม

“คุณชายโปรดรอสักครู่”

ฉินจิ้งหลันรีบวิ่งรายงานที่โต๊ะรับรอง เพียงครู่เดียวถูจี้หลินก็ปรากฏตัวต่อหน้าเฉินเฟย

“ผู้อาวุโสถู!” เฉินเฟยพูดพร้อมกับกุมมือ

“เจ้าส่งสูตรโอสถของเมื่อวานมา หรือมีความคืบหน้าอย่างอื่นหรือ?”

ถูจี้หลินมองเฉินเฟยและถามอย่างไม่แน่ใจ เมื่อวานเห็นเฉินเฟยมีสีหน้ามั่นใจจึงคิดว่าคงไม่มาส่งสูตรโอสถอันเก่า แต่ผ่านไปวันเดียวก็ได้สิ่งใหม่แล้วหรือ?

ผลลัพธ์นี้มันอะไรกัน?

“ผู้อาวุโสถูโปรดดู”

เฉินเฟยยื่นขวดโอสถที่บรรจุลวดลายโอสถโอสถทะยานเนินเขา ถูจี้หลินรับมัน เหลือบมองเฉินเฟยแล้วเปิดฝาออก

กลิ่นหอมสมุนไพรลอยโชยออกมา สีหน้าถูจี้หลินเปลี่ยนไป กลิ่นหอมนี้ต่างจากโอสถทะยานเนินเขาทั่วไปยิ่ง

ถูจี้หลินแทบรอไม่ไหวที่เทจะใส่จาน เมื่อโอสถกลิ้งออกมาก็เห็นลวดลายโอสถได้ชัดเจน มันเป็นลวดลายโอสถสมบูรณ์ ไม่ใช่ลวดลายโอสถครึ่งหนึ่งเหมือนเมื่อวาน

ถูจี้หลินเบิกตากว้างมองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจและตรวจสอบโอสถทะยานเนินเขาอย่างรอบคอบ นี่เป็นเรื่องจริงหรือ?

แต่ตอนนี้ยังไม่แน่ชัด ท้ายที่สุดแล้วมีหลายวิธีในการหลอมโอสถมีลวดลาย ความยากคือการควบคุมต้นทุนโอสถ

“เจ้าต้องหลอมมันครั้งหนึ่ง เดี๋ยวจะมีหลายคนมาตรวจสอบ” ถูจี้หลินดูโอสถทะยานเนินเขา เมื่อไม่พบปัญหาใดจึงหันไปพูดกับเฉินเฟย

เฉินเฟยพยักหน้าไม่คัดค้าน นี่เป็นขั้นตอนอย่างหนึ่ง

เฉินเฟยถูกพาไปห้องหลอมใหญ่ สมาคมรวดเร็วมากเช่นกัน หลังจากนั้นไม่นานนักหลอมโอสถเก่าหลายคนก็มาอยู่ในห้องหลอม

“เริ่มได้” ถูจี้หลินส่งสัญญาณให้เฉินเฟยเริ่มหลอม

เฉินเฟยพยักหน้าเดินไปเลือกสมุนไพร ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรเดิมของโอสถทะยานเนินเขา มีเพียงบางส่วนที่เป็นสมุนไพรอื่น ที่เฉินเฟยเลือกสมุนไพรก็เพื่อเพิ่มความขัดแย้งคุณสมบัติทางยา

ถูจี้หลินคนอื่นมองเฉินเฟยอย่างเงียบๆและประเมินค่าใช้จ่าย เทียบกับโอสถทะยานเนินเขาอันเดิมแล้วไม่ได้ต่างกันมากนัก

เฉินเฟยตรวจสอบเตาหลอม ไม่พบปัญหาใด

จุดไฟตั้งเตา เปลวไฟที่ลุกไหม้ขึ้นโอบล้อมทั้งเตาหลอม นอกจากถูจี้หลินแล้วสีหน้านักหลอมโอสถคนอื่นล้วนเปลี่ยนไปมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเพิ่งเคยเห็นวิธีหลอมแบบนี้ครั้งแรกจึงค่อนข้างตกใจ

กลิ่นหอมสมุนไพรลอยโชยน แต่ผ่านไปไม่นานกลิ่นก็จางลงจนกระทั่งไม่ได้กลิ่นอีก

ถูจี้หลินคนอื่นมองหน้ากันและเห็นความประหลาดใจในดวงตาอีกฝ่าย ปรากฏว่าสมุนไพรเหล่านั้นถูกนำมาใช้หลอมลวดลายโอสถโอสถทะยานเนินเขาจริง

หนึ่งเค่อต่อมา เปิดฝาเตาออก ถูจี้หลินคนอื่นเดินเข้าดูในเตาหลอมไปอย่างกระตือรือร้น

ในเตาหลอมมีโอสถทะยานเนินเขาสามเม็ดและเห็นลวดลายโอสถได้อย่างชัดเจน

“คนหนุ่มสาวเก่งนำคนรุ่นก่อน!” นักหลอมโอสถพูดเสียงเบา

“สหายน้อยมาจากที่ไหน ข้าอยากลองไปชมดูสักครั้ง” นักหลอมโอสถอีกคนอดไม่ได้ที่จะถาม วิธีหลอมแบบนี้ช่างน่าสงสัยยิ่งยัก

“ข้าเรียนรู้การหลอมด้วยตัวเอง ตอนนี้เป็นศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว” เฉินเฟยกุมมือพูด

ถูจี้หลินไม่พูดอะไร มองโอสถทะยานเนินเขาในมือซึ่งเหมือนโอสถที่เฉินเฟยส่งมาก่อนหน้านี้ทุกประการ พอเห็นสีหน้าผ่อนคลายของเฉินเฟยจึงรู้ว่าเขาสามารถหลอมแบบนี้ได้อีก

พูดอีกอย่างคือหลังเรียนรู้สูตรโอสถ คนอื่นสามารถหลอมโอสถทะยานเนินเขาได้เช่นกันหากมีความสามารถเพียงพอ

“ตรวจสอบฤทธิ์ยา หากไม่มีปัญหาข้าจะได้แจ้งเจ้าสมาคม” ถูจี้หลินหันไปมองนักหลอมโอสถคนอื่น

“แน่นอน”

“ควรเป็นเช่นน!”

นักหลอมโอสถคนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะเห็นสูตรโอสถแล้ว วิธีแบบใดกันที่หลอมโอสถทะยานเนินเขาแบบนี้ออกมา

การตรวจสอบโอสถผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยพบกับเจ้าสมาคมนักหลอมโอสถเว่ยซิงซาน

เว่ยซิงซานมองสูตรโอสถในมือ ด้วยฝีมือการหลอมโอสถของเว่ยซิงซานเขาจึงใช้เวลาเพียงครู่เดียวในการทำความเข้าใจหลักการของสูตรโอสถ แม้กระทั่งเริ่มหลอมก็สามารถหลอมได้ทันที

“แบบใหม่ไม่ซ้ำผู้ใด เกือบกระตุ้นคุณสมบัติทางยาทั้งหมดของสมุนไพร ทำได้ดีมาก!” เว่ยซิงซานละสายตาจากสูตรโอสถและมองเฉินเฟยด้วยสายตาชื่นชม

เว่ยซิงซานได้อ่านข้อมูลทั้งหมดของเฉินเฟยก่อนจะเข้ามา และยังจำได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้เฉินเฟยมาขอความช่วยเหลือจากสมาคมโดยบอกว่าถูกหงหยวนเฟิงจากสำนักกระบี่เซียนมเฆารังแก

“ขอบคุณเจ้าสมาคมที่ชม!” เฉินเฟยกุมมือพูด

“ฝีมือหลอมของเจ้าสมบูรณ์แบบ แต่กฎต้องเป็นกฎ เจ้าต้องรออีกสิบวันข้าถึงจะให้รางวัลได้” เว่ยซิงซานพูดด้วยรอยยิ้ม

“ผู้เยาว์เข้าใจ” เฉินเฟยพยักหน้า

“สูตรโอสถนี้ดี เจ้าจะจัดการกับมันอย่างไร?”

เฉินเฟยตกใจ สูตรโอสถนี้ใช้แลกโอสถแรกเริ่มไม่ใช่หรือ แล้วทำไมตอนนี้ถึงยังจัดการสูตรโอสถได้อยู่

“สมาคมกำหนดภารกิจนี้เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนสร้างสิ่งใหม่มากขึ้น แม้สูตรโอสถยังต้องขายให้สมาคม แต่ผลกำไรยังเป็นของเจ้า”

เว่ยซิงซานเห็นสีหน้าเฉินเฟยจึงรู้ทันทีว่าเฉินเฟยเข้าใจเรื่องภารกิจผิด ดังนั้นเข้าจึงอธิบายให้ฟัง

สมาคมนักหลอมโอสถมีทรัพยากรมหาศาล แม้ว่าสูตรโอสถนี้จะดีแต่เว่ยซิงซานไม่ได้จริงจังกับมันมากนัก

สุดท้ายแล้วโอสถทะยานเนินเขาเป็นโอสถชั้นยอดสำหรับระดับปรับแต่งร่างกาย แต่ในสายตาผู้แข็งแกร่งแท้จริง ระดับปรับแต่งร่างกายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกาย เขาสามารถขายสูตรโอสถนี้ได้ ตอนนี้สิ่งที่ต้องพิจารณาคือจะขายขาดหรือแบ่งส่วน

สูตรโอสถที่เฉินเฟยสร้างขึ้นมีข้อดีและข้อเสียชัดเจน

ข้อดีคือฤทธิ์โอสถทะยานเนินเขาถูกปรับปรุงขึ้นมาก มีสิ่งสกปรกน้อยลงและง่ายต่อการดูดซับ

แต่ข้อเสียของมันโดดเด่นมากเช่นกัน นั่นคือหลอมได้ยากและต้องใช้วิธีควบคุมซับซ้อน อย่างน้อยต้องฝึกหลอมโอสถปี้กู่ถึงระดับสมบูรณ์หรือแม้กระทั่งใกล้เคียงกับระดับรู้แจ้งเท่านั้นถึงจะควบคุมรายละเอียดได้

พูดอีกอย่างคือนักหลอมโอสถระดับเจ็ดส่วนใหญ่หลอมลวดลายโอสถโอสถทะยานเนินเขาได้ยาก หากทำการแบ่งส่วน คาดว่าช่วงแรกจะมีปันส่วนจากขายมากมาย แต่เมื่อชื่อเสียงของมันแพร่กระจาย จำนวนคนที่มาแลกเปลี่ยนคงน้อยลง

“ข้าสามารถใช้สูตรโอสถแลกกับเคล็ดพันไหมของสมาคมได้หรือไม่!”

เฉินเฟยเงยหน้าถาม